Accueil / รักโบราณ / การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง / บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวง

Partager

บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวง

last update Date de publication: 2025-11-20 11:55:16

บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวง

ลมค่ำพัดกรูเบา ๆ ผ่านระแนงหน้าต่างของตำหนักเฉียนหลง แม้ในยามนี้เมืองหลวงจะหลับใหลแล้ว

แต่ภายในห้องทรงพระอักษรกลับยังมีแสงเทียนที่มิยอมดับ

ฮ่องเต้นั่งพิงโต๊ะ หัตถ์ข้างหนึ่งถือกระดาษบางเบาที่ขุนนางคนสนิทเพิ่งนำมาทูล อีกข้างหนึ่งวางอยู่เหนืออักษรประโยคสุดท้าย …คล้ายลังเลจะอ่านซ้ำอีกครั้ง หรือไม่อยากอ่านซ้ำเลยแม้เพียงคำเดียว

“รักของชายต่อหญิง มักผันแปรยากไว้ใจแต่รักที่กลั่นจากสายเลือด…ไม่เคยหนีหาย”

ดวงเนตรคู่นั้นทอดนิ่งบนกระดาษ

แต่เงาของเปลวเทียนสั่นไหวในม่านตา กลบเงาความแน่วแน่ในใจที่เคยมี

แม้เป็นถึงโอรสสวรรค์

แต่ยามนี้กลับรู้สึก…เหมือนเด็กชายผู้หลงทางอยู่กลางคืนหนาว

“มิได้ขอให้อภัย

มิได้ขอสิทธิ์ใด ๆ

ขอเพียงเจ้า…จำได้ว่า

แม่เคยมีชีวิตอยู่ เพื่อรักเจ้า”

พระหัตถ์บีบกระดาษแน่นเพียงนิดก่อนคลาย

ริมพระโอษฐ์ขบแน่นเงียบ ๆ ราวสะกดเสียงในอกมิให้เล็ดรอด

พระเนตรหลุบต่ำแต่ไม่ปิดสนิท เหมือนกำลังพยายามขังบางอย่างไว้ข้างใน

“แม่…”

คำหนึ่งเดียวลอดออกมาจากลำคอ…เบาจนแทบกลืนหายไปในเสียงลม

ไม่มีราชโองการ

ไม่มีรับสั่ง

ไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจ

มีเพียง หัวใจที่เริ่มสั่นไหว

และบทกลอนหนึ่งแผ่น…ที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ ราวกับจะกลายเป็นบทพิพากษาความรู้สึกของพระองค์เองในไม่ช้า

หลังจากทรงอ่านบทกลอนจนจบ ฮ่องเต้ยังคงนั่งนิ่งเนิ่นนานราวโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว

แม้จะไม่มีคำใดหลุดจากพระโอษฐ์แต่เพียงแววพระเนตรที่ทอดลงกระดาษบางเบาก็เพียงพอจะบอกว่า…พระทัยนั้นกำลังต่อสู้กับความทรงจำที่ไม่เคยได้เยียวยา

พระหัตถ์หนาหนุ่มยกแผ่นกระดาษขึ้นไม่ใช่เพื่อฉีกทิ้ง ไม่ใช่เพื่อเผาเงียบ ๆ เหมือนคำสั่งใจแข็ง

แต่เพื่อ…วางมันไว้ช้า ๆตรงข้างพระแท่นบรรทม ใกล้หมอนที่พระองค์เอนพระเศียรลงทุกค่ำคืน…เป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่เด็กชายในอดีตเคยซุกตัวในอ้อมอกมารดา

ภายในห้องตกสู่ความเงียบมีเพียงแสงตะเกียงที่ไหวระริกตามลมและกลอนจากใจแม่…ที่ยังไม่อาจห่างกาย

แสงตะเกียงในตำหนักหยกมณีส่องวาบเบา ๆ ยามสายลมยามราตรีลอดผ่านบานหน้าต่าง ไท่หวงไท่โฮว่ก้าวเข้ามาในห้องบรรทมของฮ่องเต้โดยไร้เสียง

แม้นรู้ว่าไม่ควรบุ่มบ่าม แต่ยามนี้…นางไม่อาจอยู่นิ่งได้อีกต่อไป เพราะใจของเด็กหนุ่มที่นางเลี้ยงดูมาแต่เยาว์ กำลังถูกสั่นคลอนด้วยเงาในอดีต

บนโต๊ะข้างเตียงจวนเจียนจะเก็บเรียบร้อยกลับมี แผ่นกระดาษเพียงหนึ่ง ที่วางทิ้งไว้คล้ายเผลอลืม

มุมกระดาษยังอุ่นราวเพิ่งสัมผัสจากปลายนิ้ว ไท่หวงไท่โฮว่หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้น แสงตะเกียงไหววูบตามแรงสะท้อนจากดวงเนตรนาง

ยิ่งอ่าน…สีพระพักตร์ก็ยิ่งเปลี่ยนจากเฉยเมยเป็นแข็งกระด้าง และท้ายที่สุด…ดวงตาแหลมคมกลับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างไม่อาจหักห้าม

“แม่มิหวังฟ้าสูงจะเหลียวแล…ขอเพียงเจ้า…จำได้ว่า แม่เคยมีชีวิตอยู่ เพื่อรักเจ้า…แม้จะไร้ชื่อเรียกก็ตาม”

ไท่หวงไท่โฮว่กำกระดาษแน่น ริมฝีปากขบเม้มจนแทบเลือดซิบ

“น้ำคำเพียงไม่กี่บรรทัด…นางกล้าทำให้เจ้ารู้สึกผิดกับผู้ที่เลี้ยงเจ้ามาแทนงั้นหรือ”

ดวงเนตรเยียบเย็นที่เคยทอดมองทั่ววังหลังบัดนี้มืดมัวเพราะกลัวสิ่งเดียว  กลัวเสียใจของหลานชายไป กลัวว่าความรักที่เคยมั่นคง จะถูกย้อนรอยด้วยสายเลือดและอ้อมแขนที่นางเองไม่เคยมี

“ข้ายอมเลี้ยงเจ้าท่ามกลางศัตรูนับร้อยแต่ข้าจะไม่ยอมให้นางแย่งเจ้าไปด้วยคำหวานเพียงไม่กี่คำเด็ดขาด”

ไท่หวงไท่โฮว่วางกระดาษนั้นกลับไปที่เดิม แต่เปลวเทียนกลับสะท้อนเงาร่างนางเบี้ยวบิด ไม่ต่างจากใจของผู้เป็นย่า

ที่รู้ตัวดีว่า…กำลังจะแพ้

เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นนอกม่าน

ไท่หวงไท่โฮว่เดินเข้ามาอย่างเงียบงันสายพระเนตรเยียบเย็นทอดผ่านโต๊ะข้างแท่นบรรทมและหยุดนิ่งเมื่อเห็นกระดาษแผ่นนั้นยังอยู่

ยังไม่มีคำใดเปลี่ยน

ยังไม่มีคราบน้ำ

แต่การที่มันยังอยู่…กลับบาดลึกในใจนางยิ่งกว่ามีใครเขียนคำกล่าวโทษ ไท่หวงไท่โฮว่มองกระดาษนั้นเนิ่นนาน

ริมฝีปากขบแน่น ดวงเนตรขุ่นเคืองราวกับเพียงแผ่นกระดาษเก่าจะพรากบุตรชายไปจากนาง

“เจ้าวางมันไว้ตรงนี้…ใกล้ตัวเสียยิ่งกว่คำรับสั่งจากขุนนางใหญ่”

พระหัตถ์นางยื่นไปช้า ๆราวจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกไปแต่เมื่อปลายนิ้วแตะถึงก็หยุดชะงัก

เพราะนั่นคือกลอนที่เขียนถึงหลานชายของนาง หลานชายที่แม้ไร้สายเลือดเดียวกัร แต่ก็เติบโตในอ้อมอกไท่หวงไท่โฮว่มาเนิ่นนาน

“นางเขียนด้วยหัวใจ…ข้าเลี้ยงเจ้าด้วยชีวิต”

ไท่หวงไท่โฮว่ถอนหายใจเบา ๆก่อนจะปล่อยกระดาษลงอย่างเดิม

นางเดินจากไป…โดยไม่แตะต้องมันอีกแต่ในใจไฟแห่งความไม่ยอมแพ้เพิ่งลุกโชน เพราะไท่หวงไท่โฮว่รู้ดีว่า การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจ…แต่เป็นศึกของหัวใจย่า กับแม่ ที่ไม่ลงรอยกัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาว

    บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาวในห้วงเวลาที่ความมืดค่อย ๆ เลือนหายหลายคนเกิดคำถามว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาหลายต่อหลายวันเหตุใดจึงจบลงง่าย ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างกลับจบแล้วสามารถคุมตัวของอดีตไท่หวงไท่โฮว่ได้แต่นั่นไม่ได้แปลกอะไรเลย ฮ่องเต้ไม่ได้เพิ่งวางหมากไว้ตามจุดต่าง ๆ พระองค์จัดการเรื่องนี้พร้อมกับบิดาและมารดามานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาลงมือจริงจัง แม้ยามที่ยังไม่แน่ใจก็ไม่ได้ปล่อยให้เหล่าขุนนาง มิว่าจะฝั่งไหนหลุดรอดพ้นสายตา ไม่ใช่ติดตามเพื่อบังคับ แต่เพื่อจับตาว่าคนเหล่านั้นที่เป็นหูเป็นตาของเขาไม่ได้ทำผิดอันใด และเมื่อวางหมากเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่กินทีเดียว พลิกกลับทั้งกระดาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณข้อมูลสุดท้ายที่ทำให้ปิดจบทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน พระนางไม่น่าเร่งร้อนรีบเตรียมกองกำลังเลย เพราะการทำเช่นนั้น มันร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดข้อหาเกี่ยวพันการสิ้นพระชนของอดีตฮ่องเต้ แม้จะมีหลักฐาน แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อ แต่เพียงแต่ส่องสุ่มกำลังเท่านั้น ทุกคนเบนเข็มไปที่นาง และต่างชี้ว่าพระนางกระทำผิดอย่างชัดเจน คนที่ระวังตัวมาหลายสิบปี กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องง่าย ๆ แต่นั่นก็

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรม

    บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรมเสียงกระซิบคุยกันเบา ๆ คลายความเงียบลง ฮ่องเต้ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหนักแน่น ทรงยืนอยู่เบื้องหน้าขุนนางและไท่หวงไท่โฮว่สายพระเนตรฉายแววความเด็ดขาดและความโศกเศร้าจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพระองค์จะตรัสอะไร แต่เมื่อพระองค์เกริ่มเริ่มทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ไท่หวงไท่โฮว่บ่ายเบี่ยงมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกหนีได้อีกแล้ว ฮ่องเต้ถือราชโองการที่ตนเองออกไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยงพระสุรเสียงหนักแน่น“บัดนี้ความจริงปรากฏชัดผู้ที่เคยยืนอยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของราชวงศ์ผู้ที่ขับไล่เจิ้งซูเฟยออกจากวังและผู้ที่วางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน… ก็คือไท่หวงไท่โฮว่แห่งราชวงศ์นี้”คำสรุปนี้มิใช่ไม่เคยกล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการนี้ถูกกล่าต่อหน้า ไท่หวงไท่โฮ่ว และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะเหล่าขุนนางที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฮ่องเต้ ถูกจัดการเสียจนสิ้นระหว่างที่ไท่หวงไท่โฮ่วกำลังคิดจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ และเจิ้นซูเฟยในพระราชวัง ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราชโองการ การแสร้งยอมของฮ่องเต้ทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วไม่ได้มีเวลาจะไปใส่ใจกับนอกพระราชวัง แต่กลับต้องเสียแรงเสียเวลากับทางนี้จนลืมท

