เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้เหตุใดต้องเป็นถึงท่านหญิง!!

เกิดใหม่ทั้งที...ข้าผู้นี้เหตุใดต้องเป็นถึงท่านหญิง!!

last updateLast Updated : 2026-04-06
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
29Chapters
3.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เจี่ยนเหยา ลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างของ เซี่ยเจี่ยนเหยา คุณหนูตระกูลเซี่ยที่บิดาไม่รู้ว่ามีตัวตน กระทั่งไท่เฟยสิ้นใจนางไว้ทุกข์แทนฮ่องเต้สามปี ความดีนี้จึงทำให้นางได้รับราชโองการแต่งตั้งเป็นท่านหญิง ในเมืองหลวงนางถูกดึงเข้าไปพัวพันกับอำนาจ ถูก สวินหยาง ผู้เป็นถึงอัครมหาเสนาบดี วางเป็นหมากสำคัญในกระดานการเมือง ถึงอย่างนั้นทุกครั้งที่มีภัย ทุกครั้งที่นางเกิดเรื่อง กลับเป็นอัครมหาเสนาบดีหนุ่มที่คอยช่วยเหลือเคียงข้าง ท่ามกลางแผนการมากมาย การแก่งแย่งของขุนนางและสตรีชนชั้นสูง นางกับสวินหยางกลับค่อยๆ ถูกชะตาผูกโยงเข้าหากัน กระทั่งวันหนึ่ง...เจี่ยนเหยาจึงพลันเข้าใจ นอกจากเขาก็เป็นบุรุษอื่นไปไม่ได้ที่นางปรารถนาอยู่เคียงคู่...

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1

แคว้นต้าเหลียง เมืองเสียนหยาง

จวนราชเลขาแห่งราชสำนัก...

“ด้วยพระเมตตาจากฝ่าบาท คุณหนูเซี่ย เซี่ยเจี่ยนเหยา นับเป็นสตรีที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความกตัญญู ไม่เพียงรั้งอยู่ที่อารามดูแลหยางไท่เฟย แต่ยังอาสาไว้ทุกข์ยาวนานถึงสามปี ฝ่าบาทมีราชโองการแต่งตั้งเป็น ‘เสี้ยนจู่’ พระราชทานจวนหนึ่งหลัง ที่ดินนอกเมืองหลวง เงินเบี้ยหวัดรายปี แพรพรรณ เครื่องประดับ รวมไปถึงเงินอีกหกพันตำลึงทอง นอกจากนั้นยังมีพระราชดำรัสให้ท่านหญิงสามารถเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ห้ามมิให้ผู้ใดก้าวล่วงการเสกสมรสของท่านหญิงเป็นอันขาด ทั้งนี้ให้เป็นหน้าที่ของท่านราชเลขาเป็นผู้ดูแลเรื่องการไปรับท่านหญิงกลับเมืองหลวง จบราชโองการ!”

คนตระกูลเซี่ยทั้งหมดชะงักงันพูดไม่ออก เซี่ยฮูหยินกัดฟันกรอดทว่าสีหน้ากลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

“ท่านราชเลขา?” เห็นคนตระกูลเซี่ยตกตะลึงจนไม่มีใครรับราชโองการ หลี่กงกงส่งเสียงเตือน

“กระหม่อม...รับราชโองการ” เซี่ยอวี่รีบปราดเข้ามารับราชโองการ

หลี่กงกงหันไปมองด้านหลัง “นี่เป็นชุดสำหรับท่านหญิงเพื่อสวมเข้าวังหลวงในวันที่กลับมาถึงเมืองหลวง ฮองเฮาทรงตรัสว่าทันทีที่ถึงเมืองหลวงให้ท่านหญิงสวมชุดนี้เข้าเฝ้า”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระทัยฮองเฮา”

“ยังมี...จวนของท่านหญิงนั้น ฮองเฮาทรงตรัสว่าท่านหญิงไม่ได้กลับมาเมืองหลวงนานแล้ว อยู่ไกลจากตระกูลเซี่ยคงไม่เหมาะนัก ที่ดินว่างเปล่าข้างจวนราชเลขานี้เหมาะสมนัก รุ่งเช้าจะมีคนเข้ามาดำเนินการสร้างจวนหลังใหม่ อยู่ติดกันเพียงกำแพงกั้นดังนั้นฮองเฮาทรงวางพระทัยยิ่ง”

...!!!

