แชร์

 ตอนที่ 4 แผนซ้อนแผน

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 13:16:41

 ตอนที่ 4 แผนซ้อนแผน

เสี่ยวเอ้อผู้นั้นเดินออกไป เสี่ยวถงก็เปลี่ยนชุดทันที นางแต่กายคล้ายคลึงกับคุณหนู สวมหมวกสานปิดบังใบหน้าเอาไว้ วางท่าราวกับเจ้าของหอสุราตงเทียนตัวจริง เดินไปยังห้องว่างที่นัดหมายพูดคุย

อาถงหรือเสี่ยวถงนางมีความรู้ไม่มากและก็ไม่น้อยจนเกินไป นายของนางร่ำเรียนอันใดสาวใช้เช่นนางก็ได้ร่วมร่ำเรียนด้วยไม่แพ้คุณหนูน้อย อาถงนั่งลงที่ห้องกว้าง ข้างในนั้นมีผู้คุ้มกันติดตามนางมาด้วยหนึ่งคน ท่าทางของนางช่างดูเย่อหยิงจองหองไม่น้อย ผิงอันนึกเอ็นดูสาวใช้ผู้นี้เหลือเกิน

ตรงกลางห้องว่างมีม่านกันสีดำโปร่งบางเบาอยู่ด้วย เจ้าของหอสุราตงเทียนตัวจริงนั่งอยู่ข้างในนั้นกับเหล่าผู้คุมกันของนางอีกสามคน สตรีสวมหมวกสานสีดำปกปิดใบหน้า นั่งลิ้มรสสุราที่หวานละมุนด้วยท่าทีเป็นสุขยิ่ง

แม้ว่าดวงตาของนางจะหมองหม่นเพียงใด เมื่อนึกถึงภาพบาดตาบาดใจ ระหว่างนางกับเขาไม่มีทางรักกันได้เชียวหรือ เหตุใดกันพี่ชายที่แสนดีจึงปันใจให้หญิงอื่นเช่นนี้ คำพูดของเขาวันนั้นนางคงจำได้ดี พูดจาหวาน หว่านล้อมบอกกล่าวว่านางจะเป็นว่าที่ภรรยาของเขาในอนาคต

แต่ครานี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หรือแท้จริงแล้วหัวใจของเขามิเคยมีนางอยู่เช่นนั้นจริง ๆ หรือ มือเรียวหยิบจอกสุราขึ้นสูดดมกลิ่นหอมละมุน หลับตาพริ้มสูดดมกลิ่นหอมหวานก่อนจะยกขึ้นจิบช้า ๆ และกระดกเพียงรวดเร็วจนหมดจอก

“คุณหนูอย่าดื่มมากขอรับ เดี๋ยวจะเมามายเสียก่อน” หนึ่งในผู้คุ้มกันเอ่ยเตือนสตินาง สีหน้าของนางนั้นมองไม่ออกว่าร้องไห้หรือดีใจกันแน่ หญิงงามพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนพยักหน้าตอบกลับให้อีกฝ่าย

ผู้คุ้มกันทุกคนมักจะถือกระบี่เอาไว้ พวกเขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหยกแกะสลัก ใบหน้าดูราบเรียบซ่อนกลิ่นอายน่าหวาดกลัวเอาไว้ ฝีมือของพวกเขานั้นเรียกว่าทัดเทียมพอ ๆ กับแม่ทัพ นายกองทั้งหลาย ด้วยที่ว่าพวกเขานั้นได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

ไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมา มองผ่านม่านโปร่งบางเบาเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งเดินเข้ามา ท่าทางสง่าผ่าเผยยิ่งนัก มองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจนสักเท่าไหร่ เพราะห่างอยู่ไกล อาถงนั่งกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น แต่ยังคงท่าทีสงบเย็นยะเยือกคล้ายคลึงคุณหนูผิงอันเจ้าของหอสุราตัวจริง

