แชร์

บทที่6 ตำหนักม่านเมฆา

ผู้เขียน: ไรท์มาย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 11:26:33

บทที่6 ตำหนักม่านเมฆา

ตำหนักม่านเมฆาที่ตั้งอยู่ติดกับเขตพระราชฐานของวังอ๋อง บัดนี้ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดตาและประดับประดาด้วยเครื่องเรือนล้ำค่าเพื่อต้อนรับผู้อาศัยใหม่ หลินซูเซียนก้าวเท้าเข้ามาภายในตำหนักพร้อมกับอาหนิง สาวใช้คนสนิทที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่าของวังหลวงไม่หาย

ทว่าความใส่ใจของฮองเฮายังไม่หมดเพียงเท่านั้น พระนางยังทรงมีรับสั่งประทานนางกำนัลฝีมือดีนามว่า

'อวี้หราน' มาให้ดูแลซูเซียนเพิ่มเติม อวี้หรานเป็นสตรีที่ดูสุขุมนุ่มลึก มีกิริยามารยาทเรียบร้อย และที่สำคัญคือเป็นคนเก่าแก่ที่รู้ความเป็นไปในวังหลวงเป็นอย่างดี

"หม่อมฉันอวี้หราน จะขอถวายการรับใช้คุณหนูรองให้ดีที่สุดตามพระประสงค์ของฮองเฮาเพคะ" นางกำนัลสาวคุกเข่าคำนับอย่างนอบน้อม

"ลำบากเจ้าแล้วอวี้หราน" ซูเซียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจางๆ "ต่อจากนี้เราคงมีเรื่องให้ต้องช่วยกันอีกมาก"

ในขณะที่ภายในตำหนักม่านเมฆากำลังเงียบสงบ แต่ภายนอกกลับราวกับพายุที่กำลังก่อตัว ข่าวเรื่องที่อ๋องน้อยจูงมือสตรีสามัญชนเข้าวังมาพำนักที่ตำหนักส่วนตัว ทั้งยังได้รับความรักความเอ็นดูจากฮองเฮามากเป็นพิเศษได้แพร่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหงดุจไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นในห้องเครื่องที่เหล่านางกำนัลกำลั่งหั่นผัก หรือตามระเบียงทางเดินที่บ่าวไพร่เดินผ่าน ต่างก็กระซิบกระซาบเรื่องนี้กันอย่างออกรส

"พวกเจ้าได้ยินไหม สตรีผู้นั้นเพียงแค่ขยิบตา อ๋องน้อยก็ถึงกับกริ้วพ่อของนางกลางจวนและพานางเข้าวังมาเลยนะ!" "ไม่ใช่แค่นั้นนะ ข้าได้ยินว่าฮองเฮาทรงกอดนางพลางร้องไห้ประหนึ่งว่าเป็นลูกในไส้เสียเองด้วย!"

ข่าวลือที่ถูกต่อเติมจนเกินจริงเหล่านี้พัดพาไปถึงหูของบุคคลที่น่ากลัวในวังหลัง

ณ ศาลาโบตั๋นสถานที่พักผ่อนขององค์หญิงทั้งสาม มู่อันหนิงกวาดถ้วยชาศิลาล้ำค่าลงจากโต๊ะจนแตกกระจาย ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าจากจวนสกุลหลินเนี่ยนะ? จะมานิ่งกินลมชมวิวในตำหนักที่ข้าเคยขอจากอ๋องน้อยแล้วเขาไม่ให้!"

"พี่หญิงอันหนิงใจเย็นๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะ" กงเสวี่ยอี เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นางพัดจีบในมือเบาๆ ท่าทางดูใจเย็นทว่าในแววตากลับฉายแววครุ่นคิดวางแผน "นางอาจจะมีดีแค่หน้าตาและโชคช่วย แต่การที่ฮองเฮาทรงออกหน้าให้เช่นนี้ เห็นทีเราจะใช้วิธีเดิมๆ ที่เคยใช้จัดการสตรีนางอื่นในวังไม่ได้เสียแล้ว"

"ข้าไม่สนว่านางจะเป็นลูกใคร!" เจียงลู่เอ๋อร์ ตบโต๊ะดังสนั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความริษยา "พี่จ้านหรงเป็นของข้ามาตั้งแต่เด็ก ข้าเฝ้ารอตำแหน่งพระชายานี้มานานเท่าไหร่ แต่นางกลับมาชุบมือเปิบไปง่ายๆ เช่นนี้ ข้าจะไปลากคอมันออกมาตบสั่งสอนให้รู้สำนึกเดี๋ยวนี้!"

