Masukอติรุจยังคงตรวจคนไข้ที่มารอรับการรักษาจากเขาจนครบ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสายตาแปลกๆ จากคนไข้เหล่านั้น พวกเขาอยากจะรู้ว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น เขาลวนลามคนไข้เหมือนที่ผู้หญิงคนนั้นร้องแรกแหกกระเชอจริงหรือไม่
แม้ว่าภาพที่เห็นจะเป็นหลักฐานมัดตัวคุณหมอหนุ่มที่พวกเขานับถือ แต่ก็ยังไม่อยากที่จะปักใจเชื่อ คนไข้บางคนอยากจะเอ่ยปากถามเขาด้วยซ้ำ แต่อติรุจใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว เขาตรวจคนไข้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนคนเหล่านั้นไม่กล้าจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่นายแพทย์หนุ่มรู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องถูกแพร่สะพัดออกไปแน่ น่าจะจับแม่ตัวดีมาตีก้นสั่งสอนซะให้เข็ด โทษฐานที่ทำให้เขาตกเป็นจำเลยของสังคมทั้งที่เขาไม่ได้กระทำความผิด
ก่อนที่อติรุจจะเข้านอนในค่ำคืนนั้นเขาย้อนคิดถึงเหตุการณ์ความวุ่นวาย ที่แม่วายร้ายตัวแสบมาป่วนเขาแล้วก็ชิ่งหนีไป นึกถึงวีรกรรมที่เธอเคยทำกับเขาขึ้นมาครั้งใด เป็นต้องหงุดหงิดแต่สุดท้ายก็เผลอยิ้มออกมาทุกที อติรุจไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอจึงอยากที่จะมาทำงานกับเขา ทั้งที่คุณสมบัติหรือแม้แต่วุฒิการศึกษาชั้นเลิศอย่างที่เจ้าตัวเคยกล่าวอ้างสามารถไปสมัครงานที่ไหนก็น่าจะมีแต่คนอ้าแขนรับ แต่ทำไมถึงเฉพาะเจาะจงอยากที่จะมาทำงานที่นี่ ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์
อติรุจเอื้อมมือไปหยิบประวัติของทรรศิกาและประวัติของผู้สมัครอีกสองราย ที่มาสมัครไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาพิจารณาดูอีกครั้ง แต่ก็ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้เลย เมื่อเทียบกันแล้วทรรศิกาดูจะมีภาษีดีกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ แต่เขายังลังเลที่จะรับเธอเข้าทำงาน เพราะสังหรณ์ใจว่าอาจจะเกิดเรื่องวุ่น ๆ ถ้าเขารับแม่ตัวยุ่งเข้ามาทำงานด้วย
ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกว่าเธอมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“น่าแปลก!! ทำไมถึงอยากได้งานนี้”
ในเวลานั้นเองนับดาวกำลังนอนคุยอยู่กับทรรศิกา เธอได้สอบถามเพื่อนถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องงาน
“เรื่องของหมอรุจคืบหน้าไปถึงไหนแล้วเทย่า แม่บอกว่าเทย่าออกไปจากบ้านทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าไปไหน”
“ล่าสุดเทย่าเพิ่งจะไปป่วนเขาที่คลินิกเมื่อเย็นที่ผ่านมานี้เอง”
“คงไม่ได้ไปทำอะไรแผลง ๆ หรอกใช่ไหม”
ทรรศิกาได้แต่ส่งยิ้มหวานให้นับดาวโดยไม่พูดอะไร สายตาของเธอฉายแววเจ้าเล่ห์
“รอยยิ้มและแววตาแบบนี้ต้องไปทำอะไรแผลง ๆ มาแน่เลย เทย่าไปทำอะไรเขาเล่ามาให้ดาวฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ”
หลานสาวคุณหญิงถ่ายทอดวีรกรรมของเธอที่คลินิกของเขาให้นับดาวฟังโดยไม่ปิดบัง
“ตายแล้ว! ทำไมเทย่าถึงทำแบบนี้ เทย่ารู้ไหมว่าการกระทำของเทย่ามันจะทำให้เขาเดือดร้อน ที่สำคัญเทย่ากำลังทำลายความน่าเชื่อถือของเขา”
ทรรศิการู้สึกเสียหน้าที่โดนเพื่อนรักตำหนิ เธอมัวแต่คิดหาวิธีที่จะทำให้เขารับเธอเข้าทำงาน จนลืมคิดไปว่าสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ เพราะมันจะสร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงของนายแพทย์หนุ่ม คำตำหนิติเตียนของเพื่อนทำให้ทรรศิการู้ตัวว่า เธอได้กระทำความผิดครั้งใหญ่ลงไปอย่างไม่น่าให้อภัย และการกระทำนั้นมันทำให้เขาหมดความน่าเชื่อถือจากคนไข้ของเขา สิ่งนี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกผิดต่ออติรุจก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความเสียใจ
“เทย่าไม่ทันคิดว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง”
“ทางที่ดีเทย่าควรจะต้องไปขอโทษเขานะ”
“ขอโทษก็ได้แต่ต้องหลังจากที่เขารับเทย่าเข้าทำงาน”
“ทรรศิกา!” นับดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
สีหน้าและแววตาของนับดาวที่แสดงถึงความผิดหวังในตัวเธอ ได้ตอกย้ำให้ทรรศิการู้ว่าสิ่งที่เธอได้กระทำลงไปนั้นมันเป็นความผิดขั้นร้ายแรงที่มิควรกระทำ ไม่ว่าจะทำไปเพื่อเหตุผลใดก็ตาม สีหน้าของทรรศิกาสลดไปทันที
“เทย่ารู้ว่าเทย่าทำผิด แต่ดาวก็รู้นี่ว่าตอนนี้เทย่ากำลังประสบปัญหาอะไร ไหนจะเรื่องเงินสองแสนที่จะต้องรีบหามาคืนดาว ไหนจะเงินที่เทย่าจะต้องกินต้องใช้ทุกวัน ตอนนี้เทย่ากำลังถังแตกอย่างหนักเลยรู้ไหม และเขาเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้เทย่ารอดชีวิต ไม่ว่ายังไงเทย่าก็ต้องทำให้เขารับเทย่าเข้าทำงานให้ได้”
“ดาวจะหางานอื่นให้เทย่าเอง”
“แต่เทย่าอยากได้งานนี้” ทรรศิกาพูดสวนกลับไปด้วยความดื้อดึง เพราะเล็งเห็นแล้วว่าไม่มีทางที่เธอและเพื่อนไฮโซของเธอจะโคจรมาพบกันที่คลินิกคนยากแห่งนี้
“เฮ้อ! ทำไมถึงดื้อนักนะ” นับดาวเอ่ยออกมาด้วยความอ่อนใจในความดื้อของเพื่อนสาว
‘บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ ทั้งคู่ถึงได้โคจรมาพบกันและหนีกันไม่พ้น’ นับดาวคิดคำนึงอยู่ในใจ
“ให้เทย่าลองพยายามทำให้ถึงที่สุดก่อนนะดาว เทย่าไม่อยากล้มเลิกกลางคัน แต่ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ เทย่าจะมองหางานอื่น”
“ก็ได้ แต่ต้องไม่ทำอะไรที่เสี่ยง ๆ เด็ดขาดเลยนะ เข้าใจไหม”
ทรรศิกาพยักหน้า “นอนเถอะ...เทย่าง่วงจัง”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







