LOGINภาคเรียนที่ 2 กำลังเริ่มต้นขึ้น แต่คะแนนสอบเทอมก่อนของคีตายังคงเป็นที่ไม่น่าพอใจนัก ทั้งที่เธอพยายามอ่านหนังสือและท่องจำอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้น ยังไม่มากพอ
“เกรดเทอมที่แล้วของฉันแย่สุดๆ ทำไมฉันโง่แบบนี้นะ” คีตานั่งกุมขมับกับคะแนนเฉลี่ยที่ออกมา ที่จริงมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ตัวเองกลับคาดหวังเอาไว้เยอะน่ะสิ
“อย่าว่าตัวเองเลย ฉันผิดเองที่ไม่ค่อยมีเวลาติวให้” พินอินเห็นเพื่อนเศร้าก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอปลอบใจพลางลูบหลังเพื่อนไปด้วย
“โธ่!! ไม่ใช่ความผิดแกซะหน่อยพินอิน ลำพังแค่ต้องทำงานพิเศษไปด้วยก็ดูเหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมาคอยดูแลคนไม่เอาไหนอย่างฉันอีก ไม่เป็นไรเลยเพื่อนรัก” คีตาว่าก่อนจะซบไปที่ไหล่ของเพื่อนสนิท
“นี่ๆ พวกแกรู้ไหมว่างานกีฬาสีปีนี้ จะมีการคัดเลือกดรัมเมเยอร์ประจำแต่ละสีด้วยนะ ฉันว่าแกต้องทำเพื่อสีส้มของเราแล้วล่ะ...คีตา!!” แมทธิวปรี่เข้ามาจากด้านหลัง ก่อนจะประกาศข่าวสำคัญให้กับสองสาวได้รับรู้ก่อนใคร
จากที่เมื่อกี้ยังเสียใจกับคะแนนสอบอยู่เลย แต่คีตากลับตื่นเต้นกับข่าวใหม่ที่มาแรงมากกว่า จนลืมความเศร้าเมื่อครู่ไปหมดสิ้น
“แต่งานกีฬาสีมันเกือบปลายเทอมเลยนะ แล้วนี่มันเพิ่งเปิดเทอมมาได้ 3 วันเอง” พินอินว่าพลางเปิดปฏิทินดูจากมือถือของตัวเอง
“ก็ใช่ แต่ที่ฉันรีบมาบอกไอ้คีตามันก็เพราะว่า แกจำบทสัมภาษณ์ของพี่เจ้าขุนได้ไหม” แมทธิวแสดงท่าทีจริงจังจนทุกคนต่างต้องตั้งใจหยุดฟังกันเลยทีเดียว
“บทสัมภาษณ์เรื่องสาวในอุดมคติของเขาน่ะเหรอ” พินอินเอ่ยเสริมถึงบทสัมภาษณ์ในวันนั้น เพราะเธอก็ได้ดูอยู่ด้วยเช่นกัน
“ใช่ไง ต้องสวย การเรียนดี กิจกรรมเด่น ฉันจำขึ้นใจแทนแกเลยเนี่ยคีตา” แมทธิวว่าพลางทำหน้าตานึกภาพไปด้วย
“จริงด้วยแมทธิวเพื่อนรัก” คีตาเอ่ยบ้าง ด้วยแววตาที่เป็นประกาย เมื่อนึกภาพตามแมทธิวที่กำลังเพ้อฝัน
“คือถ้าเรื่องการเรียนแกตัดไปได้เลยเพราะไม่น่ารอด แต่เรื่องกิจกรรมเด่นน่าจะพอมีหวังอยู่”
เขาว่าพลางกอดอกทำท่าคิด แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูแปลกๆ จนเพื่อนสาวถึงกับส่งสายตาดุดันใส่ไปหนึ่งที ทั้งที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
“จริง มีเหตุผล อุ๊ย!! เค้าขอโทษ” พินอินก็อีกคนที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำเอาคนตัวเล็กเปลี่ยนเป้าหมายทางสายตามาเป็นเธอแทน
ณ บ้านของคีตา
