FAZER LOGINตอนที่ 5 เป็นห่วง
คำพูดของหยางเฟยเทียนได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้หัวใจของอวี้ชิงพองโตฟูฟ่องแทบจะปริแตกออกมาด้วยความยินดียิ่ง ใบหน้างดงามประด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ เร่งฝีเท้าเดินมายังเรือนด้านหน้าเพื่อมาพบท่านแม่ใหญ่ หรือฮูหยินเอก
“ท่านแม่” อวี้ชิงเอ่ยเรียกขึ้นน้ำเสียงนั้นดูหวานนัก นางเรียกมารดาก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนของแม่ใหญ่ ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอด้วยความดีอกดีใจยิ่งนัก
เรื่องยินดีเช่นนี้นางจึงได้เร่งมาบอกมารดาให้รับรู้เสียก่อน ชายที่นางรักออกปากจะถอนหมั้นแล้ว “ท่านแม่เจ้าคะ วันนี้ท่านแม่ทัพหยางบอกว่าจะถอนหมั้นกับคุณหนูฟาง”
ฮูหยินใหญ่ หรือท่านแม่ที่ลูกสาวผู้นี้เอ่ยเรียกขานนั้น อายุของนางย่างเข้าสี่สิบปีกว่า ๆ มองใบหน้าของบุตรีด้วยสายตาอ่อนโยน ริมฝีปากแดงระเรื่อแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น “ชิงเอ๋อร์ ลูกแม่เจ้าดีใจแม่ก็ดีใจแต่อย่าลืมว่า ท่านแม่ทัพจะถอนหมั้นกับนางไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก สตรีนางนั้นเป็นผู้ใด มีผลประโยชน์อันใด เจ้าต้องคิดให้ถ้วนถี่”
ฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้น มิได้ดุด่านางเพียงแค่ชี้ทางให้นางมองเห็นเท่านั้น สีหน้าของนางแย้มยิ้มอยู่เสมอ ใครจะรู้เล่าว่าฮูหยินใหญ่เป็นคนเช่นไร “เจ้าค่อย ๆ หาวิธีกำจัดนางแต่อย่าลืมว่าแผนการนี้ห้ามมิให้ท่านแม่ทัพจับได้ก็พอ” นางเอ่ยอีกครั้ง ก่อนจะลุกเดินไปยังตั่งไม้ตัวยาว ให้สาวใช้บีบนวดแขนและขาของนาง
“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านแม่ทัพไม่มีทางจับได้อย่างแน่นนอนขนาดวันนี้ข้าตกน้ำเพราะตั้งใจเขายังไม่รู้เลยเจ้าค่ะ” อวี้ชิงโอ้อวดแผนการของตนเองต่อมารดา ท่าทางภูมิอกภูมิใจยิ่งนัก
“หน้าต่างมีหู ประตูมีช่องพูดจาอันใดก็ควรระวังปากเอาไว้บ้าง” นางเอ่ยกล่าวขึ้น เกรงว่าปากของนางจะนำภัยมาสู่ครอบครัว จะทำการใหญ่จะต้องรอบคอบให้มาก
“ท่านแม่ในเรือนก็มีแต่คนของท่าน ไยจะต้องเกรงกลัวอันใด หากพวกนางปากโป้งก็แค่ตีพวกนางสักสิบไม้ก็หลาบจำแล้วเจ้าค่ะ” ใบหน้าของอวี้ชิงหรือก็งดงาม ทว่าจิตใจของนางช่างดูอำมหิตเลือดเย็นนัก ตบตีบ่าวไพร่ไม่เว้นวัน
