Share

 กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น
กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น
Penulis: sanvittayam

เหมือนโลกหยุดหมุน 1.1

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-01 10:09:28

บทที่ 1

เหมือนโลกหยุดหมุน

จวนราชครูหลิน

สตรีใบหน้างดงาม กิริยาเรียบร้อยกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือของตน ท่าทางสง่างามในทุกการเคลื่อนไหว มือขาวนวลของนางถือพู่กันด้วยความชำนาญ แสดงถึงความเป็นผู้รู้ที่สั่งสมจากการฝึกฝนมานาน นางกำลังคัดอักษรด้วยความตั้งใจ แผ่นกระดาษขาวสะอาดถูกเติมแต่งด้วยตัวอักษรที่งดงามอ่อนช้อยและเป็นระเบียบ เสียงของพู่กันยามตวัดลงบนกระดาษดังก้องภายใต้ความเงียบสงบ

บุตรสาวของท่านราชครูนามว่าหลินซูหนานผู้นี้ เป็นหญิงสาวที่ฉลาดหลักแหลมและเข้มแข็งยิ่ง นางไม่เคยยอมให้ใครมารังแกโดยไม่ตอบโต้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนหวานอยู่ในตัว ทุกการกระทำและถ้อยวาจาที่เอื้อนเอ่ยมักแสดงออกถึงความ

สง่างาม นางเป็นโฉมสะคราญที่มีจิตใจกล้าแกร่งและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความเมตตาและอ่อนโยนต่อ

ผู้ที่สมควรได้รับ

ไม่เพียงแค่บุคลิกที่ดูสง่างามเท่านั้น หลินซูหนานยังเป็นหญิงสาวที่มีความงามที่สามารถสะกดทุกสายตาที่พบเห็นได้อย่างยิ่งยวด ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวานละมุน ผิวพรรณ

ขาวนวลละเอียดดุจหยก เนื้อแก้มมีสีระเรื่อ ราวกับกลีบดอกบ๊วย ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนดูชุ่มชื่นดุจดอกไม้ที่เบ่งบานในยามเช้า

ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับการคัดอักษร จู่ ๆ ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้น เซียงลี่ สาวใช้คนสนิทของหลินซูหนานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เสียงหอบหายใจของสาวใช้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้อง

เซียงลี่หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะหนังสือ นางพยายามจะควบคุมลมหายใจที่หอบเหนื่อยให้สงบลง แต่ยังคงมีความกังวลฉายชัดอยู่ในดวงตา

หลินซูหนานเงยหน้าขึ้นจากกระดาษที่นางกำลังคัดอักษรมองอีกฝ่ายด้วยสายตาสงบนิ่ง นางไม่ได้แตกตื่นไปกับสาวใช้เลยแม้แต่น้อย ก่อนจะกล่าวตำหนิออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่หนักแน่นว่า

“เซียงลี่ สำรวมกิริยาของเจ้าเสียบ้าง วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเช่นนี้ไม่สมกับการเป็นสาวใช้ที่ข้าฝึกสอนมาเลย”

“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวเพียงแต่กังวล...” เซียงลี่

ก้มหน้าลงด้วยความละอาย ที่ตนเองนั้นแสดงกิริยาไม่งามออกมา

หลินซูหนานตัดบทขึ้นมาโดยไม่รอให้อีกฝ่ายกล่าวประโยคต่อมา

“เกิดเรื่องใดกันถึงทำให้เจ้าต้องเร่งรีบเช่นนี้”

เซียงลี่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนจะกล่าวด้วยเสียงที่ยังคงแฝงความกังวล

“คุณหนู ตอนนี้มีขันทีคนสนิทของฝ่าบาทมาจากในวังหลวงเพื่อมอบราชโองการแก่สกุลหลินเจ้าค่ะ”

