Masukในเมื่อเห็นกับตา จะให้ปั้นหน้าแสร้งทำว่าปกติดีมันก็ยากสำหรับผู้หญิงที่ปากตรงกับใจอย่างเธอจริงๆ
เจิ้งหลุน : คุณโกรธผมรึเปล่า
ซินเจีย : เปล่า
ซินเจียพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
เจิ้งหลุน : ผมคิดถึงคุณ ให้ผมไปรับคุณที่คอนโดเย็นนี้ดีไหม เราจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน
ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอคงดีใจ แต่ตอนนี้มันรู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากอ้วกออกมา สายตาของเธอว่างเปล่าเย็นชา หยดน้ำตามันแห้งเหือดไปหมดแล้วจริงๆ
ซินเจีย : ไปกันสองคนเหรอคะ
เจิ้งหลุน : ครับ
ซินเจีย : ชวนเหมยลี่ไปด้วยได้ไหม
ซินเจียที่มีแผนในใจเกริ่นถามไป
เจิ้งหลุน : แล้วแต่คุณเลย
ข้อความโต้ตอบที่ดูปกติธรรมดา ทำให้ซินเจียเคยเชื่อหมดใจ บางครั้งที่ไปไหนมาไหนด้วยกันสามคนเจิ้งหลุนยังโชว์หวานต่อหน้าเพื่อนของเธอเลย
Trrr📞
[เหมยลี่ calling]
หลังจากชายโฉดส่งข้อความมา หญิงชั่วก็เหมือนมีเซนส์โทรมาหาเธอทันที ซินเจียจงใจไม่รับโทรศัพท์ เธอปล่อยให้มันดัง จนกระทั่งสายตัดไป อยากติดต่อเธอให้ได้ ก็คงต้องพยายามมากหน่อยนะเหมยลี่
เหมยลี่ : เป็นอะไรรึเปล่า??
พอไม่รับก็ส่งข้อความ ดูเหมือนเป็นห่วง แต่แท้จริงแล้วคงแค่อยากรู้ว่าเธอทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ได้อยู่กับเจิ้งหลุนรึเปล่าก็แค่นั้นเอง
ซินเจีย : พอดีไม่ค่อยสบาย ฉันลางานกับฝ่ายบุคคลแลัว พี่เขาไม่ได้บอกเธอเหรอ?
เหมยลี่ : บอกแค่ว่าเธอลาพักร้อน แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อมาเลย เล่นเงียบหายไปอย่างนี้จะให้ฉันไม่เป็นห่วงเธอได้ยังไง แล้วพี่เจิ้นรู้รึเปล่าว่าเธอไม่สบาย แล้วใครหาข้าวหาปลาให้กิน โอ้ย~ เดี๋ยวฉันแวะไปหาเธอตอนนี้เลย
ข้อความที่ส่งมายาวเหยียด หากเป็นแต่ก่อนเธออ่านแล้วคงรู้สึกดีใจที่มีเพื่อนทั้งรักและเป็นห่วงถึงขนาดจะบึ่งรถมาหาที่คอนโด ช่างเป็นผู้หญิงที่โง่จริงๆ เลย
ซินเจีย : เย็นนี้ว่างไหม
เหมยลี่ : ทำไมเหรอ??
ซินเจีย.: ไปกินข้าวกัน
เหมยลี่ : พี่เจิ้นไปด้วยไหม
ซินเจีย : ต้องไปด้วยอยู่แล้ว
เหมยลี่ : พี่เจิ้นจะไม่ว่าฉันเป็นก้างเหรอ
ตอแหลมาก ตอแหลสุดๆ ซินเจียคิดในใจ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าโดนเธอปั่นบ้าง เหมยลี่จะรู้สึกยังไง
ซินเจีย : ว่าบ่อยเลยล่ะ!
เหมยลี่ : [.....]