“เจ้าอย่าไว้ใจให้มาก อีกอย่างแผนนี้ต้องรอบคอบให้มาก การที่จะขึ้นเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพมิใช่เรื่องง่าย” ฮูหยินเอกหรือท่านแม่ที่นางเรียกติดปากชี้แนะนางอีกหลายคำ ปกตินางมักมิใคร่อยากจะสนทนากับผู้ใด ชอบอยู่ในห้องนอนเงียบ ๆ ก็จะมีเพียงแค่ลูกสาวของหญิงชั่วช้าที่ตายไปแล้วมักจะแวะเวียนมาหาบ่อย ๆ นางก็ทำหน้าที่เป็นท่านแม่ที่แสนดี ทดแทนความผิดพลาดที่กระทำลงไปจนเป็นเหตุทำให้สตรีผู้นั้นตายไปอย่างอนาถ
“เจ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะไปหานาง และจะไปบอกกล่าวสิ่งที่ท่านแม่ทัพได้พูดวันนี้ อยากจะรู้นักว่านางจะทำหน้าเช่นไร ในเมื่อข้าไปหยามหน้าถึงจวน”
“เจ้าต้องอ่อนแอให้มาก อ่อนหวานให้มากกว่านี้ ออดอ้อนออเซาะให้เขาเห็นใจ พูดจามิว่าร้ายนาง บุรุษที่ไหนก็แพ้มารยาสตรี” ก่อนลูกสาวจะออกไปนางยังพูดเอาไว้อีกประโยคหนึ่ง
ไป๋อวี้ชิงยิ้มพลางยอบกายลงอย่างงดงาม แล้วนางส่งยิ้มกลับจึงได้พูดว่า “ขอบคุณท่านแม่ที่ชี้ทางให้ลูกเจ้าค่ะ” เมื่อลูกสาวลากลับไปแล้ว ฮูหยินเอกคลี่ยิ้มบางเบาหัวเราะหึ ๆ อยู่ในลำคอของนาง จากนั้นนางจึงได้หลับตาลง เมื่อสาวใช้ลงมือบีบนวดลงน้ำหนักมือกำลังพอดี ทำให้นางผ่อนคลายไปได้มากจากเรื่องทุกข์ใจทั้งหลาย
หลังจากปรึกษาท่านแม่แล้วไป๋อวี้ชิง เดินกลับมายังห้องนอนของตนเอง นางหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมา มันวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน นางจึงได้หย่อนก้นจากนั้นจึงเอนพิงที่หัวเตียง กึ่งนั่งกึ่งนอน ด้วยทาทางที่มีความสุขและสบายใจนัก
สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องนอน พร้อมอ่างน้ำใบเล็ก ๆ เพื่อมามอบให้เป็นรางวัลชิ้นใหญ่กับอวี้ชิง สาวใช้ผู้นี้ชำเรืองมองด้วยหางตายกยิ้มที่มุมปากขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหายวับไปทันใด นางพูดกับผู้โชคดีที่เจ้านายของนาง มอบรางวัลที่ยากจะลืมเลือน
“คุณหนู คุณชายใหญ่กำชับให้ข้านำมามอบให้ท่านเจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นี้เอ่ยขึ้นน้ำเสียงดูเนิบนาบชักช้า จากนั้นเมื่อเห็นว่าเป้าหมายพยักหน้า นางจึงใช้ผ้าสะอาดจุ่มน้ำแล้วบิดหมาด ๆ ส่งไปให้ยังคนที่ไม่รู้ตัว ว่าวันนี้ได้กระทำอันใดให้ใครไม่พอใจหรือไม่
อวี้ชิงรับมันมาสูดดมกลิ่นนี้ ช่างดูถูกใจนางยิ่งนัก จึงเอ่ยปากชมเสียยกใหญ่ “หอมมาก ๆ พี่ใหญ่ไปเอามาจากไหนกัน” อวี้ชิงยิ้มร่า เช็ดหน้าของนางจดสะอาดเกลี้ยงเกลา คิดว่าจะอ่านตำราเสียหน่อยแต่จู่ ๆ นางเริ่มมึนงง และก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
