Masukบทที่ 5
อุ่นเตียง
หลัวไป๋เย่ออกไปร่างสัญญาอยู่นานสองนานก็กลับมา นางจะต้องมั่นใจว่านางจะไม่เสียเปรียบ โลกที่นางจากมาก็มีเช่นนี้ เลี้ยงดูสตรีแบบไม่เปิดเผย ไม่คิดว่าวันหนึ่งนางจะมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ โดยที่ไม่ต้องทำงาน
“ก่อนอื่น ข้าขอถามท่านสักคำ” นางลืมถามเรื่องสำคัญกับเขาไปเลย
“ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางอยากรู้อันใดเขาก็ยอมบอกทุกอย่าง
“ท่านมีภรรยาหรือยัง” เรื่องนี้สำคัญมาก หากเขามีภรรยาอยู่แล้ว นางก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย นางไม่อยากเป็นเมียน้อยของผู้ใด เพราะหลัวไป๋เย่คนเก่าด่าสองแม่ลูกนั้นเอาไว้เจ็บแสบมาก นางไม่อยากกลืนน้ำลายตนเองโดยการเป็นเมียน้อยของผู้อื่น แม้ว่ามันจะได้เงินเยอะมากก็เถอะ
“ไม่มี” เขาไม่คิดว่านางจะสนใจเรื่องนี้ด้วย ถึงแม้เขาจะมีภรรยาอยู่แล้วก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอันใดกับนาง เพราะเขาก็ไม่คิดจะรับนางเข้าจวนอยู่แล้ว
“เช่นนั้นก็ดี ท่านก็อ่านข้อตกลงพวกนี้เถิด” นางยื่นข้อเสนอไปให้เขาอ่าน หากเขายอมตกลงตามที่นางเสนอ ทุกอย่างก็เป็นอันจบ
จางเข่อซินยื่นมือไปรับข้อตกลงของนางมาอ่าน พอได้อ่านก็รู้สึกทึ่งกับความคิดของนางไม่ได้ ไม่คิดว่าสตรีเช่นนางจะกล้ายื่นข้อเสนอเช่นนี้ให้เขา
หนึ่งระหว่างพวกเราทั้งสองจะไม่มีข้อผูกมัดระหว่างกัน ทำงานเท่าที่ได้รับเงิน
สองระหว่างที่ทั้งสองอยู่ให้ข้อสัญญาห้ามมิให้ยุ่งเกี่ยวกับบุคคลอื่น หากผิดข้อตกลงยกเลิกสัญญาทันที
สามห้ามยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ห้ามให้ผู้ใดรู้ว่ารู้จักกัน
สี่ไม่มีสิทธิ์หึงหวง
“เป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อเห็นว่าเขาอ่านจบแล้วก็ถามความคิดเห็น นางคิดว่าเขาจะต้องพอใจกับข้อเสนอนี้ของนางเป็นแน่ เพราะเขาก็ไม่ได้ต้องการให้คนอื่นรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
“ก็ดี จะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง” แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เขากลับรู้สึกตะขิดตะขวงในใจ นี่นางไม่อยากให้คนรู้ถึงเพียงนี้เลยหรือว่ารู้จักกับเขา
“เช่นนั้นพวกเรามาลงลายมือชื่อกันเถิด” หญิงสาวยิ้มร่า ลงลายมือชื่อของตนเองอย่างกระตือรือร้น จากนี้นางก็จะมีเงินใช้โดยไม่ต้องกังวล หากเขาใช้บริการนางสองสามเดือนนางก็จะมีเงินใช้ไปตลอดชาติ โชคช่างเข้าข้างนางเสียจริง
ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์
“ในเมื่อทำสัญญากันแล้ว เช่นนั้นเราก็สามารถอุ่นเตียงกันได้แล้วใช่หรือไม่” เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการแล้ว นางก็คงจะเริ่มทำหน้าที่ของตนเองได้แล้วกระมัง
“ยังเจ้าค่ะ สัญญาจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อข้าน้อยได้เงินแล้ว” หญิงสาวได้แต่ยิ้มหวาน นางจะไม่ยอมเสียเปรียบเขาเด็ดขาด เงินมาผ้าหลุดเท่านั้น
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะให้คนนำเงินมาให้” หากวันนี้เขาไม่ได้ร่วมเตียงกับนาง เขาต้องขาดใจตายเป็นแน่
“ไม่ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยก็เสียเปรียบสิเจ้าคะ” หญิงสาวไม่ยอม นางต้องได้เงินก่อนเท่านั้นจึงจะยอมร่วมเตียงกับเขา
“ผู้ใดจะพกเงินมาเยอะมากมายเพียงนั้น” เขาบอกอย่างหัวเสีย ไม่คิดว่านางจะหัวหมอเช่นนี้ นางเป็นคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใดจริง ๆ