“เรื่องแค่นี้เองหรือ เหตุใดเจ้าจะต้องมาโวยวายบอกข้า โดยปกติท่านพ่อก็รับราชโองการจากฝ่าบาทเป็นประจำอยู่แล้วนี่” หลินซูหนานถอนหายใจออกมาเล็กน้อย พร้อมกับส่ายหน้าให้กับอาการของสาวใช้ที่ดูจะร้อนรนจนเกินเหตุ

เซียงลี่รีบส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความร้อนรน ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างกังวลใจ

“ไม่ใช่แค่นั้นนะเจ้าคะคุณหนู เรื่องนี้บ่าวคิดว่าคุณหนูไม่สนใจไม่ได้เจ้าค่ะ เพราะบ่าวแอบได้ยินมาว่าราชโองการที่ฝ่าบาทมอบให้สกุลหลินในครั้งนี้นั้น ก็คือพระราชโองการเพื่อมอบสมรสพระราชทานระหว่างคุณหนูกับองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ฟังคำของสาวใช้คนสนิท พู่กันที่อยู่ในมือของหลิน

ซูหนานร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่รู้ตัว เสียงพู่กันกระแทกพื้นดังก้องท่ามกลางความเงียบงัน มือของนางสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ

นางรีบควบคุมอารมณ์ของตนเอง พลางถามย้ำเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง

“เจ้าว่าอย่างไรนะ สมรสพระราชทานอย่างนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะคุณหนู บ่าวได้ยินชัดเจนเลยว่าพระราชโองการคราวนี้คือ การมอบสมรสพระราชทานระหว่างคุณหนูตระกูลหลินกับองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ” เซียงลี่ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เนื่องจากนางได้ยินอย่างชัดเจน จากนั้นจึงรีบมาบอกคุณหนูของตนทันที

หลินซูหนานไม่อาจควบคุมความตกใจที่เกิดขึ้นได้ ยามนี้นางรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ใจหนึ่งหวังว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นเพียงความเข้าใจผิดของสาวใช้

หญิงสาวยืนอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะตัดสินใจบางอย่าง เมื่อตัดสินใจแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากเรือนของตนอย่างร้อนรน การก้าวเท้ายาว ๆ ของนางแสดงถึงความรีบเร่ง และความกังวลใจที่ไม่อาจปิดบังได้ สายตาของนางมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น

หลินซูหนานไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเวลานี้ใจของนางมุ่งมั่นเดินไปยังลานหน้าจวนเพื่อไปให้ถึงที่นั่นอย่างเร็วที่สุด

ภายในใจของนางเต็มไปด้วยความคิดที่สับสนและไม่แน่ใจ ‘สมรสพระราชทานกับองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ เหตุใดถึงได้กะทันหันเพียงนี้ หรือว่านี่คือแผนการทางการเมืองใดของฝ่าบาท’

เมื่อเดินมาถึงลานหน้าจวนก็พบว่ามีบ่าวรับใช้อยู่เต็มไปหมด ซึ่งทุกคนต่างมองมาที่นางด้วยความสนใจ บ้างแสดงความกังวล บ้างแสดงความตื่นเต้น โดยมีขันทีคนสนิทของฝ่าบาทยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในชุดเครื่องแบบของราชสำนัก ใบหน้าของเขายิ้มแย้มขณะรอการมาถึงของนาง

หลินซูหนานหยุดยืนห่างจากกลุ่มคนเหล่านั้นเล็กน้อย พยายามสงบสติอารมณ์และควบคุมความรู้สึกของตนเอง

“มาแล้วหรือคุณหนูหลิน ข้าจะได้อ่านพระราชโองการเสียที ตระกูลหลินรับพระราชโองการ” ขันทีคนสนิทกล่าวกับนางด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง นั่นทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณหน้าจวนรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที

โหวกงกงยิ้มออกมา ก่อนจะเริ่มคลี่พระราชโองการออกอ่าน เสียงประกาศของเขาดังก้องกังวานไปทั่วลานกว้าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 2.2

