Masuk“เงินที่พวกเรารวบรวมได้ในตอนนี้มีเพียงสามหมื่นตำลึงขอรับ” ฟ่านเฉิงที่ได้รับรับหน้าที่ไปรวบรวมเงินตามร้านค้าในเครือ ตอนนี้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วก็ยังไม่ได้ตามเจ้านายต้องการ
“หากตอนนี้พวกเราต้องการเงินอีกสองหมื่นตำลึงจะหาได้จากที่ใด” ซีห่าวถาม หากเงินพวกนี้ยังไม่พอก็คงต้องหยิบยืมมา มิเช่นนั้นพวกเขาจะเป็นฝ่ายที่ถูกลงโทษเสียเอง
“มีร้านกู้เงินอยู่ขอรับ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังเปิดอยู่หรือไม่” ฟ่านเฉิงบอก ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วไม่รู้ว่าร้านจะยังเปิดอยู่หรือไม่
“เจ้าไปจัดการเอาเงินสองหมื่นมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใด หรือดอกจะแพงเพียงใดก็ไม่ต้องสนใจ” ตงหยางรีบบอก ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทางออกเดียวของพวกเขา ไม่ว่าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากเพียงใดก็ต้องยอมจ่าย
“พวกข้าต้องการเร็วที่สุด” ตงหยางรีบบอก ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม(หนึ่งชั่วโมง)แล้ว หากช้ากว่านี้เกรงว่าพวกเขาจะเก็บหัวเอาไว้ไม่ได้แล้ว
“ขอรับ” ฟ่านเฉิงรีบออกไปจัดการตามที่ทั้งสองบอก ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะร้ายแรงมากนายท่านจึงได้ต้องการเงินมากมายเพียงนี้
ทางด้านจางเข่อซินนั่งจิบสุรารออย่างใจเย็น เงินเพียงเท่านี้เขามั่นใจว่าอย่างไรลูกน้องของเขาจะสามารถหามาได้แน่นอน อย่างไรวันนี้เขาก็ต้องได้ทำตามใจปรารถนา เขาอดทนมาหลายวันแล้ว และเขาจะไม่อดทนรออีกต่อไป
“นายท่านได้เงินห้าหมื่นตำลึงมาแล้วขอรับ” ตงหยางนำเงินที่รวบรวมมาได้ส่งให้ผู้เป็นนาย “แต่ว่าเงินของพวกเรามีไม่พอจึงต้องไปขอกู้เงินมาขอรับ”
เขาก็ไม่รู้ว่าฟ่านเฉิงไปใช้วิธีการใดจึงได้เงินที่เหลือมา แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ ขอเพียงได้เงินมาครบตามจำนวนก็พอ
“ดีมาก” จางเข่อซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจ
“แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไม่น้อยเลยขอรับ” ซีห่าวแย้งขึ้น เจ้าของร้านกู้เงินเห็นว่าพวกเขารีบร้อนใช้เงินจึงได้เรียกดอกเบี้ยในจำนวนที่สูง
“ช่างเถิด พรุ่งนี้พวกเจ้าก็จัดการเรื่องนี้ด้วยแล้วกัน” พูดจบก็เร่งออกไปทันที เพราะตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ “พวกเจ้ายกเงินพวกนี้ตามข้ามา”
ทั้งสองยกหีบเงินตามเจ้านายไป ยังดีที่มีตัวเงินมาด้วย มิเช่นนั้นพวกเขาคงจะต้องลำบากมากกว่านี้ พวกเขานำเงินไปวางเอาไว้ในห้องของเจ้าของจวน ก่อนจะปลีกตัวออกไปอย่างเงียบ ๆ เพราะรู้ว่าเจ้านายคงมีเรื่องสนทนากับสตรีในห้อง
จางเข่อซินเดินไปนั่งลงที่เตียงเหมือนทุกครั้งโดยไม่คิดปลุกคนที่นอนหลับสบายให้ตื่นขึ้นมา เขาจ้องมองใบหน้างดงามนั้นอยู่นานสองนาน มือหนายื่นไปลูบใบหน้าหวานแผ่วเบา
ไม่รู้ว่านางทำเช่นไรเขาจึงหลงใหลเช่นนี้ หากเขาเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติเขาคงคิดไปแล้วว่านางทำเสน่ห์ใส่เขา ตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่าเขาไม่อาจขาดนางไปได้
“อื้อออ” เสียงหวานร้องครางออกมาอย่างรำคาญ พร้อมขยับหนีมือที่มาก่อกวน ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างเอ็นดู แต่ก็ยังไม่หยุดก่อกวนคนที่นอนอยู่ มือหนายังลงลูบไล้ใบหน้าหวานไม่หยุด พร้อมกับลากนิ้วโป้งไปนวดคลึงริมฝีปากอิ่ม
