เสียงพิณในม่านหิมะ

เสียงพิณในม่านหิมะ

last updateDernière mise à jour : 2025-08-08
Par:  BosskerrComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
26Chapitres
574Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หิมะนั้นร่วงโรยเพราะสายลม แต่หัวใจของข้า เคลื่อนไหวเพราะเสียงพิณของเจ้า เสียงที่แม้ไม่ดีดสายพิณ ก็ยังคงดังก้องอยู่ในห้วงจิต เสียงที่รอคอยว่าสักวันหนึ่งข้าจะได้รับการให้อภัย รอว่าสักวันหนึ่ง เราสองจะได้หวนกลับมาพบกันอีกครา...

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 คืนหิมะแรกกับเสียงพิณต้องห้าม

「奥様!」「奥様ぁー!」

叫び声が下から響いた。

人々の視線が一斉に、城で最も高い塔へと向けられる。

そこには、血に染まった白いドレスを身にまとい、一人の女性の姿があった。

セレーネ・モロー・レヴェンティス。

レヴェンティス公爵夫人。

いつもは穏やかで従順な彼女が、今この城で最も危険な場所に立っている。

背後では近衛兵たちが息を殺し、一歩の誤りが彼女を本当に飛び降りてしまうことを恐れ、慎重に距離を保っていた。

嗚咽が、はっきりと、胸を裂くように夜気を震わせる。

セレーネは痛みに顔を歪め、腹部を強く押さえていた。

五度目の流産。

今回は、彼女は真実を知っていた。

それは病でも、身体の弱さでもない。

すべては、跡継ぎを望まなかった、夫自身の仕業だった。

「セレーネ!」

低く重い声が背後から響いた。

振り向かなくても分かる――ディリアン――彼女の夫であり、この国の公爵だ。

セレーネは声を聞いても、振り返らなかった。

失望は、もはや振り向くことすら許さないほど深かった。

「俺の注意を引くための、またくだらない芝居か?」

冷たい声。

彼は面倒ごとを嫌う男だった。

ここへ来たのも、妻が塔に立っているという噂に耐えられなかっただけ。

セレーネは、かすかに苦笑した。かすれた声で、静かに答える。

「……まず、謝罪なさるべきではございませんか?」

視線の先には、侍女たちに囲まれて立つ一人の美しい女性がいた。

整った身なり。乱れた自分とは正反対。

ディリアンに愛される女。

彼の目には、決して自分など映らない存在。

「狂ったのか?」

嘲るような声。

セレーネはゆっくりと振り返り、夫を見つめた。

彼の目は赤く染まっていたが、その奥は氷のように冷たい。

「はい、狂っておりますわ」

そう、はっきりと告げる。

「あなたを愛してしまったがゆえに。そして、自分の五人の子どもを、あなた自身が殺されたからです!」

夜気が凍りついた。

近衛兵たちが息を呑み、ディリアンも一瞬言葉を失う。

「セレーネ、馬鹿なことを言うな」

感情を抑えようとする声。

セレーネは、血に染まるドレスのまま、哀しげに笑った。

「一度でも、わたくしを愛してくださったことはございますか?」

縋るような視線。

沈黙。

そして、彼は視線を逸らした。

「やはり、一度もございませんね」

自分の口から出た言葉が、刃となって胸に突き刺さる。

セレーネは震える息を吸い込んだ。

「もういい。降りろ、休養が必要だ」

「そのような偽りのご配慮はおやめください!」

セレーネは叫び、涙を零す。

「いっそ、わたくしを殺してくださればよろしかったのです!なぜ、何の罪もない子どもたちを……!」

「セレーネ、やめろ! 今すぐ降りろ!」

命令の声。

しかし、セレーネは一歩、後ろへ下がった。

「わたくしは飛び降り、死んで参ります。そして、子どもたちに謝るのです。

守れなかった母として、父親に殺されたことを」

「やめろ、セレーネ! 死ぬな!」

珍しく焦りを滲ませた声。

だが、セレーネは微笑んだ。

「わたくしの子どもたちの魂に誓います。あなたは必ず報いを受けるでしょう。

一生、後悔と苦しみに苛まれ続けるのです」

そして――

彼女は、身を投げた。

「セレーネ!」

ディリアンが叫び、兵たちと共に塔の縁へ駆け寄る。しかし、間に合わなかった。

骨が砕ける音。

血が地に広がる音。

セレーネの瞳は、まだ開いていた。

