LOGIN"ซื่อหยา" เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ทั้งชีวิตของเธอมีแค่เรื่อง 'งาน' พอว่างหน่อยก็ทุ่มเวลาให้กับการอ่านนิยาย ซึ่งเธอไม่ใช่สายกรี๊ด 'พระเอกแสนดี' แต่เทใจให้ 'พระรองสุดกร้าวใจ' ที่โผล่มาทีไรก็ฉกหัวใจของเธอไปเต็มๆ 'ทำไมจบอย่างนี้เนี่ย!' 'โอ้ย! พระรองดีกว่าเห็นๆ' เมื่ออ่านมาถึงตอนจบซื่อหยาก็รับไม่ได้ เธอว่าให้นักเขียนที่ใจร้าย ให้พระนางสมหวัง แต่พระรองต้องเจ็บช้ำคนเดียวมันเกินไปไหม ถึงนิยายจะจบแต่เธอก็ยังมูฟออนไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะพรหมลิขิตหรือปากแซ่บเกินไป ทำให้ซื่อหยาที่ร้องโวยวายหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปแบบงงๆ 'มะ....หมิงซั่วนี่' จากที่เป็นแค่นักอ่าน ตอนนี้เธอกลับได้มีโอกาสเจอกับ 'พระรอง' ในดวงใจ ตอนแรกก็ว่าจะแอบมองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ในฐานะ 'ตัวประกอบ' ไม่วุ่นวาย แต่เมื่อเห็นสภาพพระรองที่เจ็บปวดเธอก็รับไม่ได้ งานนี้ติ่ง อย่างเธอจะไม่ปล่อยให้พระรองที่แสนดีต้องช้ำรักอีกต่อไป แล้วหัวใจของพระรองจะพ่ายแพ้ให้กับตัวประกอบคนนี้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน!
View More'สนุกมากเลยค่ะ'
'รออัพอีกนะคะ' 'ไรท์สู้ๆ' 'ซื่อหยา' พิมพ์ข้อความให้กำลังใจนักเขียนหน้าใหม่ที่เธอกำลังติดตามผลงาน เป็นนิยายจีนยุค 80 ที่ถูกจริตเธอมาก อ่านแล้วฟิน จิกหมอนขาด สาวโสดวัยใกล้เลขสามที่ไม่มีใคร ก็เลยมโนว่าตัวเองเป็นนางเอกนางใจที่มีทั้งพระเอกพระรองมารุมหลงรัก 'ผมชอบคุณ' 'แต่ฉัน....' บทสนทนาในนิยายทำเธอใจเต้นตึกตัก พระรองสุดหล่อ สุดเท่ สุดกร้าวใจที่เธอเป็นติ่งมาตั้งแต่แรกกำลังขอความรัก แล้วก็จบตัดฉับไป โอ้ย!!!! ทำไมไรท์ทำอย่างนี้ ซื่อหยาพึมพำ เธออยากอ่านตอนต่อไปมาก มีเหรียญพร้อมเปย์นะ แต่ไรท์ไม่มีตอนให้ แล้วคนรอคอยก็ต้องรออย่างจดจ่อต่อไป ฮือ~เมื่อไหร่ไรท์จะอัพตอนใหม่สักที 'วันนี้ไรท์อัพไหมคะ' 'รอๆๆๆๆ นะคะ' 'กดใจให้ไรท์จะได้มีแรงแต่งนิยาย' เธอติดนิยายเรื่องนี้มาก ชนิดที่ว่าเฝ้ารออ่านทุกวัน พอเห็นมีข้อความเด้งเตือนในแอพก็รีบกดเข้าไปอ่าน และเธอมักจะเป็นคนแรกๆ ที่เข้าไปคอมเม้นท์ในนิยายเสมอ [เพียงใจรัก ยุค 80] คือชื่อนิยายที่กำลังติดท็อปชาร์ตยืนหนึ่งในแอพอ่านนิยายออนไลน์ชื่อดัง มียอดวิวเป็นล้าน ยอดคนกดเข้าชั้นเป็นหมื่น ซึ่งหนึ่งในนักอ่านที่พร้อมเปย์มากๆ ก็คือ 'เธอ' สาวโสด วัยใกล้เลขสาม ที่วันๆ ทำแต่งาน พอมีเวลาว่างก็หมกมุ่นอ่านแต่นิยาย ผู้ชายที่มาจีบก็มีบ้างปะปราย แต่ก็ยังสู้ผู้ชายในนิยายไม่ได้สักคน นิยายจีน 'เพียงใจรัก' เป็นนิยายที่มีจุดเด่นตรงพระเอกที่รักมั่นคง และมีพระรองที่แสนจะโคตรทุ่มเท เป็นความรักที่นางเอกก็ลังเลเพราะไม่รู้ว่าจะเลือกใคร คนหนึ่งก็แสนดี อีกคนก็มีใจให้ ยิ่งไปกว่านั้นพระเอกกับพระรองก็เป็นเพื่อนสนิทกันจะมาแตกคอเพราะผู้หญิงคนเดียวได้อย่างไร แล้วสุดท้าย 'ใคร' จะเป็นคนที่รับเจ็บแล้วจบแค่คนเดียว 'ลงเรือพระเอก' 'พระรองน่ารักมาก (ก.ล้านตัว) ' 'โอ้ย! ไม่รู้จะเลือกใคร' แฟนคลับของพระเอกมีเยอะ ส่วนพระรองเองก็มีไม่น้อย ไม่ใช่แค่นางเอกนะที่เลือกไม่ได้ เพราะคนอ่านก็สองจิตสองใจ เป็นไปได้ก็อยากเหมารวบเป็นสามีทั้งสองคนเลย ยิ่งตอนล่าสุดที่พระรองเผยความใจ เป็นตอนที่ได้ยอดโดเนทเกือบพัน ซึ่งคอมเม้นท์ก็จะมาแนวเดียวกัน นั่นก็คือ.... 'อยากเป็นนางเอก นางใจ' 'อยากมีฟีลที่โดนผู้ชายหล่อๆ ตามจีบ' 'เธอเอาพระเอกไป ฉันเอาพระรองก็ได้' ซึ่งซื่อหยาเองก็เป็นหนึ่งในนักอ่านที่ อิน อิ้น อิน เปย์โดเนทให้นักเขียนชนิดที่ว่าไม่น้อยหน้าใคร พระรองไม่รู้ว่านางเอกกับเพื่อนตัวเองต่างคนต่างก็มีใจ และคำตอบที่ได้คือ.. 'ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว' นางเอกไม่กล้าบอกตรงๆ ว่ากำลังปลูกต้นรักกับใคร พระรองที่โดนนางเอกปฏิเสธถึงกับยืนนิ่งไปพักใหญ่ เขาเจ็บแต่กลับไม่พูดอะไร เพราะรู้ดีว่าหัวใจของคนที่เขาชอบมีเจ้าของจับจองแล้ว 'ฮือ~ พระรองของฉัน' 'อยากไปปลอบใจเขาจัง' 'ไรท์นะไรท์ ใจร้ายที่สุดเลย' นิยายเริ่มต้นได้ดี ตอนกลางก็ปวดใจ ตอนจบถึงรู้ทั้งรู้ว่าตับจะพังแต่เธอก็ยังอ่านต่อไป ยิ่งฉากที่พระรองโดนยิง ติ่งอย่างซื่อหยาถึงกับตาปูดบวม ปัง!!! เสียงปืนที่ดังมาจากฉากที่นางร้ายคิดจะกำจัดนางเอกให้พ้นทาง แต่พระรองที่รู้ข่าวก็รีบรุดมาช่วยทันที ปืนที่เล็งใส่นางเอกตอนนี้เปลี่ยนมาเล็งเขาแทน 'อย่าเข้ามานะ' นางร้ายเตือนเสียงแข็ง 'บอกว่าอย่าเข้ามาไง' พระรองไม่ฟัง เพราะต้องการเบี่ยงความสนใจ เขาส่งสัญญาณให้เพื่อนสนิทซึ่งก็คือพระเอกเข้าไปช่วยนางเอกที่ตื่นตกใจ ส่วนพระรองก็... โดดเข้าไปแย่งปืน 'ปล่อยนะ!' 'ฉันบอกให้ปล่อยไง' นางร้ายโวยวายเสียงดัง จังหวะที่กำลังชุลมุนแย่งปืนกันนั้น ปัง!! เสียงปืนก็ดัง ร่างสูงของพระรองทรุดลงกองกับพื้นทันที 'ฉันๆๆๆ ไม่ได้ตั้งใจนะ' นางร้ายเสียงสั่นเมื่อเห็นผู้กองหมิงซั่วโดนยิงเข้าที่ท้อง สัญชาตญาณสั่งให้เธอโยนปืนในมือทิ้งอย่างรวดเร็ว 'เขาทำปืนลั่นเอง ใช่ๆๆ เขาเป็นคนทำ' คนที่กลัวความผิดพูดวนอยู่อย่างนั้น แต่หลายคนเห็นเหตุการณ์อย่างไรซะก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี ส่วนพระเอกก็เป็นฮีโร่ในสายตาของนางเอกทันที ต้นรักที่ปลูกก็ยิ่งงอกเงยงดงาม จบด้วยทั้งคู่วางแผนแต่งงานกัน ส่วนพระรองของเธอก็เจ็บตัวฟรี 'ไรท์ใจร้ายๆๆๆๆ' คอมเม้นต์ว่าไรท์ไปหนึ่ง 'จะจบอย่างนี้จริงเหรอ' เมื่อเห็นไรท์ไม่อัพมาหลายวันก็เลยติงไป นิยายจบ แต่คนอ่านไม่จบไง อยากรู้ว่าพระรองของเธอจะเป็นยังไงต่อไป ก็เลย... 'ขอเพิ่มตอนพิเศษฮีลใจได้ไหมคะ' คอมเม้นท์ขอตอนพิเศษไปทุกวัน จนกระทั่งผ่านมาเดือนหนึ่งนักเขียนก็ยังไม่อัพอะไร ไรท์จะจบอย่างนี้จริงๆ ใช่ไหม ฮือ! มันรู้สึกค้างคาใจยังไงก็ไม่รู้ "นักเขียนใจร้าย!" หมดไปเท่าไหร่กับรายตอน เปย์ไปเท่าไหร่กับคำว่าให้กำลังใจ แต่ทำไม ทำไม นักเขียนถึงทำกับพระรองแสนดีของฉันได้ลงคอ เธอทิ้งตัวลงนอนน้ำตาคลอ นึกสงสารพระรองจับใจ ถ้าฉันเป็นนางเอก... ฉันจะเลือกคุณหมิงซั่ว! ซื่อหยาตัดพ้อใส่นางเอกว่า 'มีตาหามีแววไม่' พระรองสุดหล่อของเธอยอมเสี่ยงชีวิตไปช่วยขนาดนี้ยังมองข้ามไป ทำไมนางเอกถึงได้ใจร้ายกับพระรองเหลือเกิน 'รี้ดมีเหรียญพร้อมเปย์นะคะ' เธอยังคงอ้อนวอนนักเขียนให้เพิ่มตอนพิเศษฮีลใจ ถึงจะเซงกับตอนจบของนิยายแต่ชีวิตก็ยังคงต้องเดินต่อไป ถ้ามัวแต่เวิ่นเว้อไม่หลับไม่นอนมีหวังได้ไปทำงานสาย พอนึกถึงหน้าโหดๆ และเสียงดุๆ ของหัวหน้าขี้ฟ้องแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ พรุ่งนี้จะมีการแนะนำบุตรชายของประธานบริษัทที่จะมารับตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ จึงต้องบอกตัวเองว่า 'นอนๆๆ' แต่... ถึงจะข่มตานอน ตอนจบของนิยายก็ยังกวนใจ เธอยังอยากรู้ว่าหลังจากนั้นชีวิตของพระรองจะเป็นยังไง หัวใจของหมิงซั่วจะลืมนางเอกที่เป็นรักแรกและเริ่มต้นใหม่ได้ไหม โอ้ย! คาใจ คาใจที่สุดเลย 'ฉันอยากเห็นคุณไม่เจ็บปวดหมิงซั่ว' ซื่อหยาพึมพำ กว่าติ่งพระรองอย่างเธอจะมูฟออนได้จริงๆ ก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน จังหวะที่กำลังเคลิ้มๆ หลับแสงสว่างวาบจากหน้าจอโทรศัพท์อยู่ๆ ก็ปรากฎขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเหมือนเธอกำลังถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์ "กะ...เกิดอะไรขึ้น" เสียงของเธอสั่น ดวงตาเบิกโพลงเมื่อภาพห้องนอนค่อยๆ เลือนหายไป แล้วอยู่ๆ เปลือกตาของเธอก็หนักอึ้งเกินกว่าจะขยับได้ ความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังลอยเคว้งอยู่ในอากาศที่ปกคลุมด้วยหมอกควันขาวมองไม่เห็นอะไร ด้วยความตกใจเธอจึงร้องเสียงหลงว่า "ช่วยด้วย!!!"จินเหมยในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รอยยิ้มซื่อใสเลือนหาย ดวงตาคู่สวยแฝงไว้ซึ่งความไม่พอใจ ผู้หญิงคนนั้นใช้วิธีการสกปรกแย่งหมิงซั่วไป และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอสัมผัสได้ถึงคำว่า 'เกลียด' จนไม่อยากมอง'ฉันเกลียดเธอซื่อหยา...' ดอกบัวที่เคยให้ความรู้สึกขาวสะอาดตอนนี้มีความหมองหม่นเคลือบไว้ ความรู้สึกเกลียดที่โดนแย่งหมิงซั่วไปทำให้คิดแผนการที่ซับซ้อนกว่าเดิม เธอไม่ได้ต้องการแค่การ 'บังเอิญ' พบเจอซื่อหยาอีกต่อไป แต่ต้องการวางแผนการเข้าหาอย่างแนบเนียนเพื่อสร้างความชิดใกล้ หากเธอช้าไป ใจของหมิงซั่วอาจไม่มีวันหวนกลับมาหาเธอวันต่อมา...ซื่อหยาที่ร้อนรนใช่ว่าจะไม่หาทางแก้ไข เพราะกลัวว่าข่าวลือจะยิ่งไปกันใหญ่จึงทำให้เธอไม่กล้าไปหาหมิงซั่ว แต่เลือกที่จะเขียนจดหมายไป โดยทิ้งท้ายว่า...ฉันจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนเพราะมันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของหมิงซั่วโดยตรง ซื่อหยาจึงปล่อยผ่านไม่ได้ เธอตื่นมาแต่งตัวแต่เช้าและตรงไปที่ร้านสมุนไพร เพราะเธอคิดว่าต้นเหตุต้องมาจากที่นี่แน่นอน"เถ้าแก่!!"พอเห็นหน้าเถ้าแก่ร้านปุ๊บ เธอก็ยิงคำถามชุดใหญ่ เถ้าแก่ไปพูดอะไร ทำไมจากยาบำรุงร่างกายธรรมดาๆ ถึงได้กลายเป็นยาบำร
ข่าวลือใหม่ที่แพร่สะพัดได้สร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตของหมิงซั่วเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนก็จะเห็นคนจับกลุ่มซุบซิบกันและในเนื้อความที่พูดคุยนั้นก็ตัดสินเขาไปในทางที่ไม่ดี 'ใช่ผู้กองไหม''โอ้ย! หน้าอย่างนี้มีคนเดียว''เฮ้อ! ทำไมถึงไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเลย''จุ๊ๆๆ โทษผู้ชายฝ่ายเดียวคงไม่ได้''ใช่ๆๆ คนที่ไปซื้อยาคือผู้หญิงนะ!' คนทั่วไปมองว่ารักกันไม่ผิด แต่ไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม สามีภรรยาไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่ซื่อหยาและผู้กองเป็นเพียง 'คู่รัก' ดังนั้นเมื่อมีข่าวลือว่าทั้งคู่มีอะไรกัน สิ่งที่ผู้ชายควรทำคือต้องรับผิดชอบผู้หญิงด้วยการแต่งงาน หมิงซั่วนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าหล่อยังคงบึ้งตึงไม่หาย ข่าวลือที่เสิ่นตู้เอามาบอกและคำพูดซุบซิบที่ได้ยินทำเขาเหนื่อยใจ เขาไม่รู้หรอกนะว่าใครคือ 'ต้นเหตุ' ที่ปล่อยความลือบ้าๆ สร้างความวุ่นวาย ถ้าเขารู้ว่าเป็น 'ใคร' รับรองเลยว่าจะไม่ปล่อยให้ลอยนวล"อย่าคิดมากเลยครับผู้กอง"จ่าเฉินที่เห็นผู้กองเครียดปลอบใจ"จะไม่ให้ผมคิดมากได้ยังไงจ่าเฉิน ในเมื่อมันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของผมโดยตรง จ่ารู้ไหมว่าตอนนี้คนมองว่าผมเป็นผู้ชายที่ไร้ความ
ณ สถานีตำรวจหมิงซั่วเดินเข้ามาทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ แต่สิ่งที่ผิดปกติคือเขามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ และชุดที่สวมใส่อยู่ก็เป็นชุดเดิมกับเมื่อวาน "มาทำงานแต่เช้าเลยนะครับผู้กอง"เสียงแซวของเสิ่นตู้ดังขึ้นทันที เมื่อคืนเป็นเวรเขาที่ต้องนอนเฝ้าสถานี เช้านี้ก็เลยได้เห็นอะไรดีๆ ที่ทำให้คนหูตาไวอย่างเขาสงสัย ถึงปากทัก แต่ดวงตาจับจ้องผู้กองที่ปกติไม่เคยเข้างานเช้าขนาดนี้ไง ซึ่งมันดูมีพิรุธจนปล่อยผ่านไม่ได้ แล้วก็สะดุดเข้ากับชุดทำงานที่เหมือนเดิมประหนึ่งไม่ได้กลับไปถอดเลย'มันต้องมีอะไรแน่ๆ'ในหัวสมองของเสิ่นตู้ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม"แล้วไง"หมิงซั่วตอบสั้นๆ ไม่ได้หันไปมอง เพราะรู้ดีว่ากำลังถูกเสิ่นตู้จ้องจับผิดอยู่"ก็ไม่มีอะไรครับ ผมก็แค่สงสัยเฉยๆ ว่าทำไมวันนี้ผู้กองของผมถึงได้ตื่นเช้าผิดปกติ"เสิ่นตู้จงใจเน้นคำว่า 'ผิดปกติ' ให้ดังกว่าคำพูดอื่นประมาณสองเท่าได้ หมิงซั่วแสร้งทำหน้าเคร่งขรึมหวังเดินผ่านรุ่นน้องที่หูตาไว แต่เสิ่นตู้โทรโข่งประจำสถานีก็ขยันหาเรื่องให้เขาต้องตอบคำถามทุกที "ฉันมีงานที่ทำค้างไว้"เป็นข้ออ้างที่หมิงซั่วคิดได้ในตอนนี้ "อ่อออ!
ปลายทางของหมิงซั่วที่จะไปคือโรงน้ำชาอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเดินเข้าไปในร้านพร้อมมองหาคนที่ทำให้เขาต้องหงุดหงิดใจ ตั้งแต่วันนั้นที่ 'จูบ' กันโดยไม่ตั้งใจ ก็มีแต่จดหมายที่ใช้ติดต่อกัน ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตอบ แต่เขาก็อ่าน แล้วอยู่ๆ ก็มาหายไปใครมันจะไม่สงสัยกันเล่า"สวัสดีค่ะผู้กอง"เถ้าแก่เนี้ยออกมาต้อนผู้กองหนุ่มอย่างรู้งาน รอยยิ้มหวานนั้นไม่ได้ทำให้หมิงซั่วหายว้าวุ่นใจ ดวงตาสอดส่ายมองหาคนที่ทำให้หงุดหงิดใจ แต่มองหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ"ซื่อหยา...อยู่ไหนครับ"หมิงซั่วถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อม"อ้าว! เธอไม่ได้บอกผู้กองเหรอคะ"เถ้าแก่เนี้ยทำหน้าสงสัย หมิงซั่วส่ายหน้าแทนคำตอบว่าไม่รู้เรื่องอะไร ยิ่งเถ้าแก่เนี้ยพูดกำกวมเขาก็ยิ่งอยากจะรู้เพิ่มเป็นเท่าตัว"สงสัยเธอคงกลัวผู้กองเป็นห่วง"เถ้าแก่เนี้ยพึมพำ แต่ก็ดังพอที่หมิงซั่วจะได้ยิน"เป็นห่วง??"หมิงซั่วทวนคำนั้น ทำไมเขาต้องเป็นห่วงเธอกัน คำถามที่เกิดขึ้นในใจนั้นทำคิ้วเข้มย่นเข้าหากันที ซึ่งท่าท่างที่แสดงออกมานี้ ทำให้เถ้าแก่เนี้ยมั่นใจว่าผู้กองคงไม่รู้ว่าซื่อหยาไม่สบาย"เมื่อวานฝนตกหนัก เธอน่าจะไม่สบายนะคะ เห็นมีคนมาบอกตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่าเธอตัวร้อนจัดเ





