Chapter: บทที่ 20 ถึงเมืองเมฆาคลั่งแล้วยามรุ่งอรุณของวันใหม่มาถึง แสงอาทิตย์สาดส่องทะลุผ่านละอองหมอกหนาตานอกเพิงผาหิน เสียงนกร้องนกบินว่อนทั่วผืนป่าอสูรชั้นกลางสร้างบรรยากาศอันแสนสดชื่นเย่เสวี่ยหลานค่อยๆ ขยับเปลือกตาตื่นขึ้นจากความนิทรา ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและการสู้รบเมื่อวันก่อนหายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายของนางรู้สึกปลอดโปร่งเบาสบายอย่างประหลาดทว่า เมื่อนางยันกายลุกขึ้นนั่ง สายตากลับพลันไปสะดุดเข้ากับ ขวดหยกสีทองสลักลวดลายประณีต ที่วางอยู่อย่างตั้งใจข้างหมอนผ้าปูรองอีกครั้ง!"เอ๊ะ... ขวดหยกสีทอง?"เย่เสวี่ยหลานยื่นมือไปหยิบขวดหยกขึ้นมาด้วยความงุนงง นางค่อยๆ เปิดจุกไม้ออก... ทันใดนั้น! กลิ่นหอมบริสุทธิ์เข้มข้นยิ่งกว่าครั้งก่อนหลายเท่า พร้อมกับละอองอัสนีสีฟ้าครามจางๆ ก็พวยพุ่งออกมาจากปากขวด อบอวลไปทั่วเพิงผาหิน จนจุดตันเถียนในร่างของนางสั่นสะท้านตอบรับอย่างรุนแรง!นางเทเม็ดยาออกประคองไว้บนฝ่ามือ... มันคือ "โอสถทะลวงชีพจรฟ้าคราม ระดับ 3 คุณภาพไร้มลทิน"! ผิวเม็ดโอสถเกลี้ยงเกลาประกายลวดลายสายฟ้าสว่างนวลตา"โอสถระดับ 3 ไร้มลทิน?!" เย่เสวี่ยหลานเบิ่งตากว้าง หัวใจเต้นระทึกด้วยความตกตะลึงสุดขีด "ของระดับนี้... แม้แต่ตระกูลใ
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-10-13
Chapter: บทที่ 19 เคล็ดวิชาหม้อหลอมฝามือหยกแสงอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำลงหลังทิวเขาสลับซับซ้อน สาดส่องแสงสีกรุ้มกริ่มทอประกายแสดทองตัดกับผืนฟ้าสีคราม เขตป่าอสูรชั้นกลางเริ่มถูกปกคลุมด้วยไอหมอกหนาวเย็น ยอดไม้โบราณอายุนับร้อยปีส่งเสียงกิ่งใบเสียดสีตามแรงลมภูเขา หอบเอาความเย็นเยียบและกลิ่นไออักเสบของดินดิบมาชวนให้เสียวสันหลัง เสียงคำรามของสัตว์อสูรขอบเขตหลิงโช่วดุร้ายแว่วมาจากที่ไกลๆ เป็นสัญญาณเตือนว่ายามราตรีแห่งการล่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นเย่เสวี่ยหลานกวาดสายตามองหาสถานที่พักแรมที่ปลอดภัย ก่อนจะพบเข้ากับ เพิงผาหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มีส่วนยอดของหินผาเฉียงออกมาบดบังลมฟ้าอากาศ เบื้องหน้ามีลำธารสายเล็กๆ น้ำใสกระจ่างดั่งแก้วไหลผ่าน เสียงน้ำไหลซ่าช่วยกลบเสียงกลิ่นอายรอบข้างได้เป็นอย่างดี"คืนนี้เราพักแรมกันตรงนี้เถอะนะหมึกน้อย" เย่เสวี่ยหลานทรุดตัวลงปลดเป้สะพายหลังวางลงบนพื้นหินอย่างเบามือทว่า ยามที่เท้าของนางแตะลงบนผืนหินข้างลำธาร กู้เฉินในร่างแมวดำอ้วนก็โผล่หัวออกมาจากเป้ หูสีดำลู่ไปข้างหลังเล็กน้อย ดวงตาสีทองสว่างสแกนไปที่ซอกโขดหินอับชื้นใต้เพิงผาทันที จมูกปุ่มน้อยๆ ของเขากระตุกฟุดฟิด สัมผัสวิญญาณระดับจักรพรรดิโอสถสามารถจำแยกอณูพลังป
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-10-13
