Masukอติรุจเลิกคิ้วเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหญิงสาว เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะป่วนอะไรอีก ทันใดนั้นเองเขาก็ได้รับคำตอบเมื่อจู่ ๆ ทรรศิกาลงทุนปลดกระดุมเสื้อของตนเอง เผยให้เห็นร่องอกขาวผ่อง จากนั้นก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“กรี๊ด!! ทำไมคุณหมอถึงทำแบบนี้คะ” ทรรศิกาแสร้งโวยวายเสียงดัง เพื่อให้คนที่นั่งรอรับการรักษาอยู่ด้านนอกได้ยินกันชัด ๆ พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้เขา
คนไข้ที่นั่งรอด้านนอกต่างก็ได้ยินคำโวยวายเหล่านั้นอย่างชัดเจน ทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากันและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องตรวจคนไข้ คุณหมอหนุ่มได้กระทำพฤติกรรมอะไรที่ไม่เหมาะสมอย่างที่หญิงสาวโวยวายหรือไม่
อติรุจนั่งกอดอกดูการกระทำของทรรศิกาอย่างใจเย็น เขาอยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะแสดงฤทธิ์เดชออกมาได้แค่ไหน
‘ทำไมเขาถึงนิ่งแบบนี้ล่ะ ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไปตามแผนสิ ไม่ได้การละคงต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง’
ทรรศิกานิ่งคิดก่อนจะลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าเขา พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้ ใกล้ และใกล้ จนใบหน้าของเธอและเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ อติรุจผลักตัวเธอออกไปเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคิดที่จะทำอะไร แต่เธอมือไวคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่นทำให้ร่างของเขากระโจนไปตามแรงฉุดของเธอทั้งที่ไม่ตั้งใจ ทรรศิกาเซถอยไปจนชิดกำแพงโดยมีร่างของอติรุจตามติดมาด้วย
“ว้าย!” เธออุทานด้วยความตกใจ
“จะโวยวายทำไมผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลย” หมอหนุ่มกัดฟันพูด
“ใครบอกไม่ได้ทำ คุณกำลังรังแกฉันอยู่นี่ไง”
เขาตรึงร่างของเธอไว้กับกำแพง และดันตัวเองเข้าแนบชิด “ฟังผมให้ดีนะ ยุติการกระทำบ้าบอของคุณเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เชื่อกันละก็อย่าหาว่าผมไม่เตือน”
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยสิ ฉันบอกให้ปล่อย”
ทรรศิกาตะโกนโหวกเหวกโวยวายพร้อมกับดิ้นรนขัดขืน เพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดของเขา แต่ยิ่งดิ้นก็กลับกลายเป็นว่าเรือนร่างบางของเธอบดเบียดไปมากับเรือนร่างกำยำของเขาไปโดยปริยาย ทั้งที่เขายังคงแค่ตรึงร่างบางของเธอไว้กับกำแพงเท่านั้น
“คุณรังแกฉัน” ทรรศิกากล่าวหา
“ผมเปล่า” อติรุจปฏิเสธสวนกลับไปทันที
“ยังจะมีหน้ามาปฏิเสธอีก ก็เห็นอยู่ว่าคุณใช้กำลังรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”
“เล่นละครเก่งจริงนะแม่คุณ” หมอหนุ่มพูดประชดประชัน
“ฉันดราม่าได้มากกว่านี้อีก” หญิงสาวยักคิ้วให้เขาคล้ายจะท้าทายจากนั้นก็กรีดร้องอีกครั้ง
“กรี๊ด!! ปล่อยเทย่าเดี๋ยวนี้นะคุณหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น น้ำตาของทรรศิกาไหลลงมาอาบแก้มทันตาเห็นราวกับสั่งได้
เมื่ออติรุจมองเห็นหยาดน้ำตาที่แก้มเนียนใสก็ถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ แม้จะรู้ว่าน้ำตานั้นมันเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แต่เขามักจะแพ้น้ำตาของผู้หญิง
จังหวะนั้นเองที่คนไข้ด้านนอกต่างก็วิ่งกรูมาที่ประตู พวกเขาพบว่าคุณหมอหนุ่มกอดกระชับคนไข้สาวในอ้อมแขนไว้แน่น ใบหน้าของหญิงสาวก็มีหยาดน้ำตาไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ป้าบุญมีและคนไข้คนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น
“เกิดอะไรขึ้น!” หญิงสูงวัยนามว่าบุญมีเอ่ยถาม
ทุกสายตาที่จ้องมองอติรุจนั้นเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคุณหมอที่ภายนอกแลดูสุภาพอ่อนโยนจะมีพฤติกรรมอย่างที่เห็น
อติรุจรีบผละออกจากร่างบางนั้นทันที ทรรศิกาฉวยโอกาสนี้วิ่งหนีออกจากห้องไปทั้งน้ำตา โดยไม่รอฟังคำทักท้วงของใคร และปล่อยให้อติรุจตกเป็นจำเลยของสังคมเพียงลำพัง คนไข้ต่างก็ตำหนิเขาด้วยสายตา
“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ทุกคนคิดนะครับ”
อติรุจพยายามที่จะอธิบายความจริงให้ฟัง แต่พวกเขาเหล่านั้นดูเหมือนจะเชื่อสายตาของตัวเอง มากกว่าคำพูดของเขา
หลังจากทรรศิกาวิ่งออกมาจากคลินิกนั้น เธอเช็ดน้ำตาบนใบหน้างาม พร้อมหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจกับผลงานของตัวเองในวันนี้ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้สัมผัสกับฤทธิ์เดชของเธอและคงจะเข็ดไปอีกนาน
“หวังว่าเหตุการณ์นี้คงทำให้คุณเปลี่ยนใจ”
แต่ถ้าเขายังดื้ออยู่อีกละก็ เธอคงต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดกว่านี้ เพื่อที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจ
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ก็ต้องใช้คาถามาปราบความดื้อของเขา
เธอจะต้องทำให้เขารับเธอเข้าทำงานนี้ให้ได้ เพียงแค่เขารับเธอเข้าทำงานปัญหาที่เธอเผชิญอยู่ในขณะนี้ก็จะเบาบางลง ที่สำคัญมันจะเป็นการพิสูจน์ให้คุณย่าเห็นว่า เธอพยายามที่จะปรับปรุงตัวเองตามความต้องการของคุณย่า ท่านจะได้ยกเลิกมาตรการดัดนิสัยเธอซะที แม้ว่ามันจะเป็นงานเล็ก ๆ แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถหาเงินมาทยอยคืนให้นับดาวได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง นอกเหนือจากเหตุผลที่เธอต้องการที่จะเอาชนะเขาแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในหลาย ๆ เหตุผลที่ทำให้ทรรศิกาต้องได้งานนี้ จนถึงขั้นต้องงัดมารยาร้อยเล่มเกวียนมาใช้กับเขา
ทรรศิกาตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าทำไม่สำเร็จ เธอก็จะป่วนเขาไม่เลิกเหมือนกัน มาดูกันว่าเขาจะอดทนไปได้อีกสักเท่าไร เขาอาจจะมีเหตุผลที่จะไม่รับเธอเข้าทำงาน แต่เธอจะทำให้เขาเปลี่ยนใจ
“ฮึ!! โดนป่วนหนักขนาดนี้ ดูซิว่าคุณจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นก็เดินทางกลับที่พักด้วยความสบายใจ
“ยัยตัวแสบ!! น่าจับมาตีก้นซะให้เข็ด มาทิ้งปัญหาไว้แล้วก็เผ่นหนีไป” อติรุจพึมพำออกมาด้วยความฉุนเฉียว
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







