Compartir

บทที่ 1

last update Última actualización: 2025-12-31 07:59:41

หุบเขามังกรหลับตั้งอยู่ที่เมืองอู่ถง ทางใต้ของแคว้นจ้าว เป็นหุบเขาซึ่งอยู่ระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยวี่ย เป็นหุบเขาในตำนานซึ่งผู้คนทั้งสองแคว้นต่างก็รู้จักดี เพราะน้อยคนนักที่เคยเข้าไปจะรอดชีวิตกลับมา

ว่ากันว่าเส้นทางที่ตัดผ่านเข้าไปในหุบเขา ยามกลางวันจะดูคล้ายกับถนนธรรมดา หากแต่พอพลบค่ำกลับมีสัตว์ร้ายมากมาย ซึ่งไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน

ร่ำลือกันว่าสัตว์ร้ายเหล่านั้น ก็คือวิญญาณของนักโทษที่จักรพรรดิผู้ครองแคว้นนำมากักขังเอาไว้ ในยามที่หุบเขาแห่งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นเยวี่ย

            ในครานั้นหลังจากสงครามยุติลง หุบเขามังกรหลับกลายเป็นรางวัลแห่งชัยชนะขององค์ชายสาม ‘จ้าวเหยียนเจี๋ย’ ปิศาจสงครามผู้กระหายเลือด ผู้ซึ่งนำทัพแคว้นจ้าวเข้าโจมตีทัพของแคว้นเยวี่ยที่บุกรุกเข้ามายังชายแดน หมายยึดครองเมืองอู่ถง ซึ่งอยู่ห่างจากหุบเขามังกรหลับไม่มาก

หลังจากมีชัยเหนือ ‘เยวี่ยกวน’ ปราชญ์หลวงผู้เป็นอนุชาของจักรพรรดิแคว้นเยวี่ย ไม่เพียงแคว้นจ้าวจะไม่เสียเมืองอู่ถง หากแต่ยังได้หุบเขามังกรเอาไว้ในครอบครองอีกด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นหลังสงครามยุติ ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าปราชญ์หลวงเยวี่ยกวน ศัตรูคนสำคัญของแคว้นจ้าวหลบหนีไปอยู่ที่ใด

ผู้คนมากมายต่างลือกันว่าเพราะความพ่ายแพ้ จักรพรรดิแคว้นเยวี่ยมีรับสั่งให้ประหารเขาไปแล้ว แต่หลายคนลือว่าเขาถูกเนรเทศมายังหุบเขามังกรหลับ และเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายยามค่ำคืน แท้ที่จริงก็คือเสียงที่เขากำลังร่ำไห้ เนื่องจากความอยุติธรรมของจักรพรรดิผู้ซึ่งเป็นพระเชษฐา

แต่ถึงอย่างนั้นวันเวลาผ่านไปหลายปี ใครเล่าจะรู้ว่าแท้จริงแล้วปราชญ์อัจฉริยะเยวี่ยกวน ผู้ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นวิญญาณร้าย ปัจจุบันนี้เขาได้เปลี่ยนชื่อแซ่

เยวี่ยกวนผู้นั้นหาได้มีตัวตนบนโลก เพราะตอนนี้เขากลายเป็นซูหย่งจื้อ หมอเทวดาที่ไม่มีโรคใดที่รักษาไม่หาย

เรื่องที่คาดไม่ถึงที่สุด...

สมาชิกครอบครัวของเขาทั้งเก้าคน หนึ่งในนั้นก็คือ ‘ปิศาจสงคราม’ ผู้ที่ทำให้เขาต้องถูกจองจำและถูกเนรเทศออกมาจากแคว้นเยวี่ย จ้าวเหยียนเจี๋ย องค์ชายสามแห่งแคว้นจ้าว องค์ชายซึ่งสิ้นพระชนม์ไปพร้อมกับพระชายาเมื่อสองปีที่แล้ว

ที่สำคัญ เหยียนหว่านเอ๋อร์ พระชายาในองค์ชายสาม ก็คือศิษย์รักเพียงคนเดียวของเยวี่ยกวน หรือซูหย่งจื้อนั่นเอง

