Home / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 8 : บาดแผลท่ามกลางสายหมอก

Share

ตอนที่ 8 : บาดแผลท่ามกลางสายหมอก

Author: Chanan
last update publish date: 2026-08-14 14:38:57

     สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกสีขาวจัดลงมาปกคลุมทั่วทั้งแปลงพลับท้ายไร่ ภูผาตะวัน จนขาวโพลนไปหมด ละอองความชื้นแฉะของผืนดินหลังรอยฝนทำให้บรรยากาศยิ่งดูเยือกเย็นและอ้างว้าง แก้วตาวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าดงหญ้าที่เปียกปอนมาหยุดยืนอยู่หลบมุมข้างลังไม้ใบเก่าหลังโรงเรือนคัดแยก ทั่วทั้งร่างเล็กสั่นเทาไม่ใช่เพียงเพราะความหนาวเหน็บที่พัดปะทะผิวเนื้อ ทว่าแผ่ซ่านมาจากความเจ็บปวดลึกซึ้งภายในอก

      “ฮึก... ฮือ...”

      เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางสีพีชที่บัดนี้สั่นระริก แก้วตานั่งคุกเข่าซุกหน้าลงกับหัวเข่าของตัวเอง สองมือบางกอดกระชับเสื้อไหมพรมตัวโคร่งสีครีมที่พ่อเลี้ยงภูผาซื้อไว้ให้แน่น ราวกับจะอาศัยความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่ช่วยประคองหัวใจดวงน้อยที่กำลังสั่นคลอน หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มใสจนเปียกชุ่ม ขับเน้นให้ผิวแก้มกลมดูซีดเซียวลงทันตา

      ปลายนิ้วชี้เรียวบางของเด็กหนุ่มยังมีหยาดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย นึกถึงตอนที่เศษกระเบื้องบาดเข้าที่ผิวเนื้อเนียน ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ตวาดก้องตำหนิความซุ่มซ่ามของเขาต่อหน้าคุณหนูศิรินทร์และแขกผู้ใหญ่ในเมือง

      “แก้วตา!! ทำไมซุ่มซ่ามขนาดนี้!”

      คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวสมองซ้ำไปซ้ำมา ดั่งใบมีดคมที่กรีดซ้ำลงบนรอยร้าวในใจ แก้วตาหลับตาปี๋ปล่อยให้น้ำตาไหลพราก ความเจียมเนื้อเจียมตัวที่เพียรเตือนตัวเองอยู่เสมอแล่นกลับเข้ามาตอกย้ำความจริงอันแสนโหดร้าย... เขาเป็นเพียงลูกชายคนงานต้อยต่ำ มีหน้าที่แค่แบกเข่งผลไม้และทำตามคำสั่ง การได้รับโอกาสขึ้นไปทำงานเป็นผู้ช่วยบนเรือนใหญ่ ได้สวมเสื้อไหมพรมเนื้อดี และได้รับการเอาใจใส่แบบเงียบ ๆ จากพ่อเลี้ยง มันคงเป็นเพียงความเมตตาปรานีที่เจ้านายพึงมอบให้เท่านั้น ไม่ใช่ความรู้สึกพิเศษอะไรเลย เมื่อคุณหนูศิรินทร์ผู้เพียบพร้อมและเหมาะสมคู่ควรในทุกประการก้าวเข้ามา เขาก็กลายเป็นเพียงสิ่งของเกะกะสายตาที่ทำเรื่องขายหน้าให้พ่อเลี้ยงต้องอับอาย

      ในเวลาเดียวกัน ทันทีที่รถยนต์คันหรูของแขกผู้ใหญ่แล่นพ้นเขตเรือนใหญ่ไป พ่อเลี้ยงภูผาก็ไม่หลงเหลือมาดของชายหนุ่มผู้สุขุมนิ่งขรึมอีกต่อไป หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความวิตกกังวลระคนร้อนรนราวกำลังถูกไฟแผดเผา ภาพดวงตาเรียวรีที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาและกระแสความตัดพ้อก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งหนีไป มันตามหลอกหลอนจนเขาแทบคลั่ง ยิ่งนึกถึงปลายนิ้วบางที่ขึ้นสีเลือดเพราะเศษกระเบื้องบาด ภูผาก็ยิ่งไม่อาจทนเฉยอยู่ได้

      ชายหนุ่มออกวิ่งทันที! รองเท้าบูทหนังเหยียบย่ำลงบนดินโคลนชื้นแฉะอย่างรีบร้อน ร่างสูงใหญ่ก้าวสับเท้าฝ่าลมหนาวและม่านหมอกหนาทึบที่เริ่มโรยตัวหนาขึ้นทุกทีจนทัศนวิสัยเบื้องหน้ามืดมน

      “แก้วตา!! แก้วตา! อยู่ไหน!”

