LOGINสายลมอ่อนพัดเข้ามาทางหน้าต่าง พาผ้าม่านสีฟ้าพลิ้วไหวเบาๆ ไปตามแรงลม วันนี้คีตาตั้งใจจะอ่านหนังสือสักสองสามบทไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนเธอจะมีแรงฮึดเต็มร้อยกว่าทุกวันเลยทีเดียว
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ~
แต่ถึงอย่างนั้น ความตั้งใจก็กำลังจะถูกทำลายลง เพราะเสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังรัวมาจากมือถือของเธอ ใครกันนะที่ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์รัวข้อความมา
Matthew_Cmaj: นี่พวกเธอ
KTkeetapat_: ว่าไงแมทธิว มีอะไรดึกแล้วนะ
Matthew_Cmaj: รู้จักนักสตรีมเมอร์ที่ชื่อ D-Lunaris อะไรนั่นกันไหม
Prawpitcha_Pinin: ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าเป็นคนในโรงเรียนเรา
Matthew_Cmaj: ใช่ เค้าดังสุดๆ แถมยังเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตของทีม The Little Hex ด้วยนะ
KTkeetapat_: ดังขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้จักเลย
Prawpitcha_Pinin: ก็ระดับหนึ่งเลยในโลกออนไลน์
Matthew_Cmaj: ตอนนี้กำลังไลฟ์สดอยู่เลย เธอลองเข้าไปดูสิ เดี๋ยวฉันส่งลิงก์ให้
ข่าวลืออะไรพวกนั้น คีตาไม่เคยสนใจมันหรอก ปกติเธอก็ไม่ค่อยทันเหตุการณ์ในโรงเรียนสักเท่าไร จะพอได้รู้ข่าวสาวกับเขาบ้างก็จากแมทธิว เพื่อนคนดีคนเดิมของเธอนั่นแหละ
หลังจากที่เพื่อนรักส่งลิงก์มาให้ เธอก็กดเข้าไปดูอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่เห็นว่าเป็นคนในโรงเรียนเดียวกันด้วย ว่าแต่เขาเป็นใครกันนะ...
“เอ๊ะ!! เห็นแค่มือจะไปรู้ได้ไงว่าเป็นใคร” เธอพึมพำกับไลฟ์สดการเล่นเกมที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอมือถือ
‘สวัสดีเพื่อนๆ 1.3 พันคนจากทางโซเชียลนะครับ วันนี้ผมมาสตรีมฯ แค่ชั่วโมงเดียวนะ พอดีต้องไปอ่านหนังสือต่อ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย’
“เอ๊ะ!! ทำไมเสียงเค้าดูคุ้นจังนะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน”
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามนึกถึงเสียงเมื่อครู่ แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี จนเกือบจะเลิกสนใจไปแล้ว เพราะจริงๆ ส่วนตัวก็ไม่ได้อินกับเรื่องพวกนี้เท่าไรนัก
คนตัวเล็กถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางมือถือลง แต่ทว่ากลับมีบางอย่างดึงดูดสายตาของเธอเอาไว้
ในมือของสตรีมเมอร์คนนั้นมีบางอย่างอยู่...
กระปุกคุกกี้ที่เขาถือไว้ มันช่างดูคุ้นตาและโบสีฟ้าที่ผูกอยู่นั่นอีก
ใช่แน่...เป็นเขาเองสินะ
เช้าตรู่วันศุกร์ที่แสนสดใส เหล่านักเรียนต่างก็ดูมีชีวิตชีวากันเป็นพิเศษ ไหนๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดนี่นะ งั้นวันนี้เราก็มาตั้งใจเรียนกันเถอะ
“คีตาทำการบ้านคาบครูลูกกวาดเสร็จหรือยัง” พินอินเอ่ยด้วยความอารมณ์ดีในยามเช้า
“เรียบร้อยแล้ว หาวว~” คีตาตอบกลับแต่ดูเหมือนอารมณ์จะต่างกันเสียเหลือเกิน
“เมื่อคืนนอนดึกเหรอ แกดูง่วงๆ นะ” เธอถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเริ่มง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
“พอดีนอนไม่ค่อยหลับน่ะ” คนตัวเล็กว่าก่อนจะฟุบหน้าลงไปที่โต๊ะพลางพักสายตาครู่หนึ่ง
“อย่านอนดึกมากสิ เดี๋ยวไม่สวยนะคุณดาวโรงเรียน”
พินอินเอ่ยแซวเล็กน้อย ในขณะที่เพื่อนคนสวยของเธอเกือบจะหลับจริงๆ ไปแล้วในตอนนี้
“ได้สิ เดี๋ยวจะนอนให้เต็มอิ่มเลย พรุ่งนี้ว่าจะตื่นซักเที่ยงๆ”
คีตาดีดตัวขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ก่อนจะพากันเดินไปเรียนคาบของคุณครูลูกกวาดกันต่อ ปรับอารมณ์ได้เร็วดีแท้
“นี่พินอิน เดี๋ยวขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ แล้วจะรีบตามไป”
เป็นอีกครั้งที่เมื่อเปลี่ยนคาบเรียนทีไร คีตาจะต้องอยากไปเข้าห้องน้ำตลอดเลยสินะ
“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม” พินอินถามอย่างเป็นห่วง เพราะครั้งที่แล้วก็เกือบเป็นเรื่อง
“ไม่เป็นไร สบายมาก” คนตัวเล็กว่าก่อนรีบเดินปลีกตัวออกไป
“อย่าไปเดินมั่วอีกล่ะ”
คีตารีบสาวเท้าข้ามไปยังอีกฝั่งของอาคารอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเธอคือพี่ชายสุดเนิร์ดข้างบ้าน ที่ตอนนี้กำลังเดินอยู่ลำพัง ดูท่าทางคงกำลังรีบไปเข้าห้องเรียนสินะ
“อะแฮ่ม!!” คนตัวเล็กรีบพุ่งตัวไปดักเขาไว้
“ว่าไง”
แผ่นดินรีบหยุดฝีเท้าทันทีเมื่อโดนเรียกไว้ ไม่อย่างนั้นคงชนเข้ากับเด็กซนไปแล้ว
“ขนมของคีตาล่ะ ที่ฝากให้พี่...” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมกับโปรยรอยยิ้มแสนหวาน
เพียงแค่รอยยิ้มเล็กๆ ของเธอที่ปรากฏตรงหน้า ครั้งนี้มันกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ราวกับมีอะไรบางอย่างวิ่งวูบผ่านหน้าอกและเข้าไปกระทบที่ใจ
ความรู้สึกแปลกๆ นี้แล่นเข้ามา จนทำให้เขาอยากที่จะยิ้มตอบออกไปอย่างอัตโนมัติ แต่สุดท้ายก็ต้องรีบเก็บซ่อนความหวั่นไหวนั้นไว้ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย
“เรียบร้อยแล้ว”
“ว่าแต่...” คีตาที่ยังคงพยายามจะถามไถ่ต่อ เธอว่าพร้อมกับเอียงคอไปด้วย ตามองศาใบหน้าของคู่สนทนา
“อะไรอีก พี่ต้องรีบไปเรียนแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ โดยที่ในหัวยังสงสัยกับอาการแปลกๆ ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไปด้วย
“ใครคือ D-Lunaris กันนะ”
คนตัวเล็กแกล้งถามแบบหยั่งเชิงออกไป แน่นอนเธอรู้ตัวตนบนโลกออนไลน์ของเขาเข้าให้แล้ว
“เธอพูดเรื่องอะไร” ชายหนุ่มว่าอย่างดูตกใจนิดหน่อย
“พี่ดินรู้ว่าคีตาหมายถึงอะไร”
คำพูดที่เธอเอ่ยออกมานั้น มันบ่งบอกได้เลยว่า เธออาจกำลังเป็นผู้ชนะในเกมนี้
ความลับของเขากำลังจะถูกเปิดเผย เพราะยัยตัวเล็กนี่แล้วสินะ
“แล้วต้องการอะไร” แผ่นดินพูดก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาจริงจัง และหันมาประจันหน้ากับเธอแทน
“คีตาจะไม่บอกใคร...ถ้าพี่มาติวให้คีตา”
ทางเธอเองก็ไม่ยอมแพ้ให้กับสายตาแบบนั้นเช่นกัน ยังคงใจดีสู้เสือต่อไป
“แล้วทำไมพี่ต้องติวให้”
แววตาเย่อหยิ่งแบบนั้น นี่เขากำลังกวนกันอยู่ใช่ไหม คิดว่าเธอคงไม่กล้างั้นสินะ...คอยดูเถอะ
“ถ้าอยากจะไปบอกใครก็เชิญได้เลย” แผ่นดินเอ่ยอีกครั้งอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร ก่อนจะพยายามปลีกตัวเดินหลีกออกไป
“นี่พี่ดิน!! สิ่งที่คีตาจะบอกจริงๆ ก็คือ...”
คีตาตะโกนไล่ตามแผ่นหลังกว้าง จนทำให้เขาต้องหยุดรอฟังเล็กน้อย ทั้งที่ยังคงหันหลังอยู่แบบนั้น
“คุกกี้กระปุกนั้นที่พี่กินเข้าไป มันคืออันที่คีตาจะฝากไปให้พี่เจ้าขุนเค้าต่างหาก แค่นี้ก็ดูไม่ออกเลยเหรอ อันไหนมันดูมีความสำคัญมากกว่ากันน่ะ”
ด้วยความกวนของชายหนุ่ม ทำเอาคนตัวเล็กเกือบจะหมดความอดทน เพราะเรื่องที่เธอจะบอกกับเขาจริงๆ นั่นก็คือ...
เขาหยิบคุกกี้ผิดกระปุกมากินน่ะสิ คนบ้า!!
“แล้วใครจะไปรู้ล่ะ คุกกี้ด้านในก็เหมือนกันเป๊ะๆ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกผุดขึ้น และดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทั้งหมดอยู่แล้ว เรื่องคุกกี้อะไรนั่น...
“แล้วก็อีกเรื่อง ทีหลังไม่ต้องทำมานะ มันไม่ชอบกินของหวาน เวลาจะชอบใครก็หัดใส่ใจเค้าบ้าง ไม่ได้เรื่องเลยเธอนี่นะ”
แผ่นดินหันกลับมาพูดอัดใส่หน้าเธอต่อแบบรัวๆ จนใบหน้าหวานในตอนนี้ น่าจะชาไปแล้ว
“นี่!! ไอ้พี่บ้า...” คำพูดของเขาทั้งหมดนั้น ทำเอาคนตัวเล็กหน้าหงิกไปเลย เธอได้แต่กำมือแน่นและกรีดร้องในใจ
“ส่วนเรื่องติวไว้ค่อยว่ากัน พี่ไปเรียนก่อน” เขาว่าทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป
การติวหนังสือของทั้งแผ่นดินและคีตาเป็นไปอย่างเช่นเคย ทำให้การสอบย่อยบางวิชาของเธอนั้น มีคะแนนที่ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคีตาเล่าให้พินอินฟังว่าแผ่นดินเป็นคนติวให้เพราะบ้านอยู่ติดกัน ดังนั้นเขาเลยช่วยเหลือตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง“แหม!! คะแนนดีขึ้นแล้วหน้าบานเลยนะยัยคนสวย” พินอินว่า ขณะที่สองสาวกำลังนั่งชื่นชมคะแนนการสอบย่อยของวิชาคณิตศาสตร์อยู่ด้วยกัน“แกก็สวย เรียนก็เก่ง อย่าแซวฉันเลยนะ”คีตาในตอนนี้ดูดีใจจนออกนอกหน้านอกตา สังเกตได้จากรอยยิ้มกว้างที่แทบไม่หุบ อย่างที่เพื่อนเธอว่าไว้นั่นแหละก็แหม!! นานๆ ทีคนมันจะได้คะแนนเยอะ ขอดีใจนิดหนึ่งหน่อยได้ไหม“มีติวเตอร์ดีก็แบบนี้แหละ จะว่าไปพี่แผ่นดินเค้าก็เท่เหมือนกันนะ เรียนก็เก่ง กีฬาก็ปัง” สาวแว่นยังคงเอ่ยแซวเรื่อยๆ“อย่านะพินอิน!! แกอย่าเผลอชอบคนปากร้ายคนนั้นเด็ดขาด” คำพูดของเพื่อนสนิททำเอาคีตาถึงกับต้องรีบห้ามปรามในทันที เธอเอ่ยมันออกไปอย่างอัตโนมัติเลยก็ว่าได้“ไม่หรอก แค่ชื่นชมพี่เค้าเฉยๆ หรือนี่ไม่ใช่ว่าแกกำลั
“หาวว~” คนตัวเล็กที่ดันลืมตัวปล่อยหาวออกมาและที่สำคัญ เธอทำมันต่อหน้าผู้ชายที่ไม่ชอบหน้าเท่าไรด้วยจะบ้าตาย น่าอายสุดๆสิ่งที่เห็นทำชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู พร้อมส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ให้กับลูกศิษย์จอมเพี้ยนคนนี้ยัยบ้านี่ ตลกชะมัด ผู้หญิงอะไร!!“ไหวไหม ง่วงขนาดนั้นเลยหรือไง”แผ่นดินว่าก่อนจะเปิดหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ของเธอ ไปยังบทปัจจุบันที่ ม.4 กำลังเรียนอยู่ให้ พร้อมกับส่งคืนไปยังคนขี้เซาด้านข้าง“ไหวค่ะ เมื่อคืนนอนดึกนิดหน่อย” เธอว่าพลางรับมาอย่างว่าง่ายบอกได้เลยว่า... กายไม่พร้อม ใจก็เช่นกัน“งั้นพี่จะทบทวนเรื่องปัจจุบันที่เรียนอยู่ให้ก่อนแล้วกัน”เขาเอ่ยพร้อมกันเริ่มอธิบายอย่างช้าๆ ดูเชิงก่อนว่าเธอจะรับได้มากน้อยแค่ไหน แต่ดูจากสภาพในวันนี้แล้ว น่าจะได้ไม่มากนักหรอกติวเตอร์จำเป็นอธิบายเนื้อหาต่างๆ ให้ฟังอย่างชัดเจน เขาค่อยๆ สอนวิธีการคิดเลขให้อย่างไม่รีบร้อนแต่ละเอียด เพราะกลัวว่าเธอจะตามไม่ทัน ก่อนจะให้ทำโจทย์ไ
เมื่อเช้าวันเสาร์วนมาถึง อากาศดีๆ แบบนี้ ใครจะอยากรีบลุกจากเตียงกันล่ะ ก็วันหยุดทั้งทีนี่นะคีตาสะลึมสะลือขึ้นมา พลางบิดขี้เกียจอย่างสบายใจ ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง ทั้งที่ตอนนี้เวลาก็เลยเก้าโมงไปแล้ว“น้องนภาจ๊ะ วันนี้เราไปทำเล็บกันดีไหม เห็นว่าที่ร้านมีลายใหม่เข้ามาด้วยนะ”เสียงจ้อกแจ้กของแม่ๆ ดังมาจากตรงรั้วที่กั้นกลางระหว่างสองบ้าน เป็นภาพคุ้นตาที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน เสียงหัวเราะเบาๆ และบทสนทนามากมายแสดงถึงความสนิทสนม ราวกับว่ารั้วนั้นไม่เคยเป็นกำแพงกั้นเลยสักนิด“ไปสิคะพี่นิน เล็บภาก็ไม่ได้ดูแลมานานแล้ว อยากทำสีให้ดูสวยๆ วัยรุ่นๆ กับเค้าบ้าง” น้านภาตอบกลับพลางเช็กเล็บบนมือไปด้วย“งั้นไปรถภากันนะคะ ขอตัวไปหยิบกุญแจสักครู่” เธอเอ่ยต่อเมื่อเห็นทีว่าต้องรีบไป“ได้สิ แต่เอ๊ะ!! นั่นแผ่นดินนี่ ขยันดูแลต้นไม้ดอกไม้จังเลยนะลูก” หลังเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายตัวสูง แม่นินก็เอ่ยทักทายขึ้น ในขณะที่เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงบริเวณสวนดอกไม้ในบ้านของตัวเอง“สวัสดีครับแม่นิน คีตา...ไปไหนเหรอครับ”เขาละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า
สายลมอ่อนพัดเข้ามาทางหน้าต่าง พาผ้าม่านสีฟ้าพลิ้วไหวเบาๆ ไปตามแรงลม วันนี้คีตาตั้งใจจะอ่านหนังสือสักสองสามบทไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนเธอจะมีแรงฮึดเต็มร้อยกว่าทุกวันเลยทีเดียวติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ~แต่ถึงอย่างนั้น ความตั้งใจก็กำลังจะถูกทำลายลง เพราะเสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังรัวมาจากมือถือของเธอ ใครกันนะที่ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์รัวข้อความมาMatthew_Cmaj: นี่พวกเธอKTkeetapat_: ว่าไงแมทธิว มีอะไรดึกแล้วนะMatthew_Cmaj: รู้จักนักสตรีมเมอร์ที่ชื่อ D-Lunaris อะไรนั่นกันไหมPrawpitcha_Pinin: ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าเป็นคนในโรงเรียนเราMatthew_Cmaj: ใช่ เค้าดังสุดๆ แถมยังเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตของทีม The Little Hex ด้วยนะKTkeetapat_: ดังขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้จักเลยPrawpitcha_Pinin: ก็ระดับหนึ่งเลยในโลกออนไลน์Matthew_Cmaj: ตอนนี้กำลังไลฟ์สดอยู่เลย เธอลองเข้าไปดูสิ เดี๋ยวฉันส่งลิงก์ให้ข่าวลืออะไรพวกนั้น คีตาไม่เคยสนใจมันหรอก ปกติเธอก็ไม่ค่อยทันเหตุการณ์ในโรงเรียน
