Share

บทที่ 2.2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-31 17:18:02

ก้มลงมองคนที่หมดสติไปในอ้อมแขน เขาถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง มองไปรอบๆ จากนั้นก็ตัดสินใจแบกนางขึ้นหลัง โจรกลุ่มนี้เป็นโจรภูเขาจริงๆ ที่ไม่ใช่โจรปลอมตัวมาเหมือนครั้งที่บิดามารดาของเขาโดนดักปล้น ดังนั้นเขาไม่อาจรอช้าและย่ามใจพักเหนื่อยอยู่ตรงนี้

ในความมืดเขาเดินเท้าโดยแบกหญิงสาวที่หมดสติบนหลัง เท้าก้าวเดินสองตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง พยายามไม่ให้เกิดเสียง กระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ถนนที่เลียบไปตามแม่น้ำ หากโจรกลุ่มนั้นข้ามฝั่งมาก็ต้องเริ่มค้นหาจากริมถนนก่อน หากเจอตัวเขาในสภาพนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถพาหญิงสาวหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่า ขึ้นที่สูงเพื่อให้มองเห็นความเคลื่อนไหวโดยง่าย หากโจรกลุ่มนั้นมาเพื่อตามล่าอย่างน้อยเขาก็จะมองเห็นคบเพลิงเป็นอย่างแรก นี่เป็นความได้เปรียบของการหลบเร้นในความมืด...

ชะง่อนผา...แม้ไม่อบอุ่นแต่ก็ปลอดภัย ที่สูงเช่นนี้กันลมได้ก็นับว่าดีมากแล้ว เขาวางหญิงสาวลงโชคดีที่นางได้สติแล้ว “คุณหนูเมิ่ง...เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง” สองมือของเขาประคองแก้มเย็นเยียบของนาง อุ้งมือวางแนบส่งความอบอุ่นให้นางเล็กน้อย

“ประมุข...เหยียน?” นางส่งเสียงถามแผ่วเบาจากนั้นไอออกมาถี่ๆ

เหยียนจิ่นเหิงประคองนางขึ้นและช่วยลูบหลังให้นาง “บาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่”

นางส่ายหน้าจากนั้นมองไปรอบๆ “พวกเรา...อยู่ที่ไหน”

“ข้ามแม่น้ำมาแล้ว ข้าพาเจ้าขึ้นเขามาหลบก่อนเพราะเกรงโจรกลุ่มนั้นจะข้ามแม่น้ำมา อีกฝั่งข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในเมื่อเจ้ารู้สึกตัวแล้วข้าจะไปนั่งตรงนั้นสาบานว่าจะไม่หันกลับมา เจ้าจัดการตัวเองบิดเสื้อผ้าให้หมาด เราไม่อาจก่อไฟหากจะอยู่รอดจนฟ้าสางชุดที่สวมไม่อาจเปียกชื้นเช่นนี้”

นางเข้าใจความหมายของเขาโดยที่ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องอธิบายซ้ำ ดังนั้นเมื่อเขาหันหลังนั่งลงห่างออกไปจากนั้นเริ่มถอดเสื้อบิดน้ำออก ด้านหลังจึงได้ยินเสียงสวบสาบเช่นกัน เหยียนจิ่นเหิงลอบอมยิ้มสายตาของเขามองตรงไปข้างหน้า ในใจของเขาโล่งอกเพราะมองไม่เห็นแสงไฟหรือคบเพลิง

เหลิ่งซา คนคุ้มกันของเขาเป็นคนฉลาด อีกฝ่ายไม่มีทางออกมาตามหาเขาในช่วงเวลานี้ จำนวนคนที่น้อยกว่า อีกทั้งไม่รู้แน่ชัดว่าโจรกลุ่มนี้เป็นใครและมีจำนวนกี่มากน้อย หากบุ่มบ่ามออกตามหาทันที รังแต่จะทำให้เป็นเป้าหมายโจมตีก็เท่านั้น อย่างน้อยเขาจะต้องรอจนเช้าให้คนของเขาแจ้งทางการเพื่อขอคนมาช่วย เห็นคนของทางการมาโจรกลุ่มนั้นคงไม่โง่งมที่จะเผยตัว...

ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นเยียบ ชุดที่สวมแม้ไม่ได้เปียกชุ่มแต่ก็ยังหลงเหลือความชื้น มองเห็นหญิงสาวถูมือกับต้นแขนเขาถอนหายใจ “เจ้าขยับมานี่สิ” เขาส่งเสียง “มานั่งข้างหลังข้า” นางยังคงไม่ขยับ “จุดที่ข้านั่งมองเห็นข้างล่างชัดเจน หากมีคนขึ้นเขามาข้าจะรู้ในทันที เข้ามานั่งข้างหลังข้าแนบหลังก็พอ คืนนี้อากาศบนภูเขาจะยิ่งเย็นกว่าเดิม ถึงรอดจากมือโจรป่าก็ยังต้องเอาชีวิตรอดจากความหนาวให้ได้ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถคิดหาวิธีหลบหนีลงเขา”

นานมาก...กว่านางจะขยับ

เหยียนจิ่นเหิงไม่ได้เร่งเร้าทว่ารอให้นางเข้ามาหาเขาเอง กระทั่งนางนั่งลงด้านหลังด้วยท่าทีลังเล เขาจึงเอนหลังไปเล็กน้อยแนบหลังกับนางให้นางหยิบยืมความอบอุ่น “จะ...ไม่มีใครตามมาใช่หรือไม่” นางกระซิบถามเขา

“ข้าเองก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” เขาขยับตัวทว่ากลับส่งเสียงสูดหายใจออกมาคราหนึ่ง

“ท่าน...บาดเจ็บหรือเจ้าคะ”

“ไม่ได้ร้ายแรงอะไร” ไหล่ของเขาคงเป็นแผลตอนลูกธนูเฉียดไปนั่นเอง คราแรกไม่ได้เจ็บมากถึงตอนนี้คงเริ่มระบมแล้ว ตอนขยับตัวร่นเสื้อลงแล้วลูบมือเข้าไปแตะ เขากลับพบว่าเลือดยังไม่หยุดไหล

“ให้ข้าช่วยดีหรือไม่” นางเสนอจากนั้นขยับตัวเสื้อ

“เจ้าจะทำอะไร”

“ท่านมีมีดหรือไม่ อย่างน้อยพันแผลห้ามเลือดก่อนก็ยังดี”

เขาส่งมีดสั้นที่อยู่ในรองเท้าหุ้มแข็งให้นาง นึกไม่ถึงว่าเมิ่งเสวี่ยเยวียนจะตัดแขนเสื้อตัวในออกมาจากนั้นนำมาพันแผลให้เขา “คิดว่าคงสะอาดพอ ยังหมาดอยู่แต่ยังดีกว่าส่วนอื่น ห้ามเลือดก่อนก็แล้วกัน”

ในความมืดมีเพียงแสงเลือนราง เสียดายที่มองเห็นใบหน้าของนางไม่ชัดเจน เหยียนจิ่นเหิงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากหญิงสาว กลิ่นคล้ายกับดอกอวี้หลานยามเช้า เขาเคยได้ยินมารดาของอีกฝ่ายเรียกหญิงสาวว่า...อวี้หลาน คิดว่าคงเป็นนามรองของนาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.4 จบ