เก้าชีวิต ณ หุบเขามังกรหลับ พวกเขาอาศัยอยู่แบบครอบครัวใหญ่ กระท่อมทั้งหมดห้าหลังท่ามกล่างป่าเขาอันเงียบสงบ ไร้ซึ่งความวุ่นวาย ไร้ซึ่งการแก่งแย่ง

มองดูกระท่อมหลังแรกที่ดูธรรมดาที่สุด เจ้าของก็คือหม่าซือหยวน ศิษย์เพียงคนเดียวของเหยียนหว่านเอ๋อร์ ซึ่งตอนนี้เขากับเสี่ยวจู สาวใช้คนสนิทของเหยียนหว่านเอ๋อร์เพิ่งจะไหว้ฟ้าดินเป็นสามีภรรยากันได้ไม่นาน

เมื่อเดินอ้อมเนินเขาเล็กๆ ก็พบกับกระท่อมหลังถัดมา เจ้าของก็คืออู๋อิงสง พี่ชายร่วมสาบานคนรองของเหยียนหว่านเอ๋อร์ เขาอาศัยอยู่กับฮูหยินนามว่าอวิ๋นหยา

หลังถัดมาค่อนข้างใหญ่กว่าสองหลังแรก เพราะมีคนอาศัยอยู่ถึงสามคน คนแรกก็คือ สือเจี้ยนหาว พี่ชายร่วมสาบานอีกคนของเหยียนหว่านเอ๋อร์

คนที่สองก็คือซูหย่งจื้อ

คนสุดท้ายคือเฟิงชิง บุรุษผู้เต็มไปด้วยปริศนา เพราะเขาคืออดีตประมุขพรรคมาร ผู้ซึ่งหากออกไปนอกหุบเขา เขาก็ต้องสวมหน้ากากเพื่ออำพรางใบหน้า

กระท่อมหลังที่สี่ไม่ใช่ที่อยู่ แต่ถูกใช้เป็นโรงครัว ห้องกินข้าว และห้องเก็บอาหาร พวกเขาทั้งเก้าจะเข้ามานั่งรวมกันทุกครั้งที่กินข้าว ทำกับข้าว สรวลเสเฮฮา พูดคุยแบ่งปันสิ่งที่ทำมาให้กันและกันฟัง

กระท่อมหลังสุดท้าย จ้าวเหยียนเจี๋ยกับเหยียนหว่านเอ๋อร์ กระท่อมหลังนี้เป็นหลังที่ดีที่สุด เพราะอาการป่วยของเหยียนหว่านเอ๋อร์ เนื่องจากนางมีความรู้สึกไวต่ออากาศเย็น ดังนั้นกระท่อมหลังนี้จึงเป็นแบบปิด ภายในมีเตาผิงที่ต้องจุดไฟเอาไว้ตลอดเวลาในหน้าหนาว หน้าร้อนก็สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้

พวกเขาทั้งหมดต่างก็มีอดีตที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ละคนต่างผ่านเรื่องราวเจ็บปวดแสนสาหัส จึงอยากจะหลบหนีจากเรื่องราววุ่นวายของโลกภายนอก เร้นกายเพื่อใช้ชีวิตเงียบๆ ทว่าใครเล่าจะคาดว่ายังคงมีเรื่องราววุ่นวายตามมาหลอกหลอน

          “อะไรนะ!” น้ำเสียงโกรธกรุ่นของซูหย่งจื้อดังลั่นโรงครัว “พวกเจ้าไม่ได้ติดค้างพวกเขาแล้ว!” กล่าวจบก็ตบโต๊ะกินข้าวอย่างเดือดดาล

บ่ายวันนี้ระหว่างที่อู๋อิงสงกับจ้าวเหยียนเจี๋ยเข้าไปในตัวเมืองอู่ถง ทั้งนี้ก็เพื่อนำหนังสัตว์และสมุนไพรเข้าไปแลกของใช้จำเป็น ข่าวแคว้นหนานส่งทหารเข้ามาเข่นฆ่าชาวบ้านที่อยู่ระหว่างชายแดนสองแคว้น ส่งผลให้เป็นไปได้ว่าอาจเกิดสงครามระหว่างแคว้นขึ้นอีกครั้ง ซึ่งผู้นำทัพแคว้นจ้าวครั้งนี้คือจ้าวเหยียนอิ่ง พี่ชายของจ้าวเหยียนเจี๋ย

สงครามเริ่มปะทุมานานเกือบเดือนแล้ว จ้าวเหยียนอี้อดีตจักรพรรดิเองก็สละบัลลังก์ออกผนวช จักรพรรดิองค์ปัจจุบันคือจ้าวเหยียนเว่ย

ทันทีที่ขึ้นครองราชย์ก็เกิดสงครามระหว่างแคว้น ทำให้ประชาชนต่างพากันสร้างข่าวลือต่างๆ ว่าจ้าวเหยียนเว่ยไร้ความสามารถ

“อาจารย์ ท่านใจเย็นลงหน่อย” เหยียนหว่านเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ซูหย่งจื้อกระซิบเสียงเบา

“ใจเย็นหรือ พวกเราอยู่อย่างสงบสุขมานานเพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของราชสำนัก เจ้าเองก็เพิ่งจะหายเป็นปกติ แต่เจ้าคิดจะส่งเจ้าเจี๋ยไปชายแดน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ” ซูหย่งจื้อโมโหจนแทบจะพ่นไฟออกมา

เรื่องราวในอดีตกว่าที่เหยียนหว่านเอ๋อร์จะหาทางนำพวกเขาออกมาจากวังวนความวุ่นวาย ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะจ้าวเหยียนเจี๋ย ที่เป็นถึงองค์ชายและแม่ทัพแคว้นจ้าว

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 13

    “นางเป็นใครหรือ” บุรุษชุดขาวถามเสียงเบา และจดจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของสือเจี้ยนหาว“ฮูหยินของข้า” เขาตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้นเพราะนึกถึงเหตุการณ์ในคืนที่พวกเขาพักค้างแรม แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือจูอี้หลินตื่นขึ้นมาได้ยินพอดีหญิงสาวเงยหน้ามามองหน้าเขาด้วยใบหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะขยับตัวเมื่อรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างสนิทสนม หากแต่...นางขยับไม่ได้เพราะร่างถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าห่มจนคล้ายรังไหมสือเจี้ยนหาวก้มลงมองใบหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเลือดฝาดของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางดีขึ้นมากแล้ว“อย่าขยับ เจ้าเผลอหลับไป อากาศหนาวทำให้ร่างกายของเจ้าเย็นเฉียบ ต้องทำให้ตัวเจ้าอุ่นกว่านี้สักหน่อย” เสียงราบเรียบของเขาเอ่ยขึ้นข้างหู ลมหายใจอบอุ่นที่เป่ารดแก้ม จูอี้หลินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกาย และนางยิ่งขวยอายมากขึ้นเมื่อพบว่าตนไม่ได้อยู่ลำพังกับเขาเพียงสองคน เนื่องจากการกระทำของทั้งคู่ ช่างดูสนิทสนมจนเกินงามบุรุษชุดขาวมองสือเจี้ยนหาวด้วยความประหลาดใจ ตอนพบสือเจี้ยนหาวครั้งแรก เขาจำได้ว่าทั้งสองพักกันคนละห้อง อีกทั้งหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดก็ไม่ได้รวบผมขึ้นอย่า

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 12

    เงาร่างที่พุ่งเข้ามาขวาง ทำให้สือเจี้ยนหาวยืนนิ่งตะลึง เขาไม่คาดว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตอนที่เขากำลังจะพุ่งเข้าหาบุรุษชุดดำสั้งสามคน กลับมีกลุ่มคนลึกลับเข้ามาช่วยเขารับมือเขารู้สึกได้ว่าผู้มาใหม่ไม่ได้ประสงค์ร้ายกับเขา ทั้งยังตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่คนทั้งห้าปรากฏกายขึ้น เขาก็ได้แต่ยืนมองพวกคนเหล่านั้นประมือกัน อีกทั้งหนึ่งในบุรุษห้าคนยังก้าวมายืนขวางเขาเอาไว้คล้ายกำลังปกป้องผู้มาใหม่สี่ในห้าคนดูมีฝีมือไม่น้อย ทว่าบุรุษชุดขาวสะอาดทั้งร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ทำให้เขาตระหนักว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นนายของคนทั้งสี่ เพราะเขาไม่มีวรยุทธ์แม้แต่น้อย ดังนั้นจึงถูกปกป้องเอาไว้ด้านหลังสือเจี้ยนหาวลอบประเมินคนทั้งห้าเงียบๆ หมวกที่อำพรางใบหน้าของบุรุษชุดขาวอย่างมิดชิด ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งยังไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคือผู้ใด และประสงค์สิ่งใดจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่นานบุรุษชุดดำที่จู่โจมสือเจี้ยนหาวก็ล่าถอยไป พวกเขาถึงกับลากคนที่ถูกสังหารกลับไปด้วย ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่น้อย“พวกท่านเป็นใคร เหตุใดยื่นมือเข้าช่วย” สือเจี้ยนหาวมองออกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ยื่น

