Se connecterในระหว่างที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวดวงตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นรถกระบะคันสีดำสี่ประตูคุ้นตากำลังแล่นอยู่บนถนนคอนกรีตแล้วเลี้ยวเข้าซอยไป ใบหน้าจิ้มลิ้มจึงหันไปพูดกับคนตัวโตที่นั่งฝั่งตรงข้าม
“พี่ขุนนั่นรถลุงทัพกับน้าขวัญรึเปล่าคะที่เลี้ยวเข้าซอยไปเมื่อกี้”
“ใช่ คงกลับมาจากงานศพน่ะ”
ชะเอมได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ได้ถามอะไรอีก จากนั้นก็กินก๋วยเตี๋ยวต่อกระทั่งอิ่ม เธอจึงเตรียมจะหยิบเงินในกระเป๋าเพื่อที่จะจ่ายค้าก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง ทว่าก็ไม่ทันอีกคนที่วางแบงค์ร้อยลงบนโต๊ะหนึ่งใบเป็นค้าก๋วยเตี๋ยวสองชามเหมือนกับที่เมื่อวานเขาก็เลี้ยงข้าวเธอแบบนี้
“กลับกันเถอะ” พูดจบร่างสูงก็ดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังรถที่จอดอยู่หน้าร้าน คนตัวเล็กเห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินตามไปติดๆ แต่เมื่อเดินมาถึงรถเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้พอดี จึงเอ่ยพูดกับเขาไป
“พี่ขุน เอมเห็นเหมือนร้านข้างๆเป็นร้านขายของ เอมอยากซื้อของหน่อย”
“ก็ซื้อสิ เดี๋ยวพาไป”
สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กก็ยิ้มแป้น จากนั้นก็เดินตามร่างสูงที่เดินนำไปยังร้านค้าข้างๆที่เป็นร้านขายของชำเล็กๆ แต่เปิดมานานหลายปีสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงร้านค้า ด้านหลานสาวเจ้าของร้านที่มีนามว่าทรายอายุยี่สิบสามปี ซึ่งเป็นเลสเบี้ยนที่มีรสนิยมหญิงรักหญิง หน้าตาสระสวยพอตัว อีกทั้งยังสูงหุ่นดีอย่างกับนางแบบ เธอเอ่ยทักทายลูกค้าขาประจำตามปกติ
“อ้าวพี่ขุนวันนี้มาซื้อไหร หรือว่าเอาเบียร์เหมือนเดิมเดี๋ยวทรายไปหยิบมาให้” (อ้าวพี่ขุนวันนี้มาซื้ออะไร หรือว่าเอาเบียร์เหมือนเดิมเดี๋ยวทรายไปหยิบมาให้)
“อือ”
สิ้นเสียงทุ้มของร่างสูงที่เอ่ยตอบอยู่ในลำคอ ทรายก็มองไปยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเขาด้วยสายตาแพรวพราว เห็นสาวสวยน่ารักที่ตรงสเปกไม่ให้มองคงไม่ได้ ทรายจึงเอ่ยถามร่างสูงด้วยความที่อยากรู้จักอีกคน
“แล้วน้องสาวคนนี้ใครหร่าวอยู่น่ารักจัง” (แล้วน้องสาวคนนี้ใครเหรอน่ารักจัง)
เจ้าขุนได้ยินเช่นนั้นก็เลือกที่จะไม่ตอบอะไร แต่หันไปมองคนตัวเล็กข้างๆแล้วเอ่ยพูดกับเธอ
“อยากได้อะไรก็เข้าไปหยิบมา”
“ค่ะ” คนตัวเล็กจึงตอบพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเพื่อเลือกซื้อของที่ตัวเองต้องการและจำเป็นต้องใช้ทุกเดือนเพราะที่มีติดห้องไว้ใกล้จะหมดแล้ว โดยมีสายตาสองคู่มองตามเธอไม่ล่ะ เมื่อพวกเขาเห็นเธอกำลังวุ่นอยู่กับการเลือกของ ด้านทรายจึงหันมาถามเจ้าขุนอีกครั้งเพราะเมื่อครู่ที่ถามไปยังไม่ได้คำตอบเลย
“พี่ขุนตกลงน้องสาวนันกับพี่เป็นไหร่กัน แล้วน้องเคาชื่อไหร่” (พี่ขุนตกลงน้องสาวคนนั้นกับพี่เป็นอะไรกัน แล้วน้องเค้าชื่ออะไร)
“น้องน่ะ ชื่อชะเอม” ร่างสูงตอบออกไปน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดียวกับใบหน้า หากไม่ตอบหรือไม่พูดอะไรเลยอีกฝ่ายก็คงจะถามไม่หยุด
“น้องไอ้ไหร่ พี่ขุนมีเจ้าขาเป็นน้องคนเดียวไม่ช่ายเห้อ” (น้องอะไร พี่ขุนมีเจ้าขาเป็นน้องคนเดียวไม่ใช่เหรอ) ทรายแสร้งถามหยั่งเชิงดูก่อนว่าคนที่ตัวเองหมายตามีเจ้าของแล้วหรือเปล่า อีกอย่างเพราะไม่เคยเห็นเจ้าขุนพาผู้หญิงคนไหนมาซื้อของที่ร้านเลย แม้กระทั่งแม่และน้องสาวก็ไม่เคยเห็นได้นั่งซ้อนท้ายรถเขา แต่วันนี้กลับพาสาวหน้าตาจิ้มลิ้มมา จึงต้องถามให้แน่ใจถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่
ร่างสูงเริ่มจะรำคาญอีกฝ่ายที่เอาแต่ถามไม่หยุด แต่กระนั้นเขาก็เลือกที่จะตอบให้มันจบๆไป
“บอกว่าน้องก็น้อง เป็นลูกสาวเพื่อนแม่ เพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้าน”
โดยหารู้ไม่ว่าบทสนทนาของพวกเขา คนตัวเล็กที่กำลังเลือกของอยู่ในร้านได้ยินทั้งหมด ทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบใจทันทีที่ร่างสูงตอบคนอื่นไปว่าเธอเป็นน้อง เธอไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดกับคำตอบของเขา แค่รู้สึกว่ามันไม่ถูกใจเธอและไม่ชอบเอามากๆ
“ออจำได้แล้ว แลกวาแม่ทรายหลบมาจากรดน้ำศพลุงเพิ่มที่วัดเห็นแม่แหลงว่าน้าขวัญเอาลูกของเพื่อนน้าขวัญมาอยู่ที่บ้านด้วย คือน้องคนนี้เนาะ” (อ๋อจำได้แล้ว เมื่อวานแม่ทรายกลับมาจากรดน้ำศพลุงเพิ่มที่วัดเห็นแม่บอกว่าน้าขวัญเอาลูกของเพื่อนน้าขวัญมาอยู่ที่บ้านด้วย คือน้องคนนี้เหรอ)
“อือ” เจ้าขุนจึงเอ่ยตอบในลำคอ ขณะเดียวกันทรายก็นึกขึ้นได้ว่าต้องไปหยิบเบียร์ให้เขา เธอจึงใช้โอกาสนี้เข้าใกล้คนตัวเล็ก
“เออ ลืมเลยเดี๋ยวทรายไปหยิบเบียร์มาให้ พี่ขุนรอแป็บนะ” (เออ ลืมเลยเดี๋ยวทรายไปหยิบเบียร์มาให้ พี่ขุนรอแป็บนะ) พูดจบทรายก็รีบเดินไปหยิบเบียร์ที่แช่อยู่ในตู้แช่เครื่องดื่มมาหนึ่งขวด จากนั้นจึงเดินไปหาเป้าหมายที่ยังคงยืนเลือกของอยู่
“ปกติน้องเอมใช้แบบไหนเหรอคะเดี๋ยวพี่ช่วยหา” พอพูดกับสาวที่ชอบ ทรายดันดัดจริตพูดกลางขึ้นมาเสียอย่างนั้น ราวกับกลัวว่าอีกคนจะไม่เข้าใจถ้าตัวเองพูดใต้ ทั้งที่ชะเอมก็เป็นคนใต้แต่เธอแค่เกิดในตัวเมืองและโตในเมืองก็เลยพูดกลางอย่างคนเมือง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่ในตัวเมืองของจังหวัดมักจะใช้ภาษากลางในการสื่อสาร ส่วนน้อยที่จะพูดภาษาถิ่นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี
ด้านชะเอมเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกกันอย่างสนิทสนมทั้งที่ไม่ได้รู้จัก เป็นแค่คนที่เพิ่งพบเจอกันเมื่อกี้เท่านั้น เธอจึงหันไปมองอีกฝ่ายนิ่งๆ แต่ก็เลือกตอบออกไปตามปกติ
“ใช้แบบเย็นค่ะ”
“บังเอิญจังใช้แบบเดียวกับพี่เลย แต่มันอยู่อีกฝั่งนึงเดี๋ยวพี่ไปหยิบมาให้นะ” ทั้งที่ใช้คนละแบบแต่ทรายก็แสร้งพูดออกไปแบบนั้นเพราะแค่อยากจะหาเรื่องคุยกับคนตัวเล็ก จากนั้นทรายก็เดินไปยังชั้นวางของอีกฝั่ง เมื่อได้ผ้าอนามัยในแบบที่ต้องการก็เดินกลับไปหาอีกคนแล้วยื่นผ้าอนามัยในมือให้เธอด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
“นี่ค่ะ แบบนี้ใช่มั้ยที่น้องเอมใช้อยู่”
“ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ชะเอมเอ่ยขอบคุณไปตามมารยาท แม้จะรู้สึกแปลกๆกับสายตาที่อีกฝ่ายมองมาอย่างบอกไม่ถูก แต่กระนั้นก็ไม่อยากคิดอะไรมาก
จากนั้นสองสาวต่างสไตล์ก็พากันเดินออกไปยังเคาน์เตอร์หน้าร้านที่มีร่างสูงยืนมองพวกเธออยู่ตั้งแต่แรก เขาจึงได้ยินและเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ทั้งหมด ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าทรายคิดอะไรกับคนตัวเล็ก
“เท่าไหร่คะ” เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมกับล้วงหยิบเงินในกระเป๋าของตัวเองจำนวนหนึ่งขึ้นมาเตรียมรอจ่าย
“รวมเบียร์ของพี่ขุนด้วยทั้งหมดก็ร้อยยี่สิบบาทค่ะ”
“นี่ค่ะ” คนตัวเล็กยื่นเงินตามจำนวนให้ทราย พร้อมๆกับที่ร่างสูงควักเงินของตัวเองยื่นให้ทรายเป็นจำนวนแบงค์ร้อยสองใบ แต่ตอนนี้คนตัวเล็กกลับรู้สึกไม่อยากใช้เงินของเขาแล้ว เธอจึงคิดจะปฏิเสธเงินเขา ทว่าก็ได้ยินทรายพูดขึ้นเสียก่อน
“ไม่เป็นไรของน้องเอมพี่ไม่คิดเงินค่ะ”
“ได้ไงคะของซื้อของขาย”
ขณะนั้นเอง...
“ไม่ต้องทอน” ร่างสูงพูดแทรกขึ้นพร้อมกับวางแบงค์ร้อยสองใบลงบนโต๊ะเคาน์เตอร์ ก่อนจะคว้าแขนของคนตัวเล็กแล้วรีบพาเธอเดินออกจากร้านกลับไปที่รถอย่างไว จนคนตัวเล็กที่ขาสั้นกว่าเดินตามไม่ทันเขา เธอจึงพูดประท้วงขึ้นมา
“พี่ขุนช้าหน่อยจะรีบไปไหนเนี่ยเอมเดินตามไม่ทันแล้วนะ”
ร่างสูงจึงได้สติ ก่อนจะหยุดชะงักเท้าอยู่กับที่แล้วหันไปมองคนตัวเล็กนิ่งๆครู่หนึ่ง โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา จากนั้นจึงเดินต่อไปยังรถที่จอดอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ทำเอาคนตัวเล็กมองตามด้วยความงุนงงกับการกระทำของเขา
“อะไรของเค้าเนี่ย กินยาไม่เขย่าขวดหรือไง” จากที่ไม่พอใจเขาอยู่แล้วก็ยิ่งไม่พอใจเข้าไปอีก และเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าอีกคนนั้นเป็นอะไร เธอจึงเลือกไม่สนใจ แล้วเดินตามเขาไปที่รถเพื่อพากันกลับบ้าน
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