"หยุดนะลู่เอ๋อร์!" มู่อันหนิงตวาดเสียงแข็ง "เจ้าจะบุ่มบ่ามไปให้ท่านอ๋องเกลียดเจ้ามากกว่าเดิมหรือไง? ในเมื่อนางกล้าเสนอหน้าเข้ามาในที่ของพวกเรา ข้าก็จะทำให้นางรู้ว่าการเป็น 'คนโปรด' ของฮองเฮานั้น มันไม่ได้ช่วยให้นางรอดพ้นจากน้ำมือพวกเราในวังหลวงได้หรอก!"

คลื่นใต้น้ำที่เงียบเชียบเริ่มหมุนวนรุนแรงขึ้น องค์หญิงทั้งสามต่างจ้องมองไปในทิศทางของตำหนักม่านเมฆาอย่างเคียดแค้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอาฆาต โดยที่ซูเซียนเองก็รู้ดีว่า สงครามประสาทครั้งนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า

จวนสกุลหลิน

บรรยากาศภายในจวนสกุลหลินเต็มไปด้วยความตึงเครียดหวังลี่อินและหลินรั่วฉีนั่งกระสับกระส่ายอยู่ในห้องโถง ความอัปยศที่ถูกหลินซูเซียนตบหน้าและทุบตียังคงเป็นแผลสดที่คอยทิ่มแทงใจ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่านางเด็กที่พวกนางเคยเหยียบย่ำบัดนี้กลับไปชูคอเสวยสุขอยู่ในวังหลวง

"ท่านแม่! ข้าทนไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ" รั่วฉีกรีดร้องพลางปาผ้าเช็ดหน้าลงพื้น "นังซูเซียนมันไปเสวยสุขในตำหนักหรูหรา ส่วนพวกเรากลับต้องมานั่งจมกองเลือดขวางโลกอยู่อย่างนี้ ท่านพ่อก็เอาแต่เงียบ ไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือเจ้าคะ!"

หวังลี่อินนัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยแผนการร้าย นางขยับเข้าไปใกล้บุตรสาวพลางแสยะยิ้ม "ใจเย็นก่อนรั่วฉีในเมื่อมันไปพึ่งบารมีอ๋องน้อย เราก็ต้องใช้ 'ความกตัญญู' บีบคอให้มันกลับมา นังเด็กนั่นยังไม่ได้ตบแต่งตามประเพณี หากเราอ้างเรื่องชื่อเสียงและจารีต แม้แต่อ๋องน้อยก็ขัดศรัทธาความกตัญญูไม่ได้"

ทั้งสองแม่ลูกร่วมมือกันวางแผนดึงตัวซูเซียนกลับมาเพื่อลงทัณฑ์ให้สาสม หวังลี่อินเริ่มแผนการด้วยการเข้าไปบีบน้ำตาใส่หลินเหวินที่กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียด

"ท่านพี่เจ้าคะ..." หวังลี่อินแสร้งทำเป็นสะอึกสะอื้นพรางซบหน้าลงบนไหล่ของสามี "ตั้งแต่ซูเซียนไป ข้าก็นอนไม่หลับเลยสักคืน ใจหนึ่งก็ห่วงชื่อเสียงตระกูลหลินที่คนอื่นจะครหาว่าส่งลูกสาวไปกินนอนในวังทั้งที่ยังไม่แต่งงาน อีกใจก็ห่วงว่านางจะไปทำกิริยาไม่ดีจนต้องอาญาเดือดร้อนมาถึงพวกเรา ท่านพี่เป็นพ่อคนนะเจ้าคะ จะปล่อยให้นางอยู่ไกลหูไกลตาเช่นนั้นได้อย่างไร อย่างน้อยก็ควรเรียกนางกลับมาบ้านบ้างเถิดเจ้าค่ะ"