    “เมื่อช่วงบ่ายท่านหมอเฝิงไปดูอาการมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล แต่ว่าพรุ่งนี้พวกเราแวะไปเยี่ยมนาง เป็นการให้กำลังใจคนสูงอายุ ดีหรือไม่”นางพยักหน้าเร็วๆ ให้เขา เขาลูบศีรษะนางด้วยรอยยิ้ม “มีข้าอยู่ไม่ต้องกังวล”นางกอดเขาซบใบหน้ากับอกกว้างถอนหายใจออกมาเบาๆ “ดีจริงๆ ที่ข้ามีท่าน”เขาหัวเราะ “ก็ต้องเป็นเช่นนั้น ข้าลงแรงไปมากกว่าจะได้แต่งเจ้าเข้าจวน ข้าไม่อยากถูกตำหนิในภายหลังว่าใช้เล่ห์กลหลอกเจ้าแต่งเข้ามา”นางหรี่ตามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ยังจะพูดเรื่องนี้”เขาอุ้มนางขึ้น “ได้ ไม่พูดแล้ว วันนี้นอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้มีเรื่องต้องทำหลายอย่าง มีหลายที่ต้องไป”ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงพร้อมกับเงาของสองสามีภรรยาที่แนบชิดกอดเกี่ยว เสียงกระซิบแผ่วเบาของคู่ยวนยาง กระทั่งค่อนคืนทุกอย่างจึงสงบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงเสียงของสายลมและหิมะที่โปรยปราย...เช้าวันหนึ่ง...อยู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนและความวุ่นวาย เหยียนจิ่นเหิงที่นั่งดูบัญชีของร้านแลกเงินขมวดคิ้ว เสียงที่กำลังตะโกนนั้นเขาฟังหลายรอบจึงตระหนักว่าเป็นเสียงของเหยียนอวี่คุน“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ”“พี่สะใภ้ขอรับพี่ใหญ่ พี่สะใภ้อยู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติ ข้าตามหมอแล้วพี่ให

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.3

    “ท่านพี่” นางมองเขาดวงตาปกคลุมด้วยไอหมอก มีความเศร้าปะปน “ท่านพ่อดู...แก่ลงมาก”เขาเงยหน้าขึ้นมองนางจากนั้นอุ้มนางขึ้นนั่งบนตัก กอดปลอบนางเงียบๆ ปล่อยให้นางได้พูดเรื่องในใจ“หลายปีมานี้ข้ารู้ว่าเขาไม่เคยใส่ใจข้า ข้าเองก็ไม่เคยคาดหวัง ทว่าลึกๆ ข้าเคยคิดว่าหากในยามที่เขาไร้ที่พึ่งพิง เขาอาจจะลดทิฐิแล้วมาหาข้า มาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเห็นเขาเมื่อครู่ข้ากลับ...”“หากเขามาข้าข้าจะช่วยเหลือเขาเอง เจ้าไม่ต้องกังวล”“แต่ว่าตระกูลเมิ่ง...”“คุณชายรองดูแล้วน่าจะมีฝีมือในการดูแลการค้ามากกว่า คุณชายใหญ่เขา...ไม่ฉลาด”นางหลุดหัวเราะ “ท่านจะบอกว่าพี่ใหญ่ของข้าโง่?”“เวลาเพียงปีเดียวเขาทำลายกิจการของตระกูลเมิ่งไปเท่าไหร่แล้ว หากท่านพ่อตายังดึงดันเช่นนี้ ต่อไปคงสิ้นเนื้อประดาตัวกระมัง”“หากท่านพ่อมาหาท่านจริงๆ ซึ่งก็คงเป็นเช่นนั้น ท่านจะทำอย่างไร”“ยื่นข้อเสนอให้เขาเปลี่ยนประมุขตระกูลคนต่อไปเสีย คุณชายใหญ่ไม่เพียงโง่งม แต่เขายังชอบเข้าๆ ออกๆ บ่อนตระกูลซวี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะยอมปล่อยผ่าน หากท่านพ่อตายังทำเป็นไม่รู้ เกรงว่าต่อไปตระกูลเมิ่งแม้แต่จวนก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว เจ้าวางใจเถิดเจ้