ซินเจีย : ล้อเล่นน่ะ อย่าคิดมากสิ
ข้อความที่เงียบหายไป ทำให้ซินเจียเดาว่าเหมยลี่คงกำลังโกรธจนตัวสั่นอยู่แน่นอน ถึงเธอจะโกหก แต่ก็ไม่ได้กลัวบาป เพราะสิ่งที่พวกนั้นทำกับเธอ มันเอามาเทียบกันไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวเลย
เจิ้งหลุน : คุณแต่งตัวเสร็จรึยัง ผมจอดรถรอที่ด้านล่างคอนโดแล้วนะ
ข้อความที่ส่งมาของแฟนหนุ่มไม่ได้มีผลอะไรเลย หญิงสาวยังคงแต่งหน้า แต่งตัวอย่างเชื่องช้า ถ้ารอได้ก็รอไป รอไม่ได้ก็กลับไปก่อนเลย เวลาที่นัดคือห้าโมงเย็น แต่กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็ปาไปห้าโมงสี่สิบห้านาที
"รอนานไหมคะ"
ซินเจียที่เข้ามานั่งในรถเอ่ยถามแฟนหนุ่ม หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ที่ไม่ได้เจอหน้ากัน มันทำให้แผลในหัวใจของเธอเริ่มตกสะเก็ด ไม่เจ็บมากเหมือนแต่ก่อน
"ไม่นานครับ"
ตัดบัวต้องไม่ให้เหลือใย แต่ไอ้ใยบางๆ ที่ยังคงเหลืออยู่น้อยนิดนั้นก็ทำให้เธออยากถามเจิ้งหลุนออกไปตรงๆ เหลือเกินว่า...
เคยรักฉันบ้างไหม?
แต่นั่นมันเป็นแค่ความคิดที่แว่บเข้ามาในสมองไม่ถึงห้าวินาที เพราะเธอรู้ดีแก่ใจว่าที่ผ่านมาเจิ้งหลุนไม่เคยรักเธอ เพราะสิ่งที่เขารักก็คือ 'เงิน' ของเธอ ขนาดยังไม่แต่งงานเธอยังเปย์ให้เป็นแสนๆ แล้วนับประสาอะไรกับสินสมรสที่จะแบ่งหารครึ่งกับสามี
"คุณผอมลงรึเปล่า"
คำถามนั้นดึงซินเจียให้หลุดจากภวังค์ เธอเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ ให้กับแฟนหนุ่มที่เอาใจเธอด้วยการเปิดเพลงโปรดให้ฟัง ก่อนจะยื่นมือหนามากอบกุมมือเรียวของเธอ หากเป็นแต่ก่อนคงรู้สึกอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ แต่ตอนนี้มันเหมือนเธอกำลังกุมก้อนน้ำแข็งเย็นๆ เอาไว้ และมันก็กำลังบาดมือเธอ
"อร่อยไหมที่รัก"
เสียงทุ้มถาม
"ค่ะ"
หญิงสาวพยักหน้า อาหารที่สั่งมารสชาติดี สมราคา แต่พอเหมยลี่มา หมูผัดเปรี้ยวหวานที่กำลังจะกลืนลงไปก็ไร้สรชาติขึ้นมาทันที
"ขอโทษที่มาช้านะ รถติดมากเลย"
เหมยลี่ทำหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เจิ้งหลุน แทนที่จะนั่งข้างเธอ หญิงสาวได้แต่มองและแค่นหัวเราะในใจ ที่ผ่านมาทำไมเธอถึงได้ไม่ระแคะระคายอะไรเลย
"เดี๋ยวผมไปส่งคุณนะ"
"ค่ะ"
หญิงสาวพยักหน้า ก่อนจะปรายหางตาไปมองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าบูดเป็นพักๆ
"แล้วเหมยลี่ล่ะคะ"
แกล้งถามไป แต่มือเรียวยังเกาะแขนแฟนหนุ่มไม่ห่างจากตัว ผู้หญิงที่ทำงานเก่ง ใช่ว่าจะออดอ้อนไม่เป็นสักหน่อย
"มาเอง ก็กลับเองได้ใช่ไหม"
ซินเจียพูดออกไป ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้แฟนหนุ่มที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ ช่างเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวจริงๆ
"สงสัยวันนั้นของเดือน"
ซินเจียพูดพลางหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสนิทที่ดูไม่ค่อยสบอารมณ์ และเดินกระแทกส้นสูงขึ้นแท็กซี่ไป
"ไปคอนโดผมนะครับ"
ชายหนุ่มส่งสายตาออดอ้อนแฟนสาว ท่าทีห่างเหินของเธอทำเขาแอบกังวลใจ จึงอยากใช้ความสัมพันธ์ทางกายทำให้ทุกอย่างกลับมาดีเหมือนเดิม
รู้ทั้งรู้ว่าเจิ้งหลุนหมายถึงอะไร แต่คนที่มันหมดใจและเจ็บอย่างเธอไม่มีอารมณ์ แค่รสจูบหวานๆ ที่ทำเธอหลง แต่ตอนนี้มันขมจนอยากอาเจียนออกมา มือหนาที่สอดเข้ามาภายใต้กระโปรงไม่ได้ทำให้เธอว้อนท์ขึ้นมาเลย
"อย่าค่ะ"
หญิงสาวร้องห้าม แต่มือของแฟนหนุ่มก็ยังรุ่มร่ามไม่หยุด
"ฉันบอกว่าไม่ไงคะ!"