"แต่นั่นคือคำสั่งอ๋องน้อย..." หลินเหวินเอ่ยด้วยเสียงลังเลใจ

"อ๋องน้อยก็อ๋องน้อยเถิดเจ้าค่ะ! แต่ท่านคือบิดาผู้ให้กำเนิด" หวังลี่อินบีบคั้นหนักขึ้น "ท่านต้องไปกราบทูลฮ่องเต้ บีบน้ำตาให้พระองค์เห็นว่าท่านคิดถึงลูกจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ให้พระองค์ทรงเห็นใจในความรักของพ่อที่มีต่อลูก หากฮ่องเต้มีพระบรมราชโองการสั่งให้นางกลับจวน มีหรืออ๋องน้อยจะกล้าขัด!"

หลินเหวินที่มักมากในอำนาจ เกรงกลัวชื่อเสียงตนเองเสียหายถูกปั่นหัวจนคล้อยตาม ในที่สุดเขาก็ตกลงใจจะทำตามแผนการของภรรยา

หลายวันต่อมาหน้าประตูวังหลวงปรากฏร่างของหลินเหวินและหวังลี่อินที่แต่งกายเต็มยศ ทว่าใบหน้ากลับพยายามปั้นให้ดูเศร้าหมองและอิดโรยเกินจริง ทั้งคู่ก้าวเดินเข้าไปในเขตพระราชฐานมุ่งตรงไปยังท้องพระโรงเพื่อขอเข้าเฝ้าองค์เหนือหัว

"ฝ่าบาทพะยะค่ะ" หลินเหวินทิ้งตัวลงหมอบกราบทันทีที่เห็นฮ่องเต้ น้ำเสียงสั่นเครือปานใจจะขาด "กระหม่อมหลินเหวิน มีเรื่องทุกข์ใจแสนสาหัสจะกราบทูลพะยะค่ะ ตั้งแต่บุตรสาวรองเข้าพำนักในวัง กระหม่อมก็นอนไม่หลับ กระวนกระวายใจจนร่างกายทรุดโทรม ด้วยเกรงว่านางยังเยาว์วัยนักจะทำอะไรไม่สมควร กระหม่อมจึงอยากวอนขอพระเมตตา ให้นางกลับมาปรนนิบัติบิดาที่จวนตามเดิมเพื่อรักษาจารีตและชื่อเสียงของตระกูลพะยะค่ะ!"

หวังลี่อินที่หมอบอยู่ข้างหลังแอบหยิกต้นขาตนเองจนน้ำตาไหลพราก "ได้โปรดทรงเมตตาพ่อที่กำลังตรอมใจด้วยเถิดเพคะฝ่าบาท!"

ฮ่องเต้ทรงประทับนิ่งบนบัลลังก์มังกร สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกลงไปที่ใบหน้าของหลินเหวินที่กำลังแสร้งบีบน้ำตาอย่างหนัก ทรงนิ่งฟังคำพร่ำเพ้อเรื่องความกตัญญูและชื่อเสียงตระกูลครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสถามด้วยน้ำเสียงเรียบทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล

"ใต้เท้าหลินที่เจ้าว่าตรอมใจจนนอนไม่หลับ ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถิด วันที่จ้านหรงพานางเข้าวังมาด้วยตนเอง วันนั้นเจ้ามิได้ยินยอมหรอกหรือ? หรือเจ้าจะบอกว่าบุตรชายของข้าบังคับขู่เข็ญเอาตัวลูกสาวเจ้ามาโดยที่เจ้าไม่เต็มใจ?"

คำถามนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของหลินเหวิน เขาถึงกับหน้าถอดสี ปากคอสั่นอึกอัก "คะ...คือว่า...หามิได้พะยะค่ะฝ่าบาท กระหม่อม...กระหม่อมเพียงแต่..."

