Share

กับดักเสน่หา
กับดักเสน่หา
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทนำ

last update Last Updated: 2025-12-31 07:59:04

“ข้ายอมมีชีวิตอยู่ต่อเพียงแค่เสี้ยวเวลาหนึ่งกับนาง แต่จะไม่ยอมมีชีวิตที่ไร้นางแม้แต่ชั่วอึดใจ”

เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นไม่ไกล เรียกสติของคนที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ริมลำธารให้รู้สึกตัว ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยก่อนพบว่าความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างยังคงไม่ปรานีเขาแม้แต่น้อย

ความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้มีจุดเริ่มตั้งแต่มาจากช่วงต้นขา ไล่ขึ้นไปยังแผ่นหลัง กระทั่งเป็นเหตุให้ร่างทั้งร่างยากที่จะขยับ

คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง

            “ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย ใครก็ได้!”

เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือยังคงดังจนเขารู้สึกรำคาญ จะว่าไปไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีจึงหันเหความสนใจไปยังต้นเสียง ที่เขาทำเช่นนั้นก็เพราะกำลังหงุดหงิดเต็มที่

ร่างกายของเขายังคงต้องการเวลาในการพักฟื้น หากยังคงมีเสียงรบกวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เขาจะหลับลงได้อย่างไรเล่า!!

คิดเช่นนั้นมือใหญ่ก็ล้วงเข้าไปหยิบถุงปักใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ ในถุงนั้นมียาลูกกลอนสามเม็ด เขาเลือกหยิบเข้าปากสองเม็ด จากนั้นก็ยิ้มออกมาเพราะรู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีที่ยาละลายในปาก

“ช่วยด้วย!!!”

เสียงนั้นยังคงดังอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนผินหน้าไปมอง “พวกเจ้ารีบไสหัวไปเสีย มิเช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่ไว้ไมตรี”

เสียงเกียจคร้านเอ่ยขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดของเขา ทำให้บุรุษอีกคนที่กำลังคร่อมอยู่บนร่างอรชรของอิสตรีชะงักการกระทำทั้งหมด

“นายท่าน ช่วยข้าด้วย! คนผู้นี้เป็นโจร เขาเข่นฆ่าผู้คน...”

ใบหน้ามอมแมมของหญิงสาวหันมามองเขาอย่างมีความหวัง เสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยฉีกขาดจนแทบไม่อาจปิดบังเรือนร่างอันขาวผ่องน่าหลงใหล

“เจ้าเป็นใคร! ไสหัวไปเสียตั้งแต่ที่ข้ายังใจดี หาไม่...” บุรุษที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นโจรสายตากร้าวขึ้น

“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ แต่พวกเจ้าไปส่งเสียงที่อื่น ข้ารำคาญ” ชายหนุ่มยังคงมีท่าทีเยือกเย็น แม้ว่าตัวเองจะบาดเจ็บจนแทบขยับตัวไม่ได้ก็ตาม

“สารเลว”

โจรหนุ่มคว้าร่างของหญิงสาวขึ้น ทว่าไม่ระวังจึงทำให้เสื้อท่อนบนของนางฉีกขาด ร่างเล็กร่วงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น

นางล้มลุกคลุกคลานด้วยท่าทางน่าสงสาร เลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากบุรุษที่นอนบาดเจ็บอยู่ริมลำธาร มากกว่าอยู่รอให้เจ้าโจรใจทรามย่ำยี เมื่อสบตาดุดันกับเขา ดวงตาของนางก็ฉายแววอ้อนวอน

“ท่านจอมยุทธ์ช่วยข้าด้วย ได้โปรดเถิด” นางละล่ำละลักบอกเขา

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า นางเป็นของข้า ข้าเจอก่อน!” เสียงเจ้าโจรใจหยาบตะคอกดังลั่น

“ข้าก็มิได้รั้งนางเอาไว้นี่”

ชายหนุ่มผู้ซึ่งหญิงสาวอ้อนวอนให้เขาช่วยพลันเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าที่มีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังเย็นเยียบน่ากลัวจนทำให้โจรผู้นั้นชะงัก กระนั้นเขาก็ยังทำใจกล้าเข้ามาดึงร่างน้อยออกไป ติดตรงที่ว่ามือของนางยื่นออกมารั้งข้อมือใหญ่ของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

