LOGINบทที่ 19 เรียนจบ…ก้าวไปด้วยกันณ ห้องเรียนมัธยมปลายชั้นสุดท้ายแสงแดดจัดจ้าของฤดูร้อนสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของห้องเรียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำ ละอองฝุ่นปลิวว่อนอยู่ในลำแสงคล้ายกับวันเวลาที่กำลังจะปลิวหายไป เสียงหัวเราะสลับกับบทสนทนาอันครื้นเครงของเพื่อนร่วมห้องดังก้องไปทั่ว วันนี้ไม่ใช่แค่วันสุดท้ายของการเรียน แต่มันคือวันแห่งการทิ้งท้ายชีวิตวัยเยาว์ ก่อนที่แต่ละคนจะต้องโบยบินไปตามเส้นทางของตัวเองต้นหอมกับเตอร์นั่งเคียงข้างกันที่โต๊ะตัวเดิมที่นั่งมาตลอดเทอม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดที่เคยเป็นความลับ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยผ่านสายตาและท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติจนคนรอบข้างสัมผัสได้“ถามจริงเหอะ... สรุปมึงกับเตอร์ เป็นแฟนกันจริง ๆ ใช่ป่ะ?”เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มรวบรวมความกล้าถามโพล่งขึ้นมากลางวง เสียงเจื้อยแจ้วในห้องเงียบลงชั่วขณะ ราวกับทุกคนกำลังเงี่ยหูรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อต้นหอมชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหลุบตามองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ “ใช่... เราเป็นแฟนกัน”คำตอบนั้นนิ่งสนิทแต่กลับเต็มไปด้วยควา
บทที่ 18 คืนที่เงียบงัน (ละมุนใจ)ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดีของเตอร์ แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาอ่อนโยนไปทั่วบริเวณ เสียงพัดลมไอเย็นครางแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงเรไรจากพุ่มไม้ด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะ แม้จะเป็นค่ำคืนที่แสนธรรมดาในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่สำหรับคนสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงผ้าใบสีเทาอ่อนในขณะนี้ ทุกวินาทีกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกมหาศาลที่ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปไกลแสนไกลเตอร์รวบร่างโปร่งของต้นหอมเข้ามาไว้ในอ้อมกอดกว้าง แผ่นหลังบางพิงเข้ากับอกแกร่งที่อบอุ่นจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงประสานกันเป็นจังหวะเดียว มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของต้นหอมอย่างแผ่วเบาปลายนิ้วกรีดกรายวนเวียนอยู่บนผิวเนียนละเอียดราวกับกำลังทะนุถนอมอัญมณีล้ำค่า เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าหากพลั้งมือออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด สัมผัสอันแสนเปราะบางและงดงามนี้จะสลายหายไปราวกับความฝันต้นหอมหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงอย่างสมบูรณ์ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ และความวุ่นวายใจทั้งหลายมลายหายไปสิ้นเมื่อได้รับไออุ่นจากอ้อมแขนที่แสนมั่นคงนี
บทที่ 17 ฉลองหลังสอบณ ห้องสอบช่วงบ่ายเสียงกริ่งยาวดังก้องไปทั่วตึกเรียน เปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยเหล่านักเรียนออกจากพันธนาการของโจทย์วิชาอันแสนสาหัส เสียงเฮดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่อาจารย์ผู้คุมสอบประกาศอนุญาตให้เก็บอุปกรณ์และออกจากห้องสอบได้เตอร์รูดซิบกระเป๋าปากกาพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "โห... เหมือนยกภูเขาออกจากอกชิบหาย" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนข้างกายที่ยังคงเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบและใจเย็นผิดกับคนอื่น"ทำไมหน้าดูชิลล์จังวะ... มึงทำได้หมดเลยดิ?" เตอร์เอ่ยแซวพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ต้นหอมละสายตาจากสมุดจดมายิ้มบางให้คนถาม"ก็เตรียมตัวมาดีไง... ติวเตอร์เขาเก่งน่ะ""อวดป่ะเนี่ย" เตอร์หรี่ตามอง ทำท่าจะเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความหมั่นไส้ แต่ต้นหอมกลับหัวเราะร่าแล้วไหวตัวทัน เดินนำลิ่วออกจากห้องสอบไปเสียก่อน ทิ้งให้เตอร์รีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามไปติด ๆบรรยากาศหน้าตึกเรียนเต็มไปด้วยความคึกคัก กลุ่มเพื่อนฝูงต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข้อสอบกันเสียงดังลั่น บ้างก็ทำหน้าโล่งอก บ้างก็บ่นอุบว่าทำไมคำตอบไม่ตรงกับเพื่อน ทันใดนั้น เพชร ก็โผล่เข้ามาโอบคอเตอร์ไว้แน่น"เฮ้ย! คื