หลินเหวินไม่กล้าทูลตอบความจริงว่าวันนั้นเขาแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตจากอ๋องน้อย และยิ่งไม่กล้าบอกว่าเขาเป็นฝ่ายบีบไล่นางออกจากจวนด้วยการจะลงโทษด้วยข้อหาอกตัญญูและสั่งโบยสั่งสอนเสียเอง

ในขณะที่กลางท้องพระโรงกำลังตึงเครียด อ๋องน้อยเซียวจ้านหรงที่เพิ่งปลีกตัวออกมาจากที่นั่นด้วยความรำคาญใจในความหน้าไหว้หลังหลอกของหลินเหวิน เขารีบมุ่งหน้าไปยังตำหนักม่านเมฆาทันที เพราะเกรงว่าซูเซียนจะทราบข่าวลือเรื่องบิดามาตามตัวแล้วจะเกิดความไม่สบายใจ

เมื่อก้าวเข้าไปในตำหนัก เขาเห็นซูเซียนกำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง รอยแดงบนแก้มของนางแม้จะจางลงบ้างแล้วแต่ก็ยังคงเห็นเค้าลางที่ทำให้เขาปวดใจทุกครั้งที่มอง

"ยังเจ็บอยู่หรือไม่?" เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของอ๋องน้อย

ซูเซียนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบลุกขึ้นถวายคำนับ ทว่าจ้านหรงกลับคว้าข้อมือบอบบางของนางไว้เสียก่อน เขาประคองนางให้นั่งลงบนตั่งนุ่ม แล้วหยิบตลับหยกบรรจุยาขี้ผึ้งล้ำค่าที่ฮองเฮาประทานมาให้ขึ้นมาเปิดออก

"หม่อมฉันทาเองได้เพคะท่านอ๋องน้อย" ซูเซียนพยายามจะรับตลับยามา แต่เขากลับเบี่ยงหลบ

"อยู่นิ่งๆ เสียซูเซียน มือของข้ามีไว้เพื่อปกป้องเจ้า และวันนี้ข้าขอใช้มันเพื่อเยียวยาเจ้าด้วย"

นิ้วเรียวยาวบรรจงแต้มเนื้อยาที่เย็นสดชื่นลงบนโหนกแก้มของนางอย่างแผ่วเบาที่สุด ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ ผิวบางของนางจะบุบสลาย สายตาของเขาที่จ้องมองนางในระยะประชิดนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และความรักที่ท่วมท้น

"เจ้าโง่คนนี้ ปล่อยให้เจ้าต้องเจ็บตัวมานานเกินไปแล้ว ต่อจากนี้ไปไม่ว่าใครหน้าไหน แม้แต่บิดาของเจ้า ก็อย่าหวังจะได้แตะต้องเจ้าอีก"

เขาวางตลับยาลงแล้วรวบมือทั้งสองข้างของนางมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจของซูเซียน นางมองสบตาบุรุษที่บัดนี้กลายเป็นกำแพงพิงหลังที่มั่นคงที่สุดของนาง

"ขอบพระทัยเพคะ เจ้าโง่ของหม่อมฉัน" นางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ทำเอาหัวใจพยัคฆ์หนุ่มถึงกับสั่นไหว

จ้านหรงโน้มใบหน้าลงมาประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากของนาง สัมผัสที่แสนอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจของซูเซียนวูบไหวไปชั่วขณะ ทว่าประโยคต่อมาของเขากลับทำให้นางต้องตื่นจากภวังค์

"พ่อและแม่รองของเจ้า...ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ที่ท้องพระโรง"

ซูเซียนชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "พวกเขามาทำไมกัน? หรือว่า"

อ๋องน้อยแค่นยิ้มเย็น แววตาคมกริบฉายแววเหยียดหยามออกมาอย่างปิดไม่มิด "มาขอให้เจ้ากลับไปน่ะสิ พวกเขาเล่นละครฉากใหญ่ต่อหน้าเสด็จพ่อ อ้างเรื่องความกตัญญูที่บุตรสาวต้องพึงมี และอ้างเรื่องชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลที่เจ้ามาพำนักในวังทั้งที่ยังมิได้ตบแต่ง บีบน้ำตาจนแทบจะท่วมท้องพระโรงแล้วกระมัง"

ซูเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความสมเพช "ความกตัญญูหรือ? ตอนที่พวกเขารุมรังแกหม่อมฉันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เหตุใดจึงไม่นึกถึงจารีตประเพณี ตอนที่ท่านแม่ถูกละเลยจนสิ้นใจ เหตุใดจึงไม่นึกถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล"

นางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดแจงอาภรณ์ให้เข้าที่ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบแต่แฝงไปด้วยไอสังหาร "ในเมื่อพวกเขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่นี่ เพื่อเรียกร้อง 'ความเป็นลูก' จากหม่อมฉัน เช่นนั้นหม่อมฉันก็ควรจะออกไปแสดงบทบาท 'บุตรสาวผู้กตัญญู' ให้พวกเขาสมความปรารถนาเสียหน่อยดีไหม?"