คิ้วเข้มเลิกขึ้นจดจ้องใบหน้าน่าสงสารของนาง

หญิงสาวผู้นี้อายุราวๆ ยี่สิบ หากเขาคาดไม่ผิดนางน่าจะอายุไล่เลี่ยกันกับเหยียนหว่านเอ๋อร์ น้องสาวและสหายที่ดีที่สุดของเขา ซึ่งบัดนี้ลงหลักปักฐานอยู่ที่หุบเขามังกรหลับ

มองมือน้อยๆ ที่เกาะกุมข้อมือของเขาเอาไว้แน่น ในใจหวนนึกไปถึงวันที่เขาจากมา

‘พี่ใหญ่ ท่านกลับมาเร็วๆ นะ รองเท้าหนังกวางคู่ใหม่ที่ท่านทำให้ข้ายังไม่เสร็จ ดังนั้นกลับมาทำให้เสร็จด้วย’

เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเหยียนหว่านเอ๋อร์ น้องสาวร่วมสาบานของเขาคล้ายดังอยู่ข้างหู ตอนพูดนางเองก็จับมือของเขาไว้เช่นนี้เหมือนกัน

“ปล่อยนาง”

เขาพูดประโยคนั้นออกมาด้วยท่าทีเฉยชา น้ำเสียงหรือก็เรียบเฉย ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเลือดค่อยๆ หันไปมองชายหนุ่มอีกคน กระทั่งพบว่าอีกฝ่ายยังคงดึงแขนเล็กเรียวของหญิงสาวเอาไว้อย่างไม่ยินยอม

“อะไรนะ เจ้า!... เจ้าจะไปยมโลกอยู่แล้วยังอยากสอดมือเข้ามายุ่งกับผู้อื่นอีก”

ท่าทีดูแคลนนั้นไม่ได้นำความประหลาดใจมาแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าใครเห็นสภาพเช่นนี้ก็สมควรคิดเช่นนั้นอยู่แล้ว ร่างกายร่อแร่คล้ายยืนแทบไม่อยู่ บวกกับบาดแผลที่กระจายอยู่ทั่วร่าง

“หากอยากตายนัก ดี! เช่นนั้นอย่าหาว่าข้ารังแกคนใกล้ตายแล้วกัน” โจรหนุ่มผู้นั้นดึงดาบออกมา

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางขอความช่วยเหลือ

มองดูเขาซัดก้อนหินที่อยู่ใกล้มือออกไป แม้จะเป็นเพียงหินก้อนเล็กๆ ทว่าเมื่อบวกกับกำลังภายใน ก้อนหินธรรมดาก็กลับกลายเป็นอาวุธสังหารได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ร่างของโจรหนุ่มชะงัก ทันทีที่ก้อนหินนั้นกระแทกเข้ากับลำคอ ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งคล้ายไม่อยากเชื่อ ดวงตาเบิกโพลงก่อนจะค่อยๆ ล้มลงกระแทกโครมลงกับพื้น

ลงมือครั้งนี้แม้เป็นการออกแรงเล็กน้อย หากแต่สือเจี้ยนหาวไม่คาดว่าเขาจะบาดเจ็บมากถึงเพียงนี้ การที่เขาตกลงมาจากหน้าผาหุบเขาหมาป่า ทำให้ร่างทั้งร่างทั้งภายนอกและภายในบอบช้ำ หากไม่ใช่ว่าก้นหุบเหวคือแม่น้ำ ป่านนี้เขาคงหมดลมหายใจไปแล้วกระมัง

ยาสองเม็ดเมื่อครู่ช่วยให้เขามีกำลังขึ้นมาเล็กน้อย และเพียงพอที่จะไปจากที่นี่ ทว่ามันไม่พอที่จะฟื้นกำลังภายใน ดังนั้นหากเขายังฝืนใช้กำลังภายในออกไป ยิ่งจะทำให้ร่างกายที่ร่อแร่กลับแย่กว่าเดิม เพราะตอนนี้แม้แต่เรี่ยวแรงจะขยับตัวยังไม่มี