หญิงสาวแสร้งเป็นเจ้าของหอสุราได้เงยหน้ามองผู้มาใหม่ด้วยจิตใจที่เต้นโครมครามระส่ำระสาย มิใช่ว่านางรู้สึกถูกใจชายหนุ่มผู้นี้ หากแต่ว่าชายผู้นี้นั้นคล้ายคลึงกับสตรีนางหนึ่ง นางมารหัวใจของคุณหนูน้อยของอาถง

อ้ายฟง หย่อนก้นนั่งลงทอดสายตามองไปยังผ้าม่านโปร่งที่ขั้นกลางห้องเอาไว้ แน่ชัดว่ามีสตรีสองคน ใครกันคือเจ้าของหอตงเทียนตัวจริง อีกไม่นานก็คงจะรู้ว่าคือใครกันแน่ มองซ้ายทีขวาทีอย่างเปิดเผยมิได้ซ่อนเร้นอำพรางอันใด ชายหนุ่มกดยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา ส่งยิ้มเล็กน้อยให้สตรีที่นั่งตัวตรงอยู่เบื้องหน้าท่าทางดูเหย่อหยิ่งไม่เบา นั่งหลังตรงคอตั้งทีเดียว “เถ้าแก่เนี้ย” เขาเปิดปากเอ่ยขึ้นมาก่อน สายตาของเขายังมิได้ละจากสตรีทั้งสอง

ต้องมีคนหนึ่งคนใดเป็นเจ้าของตัวจริงแน่ คิดว่าคนเช่นเขาจะโง่งมดูไม่ออกเชียวหรือ ลูกไม้ตื้น ๆ เช่นนี้พอจะเดาทางได้ แต่ก็ไม่แน่ใจเช่นเดียวกันว่าคือใคร คนที่อยู่เบื้องหน้าหรือหลังม่านนั่นกันแน่

“ท่านอยากจะพบข้ามีอะไรให้ข้าช่วยรึ” อาถงวางท่าทางถอดแบบคุณหนูมาไม่ผิดเพี้ยน น้ำเสียงกระด้างกระเดื่องนั่น ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ

“ข้าไม่มีอะไรให้ท่านช่วยหรอก ก็แค่อยากจะร่วมดื่มสุราพูดคุยกับท่านก็แค่นั้นเอง อ้อ อยากจะรู้จักโฉมงามเช่นท่านมิได้เชียวรึ” คนผู้นี้พูดทีเล่นทีจริง เสี่ยวถงขมวดคิ้วกำลังครุ่นคิดสิ่งที่เขากำลังจะสื่อออกมา

ฟางผิงอันกำลังดื่มสุราย้อมใจ นึกถึงเมื่อครั้งที่นางห้าหนาว ถูกอสรพิษตัวร้ายฉกเข้าให้ นางกึ่งเป็นกึ่งตายก็ได้พี่ชายที่แสนดีดูดพิษช่วยเหลือ จนเขาล้มป่วยลงมาต้องนอนรักษาอาการเป็นแรมเดือน ด้วยที่ว่าพิษนั้นร้ายแรงนัก ทำให้เขาหมดสตินอนราวกับผักเน่า

ยามนั้นนางห้าหนาว พี่ชายที่แสนดีก็สิบห้าปี จากวันนั้นจนถึงวันนี้ นางยังคงซาบซึ้งตรึงตราตรึงใจในน้ำใจที่เขายอมเสียสละตัวเองปกป้องนาง แม้รู้ว่าพิษนั้นร้ายแรงเพียงใด

“หากท่านไม่มีธุระสำคัญข้าก็ขอตัว” อาถงลุกขึ้นยืนอย่างถือดี นางไม่คิดว่าชายคนนี้จะมาแค่นี้แน่ ย่อมวางแผนการเอาไว้ อาถงจึงได้บ่ายเบี่ยงมิอยากพูดคุย เรื่องของคุณหนูไป๋ถูกรายงานอย่างรวดเร็ว สตรีเช่นนั้นใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี

นางเป็นบุตรีขุนนางไป๋ กิริยาแช่มช้อย น่ารัก เรียบร้อยอ่อนหวาน บุรุษน้อยใหญ่ก็อยากจะครอบครองนาง นั่นเพราะนางเป็นสตรีงามอันดับหนึ่งของแดนเหนือ อาถงได้ยินเรื่องราวยังหัวเราะขบขันสตรีนางนั้นนะรึ จะเทียบความงามของคุณหนูนางได้กัน