หลี่กงกงลอบมองสีหน้าคนตระกูลเซี่ยแต่ละคน เก็บรายละเอียดเอาไว้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งนี้ก็เพื่อนำกลับไปทูลรายงานตามความเป็นจริง “ยังมีอีกเรื่องที่ข้าต้องกำชับ”

“หลี่กงกงเชิญกล่าว”

“เมื่อก่อนคุณหนูเซี่ยยังไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งยังไม่ได้มีชื่อในบันทึกของจวนตระกูลเซี่ย ไม่ว่าจะเพราะท่านไม่รู้ว่านางมีตัวตน หรือจะเพราะตระกูลเซี่ยไม่เคยวางแผนรับนางกลับเข้าเมืองหลวง เช่นกันกับที่แม้ในราชโองการจะยังให้นางใช้แซ่เซี่ย ทว่าหลังจากท่านรับราชโองการแล้ว ท่านหญิงเซี่ยก็คือเสี้ยนจู่ เป็นบุตรสาวบุญธรรมของหนานเหวินหวาง ท่านเข้าใจใช่หรือไม่”

ทุกคนอึ้งงันยิ่งกว่าเดิม...

เมื่อก่อนจะรู้หรือไม่รู้ จะยอมรับหรือไม่ยอมรับ ทว่าตอนนี้แม้เซี่ยเจี่ยนเหยาใช้แซ่เซี่ย อีกฝ่ายก็เป็นท่านหญิงสูงศักดิ์มิใช่บุตรสาวจวนตระกูลเซี่ย ดังนั้นจะพูดจา จะกระทำการใดล้วนต้องเห็นแก่หน้าหนานเหวินหวาง

ความหมายชัดเจนถึงเพียงนี้!!!

สิบปีแล้ว...

เซี่ยฮูหยินโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ นางหันกลับไปมองผู้เป็นสามีจากนั้นเพียงรอให้ขบวนของหลี่กงกงกลับไป

ประตูจวนปิดลงแล้ว... เซี่ยฮูหยินคว้าแจกันที่อยู่ใกล้ๆ ขว้างลงบนพื้นเพื่อระบายโทสะ “บัดซบที่สุด!!! มารดามันเถิด!!! อวิ๋นจื่อเหนียง นางตายไปแล้วยังสามารถตามมารบกวนความสงบสุขของข้า!!”

“ฮูหยินเจ้าเบาเสียงลงหน่อย”

“จะให้ข้าเบาเสียงลงได้อย่างไร! สตรีสารเลวนั่น...”

“หุบปาก!!” เซี่ยอวี่ตวาดเพราะกลัวจะมีคนได้ยิน

“ท่านถึงกับกล้าตวาดข้า?”

“ไม่ใช่ ข้า... ข้า...” เซี่ยอวี่ได้แต่ถอนหายใจออกมาเสียงเบา “จะอย่างไรตอนนี้นางก็เป็นถึงท่านหญิง เจ้าก็...ระมัดระวังไม่ดีกว่าหรือ”

“เรื่องนั้นที่ทำให้ข้าสุดจะทน!! ในขณะที่บุตรสาวของข้าเป็นเพียงบุตรสาวของราชเลขา ทว่าเพราะเหตุใดบุตรสาวของนางจึงได้เป็นถึงท่านหญิง!!”

เซี่ยอวี่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ “เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องโทษที่ข้า...ตั้งแต่แรกก็เลือกผิดข้าง”

ในปีนั้นเขารับราชโองการแต่งอวิ๋นจื่อเหนียงเป็นฮูหยิน ทั้งที่เดิมทีก็มีคนรักอยู่ก่อนแล้ว เขาจำใจรับราชโองการพร้อมๆ กับแต่งคนรักมาเป็นอนุ ราชสำนักแบ่งฝ่ายเพื่อคานอำนาจทุกฝ่ายล้วนต้องเลือกที่จะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อความอยู่รอด

เขาเลือกผิดดังนั้นจึงบังคับหย่าขาดจากฮูหยินเอก กระทั่งบัลลังก์พลิกผันคนที่เขาเลือกพ่ายแพ้มิได้ครองอำนาจ แม้ตระกูลเซี่ยรอดมาได้ แต่ก็สูญเสียอำนาจไปมากมาย ไร้ซึ่งอิทธิพลดังเช่นในวันวาน

นึกไม่ถึงต่อมากลับมีข่าวว่าอดีตฮูหยินของเขามีบุตรสาวคนหนึ่ง อีกทั้งยังไม่มีใครยืนยันว่านางตั้งครรภ์กับผู้อื่น ข่าวลือมากมายตามมาพร้อมกับเสียงก่นด่า ด้วยหากจะนับจากอายุของเด็กคนนั้น ก็เป็นช่วงที่เขาหย่าขาดจากอดีตฮูหยินพอดี

ขณะที่บ้านเมืองกำลังระส่ำระสาย นึกไม่ถึงบุตรสาวของเขาผู้นั้นจับพลัดจับผลูช่วยชีวิตหนานเหวินหวางเอาไว้ กระทั่งอีกฝ่ายรับนางเป็นบุตรสาวบุญธรรม นำมาซึ่งตำแหน่งท่านหญิงในวันนี้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
29 Chapters
บทที่ 1.1
แคว้นต้าเหลียง เมืองเสียนหยางจวนราชเลขาแห่งราชสำนัก...“ด้วยพระเมตตาจากฝ่าบาท คุณหนูเซี่ย เซี่ยเจี่ยนเหยา นับเป็นสตรีที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความกตัญญู ไม่เพียงรั้งอยู่ที่อารามดูแลหยางไท่เฟย แต่ยังอาสาไว้ทุกข์ยาวนานถึงสามปี ฝ่าบาทมีราชโองการแต่งตั้งเป็น ‘เสี้ยนจู่’ พระราชทานจวนหนึ่งหลัง ที่ดินนอกเมืองหลวง เงินเบี้ยหวัดรายปี แพรพรรณ เครื่องประดับ รวมไปถึงเงินอีกหกพันตำลึงทอง นอกจากนั้นยังมีพระราชดำรัสให้ท่านหญิงสามารถเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ห้ามมิให้ผู้ใดก้าวล่วงการเสกสมรสของท่านหญิงเป็นอันขาด ทั้งนี้ให้เป็นหน้าที่ของท่านราชเลขาเป็นผู้ดูแลเรื่องการไปรับท่านหญิงกลับเมืองหลวง จบราชโองการ!”คนตระกูลเซี่ยทั้งหมดชะงักงันพูดไม่ออก เซี่ยฮูหยินกัดฟันกรอดทว่าสีหน้ากลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด“ท่านราชเลขา?” เห็นคนตระกูลเซี่ยตกตะลึงจนไม่มีใครรับราชโองการ หลี่กงกงส่งเสียงเตือน“กระหม่อม...รับราชโองการ” เซี่ยอวี่รีบปราดเข้ามารับราชโองการหลี่กงกงหันไปมองด้านหลัง “นี่เป็นชุดสำหรับท่านหญิงเพื่อสวมเข้าวังหลวงในวันที่กลับมาถึงเมืองหลวง ฮองเฮาทรงตรัสว่าทันทีที่ถึงเมืองหลวงให้ท่านหญิงสวมชุดนี้เข้าเฝ้า”
Read more
บทที่ 1.2
อันที่จริงมันควรเกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว หยางไท่เฟยผู้ซึ่งเป็นผู้พระราชทานสมรสให้เขาผู้นั้นเพิ่งสิ้นใจ หาไม่ราชโองการฉบับนั้นคงมาถึงตั้งแต่ตอนนั้น ได้ยินมาว่าเป็นความประสงค์ของบุตรสาวของเขาเองที่อยากไว้ทุกข์เพราะไม่เคยยอมรับว่านั่นเป็นบุตรสาวของเขา ดังนั้นเซี่ยอวี่จึงไม่เคยใส่ใจไม่เคยสอบถาม ไม่เคยตามสืบถึงความเป็นไปของอีกฝ่ายหลังบังคับหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาได้ยินเพียงอีกฝ่ายติดตามหยางไท่เฟยออกจากเมืองหลวงเพื่อบวชชี โชคดีของอีกฝ่าย โชคร้ายของเขา หยางไท่เฟยพระองค์นั้นดันเป็นมารดาแท้ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน!!!ในห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้กำลังครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขามองสหายของตนด้วยความโกรธกรุ่น “เราเคยบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก”บุรุษวัยไม่เกินสามสิบ สวมชุดขุนนางสีม่วง[1]จ้องมองกระดานหมาก สีชุดของเขามีหนึ่งเดียวในราชสำนัก ทั้งยังบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ใต้คนเพียงคนหนึ่ง ทว่าอยู่เหนือคนทั้งแคว้นอัครมหาเสนาบดี...สวินหยาง“เราไม่สบายใจเลยที่ดึงนางเข้ามาเป็นหมากในกระดาน ทั้งที่นางทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง นางไว้ทุกข์ให้ไท่เฟยแทนเรา ดูแลมารดาผู้ให้กำเนิดแทนเรา แต่เรากลับ..
Read more
บทที่ 1.3
สามปีก่อน...ไท่เฟยสิ้นลมจากไป หญิงสาวไร้ที่พึ่งพิงโดยสิ้นเชิง ถึงอย่างนั้นกลับยังคงดึงดันที่จะอยู่ไว้ทุกข์ที่อารามเป็นเวลาสามปี ไม่ว่าผู้ใดจะคัดค้านก็ไม่อาจเปลี่ยนใจหญิงสาวได้ผู้คนชื่นชมความกตัญญูนี้ทั้งยังมองว่านางทำเรื่องที่สมควรทำแล้ว ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้การตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีใครคาดเดาได้ และถึงพูดไปก็ไม่มีทางมีคนเชื่อ เพราะ...แท้ที่จริงแล้วเซี่ยเจี่ยนเหยานั้นได้คิดสั้นด้วยการปลิดชีวิตเพื่อติดตามไท่เฟยไปแล้ว!!!“คุณหนูมื้อเที่ยงเสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เสียงตะโกนมาจากด้านหลังทำให้หญิงสาวถอนหายใจเสียงเบา คนคุ้มกันทั้งสามของนางแม้ดูแลนางเป็นอย่างดี ทว่านางกลับรู้สึกว่าพวกเขาเป็นผู้คุมมากกว่าเจี่ยนเหยา...ค่อยๆ ลุกขึ้น เช็ดเท้า สวมถุงเท้า รองเท้า จากนั้นเดินกลับออกไปจากศาลา เดินไปนั่งลงที่หินก้อนหนึ่งซึ่งมีเสบียงวางอยู่ วันนี้มีชาร้อน ขนมปังเหนียวๆ แข็งๆ ทว่ายังดีที่มีเนื้อกระต่ายย่างเพิ่มเข้ามา หญิงสาวกินโดยไม่พูด ไม่บ่น ไม่เรื่องมาก อร่อยก็กินมากหน่อย ไม่อร่อยก็กินแต่เพื่อประทังชีวิตสามปีแล้ว...หลังจากป่วยจนเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ทว่าลืมตาอีกครั้งก็พบว่าตัวเ
Read more
บทที่ 1.4
ซานเหอถอนหายใจ “เห็นๆ อยู่ว่านางมีเรื่องในใจมากมาย ทว่าข้าเดาไม่ออกเลยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”“กลัวนางหนีหรือ”ซานเหอพยักหน้าจากนั้นส่ายหน้า “ข้าว่าหลายวันก่อนนางคิดเรื่องหลบหนี แต่ตอนนี้...”“ข้าเองก็คิดเช่นเจ้า นางตระหนักดีว่าหนีเราไม่พ้น แต่นางมีความคิดทีจะหนีจริงๆ พรุ่งนี้ก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว ขอเพียงนางไม่หนีก็นับว่าเราทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายลุล่วง เรื่องหลังจากนั้น...ให้เป็นหน้าที่ท่านอัครมหาเสนาบดีเถิด”“อืม ข้าก็หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไร หวังว่านางจะไม่ทำอะไรโง่งม”เจี่ยนเหยาไม่ได้โง่...แน่นอนเหตุผลประการแรก...ใบหน้างามล่มเมืองนี้ หนีให้ตายก็ดึงดูดอันตรายเข้าหาตัวอยู่ดี!!ประการที่สองนอกจากไม่ได้รู้เรื่องราวของแคว้นนี้อย่างถ่องแท้แล้ว นางยังพาโทษตายติดตัวไปเพราะขัดราชโองการอีกด้วย!ยังไม่รวมกลุ่มคนที่มาคุ้มกันนางเป็นยอดฝีมือ เสียงฝีเท้าน้อยนิดคนทั้งสามก็รู้ตัวก่อนล่วงหน้าถึงสามลี้[1] หนียังไงก็โดนตามจับกลับมาอยู่ดี เสียเวลาแถมเหนื่อยเปล่า...ประตูเมืองตั้งตระหง่าน ความรุ่งเรืองซึ่งมองเห็นในทันทีที่ผ่านเข้าเขตเมืองเสียนหยาง ผู้คน ท้องถนน บ้านเรือน การค้าขาย ทั้งหมดนั้น
Read more
บทที่ 1.5
สวรรค์! นี่หรืออัครมหาเสนาบดีจอมเจ้าเล่ห์ผู้นั้น? นี่มันระดับพระเอกซีรีย์เลยนะ!!เซี่ยเจี่ยนเหยาแอบตกตะลึงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้น รูปร่างสูงใหญ่ อกผายไหล่ตรง จมูกคมสันกับดวงตาคมลึกล้ำ แนวกรามของเขาคมกริบรับกับแนวคิ้วรูปดาบ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยดูคล้ายยิ้มคล้ายไม่ใช่ ทว่าก็ทำให้โครงหน้าของเขาดูดุดันน้อยลง“คารวะ...เสี้ยนจู่” เสียงทุ้มเอ่ยทักทาย นางเองก็ยอบกายให้เขา“ท่านอัครมหาเสนาบดี” เขาดูอายุน้อยกว่ายี่สิบห้าด้วยซ้ำ หากไม่ใช่ได้ยินมาก่อนนางคงไม่เชื่อว่าเขาอายุสามสิบ ทั้งยังมีฐานะเป็นขุนนางขั้นหนึ่งในราชสำนักแห่งต้าเหลียง“เดินทางราบรื่นดีกระมัง”“ก็...ราบรื่น” นางพยักหน้าจากนั้นมองตามสายตาของเขา ลูกท้อที่ถูกกัดไปสองคำยังอยู่ในมือ สวินหยางเดินไปยังใต้ต้นท้อ ยื่นมือไปดึงลูกท้อมาอีกสองลูกจากนั้นส่งให้นาง“ตอนข้าย้ายเข้ามาต้นท้อเหล่านี้ก็ปลูกเอาไว้แล้ว รสชาติหวานหอม หากชอบท่านหญิงก็...ตามสบาย”แน่นอนนางย่อมรับมา “ขอบคุณ”เขามองนางคล้ายหยั่งเชิง ทว่าเซี่ยเจี่ยนเหยาก็ไม่ได้แสดงท่าทีใด ไม่ถาม ไม่พยายามเซ้าซี้ รู้แล้วอย่างไร ไม่รู้แล้วอย่างไร เรื่องราวในราชสำนักช้าเร็วนางเองก็ต้องถูกดึงเข้
Read more
บทที่ 1.6
สวินหยางยิ้มหันไปมองคนสนิท “เจ้าบอกเองว่าอาจใช้เวลาสักพัก ส่งคนไปรั้งขบวนเดินทางให้เข้าเมืองหลวงช้ากว่ากำหนดสัก...สองวัน”เขาอาจใช้เวลาสักวันสองวันเพื่ออ่านใจสตรีผู้นี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมองออกว่านางเป็นคนเช่นไร คิดอะไรอยู่ หรือเหตุใดจึงมีท่าทีไม่ยี่หระ ทว่าดูยินยอมทำตามทุกอย่างตามแต่จะสั่งการ ทั้งๆ ที่ดูแล้วนางก็มีท่าทีอ่อนนอกแข็งในอยู่ในทีและเขาก็คิดถูกเพราะตลอดทั้งวันที่เขาไม่อยู่ที่จวน เซี่ยเจี่ยนเหยากลับเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องหนังสือของเขาจริงๆ ซานเหม่ยที่อยู่ข้างกายหญิงสาวตลอดเวลา รายงานว่าในห้องหนังสือมีตำรามากมาย ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวสนอกสนใจที่สุด กลับเป็นรายงานราชการฉบับคัดลอกที่เขานำกลับมาทบทวนที่จวนสวินหยางอมยิ้มหันไปมองซานเหอที่ติดตามข้างกาย “นำหนังสือราชการที่ข้าคัดลอกไปวางบนโต๊ะในห้องหนังสือ”“ใต้เท้าท่านคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ หนังสือราชการเหล่านี้ให้นางอ่านจะเหมาะหรือ” ซานเหม่ยกลับขมวดคิ้ว“ชั่วดีอย่างไรนางก็เป็นถึงท่านหญิง มีตำแหน่ง มีหน้าที่ มีเบี้ยหวัด นางไม่เคยใช้ชีวิตในเมืองหลวง ไม่เคยรู้ความเคลื่อนไหวความเป็นไปของราชสำนัก ตอนนี้ต่างออกไปเพราะนางนับเป็นหมากสำคัญที่