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 11

    “พะย่ะค่ะ / ขอรับ” จางอู่จิ้งและอู๋อิงสงต่างก็รับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปร่างสูงก้าวอย่างมั่นคงไปยังห้องพักของแม่ทัพ ระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน เหล่าทหารก็ก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม แต่มิใช่ในฐานะแม่ทัพและองค์ชายเช่นเดิม ตอนนี้จ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ที่ป้อมเจิ้งจินในฐานะกุนซือจากเมืองหลวงนายทหารทุกคนเรียกเขาว่า ‘จื่อลู่[1]’ ซึ่งชื่อนี้เขาตั้งขึ้นโดยมีที่มาจากหยกมังกรม่วง ซึ่งเป็นหยกประจำตัวของเขานั่นเองร่างที่นอนอยู่บนเตียงคือจ้าวเหยียนอิ่ง เขาถูกพิษจึงยังคงไม่ได้สติ หมอหลวงที่มากับกองทัพกำลังช่วยกันรักษาเขาอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจสั่งการในกองทัพก็คือจางซานจิ่ว ซึ่งเขาก็รับคำสั่งจากจ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ลับๆ เพื่อเตรียมทำสงครามกับแคว้นหนาน“เจ้าสาม” เสียงระโหยของจ้าวเหยียนอิ่งดังขึ้นทันทีที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง“พี่รอง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”“ไม่เป็นไร การศึกเล่า”“อย่ากังวลเลย ท่านพักผ่อนเถิด พิษที่ท่านได้รับแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ช่วงนี้ท่านอย่าออกแรงจะดีกว่า”“แม่ทัพอย่างข้าถึงกับพลาดพลั้งเพียงเพราะศรของศัตรูเพียงดอกเดียว”“ท่านอย่าคิดมากเลย แม่ทัพแคว้นหนานใช้วิธีลอบก

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 10

    ความสามารถในอดีตที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของ ทำให้นางได้พบกับพวกเขาในเวลาที่แตกต่างกัน ทว่ามันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น“จะดีหรือ ปล่อยนางไปเช่นนี้ เส้นทางไปชายแดนอาจมีอันตราย” เฟิงชิงก้าวออกมา สายตาของเขามองคนที่กำลังวิ่งไปยังกระท่อมอีกหลัง“ไม่ให้นางไป คิดหรือว่านางจะยินยอม อย่าว่าแต่นางสังหรณ์ใจเลย ข้าเองก็กังวลอยู่เหมือนกัน ชะตาชีวิตของเจี้ยนหาวนั้นสลับซับซ้อน ข้ามองไม่ออกจริงๆ ว่าเดินทางไปชายแดนครั้งนี้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง”“ท่านทำนายชะตาเขาหรือ”“ไม่ถึงกับทำนายหรอก ข้ามองจากลายมือเขา ชีวิตของเขายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยภยันตราย ตอนนั้นข้าเพียงแต่คิดว่าเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับความมืด ทั้งยังสังหารคนมามาก กระทั่งเมื่อสามสี่วันก่อนข้าลองตรวจชะตาจากวันตกฟาก เขากำลังมีเคราะห์ครั้งใหญ่ซึ่งอาจถึงกับชีวิต” ซูหย่งจื้อถอนหายใจออกมาเสียงดัง “แต่ก็นั่นแหละ ข้าอาจผิดก็ได้เพราะข้าไม่ได้เก่งกาจเรื่องการทำนาย หากรู้เช่นนี้ข้าน่าจะศึกษาเรื่องนี้ให้มากหน่อย”“ท่านอาจผิดก็ได้ อย่ากังวลเลย” เฟิงชิงตบบ่าซูหย่งจื้อเบาๆ“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนในครอบครัวของข้า ข้าไม่อย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 9

    แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาหวิวแต่กลับไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนก ดวงตาจ้องไปยังมีดสั้นของสือเจี้ยนหาวเขม็ง “เจ้าเป็นอะไรกับสือเจี้ยนเหวิน ปิศาจเงาพันปี”สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้ว ในใจก็นึกสงสัยยิ่งนักที่มีคนรู้จักผู้เป็นบิดารวมไปถึงมีดสั้นซึ่งตกทอดมายังเขา มีดสั้นซึ่งตีขึ้นด้วยเหล็กกล้า แกะลวดลายกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ทั้งยังฝังพลอยล้ำค่าสีแดงลงไป ‘วิหคยมทูต’“ทำไมเจ้าจึงมีเพียงหนึ่ง อีกหนึ่งเล่า”“ไม่ใช่กงการใดของเจ้า” สือเจี้ยนหาวเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่ชอบความรู้สึกคลุมเครือนี้เลย เพราะตลอดมาเขารู้เรื่องของบิดาน้อยมาก จึงรู้สึกขัดใจที่มีผู้อื่นล่วงรู้เกี่ยวกับมีดสั้นคู่กายมากกว่าตัวเอง“มอบมันให้ข้า แล้วเจ้าไปได้ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”“ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถหรือไม่ เข้ามา!”แม้ว่าจะบาดเจ็บ ทว่าสือเจี้ยนหาวก็ยังคงรวบรวมกำลังภายใน เขามองออกถึงความมุ่งร้ายของอีกฝ่าย ทันทีที่เอ่ยถึงมีดสั้นวิหคยมทูตไม่ว่าเขาจะมีความคิดที่จะมอบมีดสั้นออกไปหรือไม่ อีกฝ่ายก็คงไม่มีทางละเว้นเขา แต่นั่นเป็นเพียงความคิดเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีวันมอบวิหคยมทูตของบิดาให้ผู้ใดเงาร่างสีดำพุ่งเข้าหาสือเจี้ยนหาวพร้อมกัน แต่ชาย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 8

    สือเจี้ยนหาวควบม้าขึ้นเขาไปอย่างคล่องแคล่ว เขารู้เส้นทางในละแวกนี้เป็นอย่างดี ดินแดนเหนือแห่งนี้นานมาแล้วเขาเคยสำรวจเส้นทางทั้งหมดด้วยตัวเองตอนนั้นเขายังเป็นองครักษ์เงาของแม่ทัพใหญ่ และหน้าที่รองอีกอย่าง ก็คือสำรวจเส้นทางที่จำเป็นในการเดินทัพ ดังนั้นแถบชายแดนทางเหนือ เขาจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี และหุบเขาแห่งนี้เขาก็ค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งที่สามารถใช้หลบศัตรูได้เขาคือนักล่าที่ไม่ชอบและไม่มียอมเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า ดังนั้นเขาต้องหาที่ปลอดภัยให้หญิงสาวเสียก่อน เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ จากนั้นเขาก็จะกลายมาเป็นผู้ล่าเสียเอง นั่นจึงจะเป็นวิธีที่เขาถนัดสูงขึ้นไปยังยอดหุบเขาอันเหน็บหนาว ดอกเหมยสีแดงต้นหนึ่งกำลังผลิบาน ราวกับเย้ยหยันความหนาวเย็นอย่างเดียวดายเมื่อเดินไปด้านหลังต้นไม้สูงใหญ่ สุดทางเดินริมหน้าผามีถ้ำหินขนาดเล็กแห่งหนึ่งซุกซ่อนอยู่ หากไม่สังเกตให้ดี ไม่มีทางที่จะเห็นทางเข้าถ้ำแห่งนี้ได้ เนื่องจากปล่องหินที่มีขนาดเล็กมาก ทั้งยังหลบอยู่ด้านหลังเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมจนหนาทึบ ทว่าสือเจี้ยนหาวที่เป็นคนพบมันก่อนผู้ใดยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี“เจ้าเข้าไปหลบอยู่ด้านในก่อน ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเข

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status