“เดี๋ยว ก่อนสิขอรับ” น้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นดูจะเนิบนาบชักช้า อีกทั้งเขาดูน่าเกรงขามไม่น้อย สตรีหลังม่านจับจ้องชายหนุ่มผู้นี้ไม่วางตา ทั้งน้ำเสียงการพูดจากิริยาว่ามีท่าทางคุกคามหรือไม่

“ข้าขอพูดคุยสักเล็กน้อย” ชายคนนี้ยังเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เพียงแค่เขาต้องการบอกอะไรที่สำคัญ “นั่งลงก่อนอย่าเพิ่งรีบร้อน ตัวข้าหาได้ทำอันใดท่านไม่” เขายังกล่าวได้หน้าตาเชย ชายหนุ่มผู้คุ้มกันยืนนิ่ง ทว่าแววตาของเขายังจดจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มวางท่าคนนี้

อ้ายฟงเห็นแล้วนึกหวาดระแวงหลังม่านนั่นมีผู้ใดอยู่กันแน่ มีผู้คุ้มกันมากด้วยฝีมือยิ่งทำให้เขาคิดหนัก ครั้นจะทำการอันใดย่อมต้องขบคิดให้ถี่ถ้วน มิเช่นนั้นเป็นเขาเองที่จะเสียเปรียบหากคิดทำการใหญ่ต้องรอบคอบเข้าไว้

“มีอะไรอีกเชิญว่ามา หากคิดจะมาระรานหาเรื่องก็เชิญที่อื่น ตัวข้าทำมาค้าขายเวลาเป็นเงินเป็นทองมิได้ว่างพูดคุยหยอกเย้ากับใคร!” น้ำเสียงหวานไพเราะราวกับกระดิ่งกังวานเอื้อนเอ่ยแต่ละคำทำให้ชายหนุ่มหันมองมาตามเสียงหวานใส ไปยังผ้าม่านโปร่งสีดำนั่น

ดวงตาสีน้ำหมึกจ้องมองผ่านผ้าม่าน กลับเห็นเพียงแค่เงาสีดำนั่งอยู่ที่เก้าอี้ ด้านหน้านั้นมีกาสุราและจอกสุราวางอยู่ ข้างกายของน้ำเสียงหวานจับใจมีเงาชายร่างใหญ่ยืนอยู่ในนั้นอีกสามคน หากเขาบุกรุกเข้าไปเกรงว่าคงจะจบชีวิตลงแน่

“แท้จริงแล้วเถ้าแก่เนี้ยก็คือท่าน” อ้ายฟง ยืนกอดแผงอกของตนเอง ท่าทีของเขายังไม่ได้คุกคามหรือเดินเข้ากระทำการอันใด ผู้คุ้มกันข้างในดึงกระบี่วาววับออกมารอรับการจู่โจมของอีกฝ่าย ผิงอันแย้มยิ้มมิได้หวาดกลัวอันตรายอันใด

จริงอยู่สตรีเช่นนางมิได้มีวรยุทธ์ไว้ปกป้องตนเอง ทว่าผู้คุ้มกันของนางแต่ละคนนั้นเก่งกาจยิ่งนัก ฝีมือเหล่านายกองหรือไม่ก็แม่ทัพใหญ่ คนพวกนี้ถูกส่งมาดูแล อีกอย่างนางก็หาใช้บุตรีคหบดีธรรมดาไม่

นางเป็นน้องสาวบุญธรรมของเจ้าสำนักคุ้มภัย มีหรือคนพวกนี้ที่ส่งมาฝีมือจะอ่อนด้อย หากอยากตายเร็วก็เข้ามา นางมิได้แยแสต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีกแล้ว

“มีอะไรเชิญพูดมา!” น้ำเสียงคนงามนั้นดูจะแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย อ้ายฟงคิดว่านางจะเป็นสตรีอ่อนแอปวกเปียกเสียอีก สืบข่าวมาได้ว่านางเป็นคนตระกูลฟาง มีหอสุราตงเทียน แท้ที่จริงนางเป็นเจ้าของหอสุราและเหลาอาหารนี่เอง นับว่าร่ำรวยไม่น้อย

เขาจึงคิดได้ว่า ท่านแม่ทัพหยางมิถอนหมั้นกับนางเป็นแน่ นั่นเพราะนางร่ำรวยช่วยเหลือเขาได้มากมีแต่ผลประโยชน์ตามมา ส่วนบิดาและครอบครัวเขามิได้ช่วยหนุนหลังเกื้อกูลยามเกิดเรื่องร้ายต่าง ๆ การถอนหมั้นจึงเป็นเรื่องยาก

“ข้ามาขอโทษท่านแทนน้องสาวของข้า” เขาเห็นท่าไม่ดีจึงคิดเปลี่ยนแผนการ เอ่ยออกไปเช่นนี้เขาก็หาได้คิดเช่นนั้นไม่ หากมีโอกาสสตรีนางนี้จะต้องอยู่ไม่สู้ตาย

หรือให้นางอับอายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แววตาของเขาเหยียดยิ้มอย่างน่าหวาดกลัว โชคดีที่อาถงไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว นางถูกนำออกไปข้างนอกเมื่อเห็นว่าคุณหนูยกมือขึ้นโบกไปมาสองสามครั้ง

“เก็บคำขอโทษของท่านกลับไป!” ฟางผิงอันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จากนั้นนางก็เดินออกอีกประตูหนึ่ง ตรงไปยังห้องทำงานของนางเอง ขณะเดียวกันนั้น อ้ายฟงเดินออกไปจากห้องดังกล่าว เขามิได้รั้งรออยู่ดื่มสุราอีก เมื่ออีกฝ่ายไม่ไว้หน้า หาได้มีไมตรีต่อกันไม่

มื้อเย็นของวันนี้ช่างดูจะหวานหอมนัก มีหนึ่งหญิงชายนั่งรับอาหารอยู่ในศาลากลางสระบัว ท่านแม่ทัพเห็นคนรักคนงามใบหน้าขาวซีดจึงเห็นใจ เขาเอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใยว่า

“ชิงชิง กินข้าวต้มรองท้องเสียหน่อยเถิด” หยางเฟยเทียนนั้นมีแววตาที่ดูลึกลับนัก ทำให้อวี้ชิงคาดเดาไม่ออกว่า เขาคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ เห็นเพียงแค่รอยยิ้มนั้นก็ทำให้นางหลงลืมไปหมดสิ้น

นางจึงแสร้งร้องไห้ออกมาอีกครั้งทำให้นางดูน่าสงสารอ่อนแอ และน่าเห็นใจยิ่งนักในสายตาของชายที่นางหลงรัก นางจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามาไม่ว่าจะด้วยวิธีอันใดก็ตาม นางจะนำมาใช้ให้หมด

“เจ้าจะร้องไห้ทำไมกัน เดี๋ยวข้าจะพูดคุยกับท่านพ่อ พี่ใหญ่ของเจ้าเอง” น้ำเสียงของเขานั้นกำลังมีบางสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ “มากินข้าวเสียหน่อยเถิด” เขายกชามข้าวต้มส่งให้นาง แต่ทว่านางส่ายหน้าน้อย ๆ ทำให้เขาจนปัญญา และไม่คิดจะป้อนข้าวต้มนางเสียด้วยซ้ำไป

“ท่านแม่ทัพรีบกลับไปหาคู่หมั้นของท่านเถิดเจ้าค่ะ ท่านอย่ามัวมาเสียเวลากับข้าเช่นนี้เลย ข้าป่วยเพียงแค่นี้ไม่เป็นอันใดหนักหนา กินยาก็หายแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณหนูฟางจะเป็นเช่นไร นางจะเสียใจหรือไม่ ที่ท่านตวาดนางอย่างนั้น” ไป๋อวี้ชิงเอ่ยขึ้น นางอิงแอบซบที่ไหล่กว้างของเขา มือเรียวโอบกอดเอวสอบของเขาเอาไว้