เมื่อเห็นว่าเป้าหมายนั้นได้หลับไปแล้ว ตำราได้ล่วงลงมาอยู่ที่พื้น หญิงสาวผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำตามคำสั่ง จึงได้จัดท่าทางนอนของไป๋อวี้ชิง จากนั้นนางจึงหยิบผงชนิดหนึ่งจากแขนเสื้อ ทาไปทั่วใบหน้าของสตรีผู้นี้ “ช่วยไม่ได้นะ ในเมื่อเจ้ารนหาที่เอง คิดกลั่นแกล้งใครกันสตรีผู้นั้นเป็นเจ้ารังแกได้หรืออย่างไรกัน ”
เมื่อจัดการจนเสร็จเรีบร้อย นางจึงทิ้งหลักฐานเอาไว้เพียงแค่หน้ากากามนุษย์เท่านั้น เอาไว้ให้ไป๋อวี้ชิงดูต่างหน้า คาดว่าจะหาตัวคนบงการไม่พบเป็นแน่ ยาที่นางใช้ก็เป็นสูตรลับเสียที่ไหน หาได้ง่ายดายยิ่งนักที่ร้านขายสมุนไพร
ผู้บงการเป็นพ่อบ้านตระกูลฟางดูเหมือนเขาจะเป็นหนุ่มใหญ่ รูปร่างกำยำ ใบหน้าคมคายนัก ติดที่ว่าหางคิ้วของเขามีรอยแผลน่าหวาดกลัวไปสักเล็กน้อย พ่อบ้านคนนี้เอ่ยมาขอทำงานที่จวนของตระกูลฟางในช่วงกลางคืนเท่านั้น
เขาให้เหตุผลว่ากลางวันต้องดูแลท่านแม่ที่เจ็บป่วย ออด ๆ แอด ๆ เดินเหินไม่ได้ ยามกลางคืนนางนอนหลับเขาจึงอยากจะหาเงินไปเลี้ยงดูนาง เขาเอ่ยกล่าวอ้างเอาไว้เช่นนั้น เขายืนรอเจ้านายสาวด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น รออยู่นานนางก็ยังไม่กลับเสียที
เขาเดินวนเวียนไปมาหลายต่อหลายครั้งด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น ครู่ใหญ่รถม้ากลางเก่ากลางใหม่ก็เข้ามา เพียงแค่จอดสนิท พ่อบ้านเฟยรีบเร่งฝีเท้าเดินอย่างรวดเร็วเข้าไปหาทันที เขาหยิบบันไดเทียบม้า รอให้อาถงลงมาเสียก่อน แล้วค่อย ๆ ยื่นมือรอรับเจ้านายสาวแสนสวยคนนี้
“คุณหนูเดินทางมาเหนื่อย ๆ ดื่มชาร้อนดีหรือไม่ขอรับ” เขาว่าเมื่อรับมือของนางลงมาแล้ว สีหน้าของเขาดูเป็นห่วงนางจริง ๆ ฟางผิงอันอดไม่ได้ที่จะยิ้มรับ จากนั้นนางจึงได้เอ่ยกับเขาว่า
“พ่อบ้านเฟยทีหลังไม่ต้องออกมายืนรอรับข้าเช่นนี้ อากาศมันหนาว หากเจ้าไม่สบายไปอีกคนแล้วท่านแม่ของเจ้าจะอยู่อย่างไร” ฟางผิงอันกระชับผ้าคลุมกายของนางเข้ามาห่อหุ้มเอาไว้ ดวงตาดูหมองหม่นลงเล็กน้อย
กระนั้นพ่อบ้านหนุ่มผู้นี้จึงเข้าใจเป็นอย่างดี เขายิ้มแฉ่งอวดฟันสวยให้เจ้านาย “โถ คุณหนูอย่าห่วงเลย ข้าแข็งแรงดีตายยากเข้าข้างในเถิดมันหนาวเดี๋ยวคุณหนูจะป่วยขอรับ” พ่อบ้านเฟยเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง แม้ว่าจะเจ็บปวดใจมากมายก็ตามที ที่เห็นสตรีที่เขารักเป็นเช่นนี้
“ข้ารึก็เป็นห่วงเจ้า เจ้ายังจะมาห่วงข้าเช่นนี้อีก” ผิงอันรู้สึกดีเป็นอย่างมากเมื่อได้พูดคุยกับเขา บางครั้งเรื่องที่นางกำลังโศกเศร้า เขาก็ทำให้นางหัวเราะและยิ้มได้ นางเดินทางมาแดนเหนือนี้ ที่จวนก็มีพ่อบ้านที่ชรามากแล้ว ดูแลจึงเห็นว่าจะต้องมีพ่อบ้านมาช่วยเพิ่มอีกสักคน