จ้านหรงมองท่าทางที่เปลี่ยนไปของนางแล้วยกยิ้มอย่างพึงใจ ยิ่งนางร้ายกาจเขาก็ยิ่งหลงใหล ยิ่งนางแหลมคมเขาก็ยิ่งอยากครอบครอง

"เจ้าอยากจะออกไปเปิดหน้ากากพวกนั้นด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ?" เขาถามพลางยื่นมือไปให้พยุง

"เพค่ะอ๋องน้อย" ซูเซียนวางมือลงบนฝ่ามือหนา "ในเมื่อพวกเขาอยากจะเล่นละคร หม่อมฉันก็จะช่วยเขียนบทตอนจบให้เอง รับรองว่าจะเป็นตอนจบที่พวกเขาจะจำไปจนวันตาย!"

"ดี!" จ้านหรงกระชับมือนางแน่น "ข้าจะเคียงข้างเจ้าเองซูเซียน ไปดูกันว่าสุนัขเฒ่าเจ้าเล่ห์ไร้สมองกับนางงูพิษคู่ใจจะทำหน้าอย่างไร เมื่อพบว่าเหยื่อที่พวกเขาคิดจะลากกลับไปลงทัณฑ์ บัดนี้กลายเป็นนางหงส์ที่อยู่เหนือหัวพวกเขาไปเสียแล้ว!"

ทั้งสองก้าวเดินออกจากตำหนักม่านเมฆามุ่งตรงไปยังท้องพระโรงด้วยท่วงท่าที่สง่างามและน่าเกรงขาม โดยมีเหล่าองครักษ์เดินตามหลังเป็นขบวน ทิ้งรอยยิ้มเยือกเย็นไว้เบื้องหลัง สงครามประสาทที่ท้องพระโรงกำลังจะเริ่มขึ้น และครั้งนี้ซูเซียนจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกต่อไป!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่47 จบ NC

    บทที่47 NCจบจ้านหรงใช้เข่าแกร่งดันเรียวขาขาวผ่องของนางให้อ้ากว้างออกก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นพาดบ่า แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ประหนึ่งจอมโจรผู้ช่ำชอง เขาใช้ปลายนิ้วหยาบถูวนรอบปากทางรักที่แดงก่ำและชุ่มฉ่ำของนาง บดคลึงยอดเกสรสีหวานจนซูเซียนครางระเส่า"อ๊าาา ท่านพี่ อย่าแกล้งหม่อมฉัน อื้อออ!" ซูเซียนบิดกายไปมาด้วยความซ่านสยิว"แกล้งรึ? พี่กำลังเอาใจเจ้าต่างหากยอดรัก" จ้านหรงยิ้มกริ่มก่อนจะกระแทกนิ้วแข็งแรงเข้าสู่ใจกลางความนุ่มหยุ่นรวดเดียวรัวๆ เสียง "พั่บ พั่บ พั่บ!" ของเรียวนิ้วกระทบเนินเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องบรรทม"อ๊าาา อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา ท่านพี่!" ซูเซียนจิกมือลงบนท่อนแขนแกร่งจนห่อเลือด "น้องชอบยิ่งนัก อ๊าาา แรงๆ เพคะ! น้องใกล้จะถึงแล้ว แรงอีกเพคะ!"จ้านหรงเร่งจังหวะรัวเร็วประดุจพายุฝนกระหน่ำ จนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็ง น้ำรักสีใสพุ่งทะลักออกมาอาบนิ้วหนาของเขาจนเปียกชุ่ม ซูเซียนถึงกับหอบหายใจรวยรินดวงตาปรือปรอยด้วยความสุขสมเขาคว้า "แก่นกายราชัน" ที่ยังแข็งขืนและขยายใหญ่จนเต็มกำลัง จ่อเข้าที่ปากทางสวรรค์แล้วกดแทรกกระแทกอัดเข้าไปรวดเดียวจนมิดลำ!"อ๊ากกกก! ซูเซียน เจ้าช่างแน