ใบหน้าซบลงที่ไหล่นั้น นางกำลังออดอ้อนออเซาะเขา รอยยิ้มผุดผายขึ้นบนใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างมาดร้าย แววตาหาได้อ่อนโยนเหมือนน้ำเสียงไม่ มีแต่ความมักใหญ่ใฝ่่สูงทะเยอทะยานอยู่เช่นนั้น

“อย่าห่วงเลย แค่นี้มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ กับสิ่งที่นางได้ทำเอาไว้กับชิงชิงของข้า”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนพิเศษ โจวกงจู่อภิเษก

    ตอนพิเศษ โจวกงจู่อภิเษกองค์หญิงโจวซู่หนี่ว์อภิเษกสมรสกับองค์ชายรองฉู่หมิงหาน เป็นที่กล่าวขวัญยิ่งนัก เมื่อสตรีที่อายุมากกว่า กลับพ่ายแพ้ให้กับบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง ที่คอยแวะเวียนมาปั่นป่วนกวนใจ กว่าจะได้อภิเษกสมใจนั้นทำให้องค์ชายฉู่หมิงหานแทบอยากจะร้องไห้วันละหลาย ๆ ครั้งเขาอยากจะรวบหัวรวบหางนางเสีย ทว่ากุนซือสาวผู้นี้มักเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก เขาใช้แผนใดล้วนมิได้ผล ทว่ากลับทำให้นางเข้าใจเขามากขึ้น เมื่อเห็นว่าองค์ชายผู้นี้มิได้มีดีที่ปากเพียงแค่อย่างเดียว ซ้ำยังมีฝีมือเรื่องการรักษา ถึงแม้ไม่ได้เก่งกาจทัดเทียมกับหมอหลวงในวังด้วยจิตใจที่มีเมตตาหนุนนำมุ่งมั่นทำให้องค์ชายรองผู้นี้คว้าพระทัยกงจู่มาครอบครองได้ไม่ยากนัก นั่นคือการช่วยชราผู้หนึ่งที่ดวงตาของเขามืดบอดแทบมองไม่เห็น ฉู่หมิงหานคอยแวะเวียนไปถามไถ่อาการจัดเทียบยาให้ และรักษาเพื่อมิให้ดวงตานั้นอักเสบเจ็บปวดไปมากกว่านี้ชายชราอาการดีขึ้น จากดวงตามืดมัวพอได้เริ่มเห็นแบบเลือนรางก็ดีใจเสียยกใหญ่ เที่ยวพูดโอ้อวดใครต่อใคร มีท่านเซียนโอสถช่วยเหลือ องค์ชายรองถึงกับยิ้มไม่หุบ ชายชราพูดจาหวานรื่นหู ยกยอปอปั้นเป็นเซียนหนุ่มรูปงามทำให้บรรดาสาว ๆ ต

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   พิเศษ ฉู่กงจู่ ปราบแม่สามี

    พิเศษ ฉู่กงจู่ ปราบแม่สามีหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยางกลับเมืองหลวงแล้ว จู่ ๆ ฉู่กงจู่ก็บอกกับพี่ชายว่านางอยากจะไปเดินเล่น เช่นนั้นให้นำนางกำนัลทั้งสามกลับไปยังพระตำหนักรับรองในวังหลวง ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น มีหรือพี่ชายจะไม่ปวดหัวกับน้องสาวที่แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจคาดว่านางน่าจะไปข่มเหงรังแกรองแม่ทัพจ้าวอีกแล้วกระมัง พี่ชายอย่างองค์ชายรองฉู่หมิงหานจะทำอันใดได้กัน ผู้ติดตามเดิมทีแฝงตัวอยู่แดนเหนือก็ได้ย้ายตนเองมาติดตามองค์ชายรองเป็นการถาวร และเป็นองครักษ์คนสนิทที่รู้เรื่องราวของแคว้นโจวเป็นอย่างดีอีกด้วยเรื่องราวของรองแม่ทัพจ้าวไม่มีอันใดให้น่าสืบหรือค้นหาความจริง เขาก็เป็นเพียงแค่สามัญชน หากแต่คนที่องค์ชายรองหมายตาอยากรู้เบื้องหลังนั้นคือคุณชายใหญ่ตระกูลฟางต่างหากเล่า เหตุใดกันจึงได้ดูสนิทสนมกับเหล่าแม่ทัพนายกองนักคนผู้นี้รับปากไปไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็กลับมารายงาน ทว่าระหว่างนั้นฉู่กงจู่มิได้กลับมายังตำหนักรับรองในวังหลวง นางกินและนอนพักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลจ้าว ทำให้คนในจวนนั้นอดเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ได้วันแรกที่นางเหยียบเท้าเข้าไปบ้านสามี ก็จัดการกำราบแม่สามีเสียอยู่หมัด นั