พ่อบ้านเฟยมาขอทำงานแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยเอาไว้ดูแลมารดาที่เจ็บป่วย นางสงสารจึงได้ยื่นมือช่วยเหลือ กระนั้นความหวังดีของนางส่งท่านหมอไปตรวจอาการก็พบว่า เขาเอ่ยบอกเกรงใจ เกรงใจยิ่งนัก
นางจึงเก็บความหวังดีเอาไว้ หากเขาต้องการความช่วยเหลือนอกจากนี้เขาจะเป็นคนบอกนางเอง และอีกอย่างพ่อบ้านเฟยเป็นคนไว้ใจได้ เขามิได้รักใคร่สตรี เขาบอกว่าเขาชอบบุรุษ ดังนั้นผิงอันจึงไว้วางใจให้เขาเข้าออกห้องของนางได้ตามสบาย
“หากคุณหนูป่วยขึ้นมา ข้าก็จะลำบากนะสิขอรับ” เขาพูดก่อนจะถือวิสาสะยื่นแขนให้คุณหนูจับเดินเข้าไปข้างใน อาถงนึกหมั่นไส้นัก กลับมาที่จวนทีไรนางไม่สำคัญเหมือนถูกทิ้งก็ว่าได้
“อาถง วันนี้เจ้าไปพักเถิด เดี๋ยวข้าจะดูแลคุณหนูเอง” พ่อบ้านเฟยกำชับกับสาวใช้หน้าตาบูดบึ้งมิพอใจเขาเช่นนี้ เหตุใดเขาจะไม่รู้เล่านางกลัวว่าคุณหนูจะไม่รักไม่เอ็นดูนางแล้ว
“พ่อบ้านเฟย หน้าที่ปรนนิบัติคุณหนูเป็นข้า หาใช่ท่านไม่” อาถงเถียงกลับ น้ำเสียงแข็ง ๆ นั่นทำให้ผิงอันหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนของตนเอง มองไปยังทั้งสองกำลังโต้เถียงกันเล็กน้อย
“จะเถียงกันไปทำไม อาถงวันนี้เจ้าก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปพักเถิด ที่เหลือให้พ่อบ้านเฟยดูแลข้าก็พอแล้ว” ผิงอันออกปากห้ามศึกที่จะเกิดขึ้น สองคนนี้ก็มักจะถกเถียงกันอยู่ร่ำไป พ่อบ้านเฟยยิ้มเยาะสาวใช้อย่างอาถงเดินหนีไปอย่างคนหัวเสีย
คนงามล้ำนั่งลงที่เก้าอี้ สีหน้าหมองหม่นบนโศกเศร้าเสียใจผุดขึ้นบนใบหน้างามอีกครั้งหนึ่ง จู่ ๆ ความเข้มแข็งของนางนั้นก็ได้หาย วันนี้ทั้งวันนางแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งมิได้อ่อนแอหรือเอาแต่ใจ เกรงว่าอาถงจะเป็นห่วง
“คุณหนูหากท่านไม่รังเกียจ ขอข้ากอดท่านปลอบใจ ได้หรือไม่ขอรับ” พ่อบ้านเฟยเอ่ยขึ้น
“เอาสิ ข้าต้องการใครสักคนปลอบใจ เหตุใดมีรักย่อมมีทุกข์ด้วยนะ” สิ้นเสียงหม่นหมอง คนตัวโต คุกเข่าลงถอดรองเท้าให้นางเสร็จแล้ว เขานั่งเคียงข้างหญิงงามจากนั้นฟางผิงอันจึงได้ซบเข้าที่ไหล่ของเขา มือหนาหยาบกร้านวัน ๆ เอาแต่จับกระบี่ฝึกซ้อม โอบกอดหญิงอันเป็นที่รักเอาไว้
“คุณหนูท่านแม่ทัพย่อมมีเหตุผล อย่างไรเสียคุณหนูต้องเชื่อมั่นในท่านแม่ทัพนะขอรับ” พ่อบ้านเฟยดวงตาของเขานั้นโศกเศร้า ไม่แพ้สตรีที่เขากำลังโอบกอดลูบแผ่นหลังของนางอย่างอ่อนโยนและเป็นห่วง ยามเห็นนางท้อแท้สิ้นหวัง หัวใจของเขาเจ็บปวดไม่แพ้กัน
ยามเห็นนางหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายราวกับทำนบแตกหัวใจของเขาแทบจะหมดเรี่ยวแรง อยากจะยุติเรื่องทั้งหมดแล้วกลับมาดูแลนางอย่างที่ควรจะเป็น ด้วยภาระหน้าที่เขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้