最後に映ったのは、塔の上から覗き込む、取り乱したディリアンの顔。

悲鳴が、夜を引き裂く。

星一つもない暗い空が、レヴェンティス公爵夫人の悲劇を静かに見下ろしていた。

……

「……セレーネ!」

はっとして、セレーネは目を見開いた。

息が荒く、溺死から救われた人のようだった。

目の前に立っているのは、ディリアン・レヴェンティス。

冷静で、冷酷で、鋭い眼差し。

背後には医師と侍女たち。薬の匂いが部屋に満ちている。

すべてが現実のように感じられた。

まるで、かつて彼女の命が尽きたあの舞台と同じように。

視線を横に向け、小さな机の上の時計を見つめた。

この日は、彼女が死ぬ二年前だ。

夜風が、わずかに開いた窓から入り込み、塔から落ちたあの夜と同じ匂いを運んできた。

記憶が蘇る。

体は地面に激突し、凄まじい痛み、そして暗闇に包まれた。

腹部に手を伸ばす。

包帯に覆われ、温かく、血が滲んでいる。

死んだはずなのに、生きている。

「奥様、手から出血しております。すぐに点滴を」

医師の声に、セレーネは硬直したまま頷く。

「医者の邪魔をするな」

ディリアンの苛立った声。

セレーネは深く息を吸った。

脳裏に浮かぶのは、自分の亡骸、人々の悲鳴、そして――

生まれることのなかった、五つの命。

ゆっくりと、夫を見上げる。

静かで、はっきりとした声。

「ディリアン様」

「何だ」

セレーネは、真っ直ぐ彼の目を見つめた。

「離婚しましょう」

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
26
บทที่ 1 คืนหิมะแรกกับเสียงพิณต้องห้าม
หิมะแรกของปีมาถึงเร็วกว่าทุกครา เร็วจนชาวบ้านในหมู่บ้านอวิ๋นหลิงต่างกล่าวขานว่าเป็นลางร้าย บ้างว่าเพราะปีนี้ดวงดาวเรียงตัวผิดแผก บ้างก็ลือกันว่าเป็นเพราะเสียงพิณต้องห้ามกำลังจะกลับมา ทว่าในสายตาของลู่จิ่นซาน หิมะแรกนั้นกลับงดงามเหลือเกินชายหนุ่มในชุดขนสัตว์สีเทานั่งอยู่บนหลังม้า บนไหล่ของเขามีเกล็ดหิมะโปรยปรายปกคลุมเป็นแผ่นบาง เขาเงยหน้ามองผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยละอองขาว ก่อนจะถอนใจเบา ๆ พลางมองไปยังทางลาดสู่ภูเขาหมอกเบื้องหน้า“หิมะเช่นนี้ หากมิใช่เพื่อป่าหยก คงไม่มีผู้ใดยอมเดินทางผ่านเขตนี้”เขาพึมพำกับตนเอง ริมฝีปากแดงเรื่อท่ามกลางความเย็นยะเยือกเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านซอกผาหิน พัดพาเอาเกล็ดหิมะลอยว่อน ราวกับมีเสียงกระซิบแว่วมากับสายลม เสียงที่คล้ายเสียงสายพิณขาดสะบั้น เสียงที่หาได้จากที่ใดมิได้ นอกจากภูเขาหมอกในคืนหิมะแรกเช่นนี้“เจ้าก็ได้ยินใช่หรือไม่?” จิ่นซานถามม้าคู่ใจอย่างเอื่อยเฉื่อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคล้ายจะเหม่อลอย แต่วาววับไปด้วยบางอย่างที่คล้ายความหวาดกลัวม้าเงียบ แต่โลกกลับมิใช่เงียบเช่นนั้นเสียงหนึ่ง เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน แว่วมาแตะหูเขาเสียงพิณ...จิ่นซานชะงัก หัวใจเต้นแ
Read More
บทที่ 2 หญิงผู้นั้นคือใคร?
