تسجيل الدخولริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบลงมาอย่างเรียกร้องและหิวกระหาย ทว่าแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอย่างลึกซึ้ง สิบทิศสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานจากโพรงปากเล็กอย่างชำนาญ มือหนาที่เคยกุมคันบังคับเรดาร์ บัดนี้กำลังทำหน้าที่ปลดเปลื้อง ‘เกราะกัปตัน’ ของมัทนาออกอย่างใจเย็นและแม่นยำ“อื้อ... พี่เท็น...” มัทนาประท้วงในลำคอเมื่อกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอหลุดออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็วด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา“บอกว่าเหนื่อย... แต่ดึงเนกไทพี่ซะแน่นเลยนะมัด” สิบทิศผละริมฝีปากออกมาหอบหายใจรดปลายจมูกรั้น นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ ชายหนุ่มก้มลงมองมือเล็กที่ยังคงกำปมเนกไทของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมัทนาหน้าร้อนผ่าว หญิงสาวออกแรงดึงเนกไทเส้นนั้นอีกครั้ง บังคับให้ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน“ก็ ATC มัวแต่ชักช้า... ถ้าไม่รีบ ‘Take-off’ กัปตันจะยึดคันบังคับแล้วนะคะ”สิบทิศกระตุกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจกับความพยศที่ไม่เคยแผ่วของว่าที่ภรรยา “ท้าทายเก่งแบบนี้... เดี๋ยวจะหาว่าซุปเปอร์ไวเซอร์ไม่เตือนไม่ได้นะ”ชายหนุ่มจัดการดึงเนกไทของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งไ
หยาดน้ำตาเม็ดใสกลิ้งหล่นลงบนหลังมือหนาที่ยังคงสั่นน้อยๆ ของสิบทิศ ความเงียบในห้อง Simulator ถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นไห้ที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน มัทนายกมือขึ้นปิดปาก ลมหายใจหอบถี่ราวกับเพิ่งพาเครื่องบินฝ่าพายุระดับรุนแรงมาได้สำเร็จภาพตรงหน้า—ผู้ชายที่เคยดุดันและเผด็จการที่สุดในหอเรดาร์ ผู้ชายที่เคยเป็น ‘หมาป่า’ ตัวแสบที่คอยกวนประสาทเธอทุกครั้งที่สื่อสารผ่านวิทยุ—บัดนี้เขากำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเธอ ด้วยแววตาที่ยอมจำนนต่อความรักอย่างหมดรูป“พี่เท็น...” เสียงของมัทนาแผ่วเบาและสั่นเครือ “มัทนึกว่า... นึกว่าจะโดนซ่อมบินซะอีก”“พี่จะไปกล้าซ่อมกัปตันเก่งๆ แบบมัดหมี่ได้ยังไงครับ” สิบทิศขยับยิ้มอ่อนโยน นัยน์ตาคมทอประกายลึกซึ้งกว่าครั้งไหนๆ “ตกลงว่ายังไงครับ... เคลียร์รันเวย์ให้พี่ลงจอดถาวรเลยได้ไหม”มัทนาสูดลมหายใจเข้าลึก หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มช้าๆ ก่อนจะระบายยิ้มที่สวยที่สุดในชีวิตออกมา มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาที่ถือกล่องแหวนเอาไว้ บีบกระชับแน่นราวกับจะยืนยันคำตอบ“Cleared to marry ค่ะ... รันเวย์นี้ล็อกพิกัดไว้ให้พี่เท็นลงจอดแค่คนเดียวมาตั้งนานแล้ว และมัทก็อนุญาตให้พี่เป็น Co-pilot ชีวิตม