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.2

    “จริงๆ คือข้าอยากช่วยนางด้วย” นางกล่าว “หากตอนนั้นท่านลงมือจริงๆ นางกับคุนคุนเองก็คงมีชีวิตอยู่ต่ออย่างสิ้นหวังไม่ต่างกัน” นางกุมมือเขา ข้ามองเห็นความสิ้นหวังของนาง ยังมองเห็นความสิ้นหวังของท่านด้วย หากพวกท่านทั้งสองทำอะไรไม่ยั้งคิดผู้ที่น่าสงสารที่สุดตอนนั้นก็คือคุนคุน ตอนนั้นข้าเพียงมองเห็นตัวเองแต่ข้ายังโชคดีที่มีท่านย่า ทว่าหากพวกท่านล้วนลงมือคุนคุนก็จะไม่เหลือใครเลย...”เหยียนจิ่นเหิงบีบมือนางแน่นมากราวกับเขาเองก็เพิ่งตระหนักในเรื่องนี้... “ข้า...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้ก็มิใช่ดีมากแล้วหรือ”เขายิ้มให้นาง “ใช่ ดีมาก ดีที่สุด” น้องสาวของเขาหัวเราะบ่อยขึ้น เหยียนอวี่คุนเองก็มีท่าทีอยากพูดไม่เก็บตัวเหมือนเมื่อก่อน “ต่อไปก็จะดีขึ้นแน่นอน”“ว่าแต่...ท่านทำอย่างไรพี่รองกับคุณหนูลั่วจึงติดกับ”เอ่อ... “คุนคุนออกมาแล้ว” เขาลุกขึ้นเปลี่ยนเรื่องทันที“ท่านพี่หยุดนะ ท่านเล่ามาให้หมด ท่านนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างเป็นท่านที่วางแผน คุนคุนจับเขาเอาไว้เร็วเข้า”เหยียนจิ่นเหิงหัวเราะสอดแขนอุ้มเหยียนอวี่คุนขึ้น “คุนคุนพวกเรารีบหนีเร็ว พี่สะใภ้จับได้แล้วว่าพี่ใหญ่ของเจ้าวางแผนหลอ

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.1

    “ก็รู้จัก รู้จักนานพอๆ กับที่รู้จักเจ้า วันนั้นที่เจ้าช่วยเขากับน้องสาวข้าเองก็อยู่ไกลๆ ยังช่วยจับโจรเจ้าก็เห็น หลังจากนั้นยังเห็นว่าช่วงที่เจ้ามาเยี่ยมมารดา เจ้าหนุ่มแซ่เหยียนนั่นยังมาแอบดูเจ้าอยู่ตรงนั้น” เขาชี้มือไปยังเนินไกลออกไป “มาทุกครั้งพอเจ้ากลับเขาก็หายไป”“ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเขามาแอบดูข้า”“ไม่ใช่เจ้าแล้วเขาจะมาแอบดูข้า?” เหล่าจางโบกมือ “หากไม่ใช่เจ้าเขาจะเปลืองแรงหลอกล่อให้พี่ชายเจ้าได้พบกับคู่หมั้นของเขาหรือ แถมสองคนนั้นยังมีใจให้กันอีกด้วย ข้าจะบอกอะไรนะนั่นน่ะไม่ใช่ครั้งแรก”“ไม่ใช่ครั้งแรก?” นางมีท่าทีงุนงง“ใช่ เพราะเขาเคยทำแบบเดียวกันกับพี่ชายคนโตของเจ้า เพียงแต่ว่าคุณหนูคนนั้นน่ะแซ่อะไรนะที่เป็นคูหมั้นของเขา”“แซ่ลั่วเจ้าค่ะ”“ใช่ๆ นั่นละ นางไม่ชอบพี่ชายคนโตของเจ้า แต่นางดันมาตกหลุมพรางเพราะชอบพี่ชายคนรองของเจ้าแทน หากมิใช่เพราะครั้งก่อนเขายอมปกป้องเจ้าจนไม่ห่วงว่าตัวเองจะเจ็บตัว คนเจ้าเล่ห์มากแผนการเช่นนั้นข้าว่าไม่เหมาะกับเจ้าสักนิด แต่ก็นั่นละคนที่แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่ห่วง เพื่อปกป้องเจ้ายอมบังเจ้าจากห่าธนู คนโง่มเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้วดังนั้นแต่งให้เขาเจ้าก็