‘ข้าให้ยาไปก็เพื่อให้ท่านรักษาชีวิตตัวเอง แต่ท่านกลับเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยผู้หญิงเรอะ’

คล้ายเสียงเดือดดาลของเหยียนหว่านเอ๋อร์ดังแว่วเข้ามาในหู “ได้ ได้ เจ้าพูดถูก ข้านี่มันยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ ใครใช้ให้ข้านึกถึงเจ้าเวลามองนางเล่า”

เขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำเสียงเบา ดวงตาดุดันค่อยๆ ปิดลง ไม่นานเขาก็หมดสติไปโดยไม่ได้หันมามองหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะช่วยเหลือเอาไว้แม้แต่น้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 143 จบ

    เขาเดินตรงไปยังแผงขายเนื้อ และซื้อเนื้อตากแห้งมาไม่กี่ชิ้น ด้วยเงินที่นางใส่เอาไว้ในห่อสัมภาระ ทั้งที่เงินนั้นสามารถเหมาทั้งแผงเนื้อเลยก็ได้ แต่เขากลับยืนขมวดคิ้ว คิดแล้วคิดอีกกว่าจะยอมล้วงมันออกมาเพียงไม่กี่อีแปะ ฝีเท้าอันมั่นคงก้าวขึ้นเหนือไปตามถนนสายหลัก ใบหน้ายิ้มแย้มของเขา กวาดไปทั่วบริเวณ บางครั้งเขาก็ส่งเสียงเบาๆ ในลำคอ คล้ายกำลังร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี โดยที่เขาไม่ได้ผ่อนฝีเท้าลงเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่เช้ากระทั่งบ่ายคล้อย เขาหยุดพักเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และนั่นทำเอาคนที่ใช้ปีกบินตามเขามาเงียบๆ อยู่เหนือศีรษะถึงกับถอนหายใจ นางกังวลว่ากว่าเขาจะหานางพบ ไม่ล้มป่วยลงก็แปลกแล้ว ห้าวัน! ห้าวันแล้ว! จูเสวี่ยหลินสบถ นางสะกดรอยตามเขามาห้าวันเต็มๆ เขาเอาแต่เดินขึ้นเหนือโดยหยุดพักเพียงไม่กี่ครั้ง อาหารที่กินก็น้อยนิด เงินที่มีติดตัวก็ไม่เคยใช้จ่าย ทั้งยังไม่เคยเข้าพักในโรงเตี๊ยมเลย ได้แต่อาศัยนอนกลางดินกินกลางทราย แต่ใบหน้าของเขาก็ยังประดับรอยยิ้มเบิกบาน ผิดกับนางที่อารมณ์ยิ่งมาก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน กระทั่ง

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 142

    เวทีกลางตลาดที่มีผ้าม่านล้อมรอบ ทำให้ผู้คนต่างก็อดที่จะมองด้วยความสงสัยไม่ได้ เนื่องจากเสียงครางกระเส่า ที่ยิ่งนานก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังมากับเสียงครวญคราง ซึ่งไม่ว่าผู้ใดที่ได้ยิน ก็อดที่จะหน้าแดงใจสั่นขึ้นมาไม่ได้ ยิ่งสายตะวันโด่งผู้คนก็ยิ่งมาก เสียงซุบซิบและเสียงชี้ชวนให้กันล้อมวงเข้ามาดูก็ยิ่งทำให้ผู้คนสนใจ กระทั่งจำนวนคนมากพอ ละครฉากใหญ่จึงเริ่มขึ้น หลังจากผ้าม่านถูกดึงออก พร้อมกับเสียงฮือฮาของผู้ชม เมื่อได้เห็นภาพชายร่างใหญ่สามคน และสองสามีภรรยาตระกูลเหวิน ต่างก็เปลือยกายร่วมรักอย่างเร่าร้อน อีกทั้งพวกเขาทั้งห้าคนก็ไม่เลือกหญิงเลือกชาย แต่ต่างคนต่างก็รุกเร้าพัวพันกันแบบเนื้อถึงเนื้อ โดยไม่สนเหล่าผู้ชมที่ยืนดูอยู่ด้านล่างเวทีเลยแม้แต่น้อย ผู้ชมเหล่านั้นถึงแม้ว่าปากจะรุมประณาม ด่าทอ ทั้งยังสบถด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ทว่าพวกเขาทั้งหมดกลับยืนดูอยู่เช่นนั้น ไม่มีใครมีทีท่าจะเดินหนีแม้แต่คนเดียว หลังจากสมรภูมิอันหนักหน่วงบนเวทีกลางตลาด จูเสวี่ยหลินมั่นใจว่าสองสามีภรรยาตระกูลเหวิน คงนั่งไม่ได้ไปอีกนาน เนื่องจากบุรุษกำ