      ภูผาตะโกนเรียกเสียงสั่นก้องฝ่าสายหมอก นัยน์ตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปทั่วบริเวณแปลงพลับอย่างลนลาน ชายหนุ่มวิ่งฝ่าดงต้นพลับจากแปลงหนึ่งไปยังอีกแปลงหนึ่ง กิ่งไม้และใบไม้ที่เปียกปอนพัดถากใบหน้าคมคายจนเปียกชื้น ทว่าเขากลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย ในหัวมีแต่ความห่วงใยอันมหาศาลต่อเด็กหนุ่มตัวเล็ก

      ชายหนุ่มวิ่งตามรอยเท้าเล็ก ๆ ที่ย่ำลงบนดินเลน และรอยหยดเลือดจาง ๆ ที่เกาะอยู่ตามใบหญ้าอย่างระมัดระวัง ความหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตพวยพุ่งขึ้นมาจับใจ... เด็กดื้อ ร่างกายก็ยิ่งไม่แข็งแรงอยู่ ถ้าวิ่งตากลมตากหมอกหนาขนาดนี้จนเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง

      “แก้วตา! ได้ยินฉันไหม! ออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้!” ภูผายังคงตะโกนเรียกพลางออกวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต ชายหนุ่มวิ่งอ้อมไปยังบริเวณหลังโรงเรือนคัดแยกท้ายไร่ ซึ่งเป็นจุดที่เงียบสงบและคนงานมักไม่ค่อยผ่านไปมา

      จนกระทั่ง สายตาคู่คมตวัดไปเห็นเงาร่างเล็ก ๆ ในชุดเสื้อไหมพรมสีครีมคุ้นตากำลังนั่งขดตัวกลมซุกหน้าอยู่ข้างลังไม้ใบเก่าหลังโรงเรือน ท่าทางราวนกต่อปีกหักที่กำลังสั่นเทาด้วยความหนาวและแรงสะอื้น ทำเอาภูผาแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มผ่อนฝีเท้าลงเล็กน้อยพลางสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมความร้อนรน

      “แก้วตา...” ภูผาเอ่ยเรียกเสียงทุ้มต่ำที่แฝงแววโล่งอกอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นดินชื้นแฉะตรงหน้าแก้วตาทันที โดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าและกางเกงราคาแพงจะเปื้อนดินเลน ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาทั้งสองข้างไปคว้าจับไหล่บางของเด็กหนุ่มไว้แน่น

      แก้วตาสะดุ้งสุดตัว เด็กหนุ่มพยายามจะบิดกายเบนหน้าหนีหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองตรงมา “ปล่อยแก้วเถอะครับพ่อเลี้ยง... ฮึก แก้วขอโทษครับ ขอโทษที่ทำตัวซุ่มซ่ามให้พ่อเลี้ยงต้องขายหน้าต่อหน้าแขกผู้ใหญ่”

      “ใครบอกว่าฉันขายหน้า?” ภูผาขมวดคิ้วหนาแน่นขึ้น ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือจากไหล่บางลงมากุมข้อมือเล็กเอาไว้ ทว่าสายตาคู่คมกลับไปสะดุดเข้ากับหยาดเลือดสีแดงสดที่ยังคงไหลซึมอยู่ตรงปลายนิ้วชี้ของแก้วตา ความโกรธขัดใจมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตกใจและระลอกความห่วงใยอันมหาศาลที่แล่นเข้ามากัดกินหัวใจ

      “มือเจ็บขนาดนี้... ทำไมไม่บอก!” ภูผาอุทานเสียงต่ำ ชายหนุ่มกระชับมือหนาแน่นขึ้น ประคองปลายนิ้วบางที่ขึ้นสีเลือดอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังจับต้องแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลาย ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดประจำตัวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ บรรจงนำมาพันซับบาดแผลที่นิ้วชี้ให้แก้วตาอย่างเชื่องช้าแผ่วเบา

      “แก้วเป็นแค่คนงาน... เจ็บแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกครับ พ่อเลี้ยงกลับขึ้นไปดูแลคุณหนูศิรินทร์เถอะครับ เดี๋ยวเธอจะรอนาน...” แก้วตาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาเรียวรีทอประกายความหมางเมินและรอยร้าวลึกซึ้งในอกที่ต้องพูดคำนี้ออกมา

