Masuk“ไม่นานอะไรกัน วันนั้นนายท่านก็รังแกข้าทั้งคืน” หญิงสาวย่นจมูกใส่คนตัวโต วันนั้นนางจำได้ดีว่าเขาเคี่ยวกรำนางหนักหนาเพียงใด ฟ้าจะสว่างแล้วเขายังไม่หยุดรังแกนางเลย
“วันนั้นข้าถูกยาปลุกกำหนัด” เขาแก้ตัว ก็วันนั้นเขาถูกคนวางยาปลุกกำหนัดจริง ๆ จึงได้รุนแรงกับนางไปหน่อย
“แต่วันนี้ข้าอยาก...” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้เอ่ยจบ คนตัวโตกว่าก็ฉกชิงริมฝีปากอวบอิ่มของนางมาครอบครอง ไปปล่อยให้นางได้เอ่ยเรื่องไร้สาระอะไรออกมาอีก
“อื้มมม” หญิงสาวครางออกมาเสียงแผ่วเบา เปิดปากตอบรับสัมผัสซาบซ่านที่เขามอบให้ ในตอนแรกพยายามที่จะต่อต้านเขา แต่ด้วยความช่ำชองของเขาทำให้นางลุ่มหลงมอมเมาไปกับสัมผัสที่เขามอบให้อย่าไม่อาจต้านทาน
“เจ้างดงามมาก” งดงามจนเขาไม่อาจละสายตาไปได้ เมื่อมองจนพอใจแล้วเขาก็ก้มลงไปจูบนางอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเร่าร้อน เขาหลอกล่อนางทุกวิถีทางเพื่อให้นางลุ่มหลงในตัวเขา
“นายท่านก็รูปงามยิ่งนัก รูปงามจนข้าไม่สามารถมองบุรุษอื่นได้เลย” เมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระนางก็เอ่ยประโยคออดอ้อนเอาใจเขาทันที นางจะต้องทำให้เขาหลงนางจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่รักไม่เป็นไร ขอแค่ลุ่มหลงในตัวของนางก็พอ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าประโยคนี้ของเจ้าอาจทำให้เจ้าไม่ได้นอน” คนตัวโตได้แต่หัวเราะในลำคอกับประโยคที่นางพูดเมื่อครู่ ปากน้อย ๆ นี่ขยันพูดให้เขาพอใจยิ่งนัก
“นายท่านเอ็นดูเย่เอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ อย่ารังแกเย่เอ๋อร์มากนักนะเจ้าคะ” หญิงสาวยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา สายตาของนางแสดงออกชัดเจนว่าหลงใหลในตัวของเขามากเพียงใด
“หากเจ้าทำให้ข้าพอใจได้ ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้านอนเร็วหน่อย” ในขณะที่พูดมือของเขาก็ปลดชุดที่นางสวมใส่อย่างอ้อยอิ่ง เมื่อทั้งตัวของเขาและนางปราศจากเสื้อผ้า เขาก็ก้มลงไปดูดดึงหน้าอกอวบอิ่มด้วยความกระหาย
“ทะ ท่าน อื้ออ” เสียงหวานร้องครางประท้วงยามที่มือของเขาลงไปหยอกล้อกับกลีบดอกไม้ด้านล่าง คนที่ถูกเล่นงานทั้งบนทั้งล่างรู้สึกเสียวซ่านจนทำอันใดไม่ถูก สองมือกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นเพื่อระบายความเสียว
ชายหนุ่มที่เห็นว่าดอกไม้งามของนางพร้อมที่จะรับความใหญ่โตของเขาแล้ว จึงได้หยุดมือของตนเองแล้วหันมาเตรียมความพร้อมของตนเอง แล้วจับความใหญ่โตยัดเขาไปที่กลีบดอกไม้งามอย่างช้า ๆ
“อ่าาา เจ้าอย่าเกรง จะเป็นเจ้าที่เจ็บเอง” เขาก้มลงที่กระซิบที่หูของนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มลงไปดูดดึงหน้าอกงามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนงาม
“อื้ออ นายท่านเจ้าขา เมตตาเย่เอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ” แม้จะรู้สึกเจ็บที่กลางกาย แต่นางก็ไม่วายเอ่ยวาจาออดอ้อนคนบนร่าง เขาไม่หลงนางในตอนนี้ เขาจะไปหลงนางตอนไหน
“เจ้ามันสตรีร้ายกาจ อ่าาา” เขาเริ่มขยับเอวสอบเมื่อเห็นว่านางเริ่มปรับตัวได้แล้ว “เจ้าอย่าคิดเลยว่าวันนี้เจ้าจะได้นอน”
และเขาก็ได้ทำตามที่พูดเอาไว้จริง ๆ เพราะกว่าที่เขาจะปล่อยให้นางเป็นอิสระก็ปาไปเกือบฟ้าสาง
เพี๊ยะ!!