Chapter: บทที่ 18 เขี้ยวเล็บแห่งป่าอสูรและการล่าแก่นอสูรการเดินทางผ่านผืนป่าโบราณลึกเข้าไปกินเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่สิบแล้ว... นับตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากเมืองภายใต้เงาความช่วยเหลือของเจ้าเมือง การเดินทางด้วยสองเท้าและการใช้วิชาตัวเบาผสานสรีระแมวได้ฝึกฝนร่างกายและจิตวิญญาณของเย่เสวี่ยหลานจนแกร่งกล้าขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จากเด็กสาวที่เคยพึ่งพาแต่การปรุงโอสถในร้านยาเล็กๆ บัดนี้แววตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกขัดเกลาท่ามกลางความเป็นความตายในป่าอสูรชั้นกลางภายในเป้สะพายหลังโปร่งนุ่ม กู้เฉินในร่างแมวดำอ้วนขนเงางามที่มีประกายสายฟ้าแลบแปร๊บๆ นอนเอกเขนกเคี้ยวขนมแมวเลียสูตรสกัดเย็นปลาวิญญาณวารีลึกอย่างสบายอารมณ์'อืม... ผ่านมาครึ่งทางแล้ว ยัยบื้อนี่จากเดิมที่สะดุดรากไม้ ตอนนี้สามารถใช้วิชาตัวเบาพุ่งผ่านกิ่งไม้สูงสิบวาดได้อย่างคล่องแคล่ว สมกับที่ปู่กู้อุตส่าห์เป็นแบบอย่างให้ดูจริงๆ' กู้เฉินเคี้ยวหนึบหนับพลางกวาดสายตาสีทองมองสำรวจรอบด้านด้วยจิตสัมผัสระดับจักรพรรดิโอสถในขณะนั้นเอง หูสีดำลู่ไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่อกู้เฉินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินเบื้องหน้าและกลิ่นไออสูรที่คุกกรุ่น"เสวี่ยหลาน หยุดฝีเท้าก่อน" กู้เฉินส่
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-10-12
Chapter: บทที่ 17 การต่อสู้กับกลุ่มอสูรหมาป่า หลิงโช่วขั้นต้นและกลางตูม! ตูม! ตูม!เสียงระเบิดของลมปราณดังสนั่นมาจากตรอกป่าด้านหน้า ห่างออกไปราวสองร้อยเมตร! คลื่นแรงอัดอากาศกระจายตัวจนยอดไม้โบราณสั่นสะเทือน ใบไม้ร่วงกราวปานสายฝน พร้อมกับเสียงร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของสัตว์อสูรและเสียงปะทะกระบี่ที่สับสนอลหม่าน!"เสียงการต่อสู้?!" เย่เสวี่ยหลานชะงักเท้ากึกบนกิ่งไม้ใหญ่ นัยน์ตาสุกใสฉายแววตื่นตัวขึ้นทันทีกู้เฉินโผล่หัวอ้วนๆ ออกมาจากเป้สะพายหลัง หรี่ตาสีทองมองลอดพุ่มไม้ไปข้างหน้า สัมผัสวิญญาณอันแหลมคมของอดีตจักรพรรดิโอสถประมวลผลสภาพการณ์ได้อย่างรวดเร็ว'เหอะ... กลิ่นคาวเลือดกับปราณอสูรระดับหลิงโช่ว ขั้นต้นและขั้นกลาง ฝูงหนึ่ง กำลังล้อมตบเด็กน้อยสามสี่คนอยู่นี่หว่า' กู้เฉินคิดในใจพลางใช้อุ้งเท้าป้อมๆ เกาหูอย่างเกียจคร้าน 'เรื่องของพวกมนุษย์ชัดๆ ยัยบื้อเอ๋ย... หลบไปเงียบๆ เหอะ น่ารำคาญ'ทว่า เย่เสวี่ยหลานกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น! นางใช้วิชาตัวเบาเร่งความเร็วพุ่งตัวไปซุ่มอยู่บนยอดไม้ใกล้จุดเกิดเหตุอย่างเงียบเชียบเบื้องล่างบนลานหินกว้าง เป็นภาพของ ผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นเยาว์ 3 คน ในชุดเสื้อคลุมสำนักสีฟ้าอ่อนขอบเงิน อายุน่าจะพอๆ กับเย่เสวี่ยหลาน กำลังถูก "หมาป่าอ
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-10-12
