Masukจางเข่อซินเข้ามาถึงก็พบว่าคนที่เขาต้องการพบได้หลับหนีเขาไปอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ปลุกนางให้ลุกขึ้นในทันที เขานั่งมองหน้านางอยู่อย่างนั้น ใบหน้างามของนางช่างดึงดูดเขาได้ยิ่งนัก ขนาดยามที่หลับนางยังทำให้เขาหลงใหลได้เพียงนี้
หญิงสาวที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจก็รู้สึกว่ามีคนกำลังมองตนเองอยู่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพราะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมีคนมาหา นางจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก เพราะนางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขามีเรื่องอะไรจะสนทนากับนางกันแน่
“ท่านมาแล้วหรือ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามเอาแต่มองคนที่นอนทำตาปรือ เขารู้ดีว่าเป็นช่วงที่นางเพิ่งตื่นนอน แต่ไฉนดูไปดูมาแล้วเหมือนตั้งใจยั่วยวนเขา
“ท่าน...อื้ออ” ไวกว่าความคิดเขาก็ก้มหน้าลงไปงับริมฝีปากอวบอิ่มที่ดึงดูดสายตาของเขาอยู่นานแล้ว ส่วนคนที่โดนฉกชิงอากาศหายใจก็ได้แต่ร้องครางในลำคอ ก่อนจะเผยปากรับจุมพิตแสนร้อนแรงที่เขามอบให้
คนตัวโตเมื่อเห็นว่านางหายใจไม่ทันจึงได้ผละออกจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง แม้จะอยากทำมากกว่านี้แต่ก็พยายามห้ามใจเอาไว้ เพราะเขายังมีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับนาง
“ลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ” เขาประคองนางให้ลุกขึ้นมาคุยกัน เพราะหากนางยังนอนอยู่เช่นนั้นไม่มีทางได้สนทนากันแน่
“ท่านมาว่าเถิดมีเรื่องอันใด” หลัวไป๋เย่พยายามเรียกสติกลับมา ไม่รู้ว่าเขาเป็นอันใดจึงได้เข้ามาจูบนางเช่นนั้น
ไม่ได้ จะให้เกิดเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกไม่ได้เด็ดขาด
“ข้าต้องการให้เจ้ามาอุ่นเตียงให้ข้า” เขามองนางด้วยสีหน้าจริงจัง เพื่อให้นางรู้ว่าเรื่องที่เขาพูดไปนั้นคือเรื่องจริง
“ท่าน ท่านว่าอันใดนะ” หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา อุ่นเตียงเช่นนั้นหรือ เขากล้าเอ่ยเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร
“มาอุ่นเตียงให้ข้า” เขาเอ่ยย้ำความต้องการของตนเอง มองดูท่าทีของนางว่าจากนี้นางจะทำอันใดต่อ นางจะยอมตกลงหรือปฏิเสธ หากนางปฏิเสธเขาก็จะทำให้นางยอมตกลงให้ได้
“นี่ท่าน” ตอนนี้สมองของนางยังประมวลผลไม่ถูก เขาถึงกลับกล้ามาเอ่ยปากขอบุตรสาวขุนนางเช่นนางให้ไปเป็นคนอุ่นเตียง นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ
“เจ้าอยากได้อันใดแลกเปลี่ยนว่ามาได้เลย” เขารู้ว่านางไม่ยอมเสียเปรียบแน่ และเขาก็คิดว่านางคงจะเรียกร้องเกินที่นางสมควรได้ด้วยซ้ำ
หลัวไป๋เย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านว่านี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ อย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นสตรีชนชั้นสูง จะให้ไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร”
หญิงสาวพูดอย่างเย่อหยิ่งพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างคิดไม่สนใจขอเสนอของเขา ทั้งที่ในใจของนางตอนนี้นั้นคำนวณทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว เขาเป็นถึงเจ้าของหอกุ้ยโยวจะต้องร่ำรวยเป็นอย่างมาก นางไม่คิดว่าเขาจะมีที่เป็นกิจการเพียงที่เดียวหรอก