เสียงหวานตวาดดัง ดวงตาที่มองมามีแววตำหนิอย่างชัดเจน ทำไมแต่ก่อนเธอถึงหน้ามืด ตามัว เออๆ ออๆ ไปกับผู้ชายที่นึกอยากทำก็ทำโดยไม่แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย
"คุณจะไปไหน"
ชายหนุ่มถามเมื่ออยู่ๆ หญิงสาวก็เปิดประตูรถลงไป
"ฉันจะกลับไปนอนที่คอนโดตัวเอง"
แน่นอนว่าเธอไม่พอใจ แต่ส่วนหนึ่งมันก็เป็นการแสดงด้วยเหมือนกัน ผู้ชายที่กำลังมีอารมณ์ ถ้าไม่มีที่ลง จะทำยังไง มุมปากได้รูปกระตุกยิ้มออกมาจางๆ ก่อนจะสั่งให้คนขับรถแท็กซี่ตามรถของแฟนหนุ่มห่างๆ ไม่ให้รู้ตัว
เป็นไปอย่างที่เธอคิด...
เหมยลี่ลงจากแท็กซี่มายืนรอ ถึงหน้าของ เธอจะบูด แต่พอชายหนุ่มเปิดประตูรถลงไปง้อแป๊บเดียวก็หายโกรธ เดินคลอเคลียขึ้นไปนั่งตำแหน่งเดียวกันกับที่เธอเคยนั่งก่อนหน้านี้
"ให้ขับตามไปไหมครับ"
ลุงขับรถแท็กซี่ถาม
"ตามไปเลยค่ะ"
รถสีขาวไม่ได้ตรงกลับไปที่คอนโด แต่ขับเลี้ยวเข้าม่านรูดแถวนั้นแทน ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างซินเจียไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อนำมารวมกับข้อมูลที่เธอได้มาจากนักสืบมันก็เพียงพอที่เธอจะแฉสองคนนี้ให้อายจนไม่มีที่ยืน
ในบริษัทจะมีกลุ่มไลน์ของบริษัทที่จะเอาไว้แจ้งประกาศนู่น นี่ นั่น ซึ่งเอาไว้เป็นอีกช่องทางสำหรับกระจายข่าวสารให้คนทั้งบริษัทรับรู้ แต่ส่วนใหญ่คนจะใช้ในการเมาท์มอยกันมากกว่า โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของเธอมีเครื่องที่ใช้ประจำ กับอีกเครื่องที่เพิ่งซื้อมา เธอเพิ่งแกะซิมใส่สดๆ ร้อนๆ เลย
ทุกอย่างง่ายแสนง่าย เธอแค่สแกนคิวอาร์โค้ดที่ทางบริษัทให้มา ไลน์ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า 'แอบแซ่บ' ก็แอดเพิ่ม [บริษัท X ] เป็นเพื่อนทันที รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นตรงมุมปาก ในขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังรูปโปรไฟล์ ถึงจะไม่เห็นหน้าชัดๆ และเห็นเพียงแผ่นหลังไกลๆ แต่คงไม่ยากเกินกว่าจะคาดเดา โดยเฉพาะไอ้ข่าวคาวๆ มันน่าตามเผือก ตามขุดยิ่งกว่าอะไรดี และนับจากนาทีนี้เป็นต้นไป
ฉัน 'ซินเจีย'
เพื่อนรักแสนดีคนนี้...
จะเป็นคนเปิดหน้ากากของเธอเอง!
สามปีผ่านไป🍃"ที่รักผมไม่อยากไปทำงานเลย"คนตัวโตทำหน้างอแง หลังจากที่ใช้พักร้อนหมดไปกับทริปฮันนีมูน เขาใช้เวลาอยู่กับซินเจียทั้งวัน พอต้องไปทำงาน มันก็ต้องมีคิดถึงภรรยาบ้างเป็นธรรมดา"ถ้าคุณไม่อยากไปทำงาน ก็ให้ฉันไปทำงานแทนดีไหมคะ"หญิงสาวบีบปลายจมูกโด่งๆ ของสามีที่ทำสายตาออดอ้อนเรียกร้องความสนใจ ก่อนแต่งเป็นยังไง หลังแต่งยิ่งติดเธอหนักกว่าเดิม"ไม่ครับ ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อย"ว่าที่ 'ผู้บริหาร' รุ่นที่ห้าของตระกูล 'จาง' พูดด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง เขาเป็นถึงหนึ่งในผู้บริหาร ภรรยาคนเดียวจะเลี้ยงไม่ได้เชียวหรือ"ถ้างั้นก็...ไปทำงานค่ะ"หญิงสาวดันหลังสามีไปที่ประตู แต่เขาก็พยายามเอี้ยวตัวหันมาสบตา ก่อนจะพูดว่า"วันนี้ไม่มีแรงเลยครับ""คุณนอนเต็มอิ่มแล้วนะคะ เมื่อกี้ก็กินโจ๊กไปตั้งสองถ้วย ไข่ลวกไปอีกสองฟอง กาแฟอีกหนึ่งแก้วเต็มๆ ถ้าคุณไม่มีแรง ใครจะมีแรงคะ"แซวสามีที่ปากบอกว่า 'ไม่มีแรง' แต่ซัดอาหารเช้าไปซะจนพุงกาง ข้ออ้างทั้งนั้นเลย"ก็ผมยังไม่ได้กำลังใจ"ทำหน้าละห้อยใส่ภรรยา"กำ-ลัง-ใจ"หญิงสาวพูดเน้นๆ ทีละคำๆ ช้าๆ รวมเป็นคำว่า 'กำลังใจ' ส่งให้สามีที่ทำตัวให้เธออยากแกล้งตั้งแต่เช้าเลย
"อาทิตย์หน้าคุณว่างไหมครับ"ชายหนุ่มถามขณะจูงมือหญิงสาวเดินเล่นแถวๆ คอนโด หิมะแรกของฤดูกำลังโปรยปราย สายลมเย็นๆ พัดผ่านหน้าไป แต่ทว่ามือของเธอกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นตลอดเวลา"ทำไมเหรอคะ?"ซินเจียถามแฟนหนุ่มที่จับมือเธอขณะเดินเคียงข้างกัน เขาทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษด้วยการกระทำ บางครั้งไอ้คำพูดหวานๆ ก็ไม่จำเป็น"พอดีผมมีคนที่อยากให้คุณรู้จักครับ"ถึงเขาไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่เธอก็เดาได้ทันทีว่าคนๆ นั้นต้องเป็นคนสำคัญ เพราะดูจากแววตาและสีหน้าที่ผ่อนคลายก็รู้แล้วว่าเป็นคนสำคัญสำหรับอี้เทียน"ว่างสิคะ"หญิงสาวพูดพลางระบายยิ้มกว้าง การที่เขาอยากแนะนำเธอให้ญาติผู้ใหญ่รู้จัก มันก็เหมือนเป็นการเปิดตัวเธอในฐานะ 'แฟน' กรายๆ ดังนั้นเธอจะทำตัวเฉิ่มและเชยให้อี้เทียนต้องขายหน้าไม่ได้เด็ดขาดเลย"ชุดนี้โอเคไหมนะ""กระโปรงหรือกางเกงดี""โอ้ย! เลือกยากจัง"หญิงสาวพึมพำกับตัวเองที่ยืนเลือกชุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าอยู่นาน ลองชุดนั้น เปลี่ยนชุดนี้จนเสื้อผ้ากระจัดกระจายเต็มเตียง แต่ทว่าก็ยังไม่มีชุดที่เธอถูกใจ สุดท้ายเลือกไม่ได้ก็เลยส่งรูปไปให้แฟนหนุ่มช่วยดูให้ ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็คือ...'ชุดนี้สวยมากเล
Trrr📞"ครับคุณป้า"เสียงทุ้มตอบรับ ถึงเขาจะกำลังยุ่งกับงานจนหัวหมุน แต่เมื่อมีสายสำคัญโทรมา เขาย่อมปลีกเวลามาได้เสมอ"หลานว่างไหมจ๊ะ"โทนเสียงอบอุ่นใจดีถามหลานชายไป"สำหรับป้าอี้หนิงผมว่างเสมอครับ"พอได้ยินหลานชายสุดที่รักตอบมาอย่างนี้ คนแก่ก็ยิ้มแก้มปริดีใจ เธอเลี้ยงหลานชายคนนี้ตั้งแต่จำความได้ ไปไหน ทำอะไร ก็กระเตงไปด้วย"ปากหวานเสมอเลยนะหลานป้า"แซวหลานที่ทำให้หัวใจคนแก่ขี้เหงาพองโต ตั้งแต่ที่อี้เทียนเรียนจบและต้องเข้าไปทำงานในบริษัทของตระกูลก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ทำให้เธอคิดถึงหลานคนนี้สุดใจ ว่างเมื่อไหร่ต้องนัดเจอทุกที คุยไปคุยมาก ถามสารทุกข์สุกดิบกันไป ก่อนจะวกมาถึงเรื่องที่เธอตั้งใจจะไหว้วานให้หลานมาช่วยอยู่เฝ้าร้านให้ไปทำธุระ ซึ่งหลานชายก็ตอบรับว่าจะมาดูร้านให้เธอนิยายเรื่องนี้อยู่ตรงไหนครับมีนิยายแนวดราม่าแนะนำไหมคะวันนี้หมอดูอยู่ไหมคะอี้เทียนที่มารับหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านจำเป็นตอนนี้แทบไม่มีเวลาได้นั่งพักกินข้าวเลย เดี๋ยวคนนั้นถาม เดี๋ยวคนนี้ถาม ซึ่งเขาที่มาเล่นที่ร้านป้าบ่อยๆ มีหรือจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร นิยายวางตรงไหน เรื่องอะไร แน่นอนว่าเขารู้หมด และนั่นจึงเป็นเหตุผลท
ปกติเวลามีอะไรกัน อี้เทียนจะเป็นฝ่ายรุกก่อนเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกศูนย์จุดศูนย์หนึ่งที่เหลือนั้นคือเธอที่แอบจุ๊บแก้มเขาตอนหลับสนิทนั่นเอง"ดูสิครับว่ามันต้องการคุณ"มือหนาเอื้อมมาจับมือบาง ก่อนจะนำไปวางตรงท่อนความเป็นชายที่กำลังแข็งตัว ยิ่งเห็นเธอเขินอาย เขาก็ยิ่งตื่นตัว ดูท่าเขาคงจะหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างที่ไอ้เฉินว่าจริงๆ'ไอ้คนหลงเมีย''เบาได้เบาครับ''สงสารคนโสดอย่างกูด้วย'เมื่ออารมณ์มันพาไป เขาก็คว้าเธอมาจูบแลกลิ้นอย่างร้อนแรง ริมฝีปากสีแดงของเธอหวานฉ่ำไม่ต่างจากผลไม้ที่กำลังสุกงอม เย้ายวนชวนให้เขาจูบซ้ำแล้วซ้ำอีกจริงๆ"อือ...."หญิงสาวครางในลำคอเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมา เขาจูบเธอด้วยความเสน่หา แววตาที่มองมาสะท้อนได้ถึงความรักที่เอ่อล้นภายใน ร่างกายของเธอสะท้านไหว เมื่อถูกมือหนารุกราน เรียวลิ้นตวัดเรียกร้องหาความหอมหวานจนเธอหายใจแทบไม่ทัน โซฟาที่เอาไว้นั่งเล่นคุยกันบัดนี้กลายเป็นสนามรักที่ทั้งสองใช้พรอดรักกัน บรรยากาศภายในห้องตอนนี้ช่างเป็นใจเหลือเกิน"อ๊ะ...อี้เทียน"ความนุ่มนวลและความร้อนของผิวเปลือยเปล่าที่สัมผัสแนบชิดกันปลุกเร้าความต้องการของทั้ง
