Masukตอนแรกเธอยังคงเชื่อว่าที่คุณย่าทำมาทั้งหมดนั้น ก็เพื่อขู่ให้เธอกลัวและปรับปรุงตัวเอง แต่จากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ทรรศิกามั่นใจว่ามันคือการส่งสัญญาณจากคุณย่าว่าครั้งนี้ท่านเอาจริง และถ้าเธอยังไม่ยอมปรับปรุงตัวให้คุณย่าพอใจได้ละก็ อาจมีสิทธิ์ที่จะถูกตัดออกจากกองมรดกจริงๆ
“เฮ้อ!!” หลานสาวคุณหญิงถอนหายใจอย่างคนหมดแรง ก่อนจะบอกกับตัวเองว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง
“เมื่อท้องอิ่มความคิดดี ๆ ก็จะตามมาเอง”
จากนั้นจึงลงมือรับประทานอาหารมื้อเช้าไปพร้อมกับการใช้สมาร์ทโฟนส่งอีเมลไปหาคุณย่า ตัดพ้อที่ท่านทำเหมือนทอดทิ้งหลานสาวเพียงคนเดียวของท่าน ให้เผชิญกับชะตากรรมแต่เพียงลำพัง โดยไม่สนใจว่าเธอจะตกระกำลำบากหรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร หลังจากทานมื้อเช้าและส่งอีเมลหาคุณย่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรรศิกาก็นั่งจ้องรายชื่อในโทรศัพท์มือถือของตนเอง และก็ใช้ความคิดว่าควรจะขอความช่วยเหลือจากใครดี
ชื่อแรกที่แวบเข้ามาในสมองเธอคือรองประธานบริษัทสตาร์ไดมอนด์ มือไวเท่าความคิดหญิงสาวรีบกดโทรศัพท์หาลุงสุทินทันที รออยู่ชั่วอึดใจหนึ่งก็ได้ยินเสียงทางโน้นทักทายมาตามสาย
“ว่าไงเทย่า ทำไมวันนี้ถึงโทร.หาลุงได้”
ทรรศิกาไม่เสียเวลาอ้อมค้อมและพูดเข้าประเด็น “ทางโรงแรมบอกกับเทย่าว่าสตาร์ไดมอนด์ปฏิเสธที่จะจ่ายบิลค่าที่พักของเทย่า”
“ใช่แล้วเทย่า ท่านประธานมีคำสั่งลงมาว่าในช่วงสามเดือนนับจากนี้ ห้ามมิให้สตาร์ไดมอนด์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ของทรรศิกา เขมะสิริกุลเป็นอันขาด”
ทรรศิกาเม้มปากเมื่อได้ยินคำชี้แจงของลุงสุทิน เธอคาดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องได้ยินคำพูดทำนองนี้ แต่ความคาดหมายกับการได้รับรู้ความจริงมันให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การได้รับรู้ว่าคุณย่าไม่สนใจไยดีในตัวเธอเหมือนก่อน ได้ทำลายความเชื่อมั่นที่มีมาช้านานว่า คุณย่าไม่มีทางที่จะทอดทิ้งหลานสาวเพียงคนเดียวที่ท่านทั้งรักและทะนุถนอมมาโดยตลอดได้ ไม่ว่าเธอจะสร้างปัญหาหรือทำตัวแย่แค่ไหนก็ตาม แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น แ
ละคงต้องพักเรื่องของคุณย่าไว้ก่อน เพราะมีปัญหาใหญ่ที่เธอยังแก้ไม่ตก และต้องการความช่วยเหลือจากใครบางคน ทรรศิกาเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากรองประธานบริษัทสตาร์ไดมอนด์ที่เธอนับถือเสมือนญาติ
“เทย่ามีเรื่องจะรบกวนลุงทินค่ะ”
“มีอะไรจะให้ลุงช่วยก็ว่ามา”
“ลุงทินช่วยจ่ายค่าโรงแรมให้เทย่าก่อนได้ไหมคะ แล้วเทย่าจะหาเงินมาใช้คืนลุงทินทีหลัง”
“ถ้าเป็นเรื่องนี้คงจะไม่ได้หรอกเทย่า เพราะคุณหญิงอีเมลมาสั่งกำชับว่าห้ามให้ความช่วยเหลือใด ๆ กับเทย่าโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นมันจะมีผลต่อตำแหน่งหน้าที่การงานของลุง และอาจโดนพักงานยาว เข้าใจลุงหน่อยนะเทย่า”
“ลุงทินก็อย่าบอกเรื่องนี้ให้คุณย่าทราบสิคะ เก็บไว้เป็นความลับระหว่างเราสองคน นะคะลุงทิน ช่วยเทย่าหน่อยนะคะ”
ทรรศิกาลงทุนพูดจาออดอ้อนอ่อนหวาน เหมือนที่เคยใช้ได้ผลกับคุณย่ามาแล้ว และคิดว่าครั้งนี้มันก็น่าจะได้ผล สุทินก็เกือบจะใจอ่อนไปเหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณหญิงทิพย์มณีที่ต้องการจะดัดนิสัยหลานสาวของตนเอง ทำให้เขาต้องจำใจปฏิเสธ แม้จะรู้สึกสงสารทรรศิกาแต่ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้
เรียนผูกก็ควรจะต้องเรียนแก้ด้วยตัวเอง
“ลุงโกหกคุณหญิงไม่ได้หรอก ให้ลุงช่วยอย่างอื่นแทนก็แล้วกันนะเทย่า”
คำตอบที่ทรรศิกาได้รับกลับมานั้นทำให้เธอใจแป้วลงไปทันที
“ไม่เป็นไรค่ะลุงทิน เทย่าจะหาวิธีแก้ปัญหานี้เอง”
ทรรศิกาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงผิดหวังจากนั้นก็วางสายไป พร้อมกับคิดว่าจะโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากใครเป็นรายต่อไปดี สุดท้ายตัดสินใจโทร.หาทนายสุชาติ เพื่อขอยืมเงินสองแสนมาจ่ายค่าที่พัก แต่ก็ไม่มีใครช่วยเหลือเธอได้สักคน แถมคำตอบที่ได้รับกลับมานั้นก็ไม่แตกต่างจากคำตอบของท่านรองประธานบริษัทสตาร์ไดมอนด์ ที่เพิ่มมาก็คือคำแนะนำที่ว่า
“ถ้าคุณเทย่ามีข้อข้องใจอะไรก็ลองส่งอีเมลไปหาคุณหญิงสิครับ”
“ส่งไปเป็นร้อยเมลแล้วคุณสุชาติ แต่คุณย่าก็ไม่เคยตอบอะไรกลับมาเลยสักครั้ง”
“อันนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหญิงครับ คงไม่มีใครไปบังคับท่านได้”
“ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงใจร้ายกับฉันแบบนี้” ทรรศิกาตัดพ้อทิ้งท้ายก่อนจะวางสาย
จากนั้นก็เดินกลับไปกลับมาอยู่ภายในห้องพัก คิดจนหัวจะแตกก็ยังหาทางออกไม่ได้ หรือจะให้โทร.ไปยืมเงินจากพวกกลุ่มเพื่อนไฮโซ ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ได้เด็ดขาด ขืนทำแบบนั้นคงเอาเรื่องของเราไปเมาท์กันไม่เลิกแน่”
“กลุ้มโว้ย!! จะแก้ปัญหานี้ยังไงดี”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