แสงจันทร์ทอดทอลงมาผ่านม่านหมอกบาง ทาบเงายาวของต้นไม้ลงบนทางลาดเขา ลู่จิ่นซานควบม้าลงจากภูเขาช้า ๆ พลางหันมองกลับไปยังยอดเขาอีกครั้งเสียงพิณเงียบไปแล้วจริง ๆ แต่หัวใจเขายังคงกังวานด้วยเสียงนั้นไม่จางคืนนั้น เขากลับถึงโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านอวิ๋นหลิงช้ากว่าทุกครั้ง สภาพของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยหิมะ เสื้อคลุมชุ่มน้ำเย็นจนแทรกถึงกระดูก“อ้าวคุณชายลู่! ข้านึกว่าท่านหลงป่าหิมะไปแล้วเสียอีก!”เจ้าของโรงเตี๊ยมชราร้องทัก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเขาแบกพิณดำลงมาจากหลังม้า“ไปที่ภูเขาหมอกมาหรือ? นั่นมัน หุบเขาต้องห้ามเลยนะขอรับ!”ลู่จิ่นซานพยักหน้าน้อย ๆ ไม่กล่าวสิ่งใด พลางเดินเข้าไปยังห้องพักชั้นบนสุด เมื่อถึงห้อง เขาวางพิณลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างหน้าต่าง ก่อนจะหย่อนกายลงกับเบาะผ้าทออย่างหมดแรง มือเรียวยาวของเขาเลื่อนปลายนิ้วแตะลงบนสายพิณหนึ่ง อย่างเบาที่สุดพลิ้ว~เสียงสายสะท้อนออกมาเบาราวเสียงหายใจ แต่กลับกระเพื่อมในอากาศเหมือนละอองหิมะที่ถูกปล่อยจากท้องฟ้าท่วงทำนองเพียงหนึ่งสาย ทำให้ภาพที่เขาเห็นบนภูเขากลับมาแจ่มชัดในหัวอีกครั้งหญิงสาวผู้นั้น...นางคือใครกันแน่?เหตุใดจึงมีพิณอันลี้ลับเช่นนี้อยู่กับนา
Read More
บทที่ 3 นักพิณที่ไร้เงา
เสียงพิณนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว แม้ว่าแสงแดดอ่อนจะส่องลอดม่านหิมะลงมาแทนเงาจันทร์เมื่อคืน แต่ลู่จิ่นซานกลับไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความฝันหรือความจริงเขาถือบันทึกเก่าเล่มหนึ่งกลับมาที่ห้องของตนในโรงเตี๊ยม หนังสือที่ไม่มีชื่อในสารบบตำราใด หนังสือที่เจ้าของร้านยังกล่าวว่า “ไม่ควรมีผู้ใดเอ่ยถึงอีกต่อไป”บทเพลงต้องห้ามแห่งหิมะนั่นคือชื่อบนหน้าปก ซึ่งหมึกซีดจางลงราวถูกสายลมแห่งกาลเวลาเกาะกัดทีละหยดทีละหยด หากแต่ว่าเพียงแค่แตะปลายนิ้วลงบนปก เสียงพิณในหัวเขาก็กลับมากระเพื่อมทันทีเขานั่งลงข้างหน้าต่าง ห่มผ้าคลุมตัวแน่นหนา ก่อนจะเปิดอ่านหน้าตำราอย่างระมัดระวัง หน้ากระดาษแผ่นแรกปรากฏลายมือหวัดเล็ก ตัวอักษรเขียนด้วยหมึกแดงหม่น ราวกับผสมเลือดเข้าไป“ผู้ใดได้ยินเพลงนี้ในยามหิมะแรก จงรู้ไว้เถิด ว่าดวงวิญญาณเจ้าเคยข้องแวะกับมันในภพก่อน”“พิณนี้ มีเจ็ดสาย เจ็ดเสียง เจ็ดชะตา หากใครบรรเลงครบถ้วน หนึ่งชีวิตจะดับ หนึ่งคำสาปจะคลาย”จิ่นซานขมวดคิ้ว “หนึ่งชีวิตจะดับ...” เขาทวนในใจเขาไล่สายตาอ่านต่อ ภายในเป็นเรื่องเล่ารวบรวมจากยุคโบราณ บ้างอ้างว่าเป็นบันทึกจากแม่ทัพคนหนึ่ง บ้างกล่าวว่าเป็