หลังจากที่ถูกปล่อยตัวเป็นอิสระคนตัวเล็กก็ฟาดมือลงที่อกแกร่งอย่างแรง
“ไหนท่านว่าไม่นานไง นี่ฟ้าจะสว่างอยู่แล้ว” หญิงสาวบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ เขาแทบจะไม่ปล่อยให้นางได้พักเลยสักนิด ไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมากจากไหนมากมาย นางจะเป็นสลบคาอกเขาอยู่รอมร่อ แต่เขากลับยังมีหน้ามายิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้
“ก็เจ้าปล่อยให้ข้าอดอยากมานาน ผลลัพธ์ก็เลยเป็นเช่นนี้” เขาไม่ได้รู้สึกผิดที่กำกับนางเช่นนี้ ผู้ใดใช้ให้นางทำหน้ายั่วยวนเขาอยู่ได้ ผู้ใดมันจะไปอดใจไหวกัน
“ท่านไม่ต้องมาพูดเลย ไม่รู้ว่าเงินที่ได้มาจะคุ้มค่าหรือไม่” หญิงสาวได้แต่บ่นออกมา หากเขาทำเช่นนี้กับนางทุกวัน นางได้ตายคาอดของเขาจริง ๆ แน่
“เจ้าเรียกเงินจากข้าไปมากมาย ข้าก็ต้องใช้งานให้คุ้มเลย” เดือนละห้าหมื่นตำลึง เขาจะปล่อยให้นางนอนสบายได้อย่างไร
“จริงสิ ท่านให้คนของท่านเตรียมยาห้ามครรภ์มาให้ข้าด้วย” นางไม่อยากพลาดในตอนนี้ หากท้องขึ้นมาเงินห้าหมื่นตำลึงก็ไม่คุ้มเลยจริง ๆ
“ไม่อยากมีลูกกับข้าเพียงนั้นเชียว” เมื่อได้ยินประโยคนั้นของนางหน้าของเขาก็ตึงขึ้นทันที มีแต่คนอยากแต่งเป็นฮูหยินของเขา แต่นางกลับเรียกหาห้ามครรภ์เสียได้
“นายท่าน เย่เอ๋อร์คือสตรีที่ยังไม่ออกเรือน หากตั้งครรภ์ตอนนี้จะให้เย่เอ๋อร์เอาหน้าไปไว้ที่ใด” เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่พอใจที่นางเอ่ยถึงเรื่องยาห้ามครรภ์ “หรือนายท่านจะให้แม่สื่อมาสู่ขอเย่เอ๋อร์ที่จวนดีเจ้าคะ”
“เห้ออ เอาเถิด ข้าจะไปสั่งให้จัดการมาให้ก็แล้วกัน” พูดจบก็ลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปสั่งการลูกน้องของตนเอง เมื่อนางเอ่ยออกมาเช่นนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะเอ่ยเช่นไรต่อไป หากให้เขาแต่งงานกับนางตอนนี้ เขาก็ไม่สามารถทำได้จริง ๆ เพราะเขาไม่อยากมีพันธะกับผู้ใด
“เจ้าไปนำยาห้ามครรภ์ แล้วบ่าวไพร่ในเรือนก็จัดการให้เรียบร้อย ก่อนยามอู่อย่าให้ผู้ใดตื่นขึ้นมา เสร็จแล้วพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนเถิด” เขาอยากให้นางได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยที่ไม่มีคนมารบกวน
“ขอรับ” ทั้งสองออกไปจัดการตามที่เจ้านายต้องการ ตงหยางไปจัดการหายาห้ามครรภ์ ส่วนซีห่าวไปจัดการรมควันยาสลบเหล่าสาวใช้ในจวน
สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกจับแยก ตอนนี้ป๋อเหวินจ้งยังจับต้นชมปลายไม่ถูกเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น“ชุ่นเหอ!!” เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกคนสนิทด้วยความหัวเสีย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้“คนของข้าไปที่ใด!!” เมื่อสองแม่ลูกออกไปแล้ว ป๋อเหวินจ้งก็เริ่มโวยวายทันที แต่ก็ไม่เห็นคนของตนเองออกมาสักที มีเพียงเสี่ยวเอ้อที่ออกมารับหน้าแทนเท่านั้น“ไม่รู้ว่าไปที่ใดขอรับ”“ชุ่นเหอ เจ้ากล้ามากที่ทิ้งข้าไปเช่นนี้” เขาพูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นั้นหายไปไหน“ข้าคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อเสียงในห้องนั้นสงบลงหลัวไป๋เย่ก็ขอตัวกลับจวน หากไม่มีคนเห็นนางอยู่ที่จวนจะเป็นเรื่องเอาได้“ใช้งานเสร็จก็ทิ้งข้าเลยหรือ” เรื่องทุกอย่างเป็
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ