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่46 น้ำตานางสิงห์NC

    บทที่46 น้ำตานางสิงห์NCเมื่อความวุ่นวายบนโต๊ะอาหารผ่านพ้นไปหลายชั่วโมง ซูเซียนประคองร่างน้อยๆ ของลูกแฝดทั้งสองกลับเข้าสู่ห้องนอนนางบรรจงวางลูกๆ ลงบนเตียงหนานุ่มอย่างแผ่วเบา สองมือน้อยๆ ของอาเฉินและอาอวี้คว้าชายผ้าห่มไว้พลางหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียจากเหตุการณ์หนักหน่วงที่พบเจอมาทั้งวันซูเซียนนั่งอยู่ริมเตียง มือบางคอยตบก้นลูกๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อกล่อมให้เข้าสู่นิทรา ทว่าในความเงียบสงัดนั้นเอง หยาดน้ำตาที่นางสะกดกลั้นไว้ต่อหน้าผู้คนก็พรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะลงบนหลังมือของนางเองนางมิได้โกรธจ้านหรงเพียงเพราะเรื่องพระสนม แต่นางเจ็บปวดที่ตนเองปกป้องลูกมิได้ เจ็บใจที่เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าลูกสาวจนหัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย นางสะอื้นไห้จนตัวโยนแต่กลับมิมีเสียงเล็ดลอดออกมา เพราะเกรงจะทำให้ลูกๆ ตื่นขึ้นมาเห็นความอ่อนแอของมารดา"แม่ขอโทษนะลูก ที่ปล่อยให้พวกมันทำร้ายเจ้า" นางพึมพำแผ่วเบาพลางก้มลงจุมพิตหน้าผากเด็กทั้งสองด้วยความรักสุดหัวใจที่หลังบานประตูไม้แกะสลัก จ้านหรง มิได้เดินจากไปไหนไกล เขาแอบยืนหลบอยู่ในเงามืดและเฝ้ามองภาพนั้นผ่านช่องว่างเพียงเล็กน้อย ภาพซูเซีย

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่45 นางสิงห์

    บทที่45 นางสิงห์จังหวะที่ซูเซียนกำลังจะยกจอกชาขึ้นจิบอีกครา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหลิวเหม่ยอิงที่ถูกหยุมหัวจนหมดสภาพเกิดความคลั่งแค้นจนขาดสติ นางอาศัยจังหวะที่อาอวี้เผลอ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเงื้อมือตบเข้าที่ใบหน้าเนียนใสขององค์หญิงตัวน้อยอย่างแรงจนหน้าหัน"เพียะ!""ฮือออออ!" เสียงร้องไห้จ้าของอาอวี้ดังก้องท้องพระโรง ตามมาด้วยเสียงฝ่ามือที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของอาเฉินจนเด็กน้อยล้มคว่ำบรรยากาศที่เคยขบขันพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจขุมนรก ขุนนางทั้งหลายหน้าถอดสี จ้านหรงที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ดวงตาเบิกกว้าง ร่างของ ฮองเฮาซูเซียน กลับเคลื่อนไหวไวกว่า นางวางจอกชาลงกับโต๊ะจนแตกละเอียด ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงจากแท่นบรรไดมังกรด้วยท่วงท่าดุจนางสิงห์ล่าเหยื่อซูเซียนเดินตรงไปยังเสนาบดีกรมพิธีการ พ่อของหญิงสาวผู้บังอาจทำร้ายลูกของนาง ตาเฒ่าผู้นั้นยังมิทันได้อ้าปากขออภัย ฝ่าเท้าของซูเซียนก็ถีบเข้าที่กลางยอดอกอย่างแรงจนเขากระเด็นหงายหลังลงไปกองกับพื้น นางตามไปเหยียบอกซ้ำแล้วตบหน้าจนฟันหลุดกระเด็น"เจ้าสอนลูกให้เป็นเดนมนุษย์เช่นนี้รึ!" น้ำเสียงของซูเซียนต่ำลึกจนน่าขนลุกนางละจากร่างที่สะ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาด

    บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาดวันเวลาดำเนินไป2ปีบรรยากาศในท้องพระโรงยามเช้าช่างดูยิ่งใหญ่อลังการ แสงแดดสาดส่องกระทบบัลลังก์มังกรทองคำจนเป็นประกายวับวาว ฮ่องเต้จ้านหรง ประทับนั่งอย่างสง่างามในชุดมังกรเต็มยศเคียงข้าง ฮองเฮาซูเซียน ที่งดงามไร้ที่ติ ทว่าความน่าเกรงขามนั้นกลับถูกลดทอนลงด้วยเสียง "ตึกตัก ตึกตัก" ของฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ที่วิ่งไล่จับกันรอบเสามังกรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย"อาอวี้! อย่าดึงชายเสื้อคลุมเสด็จพ่อ!" ซูเซียนกระซิบดุเสียงเขียวพลางคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของอาอวี้ที่กำลังจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักจ้านหรง "อาเฉินด้วย! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะให้องครักษ์อุ้มเจ้ากลับตำหนักม่านเมฆา และอย่าหวังว่าจะได้ตามมาที่นี่อีก!"เด็กแฝดทั้งสองหยุดกึกทันที อาอวี้รีบมานั่งพับเพียบข้างพระบาท ส่วนอาเฉินก็นั่งตัวตรงเป๊ะทำตาปริบๆ เลียนแบบขุนนางฝ่ายบู๊ที่ยืนเรียงแถวอยู่เบื้องล่าง "เงียบแล้วเพคะ/พะยะค่ะ!" สองเสียงประสานกันจนซูเซียนถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าให้เหล่าขุนนางเริ่มรายงานราชการได้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมหาเสนาบดีเฒ่าคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาประสานมื

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่43NC

    บทที่43NCบรรยากาศความครึกครื้นในท้องพระโรงค่อยๆ จางลงเหลือเพียงแสงโคมสีทองอบอุ่น ฮ่องเต้ (เสด็จปู่) และ ฮองเฮา ทรงมองดูหลานแฝดที่หลับสนิทคาอกด้วยความเอ็นดู จึงทรงตัดสินพระทัยอุ้ม อาเฉิน และ อาอวี้ ไปนอนค้างที่ตำหนักส่วนพระองค์ด้วยกันเสียเลย เพื่อเปิดทางให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาส่วนตัว"ไปเถิดจ้านหรง... ซูเซียน... คืนนี้พ่อจะดูแลเจ้าตัวแสบเอง พวกเจ้าไปพักผ่อนกันให้เต็มที่เถิด" ฮ่องเต้ทรงขยิบพระเนตรให้ลูกชายอย่างรู้กันรั่วฉี และ อ๋องใหญ่หยวนหมิง ก็ทูลลากลับวังอ๋องไปดูแลลูกแฝดหญิงของตนเองเช่นกัน ขุนนางที่เมามายต่างทะยอยกลับจวนทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่แสนจะเย้ายวนจ้านหรงก็ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของ ซูเซียน เข้ามาแนบชิด กลิ่นหอมจางๆ จากกายสตรีผสมกับกลิ่นสุราฤทธิ์แรงทำให้สติของเขาเริ่มพร่าเลือนด้วยความต้องการ"ท่านพี่ท่านเมาแล้วนะเพคะ คนเยอะแยะ" ซูเซียนประท้วงเสียงแผ่ว แต่สองมือกลับคล้องคอเขาไว้แน่น"ใครสนกัน ยามนี้ข้าคือฮ่องเต้ ข้าจะทำอะไรก็ได้!" จ้านหรงกระซิบพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นจนนางต้องหดคอหนีด้วยความเสียวซ่าน เขามิรอช้ารีบอุ้มนางขึ้นรถม้าหลวงมุ่งหน้ากลับสู่ ตำหนักเมฆา ทัน