ภาคเรียนที่ 2 กำลังเริ่มต้นขึ้น แต่คะแนนสอบเทอมก่อนของคีตายังคงเป็นที่ไม่น่าพอใจนัก ทั้งที่เธอพยายามอ่านหนังสือและท่องจำอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้น ยังไม่มากพอ“เกรดเทอมที่แล้วของฉันแย่สุดๆ ทำไมฉันโง่แบบนี้นะ” คีตานั่งกุมขมับกับคะแนนเฉลี่ยที่ออกมา ที่จริงมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ตัวเองกลับคาดหวังเอาไว้เยอะน่ะสิ“อย่าว่าตัวเองเลย ฉันผิดเองที่ไม่ค่อยมีเวลาติวให้” พินอินเห็นเพื่อนเศร้าก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอปลอบใจพลางลูบหลังเพื่อนไปด้วย“โธ่!! ไม่ใช่ความผิดแกซะหน่อยพินอิน ลำพังแค่ต้องทำงานพิเศษไปด้วยก็ดูเหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมาคอยดูแลคนไม่เอาไหนอย่างฉันอีก ไม่เป็นไรเลยเพื่อนรัก” คีตาว่าก่อนจะซบไปที่ไหล่ของเพื่อนสนิท“นี่ๆ พวกแกรู้ไหมว่างานกีฬาสีปีนี้ จะมีการคัดเลือกดรัมเมเยอร์ประจำแต่ละสีด้วยนะ ฉันว่าแกต้องทำเพื่อสีส้มของเราแล้วล่ะ...คีตา!!” แมทธิวปรี่เข้ามาจากด้านหลัง ก่อนจะประกาศข่าวสำคัญให้กับสองสาวได้รับรู้ก่อนใครจากที่เมื่อกี้ยังเสียใจกับคะแนนสอบอยู่เลย แต่คีตากลับตื่นเต้นกับข่าวใหม่ที
และวันประกวดรอบสุดท้ายก็มาถึง คิวแสดงความสามารถรันไปเรื่อยๆ จนมาถึงคีตา ที่ตอนนี้กำลังถูกตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมจากเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ“เอาล่ะสวยแล้ว สู้เค้านะคีตา!! ฉันไปรอเชียร์ที่หน้าเวทีนะ” พินอินเอ่ยอย่างอ่อนโยน พลางจับมือให้กำลังใจ“พวกแกสองคนนี่อย่างกับคู่ยูริเลย” เพื่อนชายเอ่ยแซวขึ้น ในขณะที่กำลังเช็ดทำความสะอาดกีตาร์ไปด้วยแมทธิวเห็นท่าทางของทั้งคู่ก็อดคิดไม่ได้ แต่จะเป็นไปได้ยังไง ก็ที่คีตามาประกวดนี่มันเพราะผู้ชายนะ“พอเลยไอ้แมทธิวนายก็ตั้งใจนะ พาคีตาชนะให้ได้” พินอินว่าพลางตบไหล่ให้กำลังใจเบาๆ ซึ่งเขาเองก็ยักไหล่ให้แบบกวนๆเมื่อถึงคิวการแสดงของทั้งคู่ คีตาและแมทธิวต่างก็พากันขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำการแสดง ซึ่งตอนแรกคีตาก็มีอาการประหม่าเล็กน้อยแต่ก่อนขึ้นมาเธอได้พบกับเจ้าขุน และเขาได้เอ่ยให้กำลังใจเธอ ทำให้ตอนนี้บทเพลงที่กำลังถูกถ่ายทอดออกมา มันไพเราะมากกว่าตอนที่ซ้อมกัน เพิ่มขึ้นมาเป็นยี่สิบเท่าเลยก็ว่าได้จนสุดท้ายคีตาก็สามารถคว้ารางวัลที่ 3 มาครองได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอดีใจมากก่อนจะรีบวิ่งไป