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 141

    จูเสวี่ยหลินเบือนหน้าไปมองด้านอื่น เพราะเกรงว่านางจะใจอ่อนยอมให้เขาขึ้นรถม้าไปด้วย ...นางจำเป็นต้องทำเช่นนี้... ภาพของบุรุษที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูเมือง เรียกความสนใจของชาวเมืองได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าใครจะเข้าไปคุยกับเขา หรือเข้าไปซักถาม เขาก็ไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก หรือว่ามีเด็กขว้างปาข้าวของใส่เขา เขาก็ไม่ขยับกายไปไหน ได้แต่นั่งนิ่งๆ ภายในใจก็คอยนับว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว เมื่อผ่านไปได้หนึ่งวันเขาก็จะยิ้มออกมา และนับวันใหม่ต่อไป จนแทบจะทนรอให้ครบสามวันไม่ไหว จูเสวี่ยหลินได้แต่ถอนหายใจ ภาพที่เจี่ยนอิงนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน ทำให้นางกลัดกลุ้มยิ่งนัก เขาทำตามที่นางสั่งอย่างเคร่งครัด นางสมควรจะดีใจจึงถูก แต่มันกลับทำให้นางหงุดหงิดเสียนี่ เขาไม่ยอมลุกไปกินข้าวกินปลา ไม่ยอมแม้กระทั่งลุกไปเข้าสุขา แล้วอย่างนี้หากครบสามวันจริงๆ ไม่หน้ามืดไปก่อนที่จะทันได้ตามหานางหรอกหรือ คิดแล้วก็ได้แต่หนักใจ ก่อนจะหันหลังไปมองบุรุษกำยำหลายคนที่โดนนางฟาดจนสลบ คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนข

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 140

    เนื่องจากถูกเลี้ยงดูให้ยืดมั่นถือมั่นในคนผู้เดียว แม้เขาจะสูญเสียความทรงจำ ทว่าจิตใต้สำนึกของเขายังคงผลักดันให้เขาทำเช่นนั้น โดยเฉพาะในยามนี้ที่เขาตระหนักชัดว่าจูเสวี่ยหลินคือคนเดียวที่ดีต่อเขาอย่างแท้จริง เขายึดนางเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และการที่เขาพบว่านางกำลังอยู่กับเหวินอี๋ชิว ทำให้เขาเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน กระทั่งใช้วรยุทธ์ที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ามีออกไป ร่างสูงคำรามลั่นก่อนที่จะพุ่งตัวออกไป เมื่อเห็นมือของเหวินอี๋ชิวกำลังยื่นออกมาแตะที่ต้นแขนของจูเสวี่ยหลิน “เอามือสกปรกของเจ้าออกไปจากนายหญิง!” กว่าที่ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เหวินอี๋ชิวก็ล้มตัวลงไปนอนกองกับพื้น โดยมีเท้าข้างหนึ่งของเจี่ยนอิงวางอยู่บนลำตัว เขาค่อยๆ ย่อตัวลง ดวงตาทั้งสองข้างปรากฏแววอำมหิตอย่างเห็นได้ชัด มือข้างหนึ่งยกขึ้นแล้วกางออกคล้ายกรงเล็บ ก่อนจะเงื้อขึ้นเหนือศีรษะแล้วตั้งใจจะฟาดลงไป โดยเล็งที่กลางกระหม่อมของผู้ที่อยู่ใต้ร่าง “อิง!” เสียงของจูเสวี่ยหลินทำให้เขาชะงัก ใบหน้าเหมือนกำลังสับสนมึนงงหันมามองหญิงสา