“พี่เท็น... นี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดนี่คะ” มัทนาหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาอย่างจับผิด “พี่พามัดมาที่ศูนย์ฝึกการบิน (ThaiSky Training Center) ทำไมเนี่ย ดึกป่านนี้แล้วนะ อาคารปิดหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”สิบทิศไม่ตอบ ชายหนุ่มเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปาก เลี้ยวรถเข้าไปจอดในโซนวีไอพีของศูนย์ฝึกที่ตอนนี้เงียบสงัดไร้ผู้คน“ลงมาเถอะครับ... พี่มีอะไรอยากให้ดู”มัทนาเดินตามแรงจูงของชายหนุ่มเข้าไปในอาคารศูนย์ฝึกที่มืดสลัว มีเพียงไฟทางเดินที่เปิดทิ้งไว้ กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย โดยเฉพาะเมื่อสิบทิศพาเธอเดินเลี้ยวเข้าสู่โซนหวงห้าม... ห้อง ‘Flight Simulator’ (เครื่องจำลองการบิน) ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กบานหนาเข้ามาในห้องจำลองค็อกพิทโบอิ้ง 777 ที่จำลองสภาพแวดล้อมได้สมจริงทุกกระเบียดนิ้ว สิบทิศก็จัดการดึงประตูปิดลงกริ๊ก... เสียงล็อกประตูดังสะท้อนในความเงียบ ทำเอาขนอ่อนบริเวณหลังคอของมัทนาลุกซู่“พามาทำไมเนี่ยพี่เท็น จะมาซ้อมบินกลางดึกหรือไงคะ หรือว่ามัททำอะไรพลาดตอนแลนดิ้งจนซุปเปอร์ไวเซอร์ต้องพามาซ่อม” มัทนาถามอย่างระแวง ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่เริ่มก้าวคุกคามเข้ามาใกล้สิ
เสียงเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ของโบอิ้ง 777 ดับสนิทลงพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างนอกตัวเครื่อง แต่ก้อนเนื้อในอกซ้ายของมัทนากลับยังสั่นสะเทือนด้วยความเร็วรอบสูงสุดปลายนิ้วเรียวที่เพิ่งละออกจากสวิตช์ไมโครโฟนยังคงชาหนึบ คำว่า “ลงจอดกับผม…อีกครั้งนะครับ” ที่ดังแทรกผ่านคลื่นความถี่ Ground Control เมื่อไม่ถึงหนึ่งนาทีก่อน เหมือนกระแสไฟฟ้าโวลต์สูงที่ช็อตเข้ากลางหัวใจกัปตันหญิงเหล็กจนระบบประมวลผลแทบรวน หญิงสาวถอดหูฟังออกช้าๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงมาดนิ่งขรึมกลับมา แต่ความร้อนผ่าวที่ลามเลียตั้งแต่ลำคอขึ้นไปถึงใบหูกลับทรยศเธออย่างสิ้นเชิง“อื้อหือ...” นาวาที่นั่งอยู่เบาะขวาจงใจผิวปากหวือลากเสียงยาว ทำลายความเงียบในค็อกพิท “แอร์ระบบกัปตันมันพังหรือไงครับ หน้าแดงยันคอเลยนะนั่น หรือว่าโดนคลื่นความถี่ 18+ ของซุปเปอร์ไวเซอร์เมื่อกี้กระแทกหน้าเข้าให้”“หุบปากไปเลยนาวา รีบเก็บเอกสารแล้วลงไปได้แล้ว” มัทนาตวัดสายตาดุๆ ใส่เพื่อนนักบินผู้ช่วย มือบางรีบกวาดแท็บเล็ตและคู่มือการบินใส่กระเป๋าล้อลากเพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียทรง“ดุเก่งงงง ทีกับผัวล่ะทำเสียงหวาน ‘แทงกิ้วค่ะกราวด์’ ทีกับเพื่อนล่ะไล่เหมือนหมา” น
[ภายในห้องนักบิน (Cockpit) - เที่ยวบิน THS059]มัทนานั่งประจำที่ฝั่งซ้ายของห้องนักบิน (ตำแหน่งกัปตัน) สองมือเรียวขยับตรวจสอบสวิตช์และแผงควบคุมหน้าปัดเหนือศีรษะอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ ข้างกายของเธอคือ ‘นาวา’ เพื่อนสนิทที่วันนี้รับหน้าที่เป็น First Officer (นักบินผู้ช่วย)“เครื่องยนต์พร้อม ระบบไฮดรอลิกพร้อม...” นาวาไล่อ่าน Checklist ก่อนจะหันมายิ้มกริ่มให้กัปตันป้ายแดง “เอาล่ะครับท่านประธาน... เอ๊ย กัปตันมัทนา พร้อมขอ Clearance จากหอบังคับการบินหรือยังครับ”“เลิกเรียกฉันว่าท่านประธานสักทีนาวา ถ้านายไม่อยากโดนหักเงินเดือนล่วงหน้า” มัทนาตวัดสายตาค้อนเพื่อน แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้ม หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับโหมดเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ นิ้วเรียวกดสวิตช์วิทยุสื่อสารบริเวณคันบังคับ“Suvarnabhumi Delivery, ThaiSky zero-five-nine, requesting clearance to Phuket, Flight Level three-five-zero.” (หอบังคับการบินสุวรรณภูมิ, ไทยสกาย 059 ขออนุญาตเส้นทางบินไปภูเก็ต ที่ระดับความสูง 35,000 ฟุต)เสียงวิทยุเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ จะแทรกผ่านคลื่นความถี่เข้า
น้ำหนักของแฟ้มเอกสาร ‘สัญญาก่อนแต่งและโอนหุ้น 10%’ ที่คุณหญิงดาริกายัดเยียดใส่มือมาเมื่อหลายวันก่อน ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก แต่วันนี้... มีอีกหนึ่งน้ำหนักที่กดทับลงบนบ่า และมันเป็นน้ำหนักที่มัทนาเต็มใจแบกรับด้วยความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต‘บั้งสี่ขีด’ สีทองอร่ามทอประกายล้อแสงไฟในอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมัทนาในชุดยูนิฟอร์มกัปตันเต็มยศ กางเกงสแล็กสีเข้มเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา สวมทับด้วยสูทพอดีตัวที่ขับเน้นความสง่างาม ทุกย่างก้าวที่ส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเต็มไปด้วยความมั่นใจ แววตาเด็ดเดี่ยวที่เคยสั่นคลอนบัดนี้กลับมาเปล่งประกายเยือกเย็นและทรงพลังอีกครั้ง“ก้าวซ้ายหรือก้าวขวาเข้าสนามบินคะเนี่ยท่านประธาน! ออร่าคนรวยมันกระแทกตากูจนตาจะบอดแล้ว!”เสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยดังแหวกอากาศมาแต่ไกล เอแคลร์กับเรดาร์ในชุดแอร์โฮสเตสสีแดงสดวิ่งเหยาะๆ ลากกระเป๋าเข้ามาขนาบข้างกัปตันป้ายแดงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมัทนาหลุดหัวเราะ หันไปป้องปากกระซิบกับเพื่อนรัก “เบาๆ สิแคลร์ เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าฉันบ้าอำนาจหรอก หุ้นตั้งสิบเปอร์เซ็นต์... ฉันยังไม่กล้าเปิดแฟ้มดูตัวเลขปันผลเลยด้
ความเงียบโรยตัวปกคลุมอีกครั้ง แต่มันเป็นความเงียบที่กดดันและบีบคั้นหัวใจจนมัทนารู้สึกหายใจไม่ออก สิบทิศไม่ยอมปล่อยมือเธอ เขาประสานเรียวนิ้วสากเข้ากับนิ้วเรียวเล็กของเธอ บีบกระชับไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที... ผู้หญิงตรงหน้าจะลุกเดินหนีและหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลใบหน้าหล่อเหลาขอ
“พี่ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนาวา”“อ้าว ทำไมล่ะคะพี่มัท! โดนอิทศรังแกขนาดนี้ พี่จะยอมให้มันกดหัวพี่ไว้แบบนี้เหรอ!” เอแคลร์โวยวายขึ้นมาทันที“กัปตันทศมันเล่นสกปรก อันนั้นเรารู้กัน... แต่เราจะเอาความเจ็บป่วยของกัปตันภพมาเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของพี่ไม่ได้”มัทนาอธิบายเสียงเรียบ แต่แววตากลับหนั
เขากำลังคุมเรดาร์ของเธอ“ฉัน... ฉันคุมอยู่ แต่ลมกดทับแรงมาก หัวเครื่องไม่ยอมเชิดขึ้น!” มัทนากัดฟันตอบ มือสองข้างกำ Yoke แน่นจนชาไปหมด“มัทนา ฟังผม”เสียงของสิบทิศเปลี่ยนไป มันไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนตอนสั่งกัปตันทศ แต่มันมีความหนักแน่น มั่นคง และแฝงความเชื่อมั่นที่ถ่ายทอดมาตามสายวิทยุ“ปรับ Thrust ขึ้
“TERRAIN! TERRAIN! PULL UP!”เสียงสัญญาณเตือนสีแดงกระพริบวาบสาดสะท้อนไปทั่วค็อกพิทแคบๆ แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม ลำตัวเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของเที่ยวบิน 059 สั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งเหมือนของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่ถูกจับเขย่าอยู่ในกำมือของมัจจุราชมวลเมฆสีดำทะมึนของพายุ Cumulonimbus กลืนกินทัศนว