    ตอนพิเศษ 2.2ฉู่ตงฟางนั่งลงข้างๆ ฉู่สือ โดยพิจารณาความคิดนี้อย่างละเอียด ก่อนจะกล่าวขึ้น “แล้วจะมีวิธีการไหนบ้างที่เจ้าจะใช้ในการคำนวณมูลค่าของสินค้าบนเรือ”“ข้าสามารถแบ่งประเภทสินค้าออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ขอรับ เช่นสินค้าแบบหยกหรืออัญมณี จะมีมูลค่าสูง ในขณะที่สินค้าธรรมดาอย่างอาหารหรือเครื่องใช้ จะมีมูลค่าต่ำกว่า ซึ่งเราจะต้องมีการกำหนดอัตราเทียบเคียงกันด้วย” ฉู่สืออธิบายต่ออย่างเชี่ยวชาญ“ฟังดูดีมีเหตุผลมาก” ฉู่ตงฟางพยักหน้าเห็นด้วยฉู่ตงฟางพิจารณาความคิดของลูกชายก่อนจะถามอย่างจริงจังอีกครั้ง “แล้วเจ้าคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ จะทำให้ลูกค้าพอใจหรือไม่”“ข้าเชื่อว่าหากพวกเราชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน พวกเขาจะเข้าใจและเห็นความสำคัญขอรับ เราต้องทำให้เจ้าของเรือรวมถึงลูกค้าอื่น ๆ รู้ว่าวิธีการนี้จะทำให้เขาได้กำไรมากขึ้น เพราะสินค้าบางอย่างที่มูลค่าไม่สูงมาก พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง” ฉู่สือกล่าวอย่างมั่นใจ“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นพ่อจะให้เจ้าไปอธิบายเรื่องนี้กับเจ้าของเรือและลูกค้าในวันพรุ่งนี้” ฉู่ตงฟางกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ“ขอรับท่านพ่อ ขอบคุณที่เชื่อมั่นใจตัวลูก” ฉู่สือตอบรับด้วยความตื่นเต้น

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 2.1

    ตอนพิเศษ 2.1สิบปีต่อมาฉู่ปิ่งเติบโตเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งและกล้าหาญที่สุดในเมืองท่าแห่งนี้ ปีนี้เขาอายุสิบสามแล้ว เป็นเด็กหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นและขยันขันแข็งในทุกสิ่งที่ทำ โดยเฉพาะในด้านการเรียนและการฝึกวรยุทธ ฉู่ปิ่งเข้าเรียนที่สถานศึกษาของเมืองท่า โดยมีอดีตราชบัณฑิตเจียงจวนหยางเป็นผู้สอน เขาสอนทั้งวิชาการและการต่อสู้ ทำให้ฉู่ปิ่งเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ จนได้รับการยอมรับจากอาจารย์และสหายร่วมชั้นในแต่ละปีเวลามีงานเทศกาลประจำเมือง ฉู่ปิ่งมักจะเข้าร่วมการประลอง เขาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของตนอย่างเต็มที่ ในปีนี้ก็เช่นกัน เขาผ่านรอบสุดท้ายโดยมีคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่และดุดันชื่อว่าเหอจิ้ง ซึ่งเป็นนักสู้รุ่นพี่ที่มีฝีมืออันดับต้น ๆ ในเมืองท่าท่ามกลางเสียงร้องของผู้คนในงานเทศกาล ฉู่ตงฟาง หลินซูหนาน และน้องสาวน้องชายของฉู่ปิ่ง นั่งอยู่ในที่นั่งที่ดีที่สุด พวกเขามองไปที่ฉู่ปิ่งด้วยความหวังและความภูมิใจในตัวเขา“ฉู่ปิ่ง ตั้งใจสู้ให้ดี” หลินซูหนานตะโกนให้กำลังใจบุตรชาย ขณะที่ฉู่ปิ่งยืนอยู่ในวงล้อมการประลอง“ใช่ แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราคือใคร” ฉู่ตงฟางเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยความตื่นเต้นฉู่ปิ่งม

