เข้าสู่ระบบหลังจากบ่ายวันนั้น บรรยากาศภายในห้องทำงานบนเรือนใหญ่ของไร่ภูผาตะวันก็ตกอยู่ในความเงียบเชียบที่ชวนให้หัวใจทำงานหนักยิ่งกว่าเดิม สายลมหนาวปลายฝนต้นหนาวยังคงพัดโชยมาปะทะบานหน้าต่างไม้สักทองอย่างต่อเนื่อง ทิ้งให้ความเย็นเยือกโอบล้อมตัวเรือน ทว่าความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นภายในอกของคนสองคนกลับไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยลงตามอุณหภูมิภายนอกเลยสักนิด
แก้วตานั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวเดิมฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือบางจับปากกาลูกลื่นแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีซีด ดวงตาเรียวรีพยายามจับจ้องอยู่กับตัวเลขบัญชีรายรับ-รายจ่ายของคนงานในแปลงพลับฝั่งตะวันออก แต่ทว่า... สมาธิของเด็กหนุ่มกลับกระเจิดกระเจิงไปไกล ทุกครั้งที่เขาขยับปลายนิ้ว ภาพเหตุการณ์ที่พ่อเลี้ยงภูผาก้าวเข้ามาประชิดกุมข้อมือ พร้อมกับกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำว่า ห้ามมองใครนอกจากฉัน มันยังคงฉายซ้ำและดังก้องอยู่ในหัวสมองจนผิวแก้มกลมร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ “พ่อเลี้ยงครับ... ตรงนี้ ยอดบิลค่าน้ำมันรถแทรกเตอร์ของอาทิตย์ก่อน มันไม่ตรงกับยอดในใบเสร็จหลักครับ” แก้วตาตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบเสียงแผ่วเบา หวังจะใช้เรื่องงานช่วยดึงตัวเองออกจากความฟุ้งซ่าน เด็กหนุ่มค่อย ๆ เลื่อนสมุดบัญชีเล่มหนาไปตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พยายามระมัดระวังไม่ให้ปลายนิ้วของตนไปสัมผัสโดนผิวเนื้อของอีกฝ่ายเพราะความขัดเขินที่ยังคงฝังลึกอยู่ ภูผาที่กำลังนั่งตรวจทานสัญญาซื้อขายใบชาละสายตาจากแผ่นกระดาษ ชายหนุ่มก้มลงมองตัวเลขที่นิ้วเรียวบางของแก้วตาชี้อยู่ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามนิสัยของคนทำงานละเอียด ก่อนจะเลื่อนสายตาคมกริบขึ้นมาจับจ้องที่ใบหน้าหวานของคนตัวเล็กแทน ชายหนุ่มสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กระต่ายน้อยของเขากำลังพยายาม หลบสายตา และรักษาระยะห่างอย่างสุดความสามารถ ซึ่งมันทำให้พญาเสือขี้หวงรู้สึกขัดใจอยู่ลึก ๆ “ไหน... ตรงไหนไม่ตรงขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ ซิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากระแสเสียงกลับแฝงแววเผด็จการไว้จาง ๆ “เอ่อ... ตรงนี้ครับพ่อเลี้ยง ที่วงกลมสีแดงไว้ครับ” แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ ทว่ายังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมขยับกายเข้าไปใกล้ตามที่คนตัวโตบอก ภูผาถอนหายใจแผ่วเบาในลำคอ ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเต็มความกว้างของแผ่นหลังหนา ก่อนจะก้าวเท้าฉับ ๆ อ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังเก้าอี้ของแก้วตา ท่วงท่าการก้าวเดินที่มั่นคงดั่งหินผาทำเอาแก้วตาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ทอดลงมาครอบคลุมตัวเขาไว้จนมิด พรึบ... ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานเอื้อมข้ามไหล่บางไปวางทาบลงบนโต๊ะไม้สัก แผงอกกว้างหนาบึกบึนก้มลงมาจนชิดติดกับแผ่นหลังบางของแก้วตา จนเด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงกระแสความอบอุ่นอันยิ่งใหญ่ดั่งเตาผิงเคลื่อนที่ กลิ่นอายสะอาดดั่งป่าสนผสมกลิ่นยาสูบอ่อน ๆ ประจำตัวของพ่อเลี้ยง อบอวลล้อมรอบตัวแก้วตาในระยะประชิดจนหัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “ยอดตรงนี้... ลุงอินคงลงสลับกับบิลค่าปุ๋ยเคมี” ภูผากระซิบเสียงทุ้มพร่าต่ำอยู่ข้างใบหูบาง ปลายจมูกโด่งคมเฉียดผ่านกลุ่มผมนุ่มหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กของแก้วตาไปอย่างเชื่องช้าทว่าตั้งใจ “เดี๋ยวเธอช่วยแก้ให้ตรงตามใบเสร็จจริงแล้วกัน... ทำได้ใช่ไหม” “ดะ...ทำได้ครับพ่อเลี้ยง แก้วจะรีบแก้ไขให้เดี๋ยวนี้ครับ” แก้วตาตอบเสียงสั่นระทวยแทบไม่เหลือเสียงพูด ใบหน้าหวานร้อนฉ่าจนแก้มกลมขึ้นสีแดงจัดลามไปจนถึงใบหูและลำคอระหง “ดีมาก... แล้วนี่ มือเย็นเชียว หนาวอีกแล้วงั้นเหรอ” ภูผาไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มถือวิสาสะละมือจากโต๊ะแล้วเอื้อมไปกุมมือบางของแก้วตาที่กำลังจับปากกาอยู่เบา ๆ ความอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อที่เย็นเยือกของเด็กหนุ่มจนแก้วตาใจสั่นสะท้าน ราวกับมีกระแสไฟอ่อน ๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย “ปะ...เปล่าครับแก้วไม่ได้หนาวครับพ่อเลี้ยง แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ...” แก้วตารีบปฏิเสธพัลวัน พยายามจะชักมือกลับด้วยความเขินอายและเจียมตัว ทว่าภูผากลับกระชับมือหนาแน่นขึ้น กุมมือบางไว้แผ่วเบาแต่ปฏิเสธการดิ้นรนอย่างสิ้นเชิง “ตื่นเต้นอะไร... อยู่กับฉันมาตั้งหลายสัปดาห์แล้ว ยังไม่ชินอีกหรือไง” ภูผาแกล้งดุเสียงเข้ม ทว่านัยน์ตาคมกริบสีนิลยามที่ก้มลงมองสบตาเรียวรีที่ช้อนมองขึ้นมานั้น กลับทอดแสงอ่อนลงจนละมุนตาและเต็มไปด้วยความเอ็นดูปิดไม่มิด ชายหนุ่มยอมปล่อยมือออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะตบไหล่บางที่จมอยู่ในเสื้อไหมพรมเบา ๆ หนึ่งที “ตั้งใจทำงานเถอะ ถ้าเสร็จแล้ว... เย็นนี้ฉันจะพาลงไปเดินตรวจสวนพลับตากแห้ง” “ครับ... พ่อเลี้ยง” แก้วตารับคำเสียงแผ่ว ก้มหน้าก้มตาลงมือแก้ไขตัวเลขในสมุดบัญชีทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำ ท่าทางสู้ชีวิตแต่แฝงความซื่อเดียงสาและเอียงอายนั้น ตกอยู่ในสายตาของเจ้าของไร่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา บ่มเพาะความรู้สึกหวานล้ำในอกให้เข้มข้นขึ้นทีละน้อยโดยที่ไม่มีคำสารภาพรักใด ๆ หลุดออกมา ช่วงเย็นยามพระอาทิตย์อัสดง แสงแดดรำไรสีส้มทองสาดทอพาดผ่านทิวเขาสลับซับซ้อนของไร่ภูผาตะวัน ขับเน้นให้ผลพลับกลมแป้นสีส้มสดนับหมื่นนับแสนลูกบนดอยดูประกายราวกับโคมไฟดวงเล็ก ๆ บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายดินชื้นแฉะหลังฝนซาและกลิ่นหอมหวานละมุนของผลไม้สุกปลั่ง ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระยะหอบเอาละอองไอหมอกสีขาวลอยล่องลงมาปกคลุมลานตากกว้างแจ้ง แก้วตาเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผามายัง โรงเรือนตากแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากแปลงพลับพรีเมียม บนตะแกรงมุ้งลวดขนาดใหญ่มีเนื้อผลพลับฝานแผ่นบางสีน้ำตาลทองเรียงรายอยู่เป็นระเบียบสุดสายตา กลิ่นหอมหวานเข้มข้นของการแปรรูปผลไม้โชยมาแตะจมูกชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ “ผลผลิตพลับตากแห้งล็อตนี้ ผิวแห้งตึงได้ที่แล้วครับพ่อเลี้ยง เกล็ดน้ำตาลธรรมชาติเริ่มเกาะแล้ว ป้าสมใจบอกว่าอีกสองวันก็เอาไปแพ็กส่งเข้าห้างในเมืองได้เลยครับ” แก้วตาเอ่ยรายงานเจื้อยแจ้ว แววตาเรียวรีประกายความมุ่งมั่นและความรู้ที่เรียนรู้มาจากคนงานเก่าแก่จนลืมความประหม่าไปชั่วขณะ ภูผาหยุดเดิน ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมามองผู้ช่วยส่วนตัวตัวเล็ก นัยน์ตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้มสดใสราวกับแสงตะวันเบิกฟ้า... รอยยิ้มที่ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักตลอดทั้งวันของพญาเสือมลายหายไปสิ้น “อืม... เก่งมาก ลุงอินสอนมาดี หรือว่าเธอเรียนรู้ไวเองกันแน่” ภูผาเอ่ยเสียงทุ้ม พลางเอื้อมมือหนาหยิบผลพลับตากแห้งชิ้นหนึ่งขึ้นมาตรวจดูความชื้น “แก้วเรียนรู้ไวต่างหากครับพ่อเลี้ยง ป้าสมยังชมเลยว่าแก้วมือเบา ปอกเปลือกพลับไม่เคยเนื้อแหว่งเลยสักลูก” แก้วตาตอบอย่างภาคภูมิใจ ยอมเบ่งกล้ามแขนลีบ ๆ ภายใต้เสื้อไหมพรมตัวโคร่งให้คนตัวโตดูเพื่อพิสูจน์คำพูดเหมือนเช่นเคย ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูและสู้ชีวิตดั่งกระต่ายน้อยตัวกะเปี๊ยกนั้น ทำให้ภูผาต้องลอบยิ้มลึกในดวงตา ชายหนุ่มขยับก้าวเข้าไปใกล้ร่างเล็กอีกหนึ่งก้าว ส่งผลให้ระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ลมหนาวพัดกรรโชกมาอีกระลอกจนแก้วตาต้องห่อไหล่เข้าหากันเพื่อหาความอบอุ่น “ปากดี... ตัวเท่าลูกพลับพรีเมียมแค่นี้ แต่อวดเก่งจังเลยนะ” ภูผาแกล้งดุเสียงเรียบ ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปดึงปีกหมวกสานใบเก่าที่แก้วตาสวมอยู่ให้ลงมาบดบังใบหน้าหวานแผ่วเบาเพื่อกันลมหนาวพัดปะทะผิวแก้มบาง สัมผัสที่แฝงความห่วงใยแบบเงียบ ๆ ทว่าสม่ำเสมอทำเอาหัวใจของแก้วตากระตุกวูบสั่นไหวอย่างรุนแรง “พะ...พ่อเลี้ยงครับ ขอบคุณครับ” แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ มือเล็กจับปีกหมวกสานไว้แน่น ใบหน้าหวานร้อนผ่าวซับสีระเรื่อเข้มแข่งกับแสงอาทิตย์อัสดง ในจังหวะนั้นเอง เสียงพูดคุยของคนงานกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินกลับเรือนพักดังแว่วมาตามสายลมหนาว แว่วเสียงนั้นมีชื่อของ คุณหนูศิรินทร์ และ ผู้ใหญ่ในเวียง หลุดออกมาให้ได้ยินจาง ๆ ทำเอาความหวานล้ำในอกของแก้วตาสะดุดกึกกึ่งดิ่งวูบลงสู่ความจริง ความเจียมเนื้อเจียมตัวที่คอยเตือนใจอยู่เสมอแล่นกลับเข้ามาในหัวสมองทันที... ต่อให้พ่อเลี้ยงจะใจดีและอ่อนโยนกับเขามากเพียงใด ทว่าในความเป็นจริง เขาก็เป็นเพียงลูกคนงานต้อยต่ำ ไม่คู่ควรกับพญาอินทรีผู้สูงส่งคนนี้เลยแม้แต่น้อย แก้วตาค่อย ๆ ลดมือลง แววตาเรียวรีสั่นไหวระคนเศร้าสร้อยระคนหมองลงอย่างปิดไม่มิด เด็กหนุ่มขยับก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเพิ่มระยะห่างตามความเหมาะสม รักษากิริยาเจียมตัวทันที “พ่อเลี้ยงครับ... แดดเริ่มหมดแล้ว ลมหนาวแรงขึ้นเรื่อย ๆ พ่อเลี้ยงกลับขึ้นเรือนใหญ่เดี๋ยวนี้เถอะครับ เดี๋ยวแก้วจะช่วยลุงคำปิดผ้าใบโรงเรือนตรงนี้เสร็จแล้วจะตามขึ้นไปจัดสำรับเย็นให้ครับ” แก้วตาเอ่ยเสียงแผ่วเบาและราบเรียบ ไร้ซึ่งกระแสความสดใสเหมือนครู่ก่อน ภูผาชะงักไป นัยน์ตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด ขมวดคิ้วหนาแน่นขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึง กำแพงความเจียมตัว ที่เด็กตรงหน้าพยายามสร้างขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับตน ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาปรือปรอยของแก้วตา รู้สึกได้ถึงความสับสนและระคนน้อยใจที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจดวงน้อย ความนิ่งสงบที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน ชายหนุ่มอยากจะเอื้อมมือไปดึงร่างบอบบางเข้ามาโอบกอดไว้แน่นเพื่อทลายความกลัวเหล่านั้นให้หมดสิ้น ทว่าจังหวะเวลาของความสัมพันธ์ทำให้เขาเลือกที่จะกักเก็บอารมณ์เอาไว้ก่อน “อืม... อย่าทำงานจนดึกนักก็แล้วกัน ผิวบาง ๆ โดนลมหนาวมาก ๆ เดี๋ยวก็ไข้กลับอีก ฉันไม่อยากให้ผู้ช่วยส่วนตัวต้องมาป่วยออด ๆ แอด ๆ” ภูผาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามนิสัย ทว่าประโยคนั้นกลับแฝงกระแสความห่วงใยและความเป็นห่วงไว้อย่างเข้มข้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นเรือนใหญ่ไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายอุ่นที่ละลายลมหนาว แก้วตายืนนิ่งค้าง สายตามองตามแผ่นหลังกว้างที่ดูสง่างามและพึ่งพาได้เสมอของพ่อเลี้ยงภูผาไปจนสุดสายตา มือบางกุมสาบเสื้อคลุมไหมพรมเนื้อนุ่มแน่น ซบหน้าลงกับปกเสื้อที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นกายอันคุ้นเคยของคนตัวโต หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นเป็นจังหวะที่เนิ่นช้าทว่าหนักแน่น ความรักและระลอกความอบอุ่นที่พ่อเลี้ยงคอยบ่มเพาะให้ทีละเล็กทีละน้อยในทุก ๆ วัน กำลังทำลายกำแพงความเจียมตัวลงอย่างช้า ๆ ก่อตัวเป็นความผูกพันละมุนหัวใจที่ยากจะถอนตัว...ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร
ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า
สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้
ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง
เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา


![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