Read more
บทที่ 2.1
“อาบน้ำ...ทุกวัน??” ซานสิงเองก็ยังนึกไม่ถึง “นางคิดว่าตัวเองเป็นองค์หญิงหรืออย่างไร” แม้แต่เชื้อพระวงศ์บางครั้งก็มิใช่ว่าจะอาบน้ำทุกวัน สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว!!“ปล่อยให้นางทำในสิ่งที่อยากทำ ขอเพียงไม่คลาดสายตาก็พอ” สวินหยางครุ่นคิด “พรุ่งนี้ขบวนเดินทางก็จะมาถึงเมืองหลวงแล้ว พวกเจ้าก็...กลับไปพักผ่อน รุ่งเช้ายังต้องเตรียมตัว”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“เซี่ยเจี่ยนเหยา...เซี่ยเจี่ยนเหยา แท้ที่จริงเจ้าเป็นสตรีเช่นไรกันแน่” สวินหยางพึมพำกับตัวเองจากนั้นมองเหม่อออกไปยังนอกหน้าต่าง ทิศทางนั้นก็คือเรือนฝูหรงที่หญิงสาวพำนักอยู่เซี่ยเจี่ยนเหยาในชุดเก้าชั้นก้าวเดินลงจากรถม้า ชายกระโปรงตัดเย็บจากแพรพรรณสีชมพูเข้ม มองดูงดงามและขับผิวพรรณให้โดดเด่นขบวนเดินทางของเสี้ยนจู่ได้มาถึงเมืองหลวงแล้วอย่างเป็นทางการ หญิงสาวงดงามสีหน้าเรียบเฉย นางไม่ได้มองไปยังจุดใดจุดหนึ่ง ตระหนักว่าตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทันทีที่ถึงหน้าประตูวังหลวงด้านหน้าสวินหยางที่มาถึงรออยู่ก่อนแล้ว เขามาเพื่อรับนางเข้าไปยังท้องพระโรง ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านหญิงอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่วันนี้สีชมพูเข้มราวกลีบบัวจะกลายเป็น
Read more
บทที่ 2.2
ยังไม่ทันได้พ้นเขตตำหนักในก็มองเห็นเซี่ยอวี่ยืนรออยู่ พระชายาหันมามองนาง “ในเมื่อมีผู้ที่รอส่งเจ้าเข้าจวนใหม่ เช่นนั้นข้าก็ไม่ไปส่งแล้วกัน”“ข้าไหนเลยจะกล้ารบกวนพระชายาและท่านหญิง”กู้หลีส่งเสียงฮึเบาๆ จากนั้นสะบัดหน้าเดินตามมารดาไป หวังกงกงเดินเข้ามากระซิบบอกหญิงสาว “ท่านหญิงเซี่ย ฮองเฮามีรับสั่งว่าให้ท่านเข้าวังหลวงให้บ่อยๆ ไทเฮาช่วงนี้บรรทมไม่ค่อยหลับ หากท่านหญิงเข้าวังบ่อยๆ ทรงเชื่อว่าจะทำให้ไทเฮาทรงสบายพระทัยขึ้น”“ข้าทราบแล้ว”“เช่นนั้นข้าส่งท่านถึงตรงนี้ ใต้เท้าเซี่ยรอส่งท่านกลับจวนหลังใหม่ หวังว่าท่านหญิงจะย้ายเข้าจวนใหม่อย่างราบรื่น”นางยิ้มรับจากนั้นเดินเข้าไปหาเซี่ยอวี่ ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งพบความห่างเหิน นางเองก็ไม่ได้ให้ความสนิทสนม มองอีกฝ่ายดังคนแปลกหน้า “ใต้เท้าเซี่ย”“ที่นี่ไม่มีคนอื่น”“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าคงไม่รบกวนใต้เท้าเซี่ยนานนัก ท่านจะได้กลับจวนไปพักผ่อน” นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจเซี่ยอวี่ขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยคำ ถึงอย่างนั้นหลี่กงกงก็ส่งเสียงขัดจังหวะ “ใต้เท้าเซี่ย ท่านหญิงเซี่ย ทั้งสองท่านอยู่ที่นี่นี่เอง ข้ารับพระเสาวนีย์จากไทเฮา ด้วยท่านหญิงเพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่จึงยั