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 1.2

    ตอนพิเศษ 1.2ก่อนที่หมอจะออกจากห้อง ก็แนะนำเกี่ยวกับยาบำรุงครรภ์ที่จำเป็น และหยิบยาออกมาสองเทียบส่งให้ฉู่ตงฟาง พร้อมกับแนะนำว่า “ให้ฮูหยินใช้ยานี้บำรุงร่างกาย ต้องต้มกินวันละสามเวลา หากหมดก็ให้ไปรับยาได้ที่โรงหมอของข้าได้”“ขอบคุณท่านหมอมาก” ฉู่ตงฟางกล่าวขอบคุณอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุข เขารับยาจากหมออย่างระมัดระวังเมื่อหมอกลับออกไปแล้ว ฉู่ตงฟางนั่งอยู่ข้างหลินซูหนานด้วยความรักและเอาใจใส่ นางยังคงนอนอยู่บนเตียงในสภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย ทว่าภายใต้สีหน้าที่ซีดขาวนั้น กลับมีความรู้สึกดีใจอยู่เต็มเปี่ยม“ซูหนาน ข้าตื่นเต้นและดีใจมากที่เราจะมีเจ้าก้อนแป้งกันแล้ว” เขากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาและอ่อนหวานหลินซูหนานยิ้มอย่างหวานละมุน “ข้าก็รู้สึกดีใจเหมือนกันครอบครัวของพวกเราจะสมบูรณ์แล้วนะเจ้าคะ” นางกล่าวอย่างมีความสุข“ต่อจากนี้ไป ข้าจะดูแลเจ้าตลอดเวลา เจ้าจะต้องพักผ่อนมากๆ ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องลำบาก ส่วนเรื่องขายของข้า จะสั่งให้คนมาช่วย” ฉู่ตงฟางก้มลงมองนางอย่างรักใคร่“เจ้าค่ะ” หลินซูหนานตอบอย่างไม่มีปัญหาเพราะนางก็อยากรักษาตนเองให้ดีที่สุดเพื่อเจ้าก่อนแป้ง“พักผ่อนเถอะ ข้าจะอยู่ก

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 1.1

    ตอนพิเศษ 1.1หลังจากที่ฉู่ตงฟางและหลินซูหนานได้ล่องเรือเที่ยวไปตามเมืองต่าง ๆ จนพอใจแล้ว สุดท้ายทั้งคู่ก็ตัดสินใจปักหลักที่เมืองท่าแห่งหนึ่ง เมืองนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม พร้อมด้วยท่าเรือที่คึกคัก ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงามของแม่น้ำสายใหญ่ จึงทำให้ทั้งสองรู้สึกว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการสร้างชีวิตใหม่ฉู่ตงฟางและหลินซูหนานเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยการเปิดร้านค้าเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ ร้านค้าของพวกเขาได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม มีบรรยากาศอบอุ่นที่ดึงดูดลูกค้า ทั้งสองจัดทำสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่อาหาร ไปจนถึงสินค้าหัตถกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะสินค้าที่หลินซูหนานทำด้วยมือซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ร้านของทั้งสองมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว โดยตั้งร้านค้าชื่อซูหนานนอกจากการขายสินค้าแล้ว ฉู่ตงฟางยังให้บริการคุ้มภัยทางเรือแก่พ่อค้าและนักเดินทางที่ต้องการขนส่งสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ โดยตั้งชื่อสำนักคุ้มภัยซูหนานฉู่ตงฟางมีลูกน้องที่มีวรยุทธสูงส่งมากมายที่ลาออกจากการเป็นองครักษ์เพื่อมาติดตามเขา และเขาเองก็มีความสามารถในการจัดการที่ดีเยี่ยม ทำให้ลูกค้าต่างไว้ใจสำนักคุ้มภัยซูหนานของนายท่า