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่42 แต่งตั้ง

    บทที่42 แต่งตั้งหลายเดือนผ่านไป บรรยากาศในท้องพระโรงที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยขุนนางเฒ่าผู้น่าเกรงขาม บัดนี้กลับกลายเป็นลานวิ่งเล่นที่แสนชุลมุนวุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์เซียว!"จับตัวเจ้าตัวแสบไว้เร็ว! อาเฉิน! อาอวี้! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ลูก!"เสียงของ ซูเซียน ดังระงมไปทั่วโถงกว้าง นางในชุดชายาเต็มยศกำลังถกชายกระโปรงวิ่งไล่กวดลูกแฝดทั้งสองอย่างลืมภาพลักษณ์กุลสตรี ส่วน จ้านหรง อ๋องน้อยผู้เกรียงไกรยามนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อพราว เขาพยายามใช้ร่างว่องไวตะครุบตัวลูกๆ แต่เจ้าแฝดกลับเลื้อยหลบหลีกประดุจปลาไหลตัวน้อย"จับไม่ได้หรอกเพคะท่านแม่! ฮี่ๆๆ!" อาอวี้ หัวเราะร่าพลางวิ่งอ้อมหลังมหาเสนาบดีเฒ่าที่กำลังยืนตัวสั่นถือฎีกาค้างไว้ "อาเฉินจะไปหาเสด็จปู่แล้ว!" อาเฉิน ตะโกนสมทบพลางมุดรอดหว่างขาเหล่าขุนนางจนวงแตกกระเจิงขุนนางทั้งหลายต่างทำหน้าไม่ถูก บางคนโดนอาอวี้แอบเอาพู่กันวาดหนวดเพิ่มให้ บางคนก็โดนอาเฉินดึงชายเสื้อจนเซแซ่ดๆ แต่ไม่มีใครกล้ากริ้ว เพราะนี่คือหลานรักสุดดวงใจขององค์เหนือหัวในที่สุด สองแฝดตัวแสบก็วิ่งปรู๊ดขึ้นไปยังบันไดมังกร แล้วพากันมุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้ตักและหลังพนักพิ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่7 กระชากหน้ากากNC

    บทที่7 กระชากหน้ากากNCพริบตาที่ซูเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงท้องพระโรง กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ถึงกับลืมหายใจ นางไม่ได้เดินเข้ามาอย่างผู้ถูกกระทำ แต่เดินเข้ามาเยี่ยงนางหงส์ผู้กุมชัยชนะ โดยมีอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงประคองเคียงข้างมิต่างจากยอดดวงใจหลินเหวินและหวังลี่อินที่กำลังบี

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่5 เข้าวัง

    บทที่5 เข้าวังภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมหนานุ่มและอบอวลไปด้วยกลิ่นกฤษณาจางๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงล้อรถที่บดลงบนพื้นถนน หลินซูเซียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง นางลอบสังเกตใบหน้าคมเข้มที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยความอบอุ่นเมื่อจ้องมองมาที่นาง ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจจนนางไม่อา

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่4 ลงโทษ

    บทที่4 ลงโทษหวังลี่อินที่ยืนตะลึงอยู่นานเห็นบุตรสาวสุดที่รักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา ความเป็นคนดีจอมปลอมที่สวมไว้ก็หลุดลอกออกมาจนหมดสิ้น"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปจับตัวนางเด็กสารเลวคนนี้ไว้!" หวังลี่อินกรีดร้องสั่งบ่าวรับใช้ชายหญิงที่ยืนอออยู่หน้าห้อง "ลากตัวนางออกไปที่ลานกลางบ้าน ข้าจะให้คนโบย

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่3 ตบมาตบกลับ

    บทที่3 ตบมาตบกลับภายในห้องนอนที่เงียบสงัด มีเพียงแสงเทียนสลัวที่เต้นระบำอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง หลินซูเซียนนั่งปล่อยให้ความแค้นและแผนการตกตะกอนอยู่ภายในจิตใจ อาหนิงค่อยๆ บรรจงถอดปิ่นปักผมออกให้เจ้านายอย่างเบามือ ใบหน้าของสาวใช้คนสนิทเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เก็บไว้ไม่อยู่มาตลอดทาง“คุณหนูเจ้าคะ...”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status