“ข้าเริ่มท้อแล้ว อยากจะถอนหมั้นเพื่อรักษาหัวใจของตนเอง ข้าไม่อยากเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ ข้าอยากให้เขาจดจำข้าเอาไว้ ว่าข้ารักเขามากเพียงใดแต่ทำไมกัน เขาจึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ พ่อบ้านเฟยข้าเหนื่อยเหลือเกิน ข้าไม่อยากวิ่งตามเขาอีกแล้ว ข้าควรหยุดแล้วจบเรื่องระหว่างข้ากับเขาดีหรือไม่
ตอนพิเศษ โจวกงจู่อภิเษกองค์หญิงโจวซู่หนี่ว์อภิเษกสมรสกับองค์ชายรองฉู่หมิงหาน เป็นที่กล่าวขวัญยิ่งนัก เมื่อสตรีที่อายุมากกว่า กลับพ่ายแพ้ให้กับบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง ที่คอยแวะเวียนมาปั่นป่วนกวนใจ กว่าจะได้อภิเษกสมใจนั้นทำให้องค์ชายฉู่หมิงหานแทบอยากจะร้องไห้วันละหลาย ๆ ครั้งเขาอยากจะรวบหัวรวบหางนางเสีย ทว่ากุนซือสาวผู้นี้มักเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก เขาใช้แผนใดล้วนมิได้ผล ทว่ากลับทำให้นางเข้าใจเขามากขึ้น เมื่อเห็นว่าองค์ชายผู้นี้มิได้มีดีที่ปากเพียงแค่อย่างเดียว ซ้ำยังมีฝีมือเรื่องการรักษา ถึงแม้ไม่ได้เก่งกาจทัดเทียมกับหมอหลวงในวังด้วยจิตใจที่มีเมตตาหนุนนำมุ่งมั่นทำให้องค์ชายรองผู้นี้คว้าพระทัยกงจู่มาครอบครองได้ไม่ยากนัก นั่นคือการช่วยชราผู้หนึ่งที่ดวงตาของเขามืดบอดแทบมองไม่เห็น ฉู่หมิงหานคอยแวะเวียนไปถามไถ่อาการจัดเทียบยาให้ และรักษาเพื่อมิให้ดวงตานั้นอักเสบเจ็บปวดไปมากกว่านี้ชายชราอาการดีขึ้น จากดวงตามืดมัวพอได้เริ่มเห็นแบบเลือนรางก็ดีใจเสียยกใหญ่ เที่ยวพูดโอ้อวดใครต่อใคร มีท่านเซียนโอสถช่วยเหลือ องค์ชายรองถึงกับยิ้มไม่หุบ ชายชราพูดจาหวานรื่นหู ยกยอปอปั้นเป็นเซียนหนุ่มรูปงามทำให้บรรดาสาว ๆ ต
พิเศษ ฉู่กงจู่ ปราบแม่สามีหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยางกลับเมืองหลวงแล้ว จู่ ๆ ฉู่กงจู่ก็บอกกับพี่ชายว่านางอยากจะไปเดินเล่น เช่นนั้นให้นำนางกำนัลทั้งสามกลับไปยังพระตำหนักรับรองในวังหลวง ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น มีหรือพี่ชายจะไม่ปวดหัวกับน้องสาวที่แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจคาดว่านางน่าจะไปข่มเหงรังแกรองแม่ทัพจ้าวอีกแล้วกระมัง พี่ชายอย่างองค์ชายรองฉู่หมิงหานจะทำอันใดได้กัน ผู้ติดตามเดิมทีแฝงตัวอยู่แดนเหนือก็ได้ย้ายตนเองมาติดตามองค์ชายรองเป็นการถาวร และเป็นองครักษ์คนสนิทที่รู้เรื่องราวของแคว้นโจวเป็นอย่างดีอีกด้วยเรื่องราวของรองแม่ทัพจ้าวไม่มีอันใดให้น่าสืบหรือค้นหาความจริง เขาก็เป็นเพียงแค่สามัญชน หากแต่คนที่องค์ชายรองหมายตาอยากรู้เบื้องหลังนั้นคือคุณชายใหญ่ตระกูลฟางต่างหากเล่า เหตุใดกันจึงได้ดูสนิทสนมกับเหล่าแม่ทัพนายกองนักคนผู้นี้รับปากไปไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็กลับมารายงาน ทว่าระหว่างนั้นฉู่กงจู่มิได้กลับมายังตำหนักรับรองในวังหลวง นางกินและนอนพักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลจ้าว ทำให้คนในจวนนั้นอดเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ได้วันแรกที่นางเหยียบเท้าเข้าไปบ้านสามี ก็จัดการกำราบแม่สามีเสียอยู่หมัด นั
ตอนที่ 35 แต่งงาน (จบ) +พิเศษอุ่นเตียงขบวนสินสอดสู่ขอเจ้าสาวยาวเป็นหางว่าวมองจนสุดสายตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมด เสียงดนตรีเซ็งแซ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน เจ้าบ่าวสวมชุดสีแดงสด ด้านหลังมีตราพยัคฆ์คำรามปักอยู่ แสดงถึงตำแหน่งแม่ทัพเกี้ยวเจ้าสาวช่างดูใหญ่โตสมฐานะยิ่งนัก เจ้าบ่าวนั่งอยู่บนม้าตัวใหญ่ ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นยิ้มแย้มอย่างดีใจยิ่ง จะได้กอดคนรักสมใจเสียที ทุกคืนเขามาหานางแต่ก็ได้พบกับความพ่ายแพ้ทุกครั้งไป ใครเล่าจะคิดว่าฟางผิงซานและฟางผิงซวนช่างเป็นคนที่รับมือยากเสียจริงเขาผ่านศึกมาหลายครั้งหลายครา ยังไม่อาจเทียบความเจ้าเล่ห์ของพี่น้องคู่นี้ได้เลย ฟางผิงอันแต่งกายด้วยชุดสีแดงสด สั่งตัดจากห้องอาภรณ์ของวังหลวง โดยมีพระมารดาแผ่นดินพระราชทานช่างมาวัดตัวถึงจวนคหบดีฟางฟางผิงอันแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ผ้าคลุมหน้าก็ถูกคลุมรอเพียงแค่ให้เจ้าบ่าวมารับขึ้นเกี้ยว ข้างกายของนางมีโจวกงจู่และฉู่กงจู่ ทั้งสองอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ งานแต่งของพวกนางจะเกิดขึ้นหลังจากนี้หนึ่งเดือนเท่านั้นและวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่นางจะได้เรียนรู้ไปในตัว สายตาของฟางผิงซานนั้นลอบมองกงจู่ของเขาอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งองค
ตอนที่ 34 ง้อคนช่างยากยิ่งนักรองแม่ทัพจ้าวเกาเหวิน เร่งฝีเท้าเดินไปในที่มืดมิดเขาชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี มุ่งหน้าไปทางที่ลับตาคน ดังนั้นเขาจึงเร้นกายภายใต้ความมืดมิด ไร้แสงสว่างจากโคมไฟ ฉู่หมิงหลันเดินตามไปจู่ ๆ เขาก็หายไป นางหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเสียทีทำให้คนตัวเล็กเริ่มถอดใจ ทรุดกายลงนั่งที่พื้นหญ้าภายใต้ความมืดมิด รองแม่ทัพจ้าวซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ เขาเห็นหญิงสาวก้มหน้างุดร้องไห้สะอึกสะอื้นเขาจึงได้กระโดดลงมา ด้วยความรู้สึกผิดที่คิดแกล้งนางจนร้องไห้คนตัวโตมายืนอยู่เบื้องหน้าของคนที่กอดเข่าสะอื้นไห้จนตัวโยน เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับคนตัวโตสูงใหญ่ สามีของนาง หมิงหลันรีบลุกขึ้นโผเข้าสวมกอดเขาเอาไว้แนบแน่นด้วยความดีใจ ดวงตาที่อาบน้ำตานั้นเปียกชื้นที่เสื้อจนทำให้เขารู้สึกถึงความชุ่ม“พี่ขอโทษนะเด็กดี พี่ไม่แกล้งเจ้าแล้ว” ชายหนุ่มพูดขึ้น ฝ่ามือของเขาเกลี่ยน้ำตาให้หญิงสาว จากนั้นเขาค่อย ๆ บรรจงประกบกลีบปากเข้ากับอีกฝ่ายสอดลิ้นร้ายกาจเข้าไปด้านในความหาน้ำหวานของอีกฝ่ายด้วยใจที่โหยหาและอยากกระสันนักคนตัวเล็กเขย่งปลายเท้า วงแขนเล็ก ๆ สวมกอดเข้าที่ต้นคอของชายหนุ่ม เสียงหวานร้องอื้อ อ้า อยู่ใ
ตอนที่ 33 คิดถึงฉู่หมิงหลัน มองหน้าชายหนุ่มที่ทำหน้าตาเหง้างอ คล้ายดั่งคนกำลังงอน นางจึงได้เดินเข้าไปทักทาย ทว่าอีกฝ่ายกลับเล่นตัวเดินหนีนางหน้าตาเฉย ด้วยความไม่เข้าใจว่านางทำอันใดผิดไปจึงได้ยกมือขึ้นลูบจมูกของนางไปสองสามครั้งมองเห็นแผ่นหลังหนาแกร่งกำยำเดินจากไป หัวใจของนางรู้สึกกระตุกวูบหล่นลงมาที่ข้อเท้า ยามเมื่อเห็นสตรีสมควรตายผู้หนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาจับแขนของสามีนางคนตัวเล็กมิเคยกลัวใครทั้งสิ้น แม้จะต่างแคว้น นางก็หาได้เกรงกลัวใครเสียเมื่อไหร่กัน เท้าเล็ก ๆ รีบก้าวสวบ ๆ ยังกับบุรุษ เร่งฝีเท้าไปจนกระทั่งคว้าแขนของสามีเข้ามากอดแนบแน่น นางกำนัลที่ติดตามก็รีบวิ่งแจ้นตามกงจู่น้อยผู้เอาแต่ใจ“เกาเหวิน! หญิงผู้นี้เป็นใคร! ท่านรู้จักรึ!” คำถามแม้จะดูหาเรื่องอีกฝ่าย ทว่าคนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองยังใบหน้าคมคายที่ดูเหมือนราบเรียบไม่รู้สึกอันใด ยามนั้นยังคร่ำครวญมิให้นางจากไป แต่ดูสิไม่เจอหน้ากันเพียงแค่สองเดือนก็ทำตัวห่างเหิน และยังเย็นชาใส่อีก“แล้วฉู่กงจู่ล่ะพ่ะย่ะค่ะ เป็นอันใดกับกระหม่อม” จ้าวเกาเหวินยียวนอีกฝ่าย น้อยใจนักนางเงียบหายจนเขาเสียใจ พอกลับมาก็ได้รับราชโองการแต่งงานกับกงจู
ตอนที่ 32 งานเลี้ยงงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพหยาง จัดขึ้นใกล้กับสระบัว เป็นสวนขนาดใหญ่อยู่ในวังหลวง มีไท่จื่อ เสด็จเป็นประธานพิธีงานเลี้ยงในวันนี้ ดังนั้นคนที่สำคัญก็ไม่แพ้แม่ทัพหยางและยังมีผู้ติดตามคือท่านรองจ้าว และยังมีกุนซือเถียน ที่น้อยคนนักจะรู้ว่า แท้จริงแล้วกุนซือเถียนก็คือกงจู่แห่งแคว้นวันนี้กุนซือเถียนมิได้แต่งกายเป็นสตรี ยังคงแต่งกายเป็นบุรุษทำให้เหล่าขุนนางหลายคนนั้นดูจะตกใจไม่น้อยและรีบสงบปากเก็บคำอย่างทันทีทันใด เมื่อถูกปลายหางตาจับจ้องไปยังพวกปากสวะ คนเหล่านั้นย่อมรีบหุบปาก มิเช่นนั้นเขาจะถูกกล่าวด่าทอให้อับอายขายหน้าเหล่าขุนนางล้วนรู้ดี ว่ากงจู่ขั้นหนึ่งนั้นเป็นเช่นไร พระทัยโหดเหี้ยมนัก ร้ายกาจไม่เบาอีกทั้งพระพักตร์แย้มยิ้มเมื่อไหร่ ได้ตายกันหลายคนแน่ ยามเมื่อเห็นท่านกุนซือเดินเข้ามา ผู้ที่พูดคุยกันอยู่ต่างก็เงียบปากลงอย่างทันทีทันใดแม่ทัพหยางเข้ามาอีกคน ร่วมด้วยท่านรองจ้าว และยังมีเหล่าครอบครัวขุนนางทั้งหลายอีกด้วยที่ติดตามบิดามาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ สตรีมากมายเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของแม่ทัพแดนเหนือต่างก็อดที่จะโปรยยิ้มส่งไปให้ชายหนุ่มไม่ได้เหล่าสาวงามก็ต้องพบกับความผิด
ตอนที่ 20 ง้อภรรยาชายหนุ่มแปลกหน้า เดินออกมาจากเหลาอาหารด้วยแววตาเป็นประกายนัก เมื่อครู่ให้คนไปสืบมา ได้ใจความว่า ชายคนเมื่อครู่เป็นคู่หมั้นของหญิงงามคนที่เขาหมายปอง และมักจะมีเรื่องราวหึงหวงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง นั่นเพราะแม่ทัพผู้นี้มีสตรีมาพัวพันเขาเห็นกับตาได้ยินกับหู ชายคนนั้นบอกว่าจะแต่งงานก
ตอนที่ 12 เคยรักข้าบ้างหรือไม่ไป๋อวี้ชิงเดินทางกลับมาถึงจวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะเดินเข้าไปข้างในทว่า ท่านแม่ของนางให้สาวใช้มาคอยนางตั้งนานแล้ว อวี้ชิงเห็นสาวใช้ของท่านแม่นางจึงสำรวมกิริยา จ้องเขม็งไปที่สาวใช้ สายตาจิกกัดนั่นบ่งบอกว่าหากคิดปากโป้งได้ถูกลงโทษเป็นแน่สาวใช้ใบหน้าซีดเซียวไป
ตอนที่ 11 สงสัยใช่หรือไม่กลุ่มโจรลักพาตัวหญิงสาวถูกจับกุมจนหมดแล้ว ด้วยฝีมือของท่านรองจ้าวเกาเหวิน หญิงสาวห้าคนต่างดีอกดีใจนักที่จะได้กลับบ้านเสียที พวกนางเดินทางข้ามเขตแดนมานานหลายวัน ย่อมมีอ่อนล้าและอ่อนเพลียเป็นธรรมดาจ้าวเกาเหวินจึงให้พวกนางไปพักที่เรือนรับรองเขตของทางการได้ สตรีเหล่านี้ถูกดูแ
ตอนที่ 10 สตรีปริศนาเหล่าสาวงามถูกช่วยเหลือแล้วส่งพวกนางกลับไปยังดินแดนที่จากมาด้วยรถม้าคันใหญ่ ส่งพวกนางให้ปลอดภัย ทว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งยืนกรานอยากจะขอพบผู้ใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือเป็นชายอัปลักษณ์นั่นเพราะนางสังเกตเห็นพู่สีแดงนั่น แต่ละคนมีห้อยเอาไว้ที่เอวหญิงสาวรายนี้ไม่ละความพยายามดื้อดึงจะขอพบหน