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.2

    บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.2การสนทนานี้จบลงด้วยความเข้าใจและความรักที่มีต่อกัน ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนและโบกมือให้กัน เป็นการกล่าวลาอย่างอบอุ่น ก่อนที่ฉู่ตงฟางจะเดินออกจากห้องทรงพระอักษร ไปสู่วิถีชีวิตใหม่ของเขา ขณะที่ฮ่องเต้ยืนอยู่ในห้องนั้น ด้วยรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องเผชิญในอนาคตหลังจากที่ฉู่ตงฟางและหลินซูหนานออกเดินทางไปท่องเที่ยว ทั้งสองก็ล่องเรือไปตามแม่น้ำที่สวยงาม โดยที่แรกที่ทั้งสองคนมุ่งไปเป็นเทือกเขาหมินซาน ที่นี่เป็นสถานที่ที่หลินซูหนานตั้งใจอยากมาเยี่ยมชมมานาน ด้วยความงดงามของธรรมชาติที่รายล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีและดอกไม้ที่บานสะพรั่งเมื่อทั้งคู่มาถึงเทือกเขาหมินซาน ทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ทำให้หลินซูหนานอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ ฉู่ตงฟางมองดูนางด้วยความรัก เขาจับมือของนางขึ้นมาจับแล้วกล่าวอย่างหยอกล้อว่า“ดูสิ สถานที่นี้สวยงามไม่แพ้เจ้าเลย”“ท่านพี่ ข้าชอบที่นี่มากจริงๆ” หลินซูหนานกล่าวด้วยเสียงสดใส ยามนี้นางไม่เรียกเขาตำแหน่งอ๋องอีกแล้ว“ข้าดีใจที่เห็นเจ้ามีความสุข” ฉู่ตงฟางกล่าวด้วยรอยยิ้มทั้งสองใช้เวลาหลายวันในการเดินชมธรรมชาติ โดยฉู่ตงฟางพานางไปเก็บดอกไม้ท

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.1

    บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.1 หนึ่งปีผ่านไปการเมืองในราชสำนักกลับมาสงบเงียบไร้ซึ่งเกลียวคลื่นใต้น้ำ ขุนนางทุกฝ่ายเริ่มเห็นพ้องต้องกัน และต่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินฮ่องเต้ต้าเฟยได้แต่งตั้งฮองเฮาคู่กาย ฮองเฮาผู้นี้เป็นญาติห่าง ๆ ของหลินซูหนาน ในช่วงเวลานี้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในวันที่อากาศสดใส ฮ่องเต้ต้าเฟยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชาวบ้านด้วยพระองค์เอง โดยมีราชครูหลินเจิ้งหานตามเสด็จไปด้วยในฐานะพระอาจารย์ของฮ่องเต้ พวกเขาเดินทางไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี ความงดงามของธรรมชาติทำให้ฮ่องเต้รู้สึกสดชื่น หลังจากที่ตรากตรำกับราชกิจอยู่ในวังมานานระหว่างที่พระองค์กำลังชมทัศนียภาพอยู่นั้น สายพระเนตรของพระองค์ก็ไปสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางทุ่งนานั้น ใบหน้าของนางสวยงามราวกับภาพวาด ผมยาวสลวยถูกลมพัดปลิวไสว ดวงตาส่องประกายมีชีวิตชีวา รอยยิ้มอ่อนหวานของนาง ดึงดูดใจพระองค์เป็นอย่างมากหญิงสาวผู้นี้กำลังช่วยชาวบ้านจัดการพืชผลที่เก็บได้ ในมือมีสมุดบัญชีอยู่หนึ่งเล่ม ซึ่งนางกำลังก้มหน้าก้มตาจดรายการพืชผลของช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status