Masuk“ฉวยโอกาสยังไง!!”
“ก็ฉวยโอกาสลวนลาม...” ทรรศิกาตอบพร้อมกับยืนโอนเอนไปมา สุดท้ายก็โน้มไปที่ตัวเขาและเมาพับหลับไปในที่สุด
“เฮ้ย!! อย่ามามั่วนิ่มนะคุณ”
จู่ ๆ เสียงของแม่ตัวยุ่งก็หายเงียบไป ร่างบางซุกซบอยู่ที่อกของเขา อติรุจก้มลงมองและเกือบจะผลักแม่ตัวยุ่งออก แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายเมาพับหลับคาอกก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“เฮ้อ!! หลับไปซะละ”
ไอ้ครั้นจะทิ้งเธอไว้คนเดียวก็เกรงว่าจะมีอันตราย ก็เลยจำใจต้องประคองหญิงสาวเจ้าปัญหาเดินกลับไปที่รถของตนเอง กะว่าเมื่อเธอรู้สึกตัวก็จะขับรถไปส่ง เพราะขืนปล่อยให้กลับเองในสภาพแบบนี้ก็อาจจะไม่ปลอดภัย อติรุจไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนแอบถ่ายภาพ ในขณะที่เขาประคองร่างบางของหญิงสาวในสภาพเมามายเดินตรงมาที่รถ
เขานั่งอยู่ในรถเพื่อรอเวลาให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน ระหว่างที่รอเขาได้โทร.เข้ามือถือเพื่อนเพื่อขอยกเลิกนัด และนั่งรออยู่อีกครู่ใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าเธอจะฟื้นคืนสติ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินไปซื้อกาแฟและน้ำดื่มที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น
ช่วงจังหวะนั้นเองทรรศิการู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมึนงง แต่ก็ยังจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เธอเหลียวมองรอบตัวก่อนจะลงจากรถและเดินโซซัดโซเซไปเรียกรถแท็กซี่ให้ขับไปส่งเธอที่โรงแรม เมื่ออติรุจย้อนกลับมาที่รถ เขาไม่พบหญิงสาวเจ้าปัญหา ก็เดาว่าอีกฝ่ายคงจะรู้สึกตัวและหาทางกลับบ้านด้วยตัวเอง เขาจึงขับรถกลับบ้าน
เสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องพักในเช้าวันต่อมาได้ปลุกทรรศิกาให้รู้สึกตัวตื่น พร้อมด้วยอาการมึนหัวอย่างรุนแรง
อันเนื่องมาจากการดื่มไวน์ในปริมาณที่มากเกินขนาดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เธอก้าวลงจากเตียงและหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง
“อาหารเช้าค่ะ”
บัตเลอร์หัวหน้าหน่วยบริการนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้ทรรศิกาที่ห้องพัก ซึ่งถือเป็นการบริการพิเศษสำหรับลูกค้าระดับซูเปอร์วีไอพีของโรงแรม หญิงสาวเปิดทางให้บัตเลอร์นำอาหารเข้ามาในห้อง พนักงานที่นี่โดยส่วนใหญ่จะรู้กิตติศัพท์ในความมากเรื่องของทรรศิกาเป็นอย่างดี ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบและเป็นไปตามที่เธอต้องการ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการชงชา
น้ำชาต้องเป็นชาเขียวคัดพิเศษจากญี่ปุ่นเท่านั้น และต้องเป็นใบชายี่ห้อที่เธอโปรดปราน อุณหภูมิของน้ำที่จะนำมาชงชาก็ต้องเป็นอุณหภูมิที่เธอกำหนดไว้จะขาดหรือเกินไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นก็ต้องไปทำมาใหม่จนกว่าเธอจะพอใจ และมีความเยอะอื่น ๆ อีกมากมายที่สาธยายเท่าไรก็ไม่หมด
สำหรับทรรศิกาไม่ทำอะไรที่ธรรมดา ระดับเธอต้องแตกต่าง ทุกอย่างต้องพิเศษสุด ๆ เท่านั้น จ่ายแพงไม่ว่าแต่ต้องได้รับการบริการที่ดีเลิศเหนือกว่าคนอื่น
เมื่อบัตเลอร์จัดโต๊ะอาหารเช้าเสร็จก็ยื่นเอกสารบางอย่างให้กับเธอ “บิลค่าใช้จ่ายค่ะ”
ทรรศิกาปรายตามองก่อนจะหันกลับมาสำรวจอาหารเช้าตรงหน้า
“เอามาให้ฉันทำไม ส่งไปเรียกเก็บกับสตาร์ไดมอนด์สิ ทุกครั้งที่ผ่านมาก็ทำแบบนั้นไม่ใช่หรือ แล้วครั้งนี้มีปัญหาอะไร”
“ฝ่ายบัญชีของเราแจ้งมาว่าบริษัทสตาร์ไดมอนด์ปฏิเสธการจ่ายบิลนี้ค่ะ”
แววตาของทรรศิกาวาวโรจน์ เมื่อตวัดสายตากลับไปมองพนักงานคนดังกล่าว พร้อมถามด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
“ใครกล้าปฏิเสธการจ่ายบิลของทรรศิกา”
“ทางโน้นแจ้งว่าท่านประธานบริษัทมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายบิลส่วนตัวของคุณทรรศิกาค่ะ”
คำตอบของพนักงานทำให้อาการมึนงงจากอาการเมาค้างของทรรศิกามลายหายไปจนหมดสิ้น สติของเธอเริ่มฟื้นคืนมา
“เป็นคำสั่งของคุณย่า!!” เธอเผลออุทานเสียงสูง
ใบหน้างามซีดเผือดไปชั่วขณะก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ทิ้งเอกสารไว้ละกัน เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง”
พนักงานทำตามคำสั่งเธอจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
ทรรศิกาหยิบบิลขึ้นมาดูจำนวนเงินที่ต้องจ่าย
“สองวัน...สองแสนบาท”
ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติจำนวนเงินแค่นี้ถือเป็นเงินเล็กน้อยมากสำหรับหลานสาวคุณหญิงทิพย์มณี แต่ตอนนี้บัญชีและบัตรเครดิตของเธอถูกระงับหมด จึงนับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่พอควรสำหรับเธอในเวลานี้ และคงต้องเร่งคิดหาวิธีแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน หญิงสาวเลือกที่จะครุ่นคิดหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของตัวเองไปพร้อมกับการนอนแช่น้ำอุ่น
ทรรศิกาเกิดความน้อยใจที่คุณย่าไม่รักเธอเหมือนเคย และทำราวกับว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างย่าหลานลงได้อย่างง่ายดาย ดูได้จากการกระทำของคุณย่าในระยะหลัง ๆ ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้คุณย่าไม่เคยขัดใจเธอเลยสักครั้ง ท่านรักและตามใจเธอมาโดยตลอดไม่ว่าเธอจะทำผิดมากน้อยแค่ไหน คุณย่าก็มักจะให้อภัยกับความผิดที่เธอก่อไว้เสมอ แต่มาในระยะหลัง ๆ นั้นแตกต่าง
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