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 5.6

    รุ่งเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นก็พบว่าอ้อมแขนอบอุ่นกอดนางจากด้านหลัง เสียงหายใจเป็นจังหวะกับสัมผัสแนบชิด ทันทีที่ขยับตัวอ้อมแขนก็รัดแน่นเข้า ปลายจมูกโด่งซุกลงมายังซอกคอ “ตื่นแล้วหรือ” เหยียนจิ่นเหิงกระซิบถาม “ยังเช้าอยู่เลย”หญิงสาวพลิกตัวกลับไปมองเขาทว่าทันทีที่เงยหน้าขึ้นจุมพิตก็ประทับลงยังหว่างคิ้ว “ฮูหยิน”“หืม” นางส่งเสียงตอบรับเขากลับยิ้มไม่ได้พูดอะไรต่อ “ท่านจะไม่ลุก?”“สักครู่” เขาดันนางแนบอกหลับตาจากนั้นครู่ใหญ่จึงลืมตาขึ้น “เกรงว่าหากยังไม่ลงจากเตียง ซีเอ๋อร์กับคุนคุนคงเข้ามาดูให้มั่นใจว่าเจ้ายังอยู่”นางหัวเราะประคองใบหน้าของเขาด้วยสองมือ “ท่านพี่”เขาลืมตามองนาง “หืม?”“อรุณสวัสดิ์”เขายิ้มยื่นหน้าเข้ามา “อรุณสวัสดิ์อวี้หลานของข้า” นี่เป็นเช้าแรกของการเป็นสามีภรรยาสองคนอ้อยอิ่งใช้เวลาด้วยกันจนสายโด่ง ออกมาข้างนอกก็พบว่าเหยียนหร่วนซีและเหยียนอวี่คุนรอกินมื้อเช้าอยู่ก่อนแล้ว “พวกท่านมาแล้ว?! ในที่สุดก็มา ข้ากับคุนคุนรอคารวะน้ำชาพี่สะใภ้อยู่”“เช่นนั้นยกเข้ามาสิ” เหยียนจิ่นเหิงนั่งลงพร้อมกับเตรียมของขวัญเอาไว้แล้ว เมื่อสองพี่น้องคารวะน้ำชานางก็ส่งของขวัญให้ ของเหยียนหร่วนซีเป็นเครื่

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 5.5

    นางส่ายหน้า “ไม่เลยเจ้าค่ะ”“ดีๆ ย่าจะจัดการเขาเองเจ้าเตรียมตัวขึ้นเกี้ยวก็พอ”หญิงสาวอยู่เฝ้าผู้เป็นย่าไม่ห่าง แม้แต่ในตอนที่อีกฝ่ายเรียกตัวพี่ชายคนที่สามเข้ามาพบ อีกทั้งยังตัดสินใจยกที่ดินนอกเมืองแปลงใหญ่ให้เขา สมทบเป็นสินสอดให้เขาได้แต่งงาน นอกจากนั้นยังมีพี่ชายคนที่สี่ที่นางมอบร้านใบชาที่ถนนฝู่ซางให้ล่วงหน้า ส่วนเมิ่งเสวี่ยเยวียนก็ได้ตั๋วเงินห้าพันตำลึง หลานห้าคนเรียกได้ว่าล้วนไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงที่อยู่เฝ้าผู้เป็นย่าหลังจากนั้นได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับบิดาบ่อยครั้ง นอกจากท่าทีอึดอัดของอีกฝ่ายนางก็ไม่มีเรื่องใดให้สนทนา ยิ่งเห็นบิดาเต็มไปด้วยความละลายใจแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าพูดกับนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนได้แต่บอกตัวเองว่าขอเพียงนางไม่คาดหวัง เช่นนี้แล้วนางก็จะไม่ผิดหวัง...ชุดเจ้าสาวสีแดง หมวกหงส์และผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ขบวนเกี้ยวและสินเดิมยาวเหยียด รายการที่จดบันทึกอย่างละเอียด สินสอดที่เชิดหน้าชูตาคนตระกูลเมิ่ง การแต่งงานที่เชื่อมสองตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งอันดับสองเข้าเป็นหนึ่ง ถึงอย่างนั้นด้วยบุคลิกและนิสัยของเหยียนจิ่นเหิง บวกกับเรื่องในอดีตของเขาที่ได้รับการกล่าวขานว่ามือเค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status