Chapter: บทที่ 16 เข้าสู่ป่าอสูรชั้นกลางแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านทิวไม้โบราณ ลมเขาเย็นสบายพัดเอาละอองน้ำค้างยามอรุณรุ่งมากระทบใบหน้า เย่เสวี่ยหลานค่อยๆ ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นจากความนิทรา ร่างกายของนางรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทว่า ยามที่นางกำลังจะลุกขึ้นนั่ง สายตากลับพลันไปสะดุดเข้ากับ ขวดหยกสีขาวนวล ที่วางอยู่อย่างประณีตข้างหมอน!เย่เสวี่ยหลานขมวดคิ้วเบาๆ ด้วยความงุนงง นางหยิบขวดหยกขึ้นมาเปิดฝาออกเบาๆ ทันใดนั้น กลิ่นหอมบริสุทธิ์อันลึกล้ำของ โอสถฟื้นปราณ ระดับที่ 2 คุณภาพไร้มลทิน ก็พวยพุ่งออกมา ละอองแสงปราณสีสว่างอบอวลไปทั่วแคมป์พักแรม ทำให้ปราณในร่างของนางหมุนเวียนตอบรับอย่างตื่นตัวในทันที!"โอสถระดับ 2... แถมยังไร้สิ่งเจือปนแม้แต่น้อย!" เย่เสวี่ยหลานเบิ่งตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะรีบหันไปมองข้างกายกู้เฉินในร่างแมวดำอ้วนกำลังนอนเหยียดขา ยืดขี้เกียจพลางเลียอุ้งเท้าทำความสะอาดตัวเองอย่างสบายอารมณ์อยู่บนผ้าปูรองเย่เสวี่ยหลานช้อนขวดหยกในมือไว้แน่น นางจ้องมองแมวดำอ้วนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตัน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงนุ่มนวล:"เจ้าหามาให้ข้างั้นหรือเจ้าหมึกน้อย?"กู้เฉินหยุดเลียอุ้งเท้า ชะ
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-10-12
Chapter: บทที่ 15 โอสถฟื้นปราณระดับสอง คุณภาพไร้มลทินราตรีล่วงเลยเข้าสู่ยามจื่อ (เที่ยงคืน) สายลมหนาวในป่าลึกพัดผ่านยอดไม้โบราณ หอบเอาความเย็นเยียบและกลิ่นไอของน้ำค้างดิบมาชวนให้ขนลุกซู่ บรรยากาศแคมป์พักแรมยามค่ำคืนเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามวิถีของชาวยุทธ ยุคสมัยนี้ไร้ซึ่งเต็นท์ผ้าใบหรือสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงขอนไม้ใหญ่ที่ช่วยบดบังลม กองไฟที่เริ่มมอดเหลือเพียงถ่านแดงส่องแสงสว่างวูบวาบ และผืนดินแข็งที่มีผ้าปูรองผืนหนาเท่านั้นเย่เสวี่ยหลาน นอนหลับใหลอยู่ข้างกองไฟ ร่างบางซุกตัวอยู่ในเสื้อคลุมขนสัตว์ผืนใหญ่ ลมหายใจเข้าออกของนางเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผิวแก้มสว่างขึ้นตามจังหวะไฟที่กะพริบ ใบหน้ายามหลับดูสงบไร้ซึ่งความตื่นตระหนกที่ต้องเผชิญมาตลอดวันทว่าข้างกายของนาง... ก้อนขนสีดำดำมืดสนิทที่ดูเหมือนแมวดำตัวอ้วนฉุ พลันเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่โตทอประกายวับวาวในความมืด กู้เฉิน ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ สบัดขนเบาๆ อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเหลียวมองหญิงสาวจนแน่ใจว่านางเข้าสู่พะวังนิทราล้ำลึกแล้วกู้เฉินยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นแตะอากาศเบาๆ คลื่นพลังปราณอันบริสุทธิ์และแผ่วเบาขยายตัวออกเป็นเขตแดนโปร่งแสงไร้เสียง ครอบคลุมบริเวณรอบๆ ไว้เพื่อไม่ให้เสียงหรือ
ปรับปรุงล่าสุด: 2026-10-12