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนที่ 35 แต่งงาน (จบ) +พิเศษอุ่นเตียง

    ตอนที่ 35 แต่งงาน (จบ) +พิเศษอุ่นเตียงขบวนสินสอดสู่ขอเจ้าสาวยาวเป็นหางว่าวมองจนสุดสายตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมด เสียงดนตรีเซ็งแซ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน เจ้าบ่าวสวมชุดสีแดงสด ด้านหลังมีตราพยัคฆ์คำรามปักอยู่ แสดงถึงตำแหน่งแม่ทัพเกี้ยวเจ้าสาวช่างดูใหญ่โตสมฐานะยิ่งนัก เจ้าบ่าวนั่งอยู่บนม้าตัวใหญ่ ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นยิ้มแย้มอย่างดีใจยิ่ง จะได้กอดคนรักสมใจเสียที ทุกคืนเขามาหานางแต่ก็ได้พบกับความพ่ายแพ้ทุกครั้งไป ใครเล่าจะคิดว่าฟางผิงซานและฟางผิงซวนช่างเป็นคนที่รับมือยากเสียจริงเขาผ่านศึกมาหลายครั้งหลายครา ยังไม่อาจเทียบความเจ้าเล่ห์ของพี่น้องคู่นี้ได้เลย ฟางผิงอันแต่งกายด้วยชุดสีแดงสด สั่งตัดจากห้องอาภรณ์ของวังหลวง โดยมีพระมารดาแผ่นดินพระราชทานช่างมาวัดตัวถึงจวนคหบดีฟางฟางผิงอันแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ผ้าคลุมหน้าก็ถูกคลุมรอเพียงแค่ให้เจ้าบ่าวมารับขึ้นเกี้ยว ข้างกายของนางมีโจวกงจู่และฉู่กงจู่ ทั้งสองอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ งานแต่งของพวกนางจะเกิดขึ้นหลังจากนี้หนึ่งเดือนเท่านั้นและวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่นางจะได้เรียนรู้ไปในตัว สายตาของฟางผิงซานนั้นลอบมองกงจู่ของเขาอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งองค

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนที่ 34 ง้อคนช่างยากยิ่งนัก

    ตอนที่ 34 ง้อคนช่างยากยิ่งนักรองแม่ทัพจ้าวเกาเหวิน เร่งฝีเท้าเดินไปในที่มืดมิดเขาชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี มุ่งหน้าไปทางที่ลับตาคน ดังนั้นเขาจึงเร้นกายภายใต้ความมืดมิด ไร้แสงสว่างจากโคมไฟ ฉู่หมิงหลันเดินตามไปจู่ ๆ เขาก็หายไป นางหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเสียทีทำให้คนตัวเล็กเริ่มถอดใจ ทรุดกายลงนั่งที่พื้นหญ้าภายใต้ความมืดมิด รองแม่ทัพจ้าวซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ เขาเห็นหญิงสาวก้มหน้างุดร้องไห้สะอึกสะอื้นเขาจึงได้กระโดดลงมา ด้วยความรู้สึกผิดที่คิดแกล้งนางจนร้องไห้คนตัวโตมายืนอยู่เบื้องหน้าของคนที่กอดเข่าสะอื้นไห้จนตัวโยน เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับคนตัวโตสูงใหญ่ สามีของนาง หมิงหลันรีบลุกขึ้นโผเข้าสวมกอดเขาเอาไว้แนบแน่นด้วยความดีใจ ดวงตาที่อาบน้ำตานั้นเปียกชื้นที่เสื้อจนทำให้เขารู้สึกถึงความชุ่ม“พี่ขอโทษนะเด็กดี พี่ไม่แกล้งเจ้าแล้ว” ชายหนุ่มพูดขึ้น ฝ่ามือของเขาเกลี่ยน้ำตาให้หญิงสาว จากนั้นเขาค่อย ๆ บรรจงประกบกลีบปากเข้ากับอีกฝ่ายสอดลิ้นร้ายกาจเข้าไปด้านในความหาน้ำหวานของอีกฝ่ายด้วยใจที่โหยหาและอยากกระสันนักคนตัวเล็กเขย่งปลายเท้า วงแขนเล็ก ๆ สวมกอดเข้าที่ต้นคอของชายหนุ่ม เสียงหวานร้องอื้อ อ้า อยู่ใ

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนที่ 33 คิดถึง

    ตอนที่ 33 คิดถึงฉู่หมิงหลัน มองหน้าชายหนุ่มที่ทำหน้าตาเหง้างอ คล้ายดั่งคนกำลังงอน นางจึงได้เดินเข้าไปทักทาย ทว่าอีกฝ่ายกลับเล่นตัวเดินหนีนางหน้าตาเฉย ด้วยความไม่เข้าใจว่านางทำอันใดผิดไปจึงได้ยกมือขึ้นลูบจมูกของนางไปสองสามครั้งมองเห็นแผ่นหลังหนาแกร่งกำยำเดินจากไป หัวใจของนางรู้สึกกระตุกวูบหล่นลงมาที่ข้อเท้า ยามเมื่อเห็นสตรีสมควรตายผู้หนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาจับแขนของสามีนางคนตัวเล็กมิเคยกลัวใครทั้งสิ้น แม้จะต่างแคว้น นางก็หาได้เกรงกลัวใครเสียเมื่อไหร่กัน เท้าเล็ก ๆ รีบก้าวสวบ ๆ ยังกับบุรุษ เร่งฝีเท้าไปจนกระทั่งคว้าแขนของสามีเข้ามากอดแนบแน่น นางกำนัลที่ติดตามก็รีบวิ่งแจ้นตามกงจู่น้อยผู้เอาแต่ใจ“เกาเหวิน! หญิงผู้นี้เป็นใคร! ท่านรู้จักรึ!” คำถามแม้จะดูหาเรื่องอีกฝ่าย ทว่าคนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองยังใบหน้าคมคายที่ดูเหมือนราบเรียบไม่รู้สึกอันใด ยามนั้นยังคร่ำครวญมิให้นางจากไป แต่ดูสิไม่เจอหน้ากันเพียงแค่สองเดือนก็ทำตัวห่างเหิน และยังเย็นชาใส่อีก“แล้วฉู่กงจู่ล่ะพ่ะย่ะค่ะ เป็นอันใดกับกระหม่อม” จ้าวเกาเหวินยียวนอีกฝ่าย น้อยใจนักนางเงียบหายจนเขาเสียใจ พอกลับมาก็ได้รับราชโองการแต่งงานกับกงจู