เรื่องคาวๆ ของ 'ดาวอินสทา' ยังติดท็อปค้นหาให้โซเชี่ยลเผือกต่อไปอีกหลายวัน ซึ่งบริษัท X ที่รักษาภาพลักษณ์จึงมีคำสั่งปลดพนักงานคนนั้นให้ออกทันที"ฉันจะฟ้องให้หมดทุกคนเลย""พวกแกทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง""ไม่ต้องมาแตะตัวฉัน"เหมยลี่ที่โดนปลดแบบไม่ทันได้ตั้งตัวร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ไม่มีใครเห็นใจ มีแต่เสียงซุบซิบสมน้ำหน้าตามมา เหมยลี่มองคนที่นินทาระยะประชิดด้วยแววตาที่ไม่พอใจ ก่อนจะตรงปรี่เข้าไปกระชากทึ้งผมของอีกฝ่ายอย่างเดือดดาล"ปากดีนักใช่ไหม"ฝ่ามือเรียวฟาดลงไป ระบายอารมณ์กับอีกฝ่ายที่ไม่ได้ยอมเหมือนกัน ตบมา ตบกลับ ไม่โกง และจะตบให้ใบหน้าสวยๆ นั้นใช้หลอกล่อผู้ชายไม่ได้อีกเลย"โอ้ย!""กรี้ดดดด""ปล่อยผมฉันนะ"สองสาวเปิดศึกกัน ส่วนคนดูก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปและอัพลงโซเชี่ยลหวังเรียกยอดไลท์ให้พุ่งกระจุยกระจาย พร้อมติดแฮชแท็กที่ทำให้เหมยลี่ดังสมใจ คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย รูปถ่ายปลิวว่อนเน็ทอย่างรวดเร็ว#ดาวอินสทาขี้วีน#เหวี่ยงเก่งเกิ้นนนน#ตบเขาคิดดีหรือยังและผลของการตบกันก็ทำให้เหมยลี่หน้าบวมไปหลายวัน ในเมื่องานการไม่มีทำ จำต้องขายของเก่ากิน ชีวิตตอนนี้ตกต่ำจนเธอไม่กล้าออกไป
พอแฟนชม แรงฮึกเหิมในการทำอาหารก็มา ซินเจียที่เคยทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน ก็เลยเจียดเวลาว่างๆ ไปหัดทำขนมหวานตามคลิปที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์แฟนชอบมากเลยค่ะเนื้อขนมนุ่มมากทำง่ายอร่อยด้วยคอมเม้นท์ของสาวๆ ทำให้เธอตัดสินใจทำเค้กไข่เนื้อนุ่มฟู ซึ่งเท่าที่ดูๆ ก็ไม่ได้ยากอะไร อุปกรณ์ในครัวไม่ครบไม่เป็นไร แค่ทำแล้วใส่ความรักเข้าไปเยอะๆ ก็พอ"อ๊ะ! ลืมซื้อช้อนตวง"เพราะไม่เคยทำขนม ทำให้เธอลืมซื้อช้อนตวงที่เป็นอุปกรณ์สำคัญ แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนที่อยากทำขนมเซอร์ไพร์สแฟนเลย"กะๆ เอาก็ได้มั้ง"ว่าแล้วก็ทำการกะปริมาณส่วนผสมด้วยตา และคิดเองเออเองว่าสิ่งที่ทำไปนั้นตรงตามสูตรทุกประการ ไม่มีตรงไหนผิดพลาด กลิ่นของมันหอมยั่วยวนชวนให้ท้องร้องมาก ถ้าอี้เทียนเห็นต้องดีใจแน่ๆ คนที่อดใจไม่ชิมเค้กเพราะกลัวจะแหว่งไม่สวยคิด เธอบรรจงจัดเค้กไข่ลงกล่องอย่างสวยงาม พร้อมเขียนการ์ดใบเล็กๆ ว่า'กินให้อร่อยนะคะ'ตั้งใจว่าจะเอาไปให้ด้วยตัวเอง แต่เธอดันมีงานด่วนเข้ามา ก็เลยฝากน้องที่ดูจะว่างที่สุดในแผนกไปส่งแทน ส่วนเธอก็รีบเตรียมเอกสารไปประชุม งานยุ่งมากจนไม่มีเวลาส่งข้อความ และไม่ได้ถามรุ่นน้องที่เดินกลับมาว่าเ