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 139

    รุ่งเช้าวันต่อมารถม้าที่นางมอบเงินให้เขา และวานให้บอกเสี่ยวเอ้อจัดหามาให้ก็จอดรออยู่แล้ว ยังมีเสบียงอาหารสำหรับคนสองคน ตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อย ทว่าใบหน้าของเสี่ยวเอ้อ ทำเอาหญิงสาวได้แต่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “เขานึกอยู่ครึ่งค่อนคืนขอรับว่าท่านจะเอาอะไรบ้าง กว่าจะนึกออกข้าเกือบจัดเตรียมทุกอย่างไม่ทัน” นั่นคือคำตอบที่ทำเอานางเกือบหลุดหัวเราะ ทว่านางไม่ได้ทำเพียงแต่เอ่ยชมเขาออกมาคำสองคำ ในที่สุดจูเสวี่ยหลินก็มีโอกาสได้ใช้เงินก้อนใหญ่เป็นครั้งแรก นางใช้มันซื้อรถม้าอย่างดี มีที่นั่งบุนวมรอบด้านและมีข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง เรื่องค่าเดินทางที่นางใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายนั้น นางไม่ได้กังวลเลยสักนิด ความจุของนาฬิกาไมโครของนางที่เรียกได้ว่าเดินทางทั้งชีวิต เงินที่ได้มาจากหนานเฟยหลงก็ไม่มีวันหมด คิดแล้วได้แต่นึกขำ ในยามที่หนานเฟยหลงให้นางเอ่ยความปรารถนาในใจได้สองข้อ เพื่อเป็นรางวัลที่นางช่วยเหลือเขาในการกอบกู้บัลลังก์ และสิ่งที่นางขอก็มีสองข้อจริงๆ ข้อที่หนึ่งคือเงิน ข้อสองก็คือเงินอีกนั่นแหละ

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 138

    “ขะ..ขอรับ” อาฉินก้มหน้าลงอย่างขลาดกลัว ก่อนจะเริ่มเล่าต่อ “นะ...นายท่านลงมือเฆี่ยนตีก็จริง แต่เพราะแผลนั่นนายท่านจึงเกรงว่าเขาจะรับไม่ไหวจึงเฆี่ยนลงไปบนแขนขาเขาแทน ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นเพราะหึงหวงนายหญิง กระทั่งวันหนึ่งข้าได้ยินนายท่านทะเลาะกับนายหญิง ข้าจึงรู้มาว่าที่นายท่านเดือดดาลถึงเพียงนั้น ก็เพราะนายท่านชอบพอเขา และนายหญิงรู้ถึงความชอบนั้นจึงพยายามยั่วยวนเขาให้นายท่านเห็น ทั้งยังเอ่ยขอเขากับนายท่าน หรือไม่เช่นนั้นก็แบ่งกันคนละวัน นับจากนั้นทั้งสองก็เข้าไปในห้องใต้ดินสลับกัน หลังจากกลับออกมาแผลที่ถูกเฆี่ยนตีบนตัวเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นไม่นานนายท่านก็ขายเขาออกมา ส่วนนายหญิงรู้ว่าข้าแอบส่งน้ำส่งอาหารให้เขา ข้าจึงถูกขายออกมาด้วย” อาฉินเอ่ยจบก็มีเพียงความเงียบงัน จูเสวี่ยหลินสูดลมหายใจเข้า มือสองข้างกำแน่นจนขาวซีด ขนลุกขนพองไปทั้งร่าง เมื่อหันไปมองใบหน้าเดือดดาลของหญิงสาว อาฉินจึงรีบเล่าเรื่องสุดท้ายให้ฟัง “ตอนที่เดินทางมากับขบวนค้าทาส เขาถูกซื้อไปหลายรอบ แต่ทุกครั้งก็จะถูกนำมาคืน และเขาก็ถูกทุบตีกลับมาแทบจะทุกครั้ง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขามีท่าทีหวาดกลัวแ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status