Read more
บทที่ 2.3
ของขวัญล้ำค่า เครื่องประดับหายาก ของตบแต่งสูงราคา กระทั่งเงินตำลึงทองก็ยังมีเข้ามาด้วย และไม่ใช่ใครที่ไหนที่มอบเงินตำลึงทองเท่าน้ำหนักตัวของหญิงสาว เป็นท่านอัครมหาเสนาบดีสวินหยางนั่นเอง“ท่านหญิงท่านอัครมหาเสนาบดีมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”“อ้อ” นางเหลือบมองหม่ากูกู“ไปต้อนรับเถิดเจ้าค่ะ”การทักทายต้อนรับทุกอย่างล้วนเป็นทางการห่างเหินและสุภาพ ตอนนี้นับว่าแขกที่ได้รับเทียบเชิญล้วนมาถึงแล้ว แม้แต่พระชายาและท่านหญิงกู้หลีเองก็มา และแน่นอนคนตระกูลเซี่ยเองก็มาแล้วเช่นกันกล่าวถึงจวนอ๋องหญิงสาวรู้สึกโชคดีที่มีหม่ากูกู ด้วยการคารวะน้ำชาเป็นไปอย่างห่างเหิน แม้บรรยากาศเต็มไปด้วยพิธีการและท่าทีสุภาพสูงส่ง ทว่าระหว่างนางกับพระชายากลับให้ความรู้สึกที่มากกว่าคนแปลกหน้า ไม่ใกล้ชิด ไม่สนิทสนม แย่ยิ่งกว่าคนไม่รู้จักแม้ปากเรียกเป็นบุตรสาวบุญธรรมถึงอย่างนั้นจวนอ๋องก็ไม่กล้าเสียมารยาทกับนาง อันที่จริงต้องบอกว่าไม่กล้าเสียมารยาทกับหม่ากูกูมากกว่านี่นับเป็นงานเลี้ยงที่รวมขุนนางสามฝ่ายหกกรมอย่างแท้จริงไม่ต้องสงสัย เซี่ยเจี่ยนเหยาพยายามปั้นหน้าสุภาพอ่อนน้อม ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปภายใต้ฉากหน้าของเจ้าบ้าน กระทั่ง.
Read more
บทที่ 2.4
เซี่ยฮูหยินกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธกรุ่น “ไม่ยอมรับข้าเป็นผู้อาวุโส ก็เท่ากับว่าเจ้าไม่ยอมรับในตัวบิดา เช่นนี้จะต่างอะไรกับบุตรสาวอกตัญญูต่อบุพการีเล่า ข้าจะป่าวประกาศให้ทั่ว ให้ผู้คนรู้ว่าเจ้าไม่เหมาะกับตำแหน่งท่านหญิงสักนิด!”“หากท่านหญิงไม่เหมาะ เช่นนั้นแล้วผู้ใดจึงจะเหมาะ หรือว่าควรจะเป็นบุตรสาวของท่านแทนจึงจะเหมาะ ฮูหยินราชเลขา” ชายหนุ่มเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยเซี่ยฮูหยินชะงักใบหน้าขาวซีดด้วยความตกใจ “ทะ...ท่านอัครมหาเสนาบดี” สองแม่ลูกหรุบตาลงเพื่อหลบตาชายหนุ่มทันทีเซี่ยเจี่ยนเหยาหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดี?”สวินหยางยิ้มที่มุมปากไม่ได้มองมายังนางกลับกล่าวต่อ “ฮูหยินราชเลขาอยากจะเป็นญาติผู้ใหญ่ เป็นผู้อาวุโสของท่านหญิงแห่งราชสำนัก อยากจะเกี่ยวพันกับจวนอ๋องถึงเพียงนี้?”“ขะ...ข้าน้อยมิกล้า”“มิกล้า? ข้าว่าไม่ใช่เพียงไม่กล้า แต่คิดการใหญ่เชียวละ ขุนนางในราชสำนักผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าท่านหญิงกลับเมืองหลวงด้วยฐานะใด ข้าจำได้ว่าฝ่าบาทมีราชโองการชัดเจนถึงตำแหน่งของท่านหญิง ในนั้นไม่มีระบุเรื่องเกี่ยวกับการที่ท่านหญิงจะต้องกลับเข้าจวนตระกูลเซี่ย หาไม่ฝ่าบาทคงไม่ทรงปร
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status