Masukเมื่อทรรศิกาคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายเพื่อรักษาหน้าของตัวเองก็เลยคิดที่จะขอความช่วยเหลือจากนับดาว เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ทั้งที่ไม่อยากทำแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น จึงได้ตัดสินใจโทร.หานับดาว รอสายอยู่นานจนเกือบถอดใจวางสาย แต่ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสายดังแทรกขึ้นมาก่อน
“หวัดดีจ้ะเทย่า”
ทรรศิกาไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรได้แต่ทักทายกลับไป “ไฮ!! สบายดีหรือดาว”
น้ำเสียงของทรรศิกาฟังดูแปลกไปจนนับดาวต้องเอ่ยถาม
“สบายดี ว่าแต่เทย่าคงไม่ได้โทร.มาเพื่อจะถามทุกข์สุขของดาวเพียงอย่างเดียวหรอกใช่ไหม”
หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกกับเพื่อนรักอย่างไรดี
“ทำไมถอนหายใจแบบนั้นล่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“ปัญหาใหญ่เลยละดาว”
นับดาวหัวเราะก่อนจะเอ่ย “ดาวไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่ได้ยินคุณหนูเทย่าพูดว่ามีปัญหา”
“ครั้งนี้เทย่ามีปัญหาจริง ๆ”
ทรรศิกายืนยันคำตอบเดิมอีกครั้ง สีหน้าของเธอจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ว่าเพื่อนรักจะไม่มีโอกาสได้เห็นก็ตาม
“ ไม่น่าเชื่อเลยว่าทรรศิกา เขมะสิริกุลก็มีปัญหากับเขาเป็นเหมือนกัน”
“ทำไมคนอย่างเทย่ามีปัญหาไม่ได้หรือไง ขอบอกว่ามันเป็นปัญหาหนักอกเลยล่ะ”
“ไหนเล่าให้ดาวฟังซิว่าเทย่ามีปัญหาอะไร”
ทรรศิกาถ่ายทอดเรื่องราวให้เพื่อนรักฟังว่า เธอถูกคุณย่าระงับบัตรเครดิตและเงินในบัญชีทั้งหมดของเธอ กุญแจรถสปอร์ตคู่ใจก็ถูกคุณย่ายึดคืนไป
แถมคุณย่ายังบอกให้เธอหาเงินใช้เอง รวมถึงถ่ายทอดคำพูดที่เธอได้ยินจากปากของทนายสุชาติให้นับดาวฟังอย่างละเอียดยิบ ชนิดไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“ตอนแรกเทย่าก็นึกว่าคุณย่าพูดขู่ไปอย่างนั้นเอง ใครจะคาดคิดว่าครั้งนี้คุณย่าจะพูดจริงทำจริง” ทรรศิกาหน้างอทันตาเห็นเมื่อพูดประโยคหลัง
นับดาวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขบขันคำพูดโอดโอยของเพื่อน
“ดาวขำอะไร เทย่าซีเรียสอยู่นะ”
“ตกลงที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดนี่คือเรื่องจริงหรือ”
“ก็จริงนะสิ” ทรรศิกายืนยันกลับไปด้วยน้ำเสียงสูง
“แปลกนะทำไมจู่ๆ คุณหญิงย่าถึงได้ลุกขึ้นมาทำแบบนี้”
“ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะข่าวของเทย่าในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อวันก่อนนั่นละดาว”
“แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ...ที่เทย่าเป็นข่าวครึกโครมขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ”
“ขอบใจนะดาวที่ช่วยพูดตอกย้ำ”
“ดาวแค่พูดความจริง”
“เฮ้อ! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมคุณย่าถึงทำแบบนี้”
“ดาวว่าคุณย่าคงต้องการจะดัดนิสัยเทย่า”
“ดัดนิสัย!” ทรรศิกาพูดด้วยน้ำเสียงสูง
“เทย่าบอกเองไม่ใช่หรือว่าคุณย่าให้เวลาสามเดือน ในการที่จะพิสูจน์ตัวเองให้คุณย่าเห็น”
“ใช่ แต่พักเรื่องของคุณย่าไว้ก่อน ตอนนี้เทย่ามีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือจากดาวอย่างเร่งด่วน”
“จะให้ดาวช่วยอะไรก็บอกมาสิ”
ทรรศิกาเล่าให้นับดาวฟังถึงสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ พร้อมกับเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
“แล้วเทย่ายังต้องการเงินอีกเท่าไร”
“สองแสน”
นับดาวถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่เพื่อนต้องการ สองแสนอาจจะดูเป็นแค่เศษเงินสำหรับทรรศิกา แต่มันถือเป็นเงินจำนวนไม่น้อยสำหรับเธอ
“ขอโทษนะดาว ที่เทย่าต้องเอ่ยปากเรื่องนี้กับดาว เพราะเทย่ามองไม่เห็นทางเลือกอื่น ดาวพอจะช่วยเหลือเทย่าได้ไหม ไว้เทย่าเคลียร์กับคุณย่าได้เมื่อไรจะรีบนำเงินมาคืนให้ดาวทันที”
การที่ทรรศิกาเอ่ยปากนั่นหมายความว่าเพื่อนกำลังเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือจากเธอจริง ๆ หาไม่แล้วผู้หญิงที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีอย่างทรรศิกา คงจะไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเธอ และมันทำให้นับดาวปฏิเสธเพื่อนไม่ลง
“ได้สิ...เดี๋ยวดาวจะไปถอนเงินที่ธนาคาร แล้วจะไปหาเทย่าที่โรงแรม”
คำตอบของเพื่อนรักราวกับเสียงสวรรค์ ทรรศิกายิ้มออกมาอย่างโล่งอก ที่สามารถขจัดปัญหาเฉพาะหน้าของตนเองออกไปได้
“ขอบใจมากนะดาว เทย่าจะไม่ลืมความช่วยเหลือของดาวในครั้งนี้”
“ไม่เป็นไร แค่นี้ก่อนนะเทย่า ดาวจะรีบไปจัดการเรื่องเงินให้ แล้วเจอกัน”
“เทย่าจะรอที่ห้องพักนะ” จากนั้นทั้งคู่ก็วางสายไป
ทรรศิการู้สึกราวกับว่าได้ยกภูเขาออกจากอก จากนั้นก็ลงมือเก็บข้าวของเพราะคงต้องหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าจะไปพักอยู่ที่ไหน ไว้ค่อยปรึกษานับดาวดูอีกที เผื่อว่าเพื่อนรักจะมีคำแนะนำดี ๆ ให้กับเธอ กว่าที่นับดาวจะมาถึงห้องพักของทรรศิกาก็กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง
“นั่งก่อนสิดาว จะดื่มอะไรไหม”
นับดาวส่ายหน้าแทนคำปฏิเสธ “นี่เงินสองแสนที่เทย่าต้องการ”
ทรรศิกาหยิบซองเงินที่เพื่อนยื่นส่งมาให้ “ขอบใจมากนะดาว เทย่าจะรีบหาเงินมาคืนให้ดาวโดยเร็วที่สุด”
“อืม!! ว่าแต่เทย่าจะพักอยู่ที่นี่ต่อหรือ”
“ไม่หรอก เทย่าคงต้องหาที่อยู่ใหม่ แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปพักอยู่ที่ไหน”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