บทที่ 16 วันเสาร์ ติวพิเศษเช้าวันเสาร์ ณ บ้านของต้นหอมแสงแดดอุ่นจัดยามสายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีครีมเข้ามาทาบทับบนเตียงนอน ต้นหอมยันตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียงพลางคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูมากดต่อสายหาใครบางคนที่คาดว่าน่าจะยังจมกองผ้าห่มอยู่"เตอร์ วันนี้ว่างหรือเปล่า? มาติวหนังสือที่บ้านเราหน่อยสิ อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนะ"ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียจัดติดจะแหบพร่า"โอย... ตื่นมาก็วิชาการเลยนะมึง ไม่คิดจะชวนแฟนไปเที่ยวบ้างหรือไง ชวนแต่ติว ติว ติว... สมองกูจะบวมเป็นดิกชันนารีแล้วเนี่ย"ต้นหอมหลุดขำแต่ก็รีบทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน "ก็มันใกล้สอบแล้วไง ถ้าไม่มาวันนี้ก็ไม่ต้องมาแล้วนะ จะมามั้ย?""โอเคค้าบบบ... ไปเดี๋ยวนี้แหละ ยอมแล้วครับคุณหนู รอเปิดประตูให้ด้วยนะ" เตอร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะวางสายไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่คุ้นหูก็ดังสนั่นอยู่หน้าบ้าน แม่ของต้นหอมที่กำลังรดน้ำต้นไม้เดินออกมาเปิดประตูต้อนรับด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเป็นพิเศษ เพราะพักหลังมานี้ 'เจ้าเด็กแสบ' คนนี้ดูจะขยันผิดหูผิดตา"สวัสดีครับแม่" เตอร์ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เอาไว้ใช้มัดใจผู้ใหญ
บทที่ 15 บรรยากาศก่อนสอบบรรยากาศยามเช้าในห้องเรียนเสียงกริ่งบอกเวลาพักคาบเพิ่งเงียบลงไป แต่ความวุ่นวายใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อครูประจำชั้นเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ในมือ บรรยากาศที่เคยสดใสพลันหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา“อาทิตย์หน้าเราจะเริ่มสอบกลางภาคกันแล้วนะครูอยากให้ทุกคนดึงสมาธิกลับมา ตั้งใจสอบ และช่วยกันติวหน่อย อย่าให้มีใครต้องสอบซ่อมล่ะ”เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องทันที เพื่อนบางคนถึงกับฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยาก“โหครูคราวนี้เนื้อหายากชิบหายจะรอดมั้ยเนี่ย”ครูยิ้มละมุนพลางปรายตาไปทางร่างโปร่งที่นั่งหน้าสุด “ไม่ต้องห่วงหรอก ห้องเรามี ‘ต้นหอม’ อยู่ทั้งคน รับรองว่าถ้าพวกเธอตั้งใจฟังเขา ต้องผ่านแน่นอน”สิ้นคำพูดครู เพื่อนเกือบทั้งห้องก็หันมามองต้นหอมเป็นตาเดียวราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์“โอ้โห! ฝากตัวด้วยนะเทพต้นหอม!”“ต้นหอม... ติวให้พวกกูด้วยนะเว้ย ไม่งั้นกลุ่มพวกกูตายเรียบแน่!”ต้นหอมยิ้มเก้อ ๆ ด้วยความเขินอายพลางพยักหน้ารับคำอย่างใจดี“โอเค ๆ เดี๋ยวเราช่วยสรุปให้ทุกคนเอง ไม่ต้องกลัวนะ”ทว่าที่มุมโต๊ะด้านข้าง... บรรยากาศกลับมาคุขึ้นมาดื้อ ๆ
บทที่ 14 ความรู้สึกที่ไม่กล้าพูดช่วงพักเที่ยง ณ โรงอาหารแสงแดดยามเที่ยงสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาปะทะกับไอร้อนของกลุ่มคนที่เบียดเสียด แม้เสียงจานชามและเสียงพูดคุยจะดังระงม แต่บรรยากาศที่โต๊ะมุมหนึ่งกลับเริ่มเย็นเยียบลงอย่างกะทันหันต้นหอมนั่งเขี่ยเม็ดข้าวในจานไปมาอย่างเลื่อนลอย พลางลอบสังเกตคนข้างกายผ่านหางตา เตอร์ที่เพิ่งจัดการมื้อเที่ยงเสร็จกำลังนั่งเหยียดขาพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ตามนิสัย ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหารที่ดูเหมือนจะเป็นปรกติทว่าความสงบสุขเพียงชั่วครู่ก็ถูกพังทลายลง เมื่อกลุ่มรุ่นน้องผู้หญิงห้าหกคนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขา ดวงตาของพวกเธอเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องมองมาที่ร่างสูง ในมือแต่ละคนต่างหอบหิ้วทั้งขวดน้ำที่มีหยดน้ำเกาะพราวเย็นฉ่ำ และกล่องขนมผูกโบว์สีหวานดูประณีต“พี่เตอร์คะ... คือหนูชอบพี่มาก ๆ เลยค่ะ!” รุ่นน้องคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง“พี่เตอร์เท่มากเลยนะคะ เป็นนักเลงที่ใจดีสุด ๆ ไปเลย” อีกคนเสริมพร้อมบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย “หนูอยากได้พี่เป็นแฟนจังเลยค่ะ รับน้ำหนูไว้หน่อยนะคะ”เสียงเจ
บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวง
บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเค
บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียนเสียงออดเลิกเรียนดังยาวกังวานไปทั่วอาคารเรียนไม้เก่าๆ นักเรียนพากันทยอยเก็บกระเป๋า บ้างก็รีบร้อนไปเรียนกวดวิชา บ้างก็เดินทอดน่องคุยกันตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งหลุดพ้นจากชั่วโมงเรียนอันแสนน่าเบื่อ‘เตอร์’ เดินนำพรรคพวกกลุ่มใหญ่ออกมาทางหน้าโรงเรียน ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวปล่
บทที่ 2 ติวหนังสือ บรรยากาศช่วงบ่ายในห้องเรียนเต็มไปด้วยความเงียบสงัดที่ชวนให้ง่วงงุน แสงแดดรำไรทอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาเป็นลำแสง ละอองฝุ่นเล็กๆ เต้นระบำอยู่ในอากาศ ต้นหอมยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม มือเรียวบรรจงจัดวางสมุดเล่มหนาและเปิดตำราเรียนค้างไว้เขาลอบเหลือบมองร่างสูงข้างกายที่ยังคงจมดิ่