Read More
บทที่ 4 ความจริงของเสียงพิณในอดีต
สะพานกลางหิมะ เป็นสะพานไม้เก่าคร่ำที่ทอดข้ามลำธารแข็งตัวแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างหมู่บ้านอวิ๋นหลิงกับแนวป่าทางเหนือ ว่ากันว่าในอดีตสะพานนี้เคยเป็นทางผ่านของขบวนเกวียนหลวง แต่ภายหลังเมื่อเส้นทางเปลี่ยน เส้นสะพานก็ถูกทอดทิ้งให้หิมะถมทับจนเหลือเพียงไม้ผุ ๆ กับราวจับที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งใสวาว แต่ยามนี้มันกลับดูเหมือนสถานที่ต้องมนตร์ลู่จิ่นซานยืนอยู่ปลายสะพานอีกฝั่งหนึ่ง หิมะยังคงร่วงเบา ๆ สลับกับเสียงน้ำแข็งแตกร้าวเบา ๆ ใต้ฝ่าเท้าเขารอ...และนางก็มาตามสัญญา...อวี้หลานในชุดขาวยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสะพาน เงียบงัน ไม่พูด ไม่ขยับ ไม่มีพิณในมือ แต่กลับคล้ายมีกลิ่นของเสียงพิณลอยคลุ้งรอบร่างนางวันนี้ นางไม่ได้ปิดหน้าอีก หากแต่หน้าของนางก็ยังเลือนรางเช่นเดิม ราวกับสวรรค์ยังไม่อนุญาตให้เขาจำลู่จิ่นซานเป็นฝ่ายก้าวขึ้นสะพานก่อน ฝีเท้าแต่ละก้าวช้าและมั่นคง หิมะดังกรอบแกรบใต้รองเท้าหนัง“ข้ามาแล้ว” เขาเอ่ย“ข้ารู้” นางตอบเรียบ ๆ “เจ้าคือผู้เดียวที่มาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภพใด”“ข้าหมายถึงครั้งนี้” จิ่นซานเอ่ยเบา “ในภพนี้ ข้าก็มา”นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “เหตุใดจึงดื้อดึง?”“เพราะข้าไม
Read More
บทที่ 5 ตำนานเพลงพิณหิมะต้องสาป
รุ่งสางของวันที่สาม หิมะยังไม่หยุดตก และดูจะไม่มีวี่แววว่าจะหยุดในเร็ววันท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านอวิ๋นหลิงปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวอมเทา ราวกับสวรรค์เบื้องบนกำลังปิดฉากเวทีให้เสียงหนึ่งได้ดังก้องขึ้น เสียงที่ไม่ใช่จากธรรมชาติ หากเป็นเสียงแห่งความทรงจำลู่จิ่นซานนั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง กล่องพิณไม้ดำยังวางอยู่ตรงหน้า สายพิณเส้นแรก ปรากฏขึ้นแล้ว ไม่มีใครแตะ ไม่มีใครเปิดกล่องนั้น แต่มันกลับผุดขึ้นมาอย่างเงียบงัน คล้ายถูก “เรียกคืน” ด้วยเสียงบางอย่างในใจ“สายหนึ่ง…ลืม”เขาได้ยินคำนี้อีกครั้ง แม้ไม่มีเสียงใดพูด จิ่นซานยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเกือบจะแตะสายพิณเส้นนั้น แต่แล้วกลับชะงักกะทันหัน กล่องพิณนี้มีบางอย่างอยู่ในนั้นที่ไม่ใช่เพียงเครื่องดนตรีเขาลุกขึ้น หยิบกล่องนั้นเข้าห่อผ้าอย่างแน่นหนา แล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งตรงไปยังสถานที่เดียวที่พอจะให้คำตอบแก่เขาได้ที่นั่นก็คือหอจารึกหมอกจันทร์...