“อืออ” ดวงตาหวานลืมขึ้นมองคนที่ก่อกวนอย่างรำคาญ คนที่เข้ามาก่อกวนนางถึงในห้องได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น “ท่านกลับมาทำไมอีก”
ตอนนี้มันใช่เวลาหรือที่จะมาก่อกวนนางในตอนนี้ นี่เขาไม่หลับไม่นอนหรือ
“ข้านำเงินห้าหมื่นตำลึงมาให้เจ้า” เขาผายมือไปทางหีบเงินที่นางนำมาด้วย เพื่อบอกให้นางรู้ว่าเขากลับมาที่นี่อีกทำไม
“ห้ะ!!” หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึง ห้าหมื่นตำลึงไม่ใช่เงินน้อย ๆ เขาไปหามาจากที่ใด หากจะบอกว่ากลับไปเอาที่เมืองหลวงก็คงไม่เร็วเพียงนี้
“เงินห้าหมื่นตำลึงของเจ้า จะตรวจนับดูหรือไม่” เขาไม่ได้สนใจใบหน้าที่ตกตะลึงของนาง ยังคงเอ่ยเรื่องเงินหน้าหมื่นตำลึงราวกับเอ่ยเรื่องลมฝน
“พรุ่งนี้ค่อยเอามาก็ได้ ข้ามิได้บอกว่าต้องเอามาวันนี้เสียหน่อย” หญิงสาวเลือกที่จะไม่เดินไปดู เงินมากมายเพียงนั้นผู้ใดจะไปนับไหว ขาดเกินมานิด ๆ หน่อย ๆ นางไม่คิดถือสาหรอก
“คิดว่าเจ้าคงรู้ถึงจุดประสงค์ที่ข้านำเงินมาในตอนนี้” เขารู้ว่านางไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น นางรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องการสิ่งใด ยังมีหน้ามาถามเช่นนี้อีก
“นายท่านเจ้าขา นี่ท่านไม่คิดว่าตอนนี้ดึกดื่นเกินไปสำหรับการร่วมเตียงหรือเจ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างออดอ้อน ตอนนี้นางอยากนอนมาก ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาชอบมาดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้
“หากเจ้าตกลงง่าย ๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องวุ่นวายเช่นนี้” เป็นนางที่เลือกเช่นนี้เอง
“นายท่านไม่เห็นใจเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” หญิงสาวได้แต่มองเขาตาปริบ ๆ ได้แต่หวังว่าเขาจะเห็นใจ ทว่ากลับไม่รู้เลยว่ายิ่งทำเช่นนี้ยิ่งจะทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ายิ่งเจ้าทำเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งอยากจับเจ้ากินไม่ให้เหลือกระดูก” เขาเอ่ยพร้อมกับมองนางด้วยสายตาของหมาป่าที่หิวกระหาย
“นายท่านเย่เอ๋อร์ต้องการพักผ่อนจริง ๆ เจ้าค่ะ” หญิงสาวเข้าไปซบอกของเขาอย่างรู้ความ บ่อเงินบ่อทองเช่นนี้ต้องเอาอกเอาใจเสียหน่อย หากนางทำให้เขาพอใจได้ชีวิตของนางก็สุขสบาย สามารถให้เขาช่วยเหลือเรื่องอื่น ๆ ได้
“ไม่นานหรอก” เขาลูบหัวทุยที่ซบอยู่บนอกอย่างอ่อนโยน
สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกจับแยก ตอนนี้ป๋อเหวินจ้งยังจับต้นชมปลายไม่ถูกเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น“ชุ่นเหอ!!” เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกคนสนิทด้วยความหัวเสีย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้“คนของข้าไปที่ใด!!” เมื่อสองแม่ลูกออกไปแล้ว ป๋อเหวินจ้งก็เริ่มโวยวายทันที แต่ก็ไม่เห็นคนของตนเองออกมาสักที มีเพียงเสี่ยวเอ้อที่ออกมารับหน้าแทนเท่านั้น“ไม่รู้ว่าไปที่ใดขอรับ”“ชุ่นเหอ เจ้ากล้ามากที่ทิ้งข้าไปเช่นนี้” เขาพูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นั้นหายไปไหน“ข้าคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อเสียงในห้องนั้นสงบลงหลัวไป๋เย่ก็ขอตัวกลับจวน หากไม่มีคนเห็นนางอยู่ที่จวนจะเป็นเรื่องเอาได้“ใช้งานเสร็จก็ทิ้งข้าเลยหรือ” เรื่องทุกอย่างเป็
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ







