Share

บทที่ 12

last update publish date: 2026-10-26 20:21:09

สายฝนยามค่ำคืนยังคงตกลงมาโปรยปรายเมื่อรถตู้หรูจอดลงหน้าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ฉู่ฉิงยวี่ หอบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่มีร่องรอยการใช้งานมาหลายปี ก้าวตามหลัง เยี่ยนอวิ๋นเชิน เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขชั้นบนสุดค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระทึกด้วยความอึดอัด

กึก...

บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวางบนชั้นสูงสุด ฉู่ฉิงยวี่ก้าวตามเขาเข้าไปข้างในด้วยท่าทีเกร็งและระมัดระวัง เธอเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพบกับห้องสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูที่เย็นชืดและไร้ชีวิตชีวา... ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายบางอย่างก็พุ่งเข้ามากระทบความรู้สึกของเธออย่างจัง

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ชาไวท์ทีผสมคามิลล์ โชยมาแตะจมูก... มันคือก้านหอมปรับอากาศกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยบอกเขาในวัยเยาว์ว่าเป็นกลิ่นที่ช่วยให้เธอผ่อนคลายเวลานอนไม่หลับ

ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตะลึงงัน... โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมอุ่น ผ้าม่านสองชั้นทึบแสงสีเบจ รวมถึงโซนชั้นหนังสือไม้โอ๊คทรงสูงที่เรียงรายไปด้วยวรรณกรรมเล่มโปรดของเธอ... ทุกอย่างในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ ถูกตกแต่งด้วยโทนสี สไตล์ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอเคยเพ้อฝันและเล่าให้เขาฟังเมื่อห้าปีก่อนทั้งหมด!

'นี่มัน... เรื่องราวตอนที่เรายังคบกัน แล้วฉันเล่าสิ่งที่ฉันชอบไปให้เขาฟัง แต่ห้องนี้ราวกับสิ่งที่ฉันบอกกับเขาทั้งหมดมาอยู่ในนี้เลย...'

หัวใจของฉู่ฉิงยวี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความอุ่นวาบปนปวดร้าวหลั่งไหลเข้ามาประชิดอก... ตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมา แม้ปากของเขาจะเอ่ยบอกว่าเกลียดชังเธอมากเพียงใด แต่เพนต์เฮาส์แห่งนี้กลับเป็นหลักฐานชั้นดีว่า เขาไม่เคยลืมรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเธอเลยแม้แต่เรื่องเดียว!

"ยืนเหม่ออะไรอยู่?"

น้ำเสียงเรียบเย็นและเหินห่างของเยี่ยนอวิ๋นเชินดึงเธอกลับมาจากพะวัง ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแขวนไว้กับที่แขวน ก่อนจะหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเธอด้วยสายตาประชดประชัน

"มองไปรอบๆ ทำไม? คิดว่าฉันตั้งใจตกแต่งห้องแบบนี้เพื่อเธองั้นเหรอ?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาคมกริบฉายแวววอบแวบ "อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉู่ฉิงยวี่... สถาปนิกเขาจัดตามเทรนด์ยอดนิยมทั้งนั้น ฉันก็แค่จ่ายเงินซื้อๆ มาให้มันจบไป"

ฉู่ฉิงยวี่รีบหลุบสายตาลงต่ำ กำสายกระเป๋าเดินทางในมือแน่นขึ้น ไม่เอ่ยปากแย้งหรือพูดประชดตอบเธอทำเพียงพยักหน้ารับคำอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

"ค่ะ... ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะท่านประธาน"

ท่าทีนอบน้อมและไม่คิดจะรื้อฟื้นเรื่องในอดีตของเธอ ยิ่งทำให้เยี่ยนอวิ๋นเชินรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด เขาชี้มือไปทางห้องนอนห้องหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องนอนใหญ่ของเขา

"ห้องของเธออยู่ตรงนั้น... เข้าไปเก็บของซะ แล้วออกมาเตรียมน้ำชาให้ฉันที่ห้องทำงาน" เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางอีกหนึ่งก้าว ทอดสายตามองเธอด้ายความดุดัน "อย่าลืมสัญญา... เธอมาที่นี่ในฐานะคนรับใช้และผู้ช่วยส่วนตัว ยี่สิบสี่ชั่วโมงนับจากนี้ ชีวิตของเธอเป็นของฉัน!"

เยี่ยนอวิ๋นเชินหมุนตัวเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปทันที ทิ้งให้ฉู่ฉิงยวี่ยืนมองตามหลังแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ร่างบางเดินยกกระเป๋าเข้าไปในห้องนอนใหม่ของเธอ... แม้เขาจะเอ่ยปากใจร้าย แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอกลับพบห้องนอนขนาดกว้างขวาง พร้อมเตียงหนานุ่มและระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวสายฝนของเมืองหลวงได้อย่างชัดเจน

ฉู่ฉิงยวี่นั่งลงบนขอบเตียง พ่นลมหายใจยาวด้วยความอ่อนล้า แม้พันธนาการครั้งนี้จะเต็มไปด้วยคำประชดประชันและความแค้นของเขา... แต่นี่ก็คือจุดเริ่มต้นเดียวที่จะทำให้เธอได้อยู่ใกล้ชิดเพื่อคอยดูแลเขา และชดใช้ความผิดในใจที่กัดกินเธอมาตลอดห้าปี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 14

    คำขอโทษที่เปื้อนคราบน้ำตาของฉู่ฉิงยวี่ เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่งในความอดทนของเยี่ยนอวิ๋นเชิน...ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรน ความอัดอั้นตันใจตลอดห้าปี และความโหยหาที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้ได้พังทลายลงจนหมดสิ้นเยี่ยนอวิ๋นเชินไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำใดต่ออีก นัยน์ตาคมกริบที่ฉายแววสับสนและปวดร้าวทอดมองลงที่ริมฝีปากบางสั่นระริก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงปิดกั้นเสียงสะอื้นของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเองอย่างรวดเร็ว!"อื้ม..."ฉู่ฉิงยวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา สัมผัสที่คุ้นเคยในอดีตแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาในปัจจุบันมันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในวันวาน... แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรง ทั้งตัดพ้อ ทั้งโกรธเกรี้ยว และโหยหาจนแทบขาดใจเยี่ยนอวิ๋นเชินใช้มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันท่ามกลางความเงียบ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 13

    ฉู่ฉิงยวี่ใช้เวลาจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปในครัว หญิงสาวลงมือต้มน้ำร้อนอย่างตั้งใจ เธอหยิบใบชาคามิลล์ผสมใบมิ้นต์ออกมาชงอย่างชำนาญ... สูตรชาอุ่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการเครียดและปวดหัว ซึ่งเธอเคยชงให้เขาดื่มอยู่บ่อยครั้งในสมัยมัธยมเมื่อจัดวางแก้วชาลงบนถาดเรียบร้อย ฉู่ฉิงยวี่ก็ยกถาดเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเยี่ยนอวิ๋นเชิน มือเรียวเคาะประตูเบาๆ พอเป็นสัญญาณก๊อก ก๊อก...ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างใน มีเพียงความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจของเธอเริ่มตกสลักวูบด้วยความกังวล ฉู่ฉิงยวี่ถือวิสาสะค่อยๆ ผลักบานประตูเปิดออกอย่างเบามือที่สุด"ท่านประธานคะ... ชาได้แล้ว"คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น ภาพตรงหน้าทำให้น้ำชาในถาดเกือบจะเอ่อล้น!เยี่ยนอวิ๋นเชินกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ เอนหัวไปด้านหลัง ดวงตาคมคายหลับแน่นด้วยความทรมาน มือหนายกขึ้นกดนวดขมับตัวเองแรงๆ ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ลมหายใจของเขาติดขัดและติดตระกุกตระกักอาการป่วยนี้... ฉู่ฉิงยวี่จำมันได้ดีขึ้นใจ!มันคืออาการ ไมเกรนและโรคปวดศีรษะเรื

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 12

    สายฝนยามค่ำคืนยังคงตกลงมาโปรยปรายเมื่อรถตู้หรูจอดลงหน้าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ฉู่ฉิงยวี่ หอบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่มีร่องรอยการใช้งานมาหลายปี ก้าวตามหลัง เยี่ยนอวิ๋นเชิน เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขชั้นบนสุดค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระทึกด้วยความอึดอัดกึก...บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวางบนชั้นสูงสุด ฉู่ฉิงยวี่ก้าวตามเขาเข้าไปข้างในด้วยท่าทีเกร็งและระมัดระวัง เธอเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพบกับห้องสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูที่เย็นชืดและไร้ชีวิตชีวา... ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายบางอย่างก็พุ่งเข้ามากระทบความรู้สึกของเธออย่างจังกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ชาไวท์ทีผสมคามิลล์ โชยมาแตะจมูก... มันคือก้านหอมปรับอากาศกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยบอกเขาในวัยเยาว์ว่าเป็นกลิ่นที่ช่วยให้เธอผ่อนคลายเวลานอนไม่หลับดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตะลึงงัน... โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมอุ่น ผ้าม่านสองชั้นทึบแสงสีเบจ รวมถึงโซนชั้นหนังสือไม้โอ๊คทรงสูงที่เรียงรายไปด้วยวรรณกรรมเล่มโปรดของเธอ... ทุกอย่างในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ ถูกตกแต่งด้วยโทนสี สไตล์ และรายละเอียดเล็กๆ น้อ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 11

    ความเงียบในห้องทำงานประธานบาดลึกยิ่งกว่าสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่ภายนอก...ฉู่ฉิงยวี่ มองสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นของ เยี่ยนอวิ๋นเชิน แม้แรงบีบที่คางมนจะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่ความเจ็บปวดนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับภาพของพ่อที่นอนติดเตียง และน้องชายน้องสาวฝาแฝดวัยหกขวบที่จะต้องถูกปล่อยให้อดอยาก หากเธอไม่สามารถหาเงินหนึ่งแสนหยวนไปให้แม่เลี้ยงได้ภายในสามวันเพื่อปกป้องครอบครัวเพียงกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่... ต่อให้ต้องก้าวลงสู่นรกที่เขาสร้างขึ้น เธอ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"ตกลงค่ะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวอันน่าสงสาร "ดิฉัน... ยอมรับเงื่อนไขค่ะ ท่านประธาน"เยี่ยนอวิ๋นเชินชะงักไปชั่วครู่ มือหนาที่บีบคางเธอไว้ค่อยๆ คลายออก สายตาคมวูบวาบด้วยความรู้สึกสับสน เขาคิดว่าเธอจะแสดงความปฏิเสธ หรือมีท่าทีลังเลมากกว่านี้ แต่เธอกลับยอมสยบให้เงินหนึ่งแสนหยวนอย่างง่ายดาย เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิด!ความกรุ่นโกรธผสมความผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางใช้นิ้วโป้งลูบผ่านริมฝีปากตัวเองด้วยท่าทีเหยียดหยาม"หึ... สมกับเป็นเธอจริงๆ ฉู่ฉิงยวี่ เพื่อเงิน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 10

    คราบน้ำตายังไม่ทันแห้งเหือดจากใบหน้าซีดเซียว...ฉู่ฉิงยวี่ ถอดสายน้ำเกลือออกด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนพละกำลัง และเสียงวิ้งๆ ในหัวยังคงรังควาน แต่เงินจำนวนหนึ่งแสนหยวนกับชีวิตของพ่อและน้องๆ วัยหกขวบอีกสองคน บังคับให้เธอไม่อาจก้มหน้านอนรอความเมตตาอยู่บนเตียงคนไข้หรูหรานี้ได้อีกต่อไปเธอจัดการปรับแต่งเสื้อผ้า แต่งหน้ากลบความบอบช้ำอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาล มุ่งตรงกลับไปยังอาคาร เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป ด้วยความมุ่งมั่นผสมความสิ้นหวังณ ห้องทำงานประธานบริหารถังเจ๋อ เพิ่งจะเดินรายงานเรื่องอาการป่วยของฉู่ฉิงยวี่เสร็จสิ้น เยี่ยนอวิ๋นเชิน นั่งฟังอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาเรียบเฉยแต่ในอกกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด เขาแกล้งทำเป็นพลิกเอกสารในมือไปมาเพื่อซ่อนความกังวล"เธอคงนอนพักสบายใจอยู่โรงพยาบาลสินะ?" เยี่ยนอวิ๋นเชินแค่นเสียงเย็น"เอ่อ... คือว่า..." ถังเจ๋อมีสีหน้าลำบากใจ เล่าสิ่งที่เห็นเพิ่มเติม "ตอนผมกำลังจะออกมา คุณฉู่รับโทรศัพท์สายหนึ่งครับท่านประธาน ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่หลังจากผมเดินออกมา กำลังจะกลับมาบริษัทผมก็หยุดฟังสักแปป จนวางสาย ผมได้ยินเธอร้องไห้หนักมาก เหมือน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 9

    ถังเจ๋อเพิ่งจะคล้อยหลังเดินออกจากห้องไปได้ไม่นาน ความเงียบสงบในห้องพักพิเศษก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงฉู่ฉิงยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอพยุงตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอฉายชื่อ 'แม่เลี้ยง' หัวใจของเธอพลันตกระสลักวูบด้วยความลางสังหรณ์ที่ไม่ดี มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ กดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู"สวัสดีค่ะแม่..."ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อไป น้ำเสียงแหลมสูงและดุดันของแม่เลี้ยงก็ตะคอกแทรกผ่านสายเข้ามาทันทีโดยไม่รอช้า"ฉู่ฉิงยวี่! นังตัวดีหายหัวไปเลยนะ ฉันโทรไปหาเธอไม่รู้กี่สาย โอนเงินมาให้ฉันหนึ่งแสนหยวนด่วนเลยนะ! ยัยเจียอีอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่กับชุดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อาทิตย์นี้ แกรีบโอนมาเดี๋ยวนี้เลย!"คำพูดราบเรียบที่เอาแต่ใจทำเอาฉู่ฉิงยวี่ตาโตด้วยความตกใจ เงินหนึ่งแสนหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และสาเหตุที่ขอกลับเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระอย่างการไปช็อปปิ้งของน้องสาวต่างแม่!"หนึ่งแสนหยวนเลยหรอคะแม่?!" ฉู่ฉิงยวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ยวี่จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนได้ทันกันคะ? ลำพังเงินเดือนเข้าบัญชี ฉิงยวี่ก็ส่งกลับไปเป็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status