Masuk"ซื่อหยา" เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ทั้งชีวิตของเธอมีแค่เรื่อง 'งาน' พอว่างหน่อยก็ทุ่มเวลาให้กับการอ่านนิยาย ซึ่งเธอไม่ใช่สายกรี๊ด 'พระเอกแสนดี' แต่เทใจให้ 'พระรองสุดกร้าวใจ' ที่โผล่มาทีไรก็ฉกหัวใจของเธอไปเต็มๆ 'ทำไมจบอย่างนี้เนี่ย!' 'โอ้ย! พระรองดีกว่าเห็นๆ' เมื่ออ่านมาถึงตอนจบซื่อหยาก็รับไม่ได้ เธอว่าให้นักเขียนที่ใจร้าย ให้พระนางสมหวัง แต่พระรองต้องเจ็บช้ำคนเดียวมันเกินไปไหม ถึงนิยายจะจบแต่เธอก็ยังมูฟออนไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะพรหมลิขิตหรือปากแซ่บเกินไป ทำให้ซื่อหยาที่ร้องโวยวายหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปแบบงงๆ 'มะ....หมิงซั่วนี่' จากที่เป็นแค่นักอ่าน ตอนนี้เธอกลับได้มีโอกาสเจอกับ 'พระรอง' ในดวงใจ ตอนแรกก็ว่าจะแอบมองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ในฐานะ 'ตัวประกอบ' ไม่วุ่นวาย แต่เมื่อเห็นสภาพพระรองที่เจ็บปวดเธอก็รับไม่ได้ งานนี้ติ่ง อย่างเธอจะไม่ปล่อยให้พระรองที่แสนดีต้องช้ำรักอีกต่อไป แล้วหัวใจของพระรองจะพ่ายแพ้ให้กับตัวประกอบคนนี้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน!
Lihat lebih banyakงานแต่งงานของผู้กองหมิงซั่วและซื่อหยาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ บ้านพักของฝ่ายชาย ซื่อหยาในชุดกี่เพ้าสีแดงปักลวดลายดอกไม้ เธอแต่งหน้าบางๆ แต่ความสวยกินขาดไม่เผื่อใคร หมิงซั่วในชุดเจ้าบ่าวก็หล่อจนว่าที่ภรรยาอย่างเธอใจละลาย ไม่ว่าหมิงซั่วจะใส่อะไรก็ดูดี ดูเท่ ไปหมดจริงๆ"ตื่นเต้นรึเปล่า"หมิงซั่วถามเสียงอ่อนโยน แววตาห่วงใย เธอต้องตื่นแต่เช้าจะเหนื่อยขนาดไหน เขากลัวว่าเธอจะเป็นลมเพราะแดดที่ร้อนเกินไป เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกก็เรียกหาแต่ 'ซื่อหยา' คนเดียว"นิดหน่อยค่ะ"เธอส่งยิ้มให้เจ้าบ่าวที่ใส่ใจ มือหนายื่นมาจับมือเรียวไว้ ตั้งแต่ที่เขาเปิดใจ ไม่มีวันไหนที่เขาปล่อยให้เธอรู้สึกเหงาอยู่คนเดียว"ดีขึ้นไหมครับ""อื้อ!"เจ้าสาวพยักหน้า เธอชอบหมิงซั่วในตอนนี้ที่แสดงความรู้สึกออกมา รอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัดในแววตาของบ่าวสาวที่ยืนเคียงคู่กันหลังพิธีการก็ถึงช่วงเวลาของการเลี้ยงฉลอง เสียงโห่ร้องแซวคู่บ่าวสาวดังระงม เหล่าเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องตำรวจที่สนิทสนมต่างพากันยกขบวนมา 'แกล้ง' ผู้กองหนุ่มมาดเข้มที่หนีไปมีภรรยาก่อนเพื่อน"ผู้กองครับ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี ผู้กองต้องดื่มใ
คำตอบของซื่อหยา เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของหมิงซั่วพังทลาย แววตาที่เชื้อเชิญกำลังทำให้เขาลืมคำว่า 'สุภาพบุรุษ' ไป ท่าทีที่เต็มใจทำเขาพ่ายแพ้ให้กับความต้องการของตัวเอง"อือ...หมิงซั่ว"ริมฝีปากหยักกดจูบลงมาอย่างหนักแน่นและเร่าร้อนรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ซื่อหยาตอบรับจูบที่ซาบซ่านนั้นด้วยความเต็มใจ แขนเรียวโอบรัดรอบลำคอเขาไว้ การจูบครั้งนี้ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวประสานกันตึกตัก ตึกตักซื่ิอหยารับรู้ได้ถึงความเป็นชาย มันตื่นตัวและคงกำลังต้องการปลดปล่อยให้ได้ ความร้อนแรงของจูบค่อย ๆ ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย ริมฝีปากหยักได้รูปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวเนียนของเธอ"คุณหอมไปทั้งตัวเลยซื่อหยา"เสียงทุ้มแหบพร่า ตัวเธอทั้งนุ่ม ทั้งนิ่มและหอมมาก สติของเขาตอนนี้แทบไม่อยู่กับตัวแล้ว"อ๊ะ!"หญิงสาวร้องตกใจเมื่อถูกหมิงซั่วเปลี่ยนท่ากระทันหัน แววตาที่มองเธอคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ความต้องการ เสียงทุ้มต่ำที่เสนอว่า 'ผมจะพาคุณไปที่เตียง' มันช่างชวนให้จินตนาการจนหน้าสวยๆ แดงไม่ไหว เธอซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างหวังจะซ่อนความเขินอาย แต่นั้นกลับยิ่งทำให้หมิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหมิงซั่วก็ได้ออกจากโรงพยาบาล อาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นมาก ซึ่งการที่เขาร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วนั้นเป็นเพราะซื่อหยาที่ดูแลเอาใจใส่ล้วนๆ "ผู้กองค่อยๆ เดินนะคะ"ถึงแม้หมอจะอนุญาติให้กลับไปพักต่อที่บ้านได้ แต่ซื่อหยาก็ยังไม่วางใจ อาจเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่ระมัดระวังพอจนทำให้แผลปริได้ ความเป็นห่วงของเธอทำให้หมิงซั่วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ รอยยิ้มหวานๆ ที่ส่งให้เหมือนเป็นยาชั้นดี"ผมรบกวนคุณเกินไปรึเปล่า"หมิงซั่วถาม แววตาเกรงใจ ถึงสถานะของเธอจะเป็น 'คนรัก' แต่เขาก็ไม่อยากจะรบกวนเธอมากเกินไป ซื่อหยาอ่านสีหน้าของหมิงซั่วออกและรู้ว่าเขาคิดอะไร เฮ้อ! ทำไมถึงได้ขี้เกรงใจขนาดนี้กัน"ไม่เลยค่ะ ฉันเต็มใจ"เป็นคำตอบที่ทำให้หมิงซั่วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าได้ ซื่อหยาช่วยจัดการเอกสารและข้าวของทุกอย่างให้เขาอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ มือที่จับกันมาตลอดช่างบาดตาและบาดใจคนที่มาช่วยขับรถให้อย่างเสิ่นตู้จริงๆหลังจากที่เสิ่นตู้ขับรถมาส่งหมิงซั่วถึงบ้าน ซื่อหยาก็เสนอตัวที่จะอยู่ดูแลเขาต่ออย่างเต็มใจ เธอไม่สนว่าใครจะพูดอย่างไร คนตรงหน้าเธอสำคัญกว่าขี้ปาก
หลังจากสารภาพรัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผู้กองหนุ่มที่ปากแข็ง มาดนิ่งที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งคนนั้น ตอนนี้กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่กล้าเผยความรู้สึกมากขึ้นแล้ว"วันนี้ผู้กองดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ"ซื่อหยาเอ่ยแซวขณะยื่นแอปเปิ้ลชิ้นพอดีคำให้หมิงซั่วอ้าปากรับอย่างว่าง่าย แอปเปิ้ลที่เธอป้อนรสชาติหวานยิ่งกว่าที่ไหน ความรักทำให้คนที่เก็บความรู้สึกเก่งเปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องพักฟื้นตอนนี้เปี่ยมไปด้วยกรุ่นไอรักอบอวล"งั้นเหรอ?"หมิงซั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว"ค่ะ"ซื่อหยาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งผลต่อหัวใจ ความสดใสของเธอเหมือนยาที่ทำให้เขาฟื้นตัวได้ไว และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอ"แล้วคุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร""ก็ต้องอยากรู้สิคะ"ซื่อหยาตอบเสียงใส อะไรที่เกี่ยวกับหมิงซั่วเธอย่อมอยากรู้ อยากจดจำไว้ ชายหนุ่มกวักมือเรียกเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มตอบอย่างจริงใจและไม่มีแม้แต่ความลังเลในแววตา"ก็เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้ไง"เป็นครั้งแรกที่โดนผู้กองหนุ่มป้อนคำหวานแล้วใครมันจะไปต้านทานไหว ขนาดอยู่ในช่วงพักฟื้นแต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป แค่เขาพูดคำหว
ขณะที่ความสัมพันธ์ของหมิงซั่วและซื่อหยากำลังพัฒนาไปได้ดี เรื่องคดีของจินเหมยก็มีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน บิดาของเธอพยายามใช้เงินและอำนาจช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่หลักฐานของตำรวจก็แน่นหนาเกินกว่าที่จะไปแทรกแซง"คุณจินเหมยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาครับ"เสิ่นตู้รายงานให้หมิงซั่วฟังอย่างละเอียดขณะที่ซื่อหยา
ณ โรงพยาบาล"ซื่อหยา"หมิงซั่วเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"คะ"คนที่กำลังแกะส้มเรียงใส่จานตอบรับ หลังจากที่เสิ่นตู้กลับไป เธอกับหมิงซั่วก็ไม่ได้คุยอะไรกัน ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบทำงาน และจมกับความคิดของตัวเอง"ผม... อยากจะขอโทษคุณ"เขากล่าวพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง
"อยากกลับหรือยัง"หมิงซั่วถามคนที่ยืนข้างๆ เขาเห็นผู้ชายหลายคนมองมาทางเธอเหมือนอยากทำความรู้จัก แต่พอเห็นเขามองกลับก็รีบหันหน้ามองไปทางอื่นมองอะไรนักหนา!!นั่นคือสิ่งที่เขาคิดเมื่อเห็นสายตาของผู้ชายพวกนั้น ความรู้สึกหงุดหงิดมันฉายชัดเมื่อเห็นว่าสายตาที่จ้องนั้นดูสนใจซื่อหยาไม่น้อย"ผู้กองง่วงแล้วเ
เมื่อเสียงเพลงวอลซ์คลาสสิกจบลง ผู้คนที่อยู่ในฟลอร์เต้นรำต่างปรบมือให้คู่ของตนเองและคู่ของคนอื่นที่ร่วมเต้นรำด้วยกันอย่างสนุกสนาน ซื่อหยาที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของหมิงซั่วรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอแอบมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่หลายครั้ง จังหวะที่ได้ใกล้ชิดกัน เหมือนตกอยู่ในห้วงฝันจริงๆ"ผู้กองคะ... เพลง

