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 49 แผนลับในเงามืด

    บทที่ 49 แผนลับในเงามืดฮ่องเต้และเจิ้งซูเฟยนั่งล้อมรอบโต๊ะเล็ก ๆ บนโต๊ะนั่นมี แผนผังราชสำนักและรายงานข่าวกรองวางอยู่เบื้องหน้าแสงเทียนส่องประกายบนพระพักตร์ของทั้งสองพวกขุนนางวงนอกพวกเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัดแล้ว และก็โดนจับไปด้วยสาเหตุต่าง ๆ กันหลายคนแล้ว แต่ขุนนางใกล้ชิดและเหล่าอำนาจเก่าทั้งหลาย ไม่ใช่คนประเภทจัดการได้ง่าย ๆ คนเหล่านี้แม้มีความผิด แต่ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไท่หวงไท่โฮ่วทำคือแสร้างทำเป็นไม่รู้หรือไม่ยอมรับ แผนการใหม่จึงต้องบุกไปถึงแหล่ง แม้ว่านั่นจะอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่ยอมรับความผิดก็จับให้ได้คาหนังคาเขา เพราะหากไม่ตัดแข่งขาของไท่หวงไท่โฮว่ก็ไมมีวันที่จะพานางลงมาจากอำนาจที่นางถืออยู่ได้ เพราะบุญคุณต่างตอบแทน สิ่งที่นางทำให้เหล่าขุนนางพวกนั้น มีค่ามิใช่น้อย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยการภักดี และคอยช่วยเหลือดูแลนาง แต่เมื่อโค่นองครักษ์ ลำพัง สตรีในราชวังที่ไร้พิษสงก็คงจัดการได้ไม่ยากฮ่องเต้วางพระหัตถ์บนแผนผัง“เราต้องเปิดโปงกลุ่มขุนนางที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังไท่หวงไท่โฮว่ให้ได้ไม่เช่นนั้น แผ่นดินจะถูกบ่อนทำลายจากภายใน”เจิ้งซูเฟยจ้องมองอ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรง

    บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรงเสียงซุบซิบในท้องพระโรงเงียบลง เมื่อการปะทะเมื่อครู่สิ้นสุดทุกสายตาจับจ้องไปที่เจิ้งซูเฟยและไท่หวงไท่โฮว่ ที่เดินจากไปบรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง กับคนทั้งสอง ไม่ว่าจะจากฝั่งไหน ก็ล้วนอยากให้คนของตนชนะคนจากอีกฝ่าย เจิ้งซูเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหลมและดังพอให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยิน“หากความจริงถูกปิดบัง จะมีใครเหลือที่ยืนอยู่ในแผ่นดินนี้อีกเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกกลบฝังด้วยเงื้อมมือของอำนาจ!” เจิ้งซูเฟยพูดแม้จะรู้ว่าคำนั้นคงไม่อาจจะถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปแล้ว เพราะก่อนหน้าพระนางก็นิ่งเฉย แต่คำพูดเหล่านั้นมันกลับติดอยู่ในใจของเหล่าขุนนาง ไท่หวงไท่โฮว่ที่เดินยังไม่พ้นโถงกลับได้ยินทุกคน พระนาง หันกลับมาตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงด้วยแรงอาฆาต“เจ้าคิดว่าการกลับมาของเจ้า จะทำให้ราชวงศ์สงบสุขได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงการบ่อนทำลายความมั่นคงที่เราสร้างมาเป็นเวลานาน ความยุติธรรม และความจริงที่เจ้าเรียกหา ทำเพื่อชาวประชาจริงหรือ หรือเพียงแค่อยากแสดงบทคนดีเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ล้างมลทินที่เจ้าเป็นคนก่อเอง ”“ข้าเป็นคนก่อหรื

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์

    บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์ การพบเจอกับไท่หวงไท่โฮ่ว ทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่า งแต่มันไม่ใช่การอ่อนข้อหรือยอมแพ้ เขาแค่ไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองผิดอะไร แสงเทียนสาดส่องเงาอันนุ่มนวลบนพระพักตร์ ที่หมองเพราะความรู้สึกที่สับสน เสียงฝีเท้าของเจิ้งซูเฟยดังขึ้นอย่างเบา ๆ อีกฝ่ายขยับมายืนใกล้กับชายที่ครุ่นคิด ก่อนเจิ้งซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหมาย“ฝ่าบาท… แผนการทุกอย่างแม้จะซับซ้อนเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความจริงในใจของเราได้ หากพระองค์ยังไม่พร้อม ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งซูเฟย… ความจริงบางอย่างอาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไว้ได้โดยง่าย แต่เมื่ออยู่ตรงนี้ข้าต้องรับเอาไว้ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”เจิ้งซูเฟยก้าวเข้ามาใกล้“ข้าเข้าใจ… แต่ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะไม่มีวันก้าวผ่านเงามืดนั้นได้เลย”“ข้าไม่ได้อยากรอ เพียงอยากให้เวลาขยับเร็วขึ้นอีกนิด เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าเองก็อยากเห็นผลของมันพอ ๆ กับที่อยากจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อใด” ไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่กับขุนนางคนสนิ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืด

    บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืดไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์พระพักตร์เรียบเฉยแต่สา พระเนตรแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ พระนางทรงส่งสัญญาณให้ขันทีและขุนนางที่ไว้ใจเข้าพบแม้รู้ว่านางกำลังถูกต้อนจนจนมุมแล้ว แต่คนเช่นนางไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และนางจะไม่แพ้ ตรามใดที่ยังหายใจ นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดสิ่งที่นางคาดและคิดเอาไว้แล้ว ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และในแววตาก็แอบ ตัดพ้อ“แม้ฮ่องเต้จะไม่อยู่ฝ่ายพวกเรา แต่หมากการะดานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เจิ้งซูเฟยคิดว่าตนจะชนะ แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บัลลังก์ยังคงเป็นของข้าและผู้ที่ข้าเลือก” นางไม่เคยแต่งงานเพื่อความรัก และก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อความรัก ทุกสิ่งอย่างที่นางทำถูกกำหนดความคำที่นางบัญญัติขึ้นเพื่อความพอใจของนางเอง ทุกอย่างจะต้องเหมาะสมในสายตานาง และตอนนี้ฝ่าบาทที่เชื่อฟังแต่สตรีผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์เลยแม้แต่น้อยขันทีคนสนิทรับคำสั่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความระแวดระวังเจิ้งซูเฟยนั่งกับขุนนางใกล้ชิดพวกเขากำลังวางแผนรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไท่หวงไท่โฮว่เจิ้งซูเฟยมองไปยังเอกสารในมือ“ข้าจ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 19 เบี้ยกลับด้าน

    บทที่ 19 เบี้ยกลับด้านบางครั้ง สิ่งที่ฆ่าศัตรูได้…ไม่ใช่ดาบหรือยาพิษ หากแต่คือความเชื่อผิด ๆ ที่เราปล่อยให้มันงอกงามในใจของอีกฝ่ายหลังความผิดพลาดครั้งก่อน เสี่ยวหลิงระมัดระวังตัวมากขึ้น คิดว่าตนซ่อนพิษในน้ำชาได้แนบเนียนแล้ว ทว่าเจิ้งซูเฟยกลับมิได้ลงโทษหรือต่อว่า กลับมอบความไว้วางใจให้มากกว่าเดิมเ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 17 พิษในร่มเงา

    บทที่ 17 พิษในร่มเงามีดที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม อันตรายยิ่งกว่าหอกทิ่มตรงหน้า และบางครั้ง การไว้ใจผิดคน…ก็เท่ากับเชิญภัยมาถึงตำหนักหลังการพิจารณาคดีในท้องพระโรง เจิ้งซูเฟยกลับตำหนักอย่างสงบ แต่ภายในวังยังมีแรงสั่นสะเทือนอยู่เงียบ ๆเพียงหนึ่งวันหลังจากนั้นขันทีผู้ดูแลตำหนักไท่ฮวา เอ่ยต่อไท่เฟยด้วยคว

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 15 อ้อมกอดที่แสนคนึงหา

    บทที่ 15 อ้อมกอดที่แสนคนึงหาใต้เงามืดในวังหลังมีคนกลุ่มหนึ่งเดินลัดเลาะตามเงาที่ถอดยาว เมื่อถึงตำหนักของเจิ้งซูเฟย หนึ่งในชายชุดดำก็แยกตัวออกมาและเล้นกายเข้าไปภายในประตูไม้เปิดออกช้า ๆเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมไหมเข้มก้าวเข้ามาเงียบ ๆ ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เมื่อเห็นเจิ้งซูเฟยที่กำ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทนำ

    บทนำสายฝนโปรยปรายในยามพลบค่ำ… บางเบา ราวกับเสียงกระซิบของผู้ตายสายลมเย็นย่ำผิวแก้มจนแดงเรื่อ ร่างของสตรีในชุดคลุมผ้าหยาบสีหม่นยืนนิ่งใต้ต้นหลิวโบราณ เบื้องหน้าเป็นประตูวังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของนางวังหลังอันโอ่อ่าตระการตา ที่ยามนี้กลับเงียบงันเยียบเย็นดุจสุสาน“สิบห้าปี…”เสียงของนางแผ่ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status