“เช่นนั้นท่านก็กลับไปเถิด” พูดจบก็เดินไปนอนลงที่เตียงด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ “พรุ่งนี้นายท่านค่อยมาอีกครั้งนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ” ในเมื่อนางอยากลองดีกับเขา เขาก็จะจัดให้ เงินห้าหมื่นตำลึงเขาจะหามาตอนนี้ไม่ได้เชียวหรือ
หลัวไป๋เย่มองคนที่เดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่คิดว่าโชคจะหล่นทับเช่นนี้ จู่ ๆ ก็มีเงินให้ใช้โดยไม่ทำอันใด แล้วเช่นนี้จะไม่ให้นางตอบตกลงได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นลีลารักของเขาก็ถูกใจนางไม่น้อยเช่นกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หลับไปอย่างสบายใจ เพราะคิดว่าอย่างไรวันนี้เขาก็ไม่มีทางหาเงินห้าหมื่นตำลึงมาให้นางได้แน่ ๆ
สองสหายมองหน้ากันอย่างงุนงงเมื่อเห็นเจ้านายของตนเองเดินออกมาก่อนฟ้าสาง แต่วันนี้เข้าไปได้มานานก็ออกมาเสียแล้ว
“พวกเจ้าไปหาเงินมาให้ข้าห้าหมื่นตำลึง” จางเข่อซินบอกเสียงเข้ม เขาเป็นคหบดีอันดับหนึ่งจะไม่สามารถหาเงินเพียงเท่านี้มาได้จริง ๆ หรือ เช่นนั้นจะไม่เสียชื่อของเขาหรอกหรือ
“นายท่านเงินห้าหมื่นตำลึงในตอนนี้เกรงว่าจะยากเกินไปนะขอรับ” ตงหยางตอบไม่เต็มเสียงนัก ที่นี่เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีการค้าใหญ่โตนัก ที่นี่มีเพียงร้านตำราและร้านอาหารไม่กี่ร้าน แล้วเขาจะหาเงินห้าหมื่นตำลึงมาจากไหนกัน
“ไปหามาให้ได้ หากไม่ได้ก็ไปรับโทษเสีย” เขาไม่ได้สนใจว่าเมื่อครู่ลูกน้องน้องจะตอบเช่นไร ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่าเขาต้องการเงินห้าหมื่นตำลึง และจะไม่มีคำว่าไม่ได้
“ขอรับ”
ตงหยางและซีห่าวออกไปหาเงินมาให้เจ้านายตามคำสั่ง ตอนนี้พวกเขายังไม่รู้เลยว่าเจ้านายต้องการเงินมากมายเช่นนั้นไปเพื่ออันใด
“เจ้าว่านายท่านต้องการเงินมากมายเช่นนั้นไปทำไม” ตงหยางไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้จึงถามออกมา เงินมากมายเพียงนั้นสามารถใช้ทั้งชีวิตยังได้เลย
“ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่หลัวแน่ ๆ” ซีห่าวเดา แต่ไม่รู้ว่าไปคุยกันยังไงถึงต้องหาเงินไปให้ตั้งห้าหมื่นตำลึง
“นายท่านคงไม่ได้ทำเรื่องบ้า ๆ ลงไปหรอกนะ” เจ้านายของเขายิ่งเป็นคนชอบทำอันใดแปลก ๆ อยู่ด้วย
“ข้าเกรงว่าคงไม่ทันเสียแล้วละ” หาเงินไปให้มากมายเช่นนี้เขาว่าทั้งสองต้องมีข้อตกลงกันแน่ ๆ
“อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องพวกนั้นเลย มาคิดดีกว่าว่าพวกเราจะหาเงินห้าหมื่นตำลึงมาจากที่ใด” ตงหยางได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปร้านค้าในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของเจ้านาย
สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกจับแยก ตอนนี้ป๋อเหวินจ้งยังจับต้นชมปลายไม่ถูกเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น“ชุ่นเหอ!!” เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกคนสนิทด้วยความหัวเสีย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้“คนของข้าไปที่ใด!!” เมื่อสองแม่ลูกออกไปแล้ว ป๋อเหวินจ้งก็เริ่มโวยวายทันที แต่ก็ไม่เห็นคนของตนเองออกมาสักที มีเพียงเสี่ยวเอ้อที่ออกมารับหน้าแทนเท่านั้น“ไม่รู้ว่าไปที่ใดขอรับ”“ชุ่นเหอ เจ้ากล้ามากที่ทิ้งข้าไปเช่นนี้” เขาพูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นั้นหายไปไหน“ข้าคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อเสียงในห้องนั้นสงบลงหลัวไป๋เย่ก็ขอตัวกลับจวน หากไม่มีคนเห็นนางอยู่ที่จวนจะเป็นเรื่องเอาได้“ใช้งานเสร็จก็ทิ้งข้าเลยหรือ” เรื่องทุกอย่างเป็
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ







