Beranda / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 7 : หยาดน้ำค้างบนรอยร้าว

Share

ตอนที่ 7 : หยาดน้ำค้างบนรอยร้าว

Penulis: Chanan
last update Tanggal publikasi: 2026-08-14 14:38:22

      สายหมอกยามเช้าของวันใหม่โรยตัวหนาทึบจนมองเห็นทิวเขาเบื้องหน้าเป็นเพียงเงาสลัว อุณหภูมิบนดอยลดต่ำลงจนทำให้หยาดน้ำค้างแข็งเกาะพราวอยู่บนผลพลับสีส้มสดที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเยือกเย็น มีเพียงเสียงนกป่าร้องระงมฝ่าม่านหมอกสีขาวละมุน

      ภายในห้องทำงานเรือนใหญ่ ความเงียบเชียบยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ แก้วตานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม มือบางพลิกหน้าเอกสารสัญญาซื้อขายใบชาอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ ในหัวยังคงหมุนวนอยู่กับเรื่องราวคุณหนูศิรินทร์ที่แว่วเข้าหูมาเมื่อวันก่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อแข็ง ๆ มาจุกอยู่ที่คอจนอึดอัด

      “แก้วตา... สัญญาของสุรพลพานิชอยู่ไหน” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของพ่อเลี้ยงภูผาดังทำลายความเงียบ ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน นัยน์ตาคมกริบจับจ้องมาที่ร่างเล็กอย่างพินิจพิจารณา

      “อ๊ะ... นี่ครับพ่อเลี้ยง แก้วแยกใส่แฟ้มสีน้ำเงินไว้ให้แล้วครับ” แก้วตาสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะรีบหยิบแฟ้มเอกสารเดินเข้าไปส่งให้คนตัวโตที่โต๊ะ พยายามประคองกิริยาให้สำรวมและเว้นระยะห่างตามหน้าที่ที่พึงกระทำ

      ภูผารับแฟ้มไป ทว่าสายตาคมกลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม ชายหนุ่มสังเกตเห็นแววตาที่หม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มสดใสราวดวงจันทร์เสี้ยวที่เคยได้รับในทุก ๆ เช้า บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงรอยยิ้มสุภาพตามมารยาทที่แฝงความหมางเมินเอาไว้ เริ่มทำให้พญาเสือขี้หวงรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาดื้อ ๆ

      “เป็นอะไร... หน้าตาดูไม่สดชื่น หรือว่าไข้จะกลับอีก” ภูผาเอ่ยถาม เสียงทุ้มนั้นอ่อนแสงลงหลายส่วน มือหนาตั้งท่าจะเอื้อมไปแตะหน้าผากมนเพื่อตรวจวัดไข้เหมือนทุกที

      “เปล่าครับพ่อเลี้ยง แก้วสบายดีครับ... แก้วขอตัวไปจัดสำรับน้ำชาช่วงสายให้พ่อเลี้ยงก่อนนะครับ” แก้วตารีบก้าวถอยหลังหลบสัมผัสอย่างเนียน ๆ พลางก้มหัวให้อย่างนอบน้อมแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้ภูผานั่งมองมือตัวเองที่ค้างอยู่กลางอากาศด้วยความรู้สึกหน่วงหนับในอก

      ช่วงสาย ณ โรงครัวหลังเรือนใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาป่าและควันไฟจากเตาถ่านโชยมาจาง ๆ แก้วตากำลังช่วยป้าสมใจจัดเตรียมถาดน้ำชาร้อนและขนมทองม้วนสดที่ปลัดอนันต์ฝากคนงานมาให้เมื่อวันก่อน แม้แก้วตาจะปฏิเสธที่จะรับไว้ต่อหน้าพ่อเลี้ยง แต่ป้าสมใจเห็นว่าเป็นของกินและปลัดหนุ่มตั้งใจซื้อมาฝาก จึงนำมาจัดใส่จานเพื่อประคองไมตรี

      “แก้วตาจ๋า... เดี๋ยวเจ้ายกถาดน้ำชานี้ไปให้พ่อเลี้ยงที่ลานหน้าเรือนนะ เห็นว่าวันนี้มีแขกผู้ใหญ่เดินทางมาจากในเวียง พ่อเลี้ยงเลยลงไปต้อนรับข้างล่าง” ป้าสมใจร้องบอกพลางยื่นถาดเครื่องเคลือบดินเผาให้

      “แขกผู้ใหญ่... จากในเวียงเหรอครับป้าสม” หัวใจดวงน้อยของแก้วตากระตุกวูบ มือบางที่รับถาดมาเริ่มสั่นเทาจาง ๆ ความกลัวในใจที่พยายามซ่อนไว้กำลังจะกลายเป็นความจริง

      “ใช่จ้ะ... เห็นว่าเป็นท่านประธานโรงงานแปรรูปผลไม้ แล้วก็... มาพร้อมกับคุณหนูศิรินทร์ลูกสาวนั่นแหละ ป้าล่ะตื่นเต้นแทนไร่เราจริง ๆ” ป้าสมใจเล่าเจื้อยแจ้วไม่ได้คิดอะไร ทว่าคำพูดนั้นกลับดั่งเข็มเล่มเล็ก ๆ ที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของเด็กหนุ่มจนเจ็บแปลบ

      แก้วตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสะกดกั้นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ในอก มือบางกระชับถาดแน่นก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากโรงครัว มุ่งหน้าไปยังลานไม้สักหน้าเรือนใหญ่ท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดโบกจนเสื้อไหมพรมตัวโคร่งปลิวไสว

      เมื่อก้าวพ้นหัวมุมตึก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ฝีเท้าของแก้วตาต้องหยุดชะงักลงทันที

      ที่ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนกลางสวนดอกไม้เมืองเหนือ ร่างสูงใหญ่สง่างามของพ่อเลี้ยงภูผากำลังนั่งคุยอยู่กับชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน และข้าง ๆ กันนั้น... มีหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผิวขาวจัดสะดุดตาในชุดเสื้อโค้ทสีชมพูหวานละมุน เธอคนนั้นคือคุณหนูศิรินทร์ผู้เพียบพร้อม ภาพของหญิงสาวที่กำลังส่งยิ้มหวานพลางหยิบยื่นเอกสารบางอย่างให้พ่อเลี้ยงภูผาด้วยท่าทางสนิทสนม และท่าทางของพ่อเลี้ยงที่ยอมรับมันไปพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ยิ่งตอกย้ำความเหมาะสมคู่ควรที่ห่างไกลจากเด็กคนงานอย่างเขาเหลือเกิน

      ความเจียมตัวและศักดิ์ศรีในใจสั่งให้แก้วตาต้องก้าวเดินต่อไปทำหน้าที่ของตน เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเพื่อเรียกความเข้มแข็ง ค่อย ๆ ประคองถาดน้ำชาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะรับแขกช้า ๆ

      “น้ำชาร้อน ๆ ครับ...” แก้วตาเอ่ยเสียงแผ่วเบาสุภาพ พลางย่อตัวลงจัดวางถ้วยชาเครื่องเคลือบลงบนโต๊ะทีละจานอย่างระมัดระวัง แววตาเรียวรีทอประกายความนอบน้อม ทว่ากลับไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงหน้า

      “อ้าว... คนงานใหม่ของไร่ภูผาตะวันเหรอคะ หน้าตาน่าเอ็นดูเชียว” ศิรินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสพลางส่งยิ้มให้แก้วตา ทว่าดวงตาเรียวของเธอกลับเหลือบไปเห็นจานขนมทองม้วนสดที่วางอยู่บนถาด “เอ๊ะ... ขนมทองม้วนสดนี่นา ร้านโปรดของศิรินทร์ในตลาดอำเภอเลยค่ะ ไม่คิดว่าในไร่จะมีเลี้ยงด้วย”

      “พอดี... มีปลัดอำเภอท่านเอามาฝากคนงานน่ะครับ” แก้วตาตอบเสียงสุภาพ แสร้งทำเป็นอธิบายเพื่อไม่ให้ดูเป็นการเสียมารยาท

      “งั้นเหรอคะ... พ่อเลี้ยงภูผาคะ ศิรินทร์ขอชิมชิ้นหนึ่งนะคะ” หญิงสาวหันไปส่งสายตาหวานเชื่อมให้เจ้าของไร่ พลางเอื้อมมือทำท่าจะหยิบขนมในจานที่แก้วตากำลังจะยกวาง

      ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง ด้วยความที่แก้วตาใจลอยและประหม่ากับสายตาคมกริบของพ่อเลี้ยงภูผาที่จ้องเขม็งมาที่เขาตั้งแต่นาทีแรกที่เดินเข้ามา มือบางที่ถือจานขนมเกิดอาการสั่นเทา ประกอบกับผิวเซรามิกของจานที่ลื่นน้ำค้าง ยิ่งทำให้จานขนมหลุดลอยจากมือบางทันที!

      เคร้ง!!

      เสียงจานเซรามิกตกลงกระทบพื้นหินอ่อนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ เศษกระเบื้องคมกริบและเนื้อขนมสดร่วงหล่นกระจัดกระจายคลุกฝุ่น น้ำชาร้อนบางส่วนในกากระฉอกกระเด็นไปโดนชายเสื้อโค้ทตัวหรูของคุณหนูศิรินทร์จนเกิดรอยเปื้อน

      “ว้าย!!” ศิรินทร์ร้องลั่นด้วยความตกใจ ร่างบางรีบขยับถอยหลัง

      “คุณหนูศิรินทร์! เป็นอะไรไหมครับ” แขกผู้ใหญ่ผู้เป็นพ่อรีบลุกขึ้นดูด้วยความตื่นตระหนก

      “แก้วตา!! ทำไมซุ่มซ่ามขนาดนี้!”

      เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของพ่อเลี้ยงภูผาตวาดก้องขึ้นมาทันที เสียงนั้นดังและเฉียบขาดจนบรรยากาศรอบกายพลันเงียบกริบราวกดปุ่มหยุดนิ่ง นัยน์ตาคมกริบสีนิลของเจ้าของไร่วาวโรจน์ด้วยความโกรธขัดใจ... ชายหนุ่มโกรธที่แก้วตาเอาขนมของปลัดหนุ่มขึ้นมาจัดสำรับ และโกรธในความประมาทจนเกือบทำตัวเองบาดเจ็บ ทว่าน้ำเสียงที่หลุดออกไปกลับดูดุดันและกลายเป็นการตำหนิต่อหน้าแขกผู้ใหญ่ในเมืองอย่างรุนแรง

      คำตวาดนั้นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของแก้วตา ร่างเล็กสะท้านเฮือก ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างถึงที่สุด หยาดน้ำตาเม็ดโตที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันรื้นขึ้นมาคลอเบ้าทันที ผิวแก้มกลมอมชมพูบัดนี้ซีดเผือดเพราะความอับอายและน้อยเนื้อต่ำใจ

      “แก้ว...แก้วขอโทษครับพ่อเลี้ยง แก้วไม่ได้ตั้งใจครับ แก้วขอโทษครับคุณหนูศิรินทร์...” แก้วตาละล่ำละลักตอบ เสียงหวานใสสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เด็กหนุ่มรีบก้มลงคุกเข่ากับพื้นดินชื้นแฉะ สองมือบางพยายามจะกวาดเก็บเศษกระเบื้องแตกเพื่อแก้ไขสถานการณ์ด้วยความลนลาน

      “หยุด! อย่าจับ!” ภูผาร้องห้ามเสียงเข้ม ชายหนุ่มตั้งท่าจะก้าวเข้าไปคว้าจับมือบางเอาไว้เพราะกลัวเศษกระเบื้องจะบาดผิวเนียน

      ฉึก...

      ทว่าไม่ทันการณ์... เศษกระเบื้องคมกริบชิ้นหนึ่งบาดเข้าที่ปลายนิ้วชี้เรียวบางของแก้วตาอย่างจัง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาตามผิวเนื้อเนียนละเอียดในทันที ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบได้เลยกับความร้าวรานในหัวใจดวงน้อยที่กำลังพังทลายลง

      แก้วตาชักมือกลับมากุมไว้แน่น น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลร่วงอาบแก้มใสทันที เด็กหนุ่มเจียมตัวอย่างถึงที่สุดแล้วว่าตนเองเป็นใคร... เป็นเพียงลูกคนงานต้อยต่ำ ซุ่มซ่าม และไร้ค่าในสายตาพญาอินทรีผู้สง่างามคนนี้ การที่เขาอยู่ตรงนี้มันช่างดูเกะกะสายตาและสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้มีพระคุณเหลือเกิน

      “แก้ว...แก้วขอโทษครับ ขอโทษที่ทำให้ไร่ต้องมัวหมอง... แก้วขอตัวครับ!”

      พูดจบ แก้วตาก็สะอื้นฮัก หยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัววิ่งฝ่าสายลมหนาวและม่านหมอกหนาทั้งน้ำตา วิ่งตรงดิ่งกลับลงไปทางแปลงพลับท้ายไร่อย่างไม่คิดชีวิต เสียงสะอื้นไห้ที่ดังก้องไปตามทางทำเอาคนฟังหัวใจสะท้าน

      “แก้วตา!! กลับมานี่!” ภูผาตะโกนเรียกเสียงสั่น ชายหนุ่มขยับตัวจะก้าวตาม ทว่าจำต้องชะงักเท้าไว้เมื่อนึกถึงหน้าที่สำคัญตรงหน้า

      “พ่อเลี้ยงภูผา... จะไปไหนครับ เรื่องสัญญาซื้อขายโรงงานเรายังคุยกันไม่จบเลยนะ แล้วเสื้อของศิรินทร์...” ผู้เป็นแขกผู้ใหญ่เอ่ยทักท้วงด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยที่เห็นเจ้าของไร่ให้ความสำคัญกับเด็กคนงานมากกว่าพวกตน

      ภูผาขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน นัยน์ตาคมกริบจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งหายเข้าไปในม่านหมอกด้วยความรู้สึกหน่วงหนับและร้อนรนในอก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมานิ่งสนิทและสุขุมตามเดิมเพื่อทำหน้าที่ของตนให้ลุล่วง

      “ขออภัยด้วยครับท่านประธาน... คุณหนูศิรินทร์ เดี๋ยวผมจะให้คนงานพาไปเปลี่ยนชุดและทำความสะอาดที่ห้องรับรองก่อนครับ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาคู่คมยังคงสั่นไหวเล็กน้อย ชายหนุ่มหันไปเรียกป้าสมใจให้มาจัดการดูแลแขกและเก็บกวาดเศษกระเบื้อง

      ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม พยายามเพ่งความสนใจไปที่แผ่นกระดาษสัญญาซื้อขายเบื้องหน้า แม้ภายในอกจะร้อนรุ่มราวกำลังถูกไฟแผดเผาและเป็นห่วงปลายนิ้วที่ขึ้นสีเลือดของแก้วตาจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร ทว่าความเป็นผู้ใหญ่และมาดของพ่อเลี้ยงผู้เด็ดขาดยังคงค้ำคอ ชายหนุ่มใช้เวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมงในการเจรจา ตรวจทาน และลงนามในเอกสารซื้อขายผลผลิตล็อตใหญ่กับแขกผู้ใหญ่จากในเวียงจนเสร็จสิ้นกระบวนการทุกประการตามหน้าที่ของเจ้าของไร่ที่ดี

      “เรียบร้อยครับ... หวังว่าล็อตนี้จะทำกำไรให้โรงงานของท่านประธานได้ดีเช่นเคย” ภูผาเอ่ยเสียงนุ่มนวลตามมารยาทธุรกิจ พลางยื่นมือไปจับกับแขกผู้ใหญ่

      “ขอบคุณมากครับพ่อเลี้ยง หวังว่าโอกาสหน้าเราจะได้ร่วมงานกันอีก และ... เรื่องที่คุณหนูศิรินทร์จะมาช่วยดูงานที่นี่ หวังว่าพ่อเลี้ยงจะไม่ขัดข้องนะครับ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยฝากฝังลูกสาว ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับคำนิ่ง ๆ ไม่ได้แสดงความรู้สึกยินดียินร้ายอะไรมากมาย

      หลังจากส่งแขกผู้ใหญ่และคุณหนูศิรินทร์ขึ้นรถยนต์คันหรูแล่นออกจากเขตเรือนใหญ่ไปจนสุดสายตา... มาดนิ่งสนิทและสุขุมของพ่อเลี้ยงภูผาก็มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรนใจและความห่วงใยอันมหาศาล ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบสืบเท้าออกวิ่งฝ่าลมหนาวและม่านหมอกหนา ติดตามรอยเลือดและหยาดน้ำตาของกระต่ายน้อยดื้อรั้นลงไปทางแปลงพลับท้ายไร่ในทันที...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status