      ภูผาชะงักมือที่กำลังผูกผ้าเช็ดหน้า ชายหนุ่มเงยใบหน้าคมคายขึ้นสบสายตากับดวงตาฉ่ำน้ำของคนตรงหน้า นัยน์ตาคมกริบสีนิลสั่นไหวเล็กน้อย ความเงียบเชียบครอบคลุมคนทั้งคู่ไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายลมหนาวพัดผ่านใบต้นพลับ ชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมาสามสิบสองปีตระหนักได้ทันทีว่ากระต่ายน้อยของเขากำลังสับสนและพยายามสร้างกำแพงกั้นเพราะเรื่องคุณหนูจากในเมือง

      ทว่า แม้ความรักครั้งนี้จะต้องใช้เวลาถักทอและบ่มเพาะอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภูผาก็ยังคงเลือกที่จะรักษามาดนิ่งขรึมและแสดงความรู้สึกผ่านการกระทำมากกว่าคำพูด ชายหนุ่มกระชับคอเสื้อไหมพรมสีครีมของแก้วตาให้เข้าที่ บดบังสายลมเย็นเยือกที่พัดผ่านมา

      “ฉันทำธุระซื้อขายเอกสารสัญญาเสร็จสิ้นหมดแล้ว... และตอนนี้ หน้าที่ของเธอคือการกลับขึ้นเรือนใหญ่ไปทำแผลให้เรียบร้อย” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นกลับนุ่มนวลชวนฟังและแฝงกระแสความห่วงใยไว้หนาหู ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปแตะพวงแก้มกลมสีพีชที่บัดนี้เย็นเฉียบแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม “ที่ฉันดุเมื่อครู่... ไม่ใช่เพราะโกรธเรื่องขนม หรือโกรธเรื่องจานแตก”

      “หือ?...” แก้วตากะพริบตาปริบ ๆ หยาดน้ำตาเกาะอยู่บนขนตางอนยาว มองช้อนคนตัวโตด้วยความไม่เข้าใจ

      “ฉันดุ... เพราะเธอไม่ระมัดระวังจนเกือบทำตัวเองบาดเจ็บ และมันก็บาดเจ็บจริง ๆ ด้วย” ภูผาสำทับเสียงเข้ม สายตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีราวกำลังคาดโทษ ทว่าฝ่ามือหนาที่ลูบกลุ่มผมนุ่มของแก้วตาอย่างเบามือนั้น กลับอบอุ่นดั่งแสงตะวันยามเช้าที่ส่องทะลุผ่านม่านหมอกหนา “ถ้าเธอเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีบาดแผลเพิ่มขึ้นมา... ใครจะช่วยฉันจัดระบบบัญชีส่งออกช่วงปลายปี ดื้อจริง ๆ”

      คำอธิบายแกมบังคับทว่าเปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่และเกื้อกูลทำเอาหัวใจดวงน้อยของแก้วตากระตุกวูบสั่นไหวอย่างรุนแรง ความน้อยเนื้อต่ำใจและความเศร้าสร้อยในอกค่อย ๆ ถูกระลอกความอบอุ่นสายหนึ่งละลายให้จางหายไปทีละน้อย แม้จะยังไม่มีคำบอกรักหลุดออกมา และเส้นแบ่งฐานันดรระหว่างเจ้าของไร่กับลูกคนงานยังคงชัดเจน ทว่าสัมผัสอันแสนทะนุถนอมของผู้ชายคนนี้ กำลังทำลายความหมางเมินในใจของเด็กหนุ่มจนหมดสิ้น

      “เข้าใจแล้วครับพ่อเลี้ยง... แก้วจะไม่ทำตัวซุ่มซ่ามอีกแล้วครับ” แก้วตาตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ซ่อนหน้าลงกับปกเสื้อไหมพรมเพื่อหลบสายตาคม

      “ดีมาก... ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ เดินกลับขึ้นเรือนใหญ่ไปพร้อมฉัน” ภูผาสั่งเสียงเรียบ ชายหนุ่มหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะยื่นฝ่ามือหนามาตรงหน้าแก้วตาเพื่อนำทาง

      แก้วตามองฝ่ามือหนาอันอบอุ่นคู่นั้น สลับกับใบหน้าคมคายที่ยังคงรักษามาดนิ่งสนิท ทว่าสายตาที่มองตรงลงมากลับละมุนตากว่าทุกที เด็กหนุ่มค่อย ๆ ยื่นมือบางที่พันด้วยผ้าเช็ดหน้าของพ่อเลี้ยงไปวางทาบลงบนฝ่ามือหนา ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อทันทีที่ภูผากระชับมือแน่น ประคองร่างเล็กให้เดินเคียงคู่กันก้าวเดินฝ่าม่านหมอกหนากลับขึ้นสู่เรือนใหญ่ภูผาตะวันช้า ๆ ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status