หอจารึกหมอกจันทร์ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน เป็นเรือนไม้สามชั้นหลังใหญ่ที่ถูกสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์ก่อน ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใครคือผู้ก่อตั้งบ้างว่าเป็นนักพรตผู้เร้นลับ บ้างว่าเป็นบัณฑิตสำนักหลวงที่ลี้ภัยมาอยู
Read More
บทที่ 6 ตำนานเสียงพิณก่อนคืนหิมะคลั่ง
หลังออกจากหอจารึก ลู่จิ่นซานไม่ได้กลับโรงเตี๊ยมในทันที หากแต่เดินทอดเท้าไปตามตรอกหิมะของหมู่บ้านอวิ๋นหลิง เงียบงันราวเมืองที่ถูกฝังอยู่ใต้ม่านขาวเขาเดินอย่างไร้จุดหมาย แต่หัวใจกลับมีเป้าหมายชัดเจนยิ่งนัก เขาต้องรู้ให้ได้ว่าตำนานพิณต้องห้ามนั้นเกี่ยวพันกับเขาและอวี้หลานอย่างไรในภพก่อน และบทเพลงนั้นมีจุดจบเช่นใดเมื่อเดินผ่านศาลเจ้าร้างเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเล็ก ๆ ข้างหมู่บ้าน จู่ ๆ หูเขาก็แว่วเสียงบางอย่าง เสียงรัวสายพิณเพียงวูบเดียวแล้วเงียบลงเขาหยุดชะงัก หันมองรอบกาย ไม่มีผู้ใด ไม่มีรอยเท้า มีเพียงร่องรอยหิมะบาง ๆ ที่ไถลคล้ายกับมีเงาบางอย่างเคลื่อนไหวผ่านไปก่อนหน้าเขาไม่นานเสียงนั้นมาจากในศาลเจ้า...ลู่จิ่นซานก้าวขึ้นบันไดไม้ผุอย่างระแวดระวัง เมื่อดันประตูไม้คร่ำคร่าเข้าไป กลิ่นอับของธูปเก่าและฝุ่นโบราณก็ลอยเข้าจมูกภายในศาลเจ้ามีรูปสลักเทพสวมหมวกพิณโบราณ มือข้างหนึ่งยกดีดสายพิณ มืออีกข้างแตะที่หน้าอกตนเอง บรรยากาศเย็นเยียบราวกับกาลเวลาไม่อาจเคลื่อนไหวภายในที่แห่งนี้ เขาเดินเข้าไปช้า ๆ แล้วก็เห็นสิ่งหนึ่งวางอยู่บนแท่นบูชามันเป็นแผ่นไม้ไผ่หนึ่งชิ้น...ลู่จิ่นซานหยิบมันขึ้นมาอย่า
Read More
บทที่ 7 ลมหายใจของสายพิณ
หิมะยังไม่หยุดตกในคืนที่สาม ชาวบ้านในหมู่บ้านอวิ๋นหลิงเริ่มมีสีหน้าหวาดระแวง ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีการจุดไฟเล่นในลานกลางหมู่บ้านเช่นทุกปีเมื่อหิมะแรกมาเยือน มีแต่แววตาเหลียวมองฟ้าอย่างหวาดกลัว ราวกำลังรอคอยบางสิ่งที่มองไม่เห็น หากใกล้เข้ามาภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมชั้นบนสุด ลู่จิ่นซานจ้องมองกล่องพิณเบื้องหน้า สามสายปรากฏแล้วลืม...จำ...โทษ...และคืนนี้ เขารู้สึกได้ว่าสายที่สี่กำลังจะตื่นขึ้น!