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่แม่นินลงมือทำกับข้าว และยังมีเผื่อไว้สำหรับเพื่อนบ้านด้วย คีตาที่ว่างอยู่เลยอาสามาช่วยเป็นลูกมืออย่างขะมักเขม้น
แถมวันนี้ยังมีเมนูพิเศษ คุกกี้เนยหอมกรุ่นที่คีตาตั้งใจอบเองกับมือ ทั้งสองช่วยกันจัดใส่กระปุกให้น่าทาน ก่อนจะนำไปฝากบ้านข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้แม่ทำใบเหลียงผัดไข่กับต้มจืดเต้าหู้หมูสับ เดี๋ยวเอาไปให้พี่แผ่นดินเค้าหน่อยนะ พอดีวันนี้น้านภาไม่อยู่บ้านน่ะ” แม่นินว่าขณะที่ในมือยังคงง่วนอยู่กับต้มจืดตรงหน้า
“วันนี้ให้พี่ชาลีเอาไปให้ก่อนได้ไหม คีตาไม่อยากเจอหน้าพี่ดินคนปากร้ายนั่น” เธอว่าโดนที่ยังคงจัดคุกกี้ใส่กระปุกอย่างประณีต
แต่จู่ๆ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา มันคงจะดีไม่น้อยถ้าคุกกี้แสนอร่อยฝีมือเธอไปถึงมือพี่เจ้าขุน และคงต้องเป็นเขาสินะที่รับหน้าที่นี้แทนเธอได้
ถึงแม้พี่แผ่นดินจะปากร้ายอยู่บ้าง แต่เธอก็เชื่อว่าเขาคงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก(มั้ง)
ก็ไม่กล้าเอาไปให้ด้วยตัวเองนี่ มันเขินเกินไป...
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ เดี๋ยวคีตาเอาไปให้เอง”
คนตัวเล็กว่าพร้อมกับเอาคุกกี้หนึ่งกระปุก มาผูกด้วยโบสีฟ้าไว้ที่ปากขวดเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ส่วนอีกกระปุกที่จะให้บ้านนั้น ก็คงไม่ต้องทำอะไรให้มากความนักหรอก
เด็กสาวเดินมาที่รั้วข้างบ้านอย่างอารมณ์ดี ในมือถือถุงที่บรรจุกล่องใส่อาหารพร้อมกับติดคุกกี้สองกระปุกมาด้วย
พี่เจ้าขุนน่าจะชอบคุกกี้ที่เธอทำนะ
“พี่ดินคะ...พี่ดิน!! อยู่ไหมนะ” เธอเรียกออกไปอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ก็เห็นว่าเขากำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่
“ไม่เห็นกันก็คงตาบอดเต็มทีแล้ว” เขาว่าก่อนจะวางสายยางลงและเดินมาหาต้นเสียงจอมกวนที่ข้างรั้ว
เธอมองบนเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นรีบๆ ส่งถุงอาหารให้ไป แล้วจะได้ไปจากหน้าเขาเสียที
“แม่นินฝากกับข้าวมาให้ค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ”
“ฝากขอบคุณแม่นินด้วยแล้วกัน”
“อ้อ!! แล้วก็มีคุกกี้อีก 2 กระปุกนะคะ”
“…” คนตัวโตชะงักและสังเกตด้านในถุง
“คีตาฝากไปให้พี่เจ้าขุนกระปุกหนึ่งนะ”
แม้จะไม่ค่อยสมอารมณ์ แต่เธอก็ออกอาการเขินอย่างเป็นได้ชัด เมื่อต้องเอ่ยประโยคขอร้องนั้นออกมา
“ทำไมไม่เอาไปให้เอง” เขาพูดเสียงเรียบ
“ก็...เห็นว่าพี่สองคนสนิทกันไง คีตาฝากหน่อยนะคะ แล้วก็ฝากถามด้วยว่าอร่อยไหม”
เธอพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะรีบสะบัดก้นและวิ่งหนีไปแบบดื้อๆ ไม่รอฟังคำพูดใดๆ จากคู่สนทนาต่อเลย
หวังว่าคุกกี้ที่ฝากไป จะถึงมือเจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอนะ
การติวหนังสือของทั้งแผ่นดินและคีตาเป็นไปอย่างเช่นเคย ทำให้การสอบย่อยบางวิชาของเธอนั้น มีคะแนนที่ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคีตาเล่าให้พินอินฟังว่าแผ่นดินเป็นคนติวให้เพราะบ้านอยู่ติดกัน ดังนั้นเขาเลยช่วยเหลือตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง“แหม!! คะแนนดีขึ้นแล้วหน้าบานเลยนะยัยคนสวย” พินอินว่า ขณะที่สองสาวกำลังนั่งชื่นชมคะแนนการสอบย่อยของวิชาคณิตศาสตร์อยู่ด้วยกัน“แกก็สวย เรียนก็เก่ง อย่าแซวฉันเลยนะ”คีตาในตอนนี้ดูดีใจจนออกนอกหน้านอกตา สังเกตได้จากรอยยิ้มกว้างที่แทบไม่หุบ อย่างที่เพื่อนเธอว่าไว้นั่นแหละก็แหม!! นานๆ ทีคนมันจะได้คะแนนเยอะ ขอดีใจนิดหนึ่งหน่อยได้ไหม“มีติวเตอร์ดีก็แบบนี้แหละ จะว่าไปพี่แผ่นดินเค้าก็เท่เหมือนกันนะ เรียนก็เก่ง กีฬาก็ปัง” สาวแว่นยังคงเอ่ยแซวเรื่อยๆ“อย่านะพินอิน!! แกอย่าเผลอชอบคนปากร้ายคนนั้นเด็ดขาด” คำพูดของเพื่อนสนิททำเอาคีตาถึงกับต้องรีบห้ามปรามในทันที เธอเอ่ยมันออกไปอย่างอัตโนมัติเลยก็ว่าได้“ไม่หรอก แค่ชื่นชมพี่เค้าเฉยๆ หรือนี่ไม่ใช่ว่าแกกำลั
“หาวว~” คนตัวเล็กที่ดันลืมตัวปล่อยหาวออกมาและที่สำคัญ เธอทำมันต่อหน้าผู้ชายที่ไม่ชอบหน้าเท่าไรด้วยจะบ้าตาย น่าอายสุดๆสิ่งที่เห็นทำชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู พร้อมส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ให้กับลูกศิษย์จอมเพี้ยนคนนี้ยัยบ้านี่ ตลกชะมัด ผู้หญิงอะไร!!“ไหวไหม ง่วงขนาดนั้นเลยหรือไง”แผ่นดินว่าก่อนจะเปิดหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ของเธอ ไปยังบทปัจจุบันที่ ม.4 กำลังเรียนอยู่ให้ พร้อมกับส่งคืนไปยังคนขี้เซาด้านข้าง“ไหวค่ะ เมื่อคืนนอนดึกนิดหน่อย” เธอว่าพลางรับมาอย่างว่าง่ายบอกได้เลยว่า... กายไม่พร้อม ใจก็เช่นกัน“งั้นพี่จะทบทวนเรื่องปัจจุบันที่เรียนอยู่ให้ก่อนแล้วกัน”เขาเอ่ยพร้อมกันเริ่มอธิบายอย่างช้าๆ ดูเชิงก่อนว่าเธอจะรับได้มากน้อยแค่ไหน แต่ดูจากสภาพในวันนี้แล้ว น่าจะได้ไม่มากนักหรอกติวเตอร์จำเป็นอธิบายเนื้อหาต่างๆ ให้ฟังอย่างชัดเจน เขาค่อยๆ สอนวิธีการคิดเลขให้อย่างไม่รีบร้อนแต่ละเอียด เพราะกลัวว่าเธอจะตามไม่ทัน ก่อนจะให้ทำโจทย์ไ
เมื่อเช้าวันเสาร์วนมาถึง อากาศดีๆ แบบนี้ ใครจะอยากรีบลุกจากเตียงกันล่ะ ก็วันหยุดทั้งทีนี่นะคีตาสะลึมสะลือขึ้นมา พลางบิดขี้เกียจอย่างสบายใจ ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง ทั้งที่ตอนนี้เวลาก็เลยเก้าโมงไปแล้ว“น้องนภาจ๊ะ วันนี้เราไปทำเล็บกันดีไหม เห็นว่าที่ร้านมีลายใหม่เข้ามาด้วยนะ”เสียงจ้อกแจ้กของแม่ๆ ดังมาจากตรงรั้วที่กั้นกลางระหว่างสองบ้าน เป็นภาพคุ้นตาที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน เสียงหัวเราะเบาๆ และบทสนทนามากมายแสดงถึงความสนิทสนม ราวกับว่ารั้วนั้นไม่เคยเป็นกำแพงกั้นเลยสักนิด“ไปสิคะพี่นิน เล็บภาก็ไม่ได้ดูแลมานานแล้ว อยากทำสีให้ดูสวยๆ วัยรุ่นๆ กับเค้าบ้าง” น้านภาตอบกลับพลางเช็กเล็บบนมือไปด้วย“งั้นไปรถภากันนะคะ ขอตัวไปหยิบกุญแจสักครู่” เธอเอ่ยต่อเมื่อเห็นทีว่าต้องรีบไป“ได้สิ แต่เอ๊ะ!! นั่นแผ่นดินนี่ ขยันดูแลต้นไม้ดอกไม้จังเลยนะลูก” หลังเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายตัวสูง แม่นินก็เอ่ยทักทายขึ้น ในขณะที่เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงบริเวณสวนดอกไม้ในบ้านของตัวเอง“สวัสดีครับแม่นิน คีตา...ไปไหนเหรอครับ”เขาละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า
สายลมอ่อนพัดเข้ามาทางหน้าต่าง พาผ้าม่านสีฟ้าพลิ้วไหวเบาๆ ไปตามแรงลม วันนี้คีตาตั้งใจจะอ่านหนังสือสักสองสามบทไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนเธอจะมีแรงฮึดเต็มร้อยกว่าทุกวันเลยทีเดียวติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ~แต่ถึงอย่างนั้น ความตั้งใจก็กำลังจะถูกทำลายลง เพราะเสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังรัวมาจากมือถือของเธอ ใครกันนะที่ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์รัวข้อความมาMatthew_Cmaj: นี่พวกเธอKTkeetapat_: ว่าไงแมทธิว มีอะไรดึกแล้วนะMatthew_Cmaj: รู้จักนักสตรีมเมอร์ที่ชื่อ D-Lunaris อะไรนั่นกันไหมPrawpitcha_Pinin: ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าเป็นคนในโรงเรียนเราMatthew_Cmaj: ใช่ เค้าดังสุดๆ แถมยังเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตของทีม The Little Hex ด้วยนะKTkeetapat_: ดังขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้จักเลยPrawpitcha_Pinin: ก็ระดับหนึ่งเลยในโลกออนไลน์Matthew_Cmaj: ตอนนี้กำลังไลฟ์สดอยู่เลย เธอลองเข้าไปดูสิ เดี๋ยวฉันส่งลิงก์ให้ข่าวลืออะไรพวกนั้น คีตาไม่เคยสนใจมันหรอก ปกติเธอก็ไม่ค่อยทันเหตุการณ์ในโรงเรียน
ภาคเรียนที่ 2 กำลังเริ่มต้นขึ้น แต่คะแนนสอบเทอมก่อนของคีตายังคงเป็นที่ไม่น่าพอใจนัก ทั้งที่เธอพยายามอ่านหนังสือและท่องจำอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้น ยังไม่มากพอ“เกรดเทอมที่แล้วของฉันแย่สุดๆ ทำไมฉันโง่แบบนี้นะ” คีตานั่งกุมขมับกับคะแนนเฉลี่ยที่ออกมา ที่จริงมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ตัวเองกลับคาดหวังเอาไว้เยอะน่ะสิ“อย่าว่าตัวเองเลย ฉันผิดเองที่ไม่ค่อยมีเวลาติวให้” พินอินเห็นเพื่อนเศร้าก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอปลอบใจพลางลูบหลังเพื่อนไปด้วย“โธ่!! ไม่ใช่ความผิดแกซะหน่อยพินอิน ลำพังแค่ต้องทำงานพิเศษไปด้วยก็ดูเหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมาคอยดูแลคนไม่เอาไหนอย่างฉันอีก ไม่เป็นไรเลยเพื่อนรัก” คีตาว่าก่อนจะซบไปที่ไหล่ของเพื่อนสนิท“นี่ๆ พวกแกรู้ไหมว่างานกีฬาสีปีนี้ จะมีการคัดเลือกดรัมเมเยอร์ประจำแต่ละสีด้วยนะ ฉันว่าแกต้องทำเพื่อสีส้มของเราแล้วล่ะ...คีตา!!” แมทธิวปรี่เข้ามาจากด้านหลัง ก่อนจะประกาศข่าวสำคัญให้กับสองสาวได้รับรู้ก่อนใครจากที่เมื่อกี้ยังเสียใจกับคะแนนสอบอยู่เลย แต่คีตากลับตื่นเต้นกับข่าวใหม่ที
และวันประกวดรอบสุดท้ายก็มาถึง คิวแสดงความสามารถรันไปเรื่อยๆ จนมาถึงคีตา ที่ตอนนี้กำลังถูกตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมจากเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ“เอาล่ะสวยแล้ว สู้เค้านะคีตา!! ฉันไปรอเชียร์ที่หน้าเวทีนะ” พินอินเอ่ยอย่างอ่อนโยน พลางจับมือให้กำลังใจ“พวกแกสองคนนี่อย่างกับคู่ยูริเลย” เพื่อนชายเอ่ยแซวขึ้น ในขณะที่กำลังเช็ดทำความสะอาดกีตาร์ไปด้วยแมทธิวเห็นท่าทางของทั้งคู่ก็อดคิดไม่ได้ แต่จะเป็นไปได้ยังไง ก็ที่คีตามาประกวดนี่มันเพราะผู้ชายนะ“พอเลยไอ้แมทธิวนายก็ตั้งใจนะ พาคีตาชนะให้ได้” พินอินว่าพลางตบไหล่ให้กำลังใจเบาๆ ซึ่งเขาเองก็ยักไหล่ให้แบบกวนๆเมื่อถึงคิวการแสดงของทั้งคู่ คีตาและแมทธิวต่างก็พากันขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำการแสดง ซึ่งตอนแรกคีตาก็มีอาการประหม่าเล็กน้อยแต่ก่อนขึ้นมาเธอได้พบกับเจ้าขุน และเขาได้เอ่ยให้กำลังใจเธอ ทำให้ตอนนี้บทเพลงที่กำลังถูกถ่ายทอดออกมา มันไพเราะมากกว่าตอนที่ซ้อมกัน เพิ่มขึ้นมาเป็นยี่สิบเท่าเลยก็ว่าได้จนสุดท้ายคีตาก็สามารถคว้ารางวัลที่ 3 มาครองได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอดีใจมากก่อนจะรีบวิ่งไป







