LOGINบรรยากาศบนโต๊ะอาหารในค่ำคืนนั้นเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ใบหน้าของอติเทพและรจนาแสดงออกถึงความสุขที่ได้อยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกอีกครั้ง
หลังจากที่อติเทพกับลูกชายมีความเห็นไม่ลงรอยกันจนเป็นเหตุให้อติรุจย้ายออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ รวมถึงย้ายไปเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐ แทนที่จะช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาลของครอบครัวตัวเอง
ในวันนั้นทรรศิกาสามารถสัมผัสได้ถึงความสุขและสายใยรักของครอบครัวนี้
ด้วยความร้อนใจอัญชิสาถึงกับโทร.ไปถามข่าวคราวเรื่องของอติรุจจากรจนาภายในค่ำคืนนั้น แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับเธอไม่น้อย
อัญชิสาวางสายไปด้วยความหงุดหงิด คำตอบมารดาของชายหนุ่มที่เธอรักยังคงดังก้องอยู่ในหัว
“ลุงกับป้าคุยกันหลังจากที่เราเรียกรุจมาถามเรื่องนี้ เรามีความเห็นตรงกันว่าเราจะให้นายรุจเป็นคนตัดสินใจเอง และก็จะเคารพการตัดสินใจของเขาจ้ะหนูอัญ หวังว่าหนูจะยินดีกับความสุขของพี่รุจนะจ๊ะ”
“บ้าจริงลงทุนทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่สำเร็จอีก” แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
เมื่ออัญชิสาเห็นว่าการพูดยุยงบิดามารดาของอติรุจ เพื่อให้ท่านทั้งสองจัดการกำจัดเสี้ยนหนามตำใจของเธอออกไปให้พ้นทางไม่เป็นผลสำเร็จ เธอจึงตัดสินใจที่จะใช้แผนสอง
“อย่าหวังว่าจะได้เสวยสุขบนความทุกข์ของฉัน ไม่มีทางซะล่ะนังเทย่า”
แววตาของอัญชิสาฉายแววอาฆาตมาดร้าย ความผิดหวังในความรักทำให้หญิงสาวตัดสินใจทำในสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์
สองวันต่อมาทรรศิกานำยาความดันไปให้ยายของแก้วที่บ้าน เพราะแก้วดันลืมหยิบยาติดมือกลับบ้านไปด้วย
ความเป็นห่วงสุขภาพยายของแก้วทำให้ทรรศิกาต้องนำยาดังกล่าวไปให้ยายของแก้วด้วยตัวเอง ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินทางกลับบ้านได้มีชายฉกรรจ์สองคนมายืนดักหน้าเธอไว้ ด้วยความตกใจและความกลัวทำให้เธอถอยหลังกลับไปอีกทางแต่ก็มีชายหน้าเหี้ยมอีกคนยืนดักไว้เช่นกัน
“จะรีบไปไหนจ๊ะน้องสาว”
“พวกแกเป็นใคร หลีกทางไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนไม่สนใจคำพูดของเธอ พวกมันตรงเข้ามาฉุดกระชากลากตัวเธอไปยังจุดที่ลับตาคน ทรรศิกาพยายามสลัดให้หลุดจากการเกาะกุมจนเป็นผลสำเร็จแล้วก็รีบวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต แต่พวกมันก็วิ่งตามมาทันและตรงเข้ามาจับตัวเธอไว้ได้อีกครั้ง
“ฤทธิ์มากนักนะ”
“พวกแกจะทำอะไร” ทรรศิกาตวาดใส่พวกมันพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางหนีทีไล่
“เดี๋ยวก็รู้” จากนั้นชิตก็หันไปสั่งลูกน้องทั้งสองที่ฉุดแขนของหญิงสาวไว้คนละข้าง
“เฮ้ย! ลากตัวไป”
“พวกแกจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้ปล่อย”
“ใครเชื่อคำพูดของแกก็โง่เต็มที”
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันที” หญิงสาวตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ถูกพวกมันฉุดกระชากลากถูไปตรงจุดที่ลับตาคนอีกครั้ง
ทรรศิกาพยายามดิ้นรนเท่าที่แรงของเธอจะทำได้แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะพวกมันจับแขนเธอไว้แน่นราวกับปลิง สะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด เธอยังคงตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ชิตต่อยที่ท้องของทรรศิกาอย่างแรงเพราะความรำคาญเสียงร้องนั้น มีผลทำให้ทรรศิกาเจ็บและจุกจนทรุดตัวลงไปกองอยู่ที่พื้น ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาเธอ
“ต้องให้เจ็บตัวก่อนใช่ไหมถึงจะสิ้นฤทธิ์”
“พวกแกจะทำอะไรฉัน”
“ก็สั่งสอนแกไง”
“ใครส่งพวกแกมา”
“ไม่จำเป็นต้องรู้” ชิตพูดพร้อมกับดึงมีดสั้นที่เตรียมมาออกจากฝัก พร้อมกับเดินย่างสามขุมตรงเข้าหาทรรศิกา แววตาของมันฉายแววเหี้ยมโหด
ทรรศิการ้องไห้ออกมาด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ ในชีวิตของเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์ไหนที่เลวร้ายเท่ากับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก่อน เธอพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะเอาชีวิตรอด แต่ติดตรงที่ถูกจับแขนไว้อย่างแน่นหนา ชิตใช้มีดในมือแทงที่ท้องของทรรศิกาอย่างแรง
ทันใดนั้นเองก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับแล่นผ่านมาพอดี “เฮ้ย! พวกมึงทำอะไรกัน”
ชิตชักมีดออกมาพร้อมกับส่งสัญญาณให้ลูกน้องวิ่งหนี ตอนแรกอ๊อดกับกี้คิดจะวิ่งตามไป แต่เมื่อหันมาเห็นเหยื่อที่ถูกทำร้ายก็เปลี่ยนใจ และเลือกที่จะตรงเข้าไปช่วยเหลือเธอ
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” อ๊อดเอ่ยถาม
แต่เมื่อเห็นว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคือใคร ก็รีบตรงเข้าไปประคองตัวเธอไว้ เลือดไหลจากบาดแผลไม่หยุด
“เกิดอะไรขึ้นหรือพี่เทย่า ทำไมพวกมันถึงทำร้ายพี่ รู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร” กี้ยิงคำถามเป็นชุด
ทรรศิกาส่ายหัวแทนคำตอบจากนั้นก็หมดสติไป
“เราควรทำไงดีพี่อ๊อด เลือดของพี่เทย่าไหลออกมามากจนน่ากลัว”
“โทร.แจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือสิวะไอ้กี้”
ลูกน้องคนสนิททำตามคำสั่งของลูกพี่ หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึง ในขณะที่พวกเขากำลังจะนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล โทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้น อ๊อดตัดสินใจเปิดกระเป๋าและรับโทรศัพท์สายนั้น
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับพี่รุจ” อ๊อดบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรนเมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใคร
“มีปัญหาอะไรหรืออ๊อด แล้วเทย่าไปไหน ทำไมถึงไม่มารับโทรศัพท์”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