เขาไม่รู้ว่าการดีดแต่ละสายเกิดขึ้นเพราะฝัน หรือเพราะหัวใจเขาเริ่มยอมรับว่าอดีตคือเรื่องจริง แต่สิ่งที่รู้แน่ คือยิ่งเขาจำได้มากขึ้น เสียงของนางก็ชัดเจนมากขึ้นในหัว“อวี้หลาน…” เขาพึมพำ “เจ้ารอข้าอยู่ที่ใดกันแน่”ก่อนรุ่งสาง ลู่จิ่นซานกลับไปยังศาลเจ้าร้างอีกครั้ง เขาเชื่อว่าเสียงลมหายใจของพิณ คือเสียงของวิญญาณที่ยังไม่จากไป เมื่อเขาก้าวเข้าไปในศาลครานี้ กลับไม่พบแค่ความเงียบตรงกลางห้อง มีหญิงสาวในชุดขาวนั่งหันหลังให้ ร่างนางนิ่งงัน แต่กลิ่นของดอกเหมยและเสียงสายพิณที่ไม่ถูกรบกวนยังคงลอยล่องอยู่รอบกาย“เจ้ามารอข้าใช่หรือไม่” เขาถามหญิงสาวไม่ตอบ ลู่จิ่นซานย่อตัวลงเบื้องหลังเงานั้น ห่างเพียงไม่ถึ
Read More
บทที่ 8 หญิงผู้มีเสียงแทนดาบ
ยามรุ่งสางของวันที่สี่ หิมะไม่หยุดตก ทว่าในความหนาวเยือกนั้นกลับมีเสียงฆ้องดังก้องไปทั่วหมู่บ้านอวิ๋นหลิง“ราชโองการจากวังหลวง! ผู้ใดครอบครองพิณต้องห้าม จงมอบตนออกมา!”“มิฉะนั้นจะถือว่าคิดกบฏ!”ลู่จิ่นซานยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องพักชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม ม่านหิมะเบื้องหน้าไม่ได้บดบังแววตาที่เงียบงันของเขาเลยแม้แต่น้อยเบื้องล่าง ทหารหลวงกว่าสิบคนกำลังตรวจค้นบ้านเรือนทีละหลัง พวกเขาสวมเกราะเงินดำปักตราดอกเหมยแดงบนบ่าตราของ “หน่วยหลิงอิ๋น” หน่วยลับที่ขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้ ไม่มีใครกล้าขัดขืน ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธ เขากำกล่องพิณแน่น ร่างไม่ไหวติงคืนนี้ สายพิณเส้นที่หกเริ่มสั่นขึ้นโดยที่เขายังมิได้สัมผัส“สายหก…รัก”ก่อนรุ่งสาง ฟ้ายังคล้ำ ลมหนาวตัดผ่านช่องหน้าต่างอย่างไร้ปรานี แต่ในอกเขากลับอบอุ่นร้อนผ่าว ราวเปลวเพลิงแห่งอดีตที่ยังคงลุกไหม้ไม่จาง เขารู้ว่าราชโองการครั้งนี้มิได้มีเป้าหมายแค่ “พิณ” หากแต่เป็น “ผู้ดีด” ต่างหาก ประตูห้องพักถูกเคาะแรงสามครั้ง“ลู่จิ่นซาน ท่านอยู่หรือไม่? ข้าคือหัวหน้าหน่วยหลิงอิ๋น ได้รับบัญชาให้นำท่านเข้าสู่เมืองหลวง!”เสียงนั้นเข้มแข็งแต่ไร้ความโกรธ มีเพียงน้ำเส
Read More
บทที่ 9 สะพานกลางหิมะกับบทเพลงที่ขาดหาย
หิมะเริ่มตกหนาในยามสาย ลู่จิ่นซานกับอวี้หลานออกเดินทางจากวังหลวงอย่างเงียบงัน โดยใช้ชื่อของตำหนักไป๋อวี้กงเป็นเหตุผลว่ากำลังบำเพ็ญสมาธิภายนอก เป็นสิทธิ์ที่นักดนตรีหลวงได้รับเมื่อเกิดแรงบันดาลใจหรือค้นหาท่วงทำนองใหม่ขบวนมีเพียงม้าสองตัว ไม่มีผู้ติดตาม เขตต้องห้ามที่ทั้งสองจะไปนั้นไม่ปรากฏบนแผนที่ของทางการ แต่มีในความทรงจำของอวี้หลาน ราวกับเป็นภาพสลักลึกที่ไม่มีวันจาง“ชื่อสะพานนั้นคืออะไรหรือ?” ลู่จิ่นซานถามขึ้น ขณะม้าเหยาะฝ่าแนวป่าสน“สะพานไป๋เสวี่ย” นางตอบเสียงเบา “สะพานหิมะขาว”“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้จากบันทึกใด”“ไม่มีใครบันทึกไว้” อวี้หลานทอดสายตาไปยังหิมะร่วง “เพราะมันเป็นสะพานที่ไม่ควรมีอยู่”ยามบ่ายหิมะโปรยปกคลุมทุกทาง และในที่สุด ทั้งสองก็เดินทางมาถึงเชิงเขาเตี้ย ๆ ซึ่งมองแทบไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เมื่อแหวกม่านเมฆออก ก็ปรากฏสะพานไม้เก่าที่ทอดยาวข้ามหุบเหวลึกสะพานนั้นไร้ราว ไม่มีเครื่องป้องกันใดเพียงแผ่นไม้บาง ๆ ถูกวางเรียง ราวกับเชื้อเชิญให้ผู้กล้าข้ามผ่าน หรือผู้หมดหวังปล่อยตนให้ตกลงปลายสะพานอีกฝั่งหนึ่งคือโขดหินสูงที่มีต้นเหมยต้นเดียวขึ้นโดดเดี่ยว ใต้ต้นเหมยนั้น มีแท่นหินส
Read More
บทที่ 10 กุญแจแห่งท่วงทำนอง
หิมะหยุดตกในรอบร้อยปี ท้องฟ้ายามเช้าสีฟ้าอ่อนจาง ๆ เจือแสงทอง ต้นเหมยต้นเดียวที่ปลายสะพานไป๋เสวี่ย กำลังผลิดอกทีละกลีบอวี้หลานนั่งสงบนิ่งใต้ต้นไม้นั้น สวมชุดขาวผืนเดิม มีรอยชื้นที่ปลายแขนเสื้อซึ่งปัดกลีบเหมยเมื่อคืนก่อนลู่จิ่นซานยืนอยู่ใกล้ ๆ มือยังคงแตะอยู่บนพิณเจ็ดสายที่เพิ่งสมบูรณ์ แววตาเขาเปลี่ยนไป เงาสงครามในอดีตคล้ายถูกลบเลือนทีละนิด แต่แล้ว เสียงหนึ่งในใจเขาดังขึ้นอีกครั้ง“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าท่อนสุดท้ายที่เจ้าเล่นเมื่อคืนนี้เคยเป็นอาวุธที่ลอบสังหารฮ่องเต้”เขาขมวดคิ้ว เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอวี้หลาน แต่เป็นเสียงในความทรงจำ เสียงของชายชราในอดีตที่เคยเป็นอาจารย์ผู้สอนเขาเรียบเรียงเพลงครั้งแรกในวัยเยาว์“อวี้หลาน” เขาเอ่ยเรียก ขณะที่หญิงสาวยังหลับตานิ่ง“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เพลงนี้ เคยถูกใช้เพื่อสังหารฮ่องเต้?”อวี้หลานลืมตาขึ้นช้า ๆ สายตานางสงบนิ่ง แต่มีบางอย่างในแววตาฉายประกายลึก“ข้ารู้” นางตอบเบา “แต่ข้าไม่เคยพูด เพราะข้าไม่แน่ใจว่าเจ้ายังจำได้มากเพียงใด”ลู่จิ่นซานนั่งลงตรงข้าม“ข้าจำได้เพียงว่า ข้าแต่งท่อนสุดท้ายขึ้นหลังสงครามจบ”“แต่ไม่รู้ว่าไยถึงกลายเป็นเพลงต้องห้ามของราชส
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status