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนที่ 32 งานเลี้ยง

    ตอนที่ 32 งานเลี้ยงงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยาง จัดขึ้นใกล้กับสระบัว เป็นสวนขนาดใหญ่อยู่ในวังหลวง มีไท่จื่อ เสด็จเป็นประธานพิธีงานเลี้ยงในวันนี้ ดังนั้นคนที่สำคัญก็ไม่แพ้แม่ทัพหยางและยังมีผู้ติดตามคือท่านรองจ้าว และยังมีกุนซือเถียน ที่น้อยคนนักจะรู้ว่า แท้จริงแล้วกุนซือเถียนก็คือกงจู่แห่งแคว้นวันนี้กุนซือเถียนมิได้แต่งกายเป็นสตรี ยังคงแต่งกายเป็นบุรุษทำให้เหล่าขุนนางหลายคนนั้นดูจะตกใจไม่น้อยและรีบสงบปากเก็บคำอย่างทันทีทันใด เมื่อถูกปลายหางตาจับจ้องไปยังพวกปากสวะ คนเหล่านั้นย่อมรีบหุบปาก มิเช่นนั้นเขาจะถูกกล่าวด่าทอให้อับอายขายหน้าเหล่าขุนนางล้วนรู้ดี ว่ากงจู่ขั้นหนึ่งนั้นเป็นเช่นไร พระทัยโหดเหี้ยมนัก ร้ายกาจไม่เบาอีกทั้งพระพักตร์แย้มยิ้มเมื่อไหร่ ได้ตายกันหลายคนแน่ ยามเมื่อเห็นท่านกุนซือเดินเข้ามา ผู้ที่พูดคุยกันอยู่ต่างก็เงียบปากลงอย่างทันทีทันใดแม่ทัพหยางเข้ามาอีกคน ร่วมด้วยท่านรองจ้าว และยังมีเหล่าครอบครัวขุนนางทั้งหลายอีกด้วยที่ติดตามบิดามาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ สตรีมากมายเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของแม่ทัพแดนเหนือต่างก็อดที่จะโปรยยิ้มส่งไปให้ชายหนุ่มไม่ได้เหล่าสาวงามก็ต้องพบกับความผิด

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง    ตอนที่ 5 เป็นห่วง

    ตอนที่ 5 เป็นห่วงคำพูดของหยางเฟยเทียนได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้หัวใจของอวี้ชิงพองโตฟูฟ่องแทบจะปริแตกออกมาด้วยความยินดียิ่ง ใบหน้างดงามประด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ เร่งฝีเท้าเดินมายังเรือนด้านหน้าเพื่อมาพบท่านแม่ใหญ่ หรือฮูหยินเอก“ท่านแม่” อวี้ชิงเอ่ยเรียกขึ้นน้ำเสียงนั้นดูหวานนัก นางเรียกมารดาก่อนจะก้

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนที่ 3 เถ้าแก่เนี้ย

    ตอนที่ 3 เถ้าแก่เนี้ยฟางผิงอันนั่งรถม้าสภาพนั้นไม่ได้ดูหรูหรามากนัก นางค่อนข้างไม่อยากจะทำให้เป็นจุดเด่นหรือจุดสนใจ ยามที่นางมาดูแลกิจการที่หอสุรามักจะอำพรางใบหน้าเอาไว้เสมอ แต่งกายราวกับคุณชายน้อยรูปงามผู้หนึ่ง มีหมวกสานปกปิดเอาไว้อาถงดูแลเจ้านายไม่ห่างกาย ยังมีผู้คุ้มกันฝีมือดีอีกสาม สี่คน ยามน

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง    ตอนที่ 2 แผนการ

    ตอนที่ 2 แผนการฟางผิงอัน ยืนดูจนกระทั่งรถม้านั้นหายไปจากสายตาของนางแล้ว แววตาแข็งกร้าวของนางเผยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ มือเรียวกำหมัดแน่น ลมหายใจฟึดฟัดราวกับกำลังข่มความโกรธของตนเองที่โง่เขลาหลงกลสตรีนางนั้นเข้าให้อาถง สาวใช้ข้างกายและเป็นสาวใช้เพียงคนเดียวที่ดูแลคุณหนูในต่างแดนเช่นนี้ นางถอนหายใจ

  • กำราบรัก แม่ทัพหยาง   ตอนที่ 1 ไม่เคยลืม

    ตอนที่ 1 ไม่เคยลืมแดนเหนือฟางผิงอัน เป็นสตรีแปลกประหลาดไม่เหมือนผู้ใด นางมีคู่หมั้นเป็นถึงแม่ทัพแดนเหนือ ที่จะแต่งงานกับนางในไม่ช้านี้ จู่ ๆ มีสตรีนางหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นคนรักของเขา นัดแนะขอพูดคุยกับนางที่สะพานข้ามแม่น้ำในเมืองเหนือ“คุณหนูจะไปหรือเจ้าคะ เห็นอยู่ว่าไม่ควรจะไป” สาวใช้ผู้นี้จึงได้เอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status