“เจ้าลองคิดดูดี ๆ อีกที หากเจ้ายอมรับข้อเสนอ ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม” เขาเสนอนางอีกครั้ง เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนเห็นแก่เงินเช่นนางจะไม่ยอมรับขอเสนอของเขา มีแต่นางจะหาทางรีดไถเขาน่ะสิไม่ว่า
“ข้าน่ะเป็นบุตรสาวของเสนาบดี จะไปอุ่นเตียงให้บุรุษอื่นได้เช่นไร ท่านไม่คิดว่าเรื่องนี้จะน่าขายหน้าเกินไปหรือไม่” หญิงสาวตีหน้าเศร้า นางอยากจะรู้ว่าเขาอยากได้นางมากแค่ไหน “สตรีอื่นก็มีมากมาย ท่านอย่าได้มาทำให้ข้าลำบากใจเลย”
“ข้าต้องการแค่เจ้า” เขาไม่คิดไขว้เขวกับคำพูดของนาง เขาอยากได้นาง ก็ต้องเป็นนาง จะให้เขาไปหาสตรีอื่นได้อย่างไร “ครั้งละสองพันตำลึง”
สองพันตำลึง หากเดือนหนึ่งเขามีห้าครั้ง นางก็จะได้เพียงหนึ่งหมื่นตำลึง ไม่คุ้ม ๆ เช่นนี้ไม่คุ้มเอาเสียเลย
“นายท่าน ข้าเป็นถึงบุตรสาวเสนาบดี มิใช่สตรีในหอนางโลมนะเจ้าคะ” หญิงสาวยังคงเชิดหน้าอย่างถือดี นางต้องใช้ความอยากของเขาให้เป็นประโยชน์ นางคิดว่านางสามารถเรียกได้มากกว่าที่เขาเสนอ
“เช่นนั้นเจ้าต้องการอันใดก็ว่ามาเถิด” เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับนางแล้ว ดูก็รู้ว่านางกำลังปั่นประสาทเขา และดูเหมือนนางก็ทำสำเร็จเสียด้วย
“ห้าหมื่นตำลึงต่อเดือน หากไม่ได้ตามนี้ข้าก็ไม่สนใจ” นางเรียกค่าตัวสูงลิ่ว หากเขาอยากได้นางไปอุ่นเตียงจริง ๆ เขาก็ต้องยอมจ่าย หากไม่ยอมก็ไม่ต้องมาสนทนากันอีก
“ได้” เขาตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เงินห้าหมื่นตำลึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา และที่สำคัญเขาก็ไม่คิดว่าจะอยู่กับนางไปนานขนาดนั้น อย่างมากก็สองสามเดือนเท่านั้น เงินเพียงเท่านี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา
“เช่นนั้นก็ดี แต่เราทั้งสองต้องมีข้าตกลงกัน” นางไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมจ่ายเงินมากมายเพียงนี้เพื่อนาง นางคิดว่าเขาจะปฏิเสธหรือโวยวายออกมาเสียอีก
“เช่นนั้นเจ้าก็ร่างสัญญามาเถิด” สตรีผู้นี้ช่างมากเล่ห์ยิ่งนัก รีดไถเงินเขาไปมากมายเพียงนี้ยังมีข้อตกลงอีก เขาอยากจะรู้นักว่าข้อตกลงของนางคืออันใด ช่างไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใดจริง ๆ
สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกจับแยก ตอนนี้ป๋อเหวินจ้งยังจับต้นชมปลายไม่ถูกเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น“ชุ่นเหอ!!” เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกคนสนิทด้วยความหัวเสีย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้“คนของข้าไปที่ใด!!” เมื่อสองแม่ลูกออกไปแล้ว ป๋อเหวินจ้งก็เริ่มโวยวายทันที แต่ก็ไม่เห็นคนของตนเองออกมาสักที มีเพียงเสี่ยวเอ้อที่ออกมารับหน้าแทนเท่านั้น“ไม่รู้ว่าไปที่ใดขอรับ”“ชุ่นเหอ เจ้ากล้ามากที่ทิ้งข้าไปเช่นนี้” เขาพูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นั้นหายไปไหน“ข้าคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อเสียงในห้องนั้นสงบลงหลัวไป๋เย่ก็ขอตัวกลับจวน หากไม่มีคนเห็นนางอยู่ที่จวนจะเป็นเรื่องเอาได้“ใช้งานเสร็จก็ทิ้งข้าเลยหรือ” เรื่องทุกอย่างเป็
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ







