Share

บทที่ 34

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:37:00

            เช้าวันต่อมา ทรรศิกาแอบได้ยินนับดาวกำลังพูดคุยโทรศัพท์กับใครบางคน เพื่อนเอ่ยถึงยอดเงินจำนวนเจ็ดหมื่นบาทซึ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลที่จะต้องนำไปชำระให้กับทางโรงพยาบาล นับดาวขอผ่อนผันกับทางโรงพยาบาล

            พร้อมกับรับปากว่าจะรีบนำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระให้ทางโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปหาเงินก้อนนั้นมาจากที่ไหน

            “เมื่อกี้คุยกับใครอยู่หรือดาว” ทรรศิกาเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนรักวางสาย

            “คุยกับเพื่อน”

            นับดาวจำเป็นต้องโกหก เพราะไม่อยากให้ทรรศิกาลำบากใจเมื่อรู้ความจริง

            “คุยกับเพื่อนแล้วทำไมถึงหน้าซีดแบบนั้น มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

            “ที่ทำงานของดาวเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย ดาวก็เลยต้องรีบไปจัดการ ดาวไปทำงานก่อนนะเทย่า ถ้าช้ากว่านี้รถจะติด”

            นับดาวรีบเดินเลี่ยงมาทันที ด้วยเกรงว่าขืนอยู่นานกว่านี้จะเผลอแสดงพิรุธให้เพื่อนจับได้ เพราะรู้ตัวว่าตนเองเป็นคนโกหกไม่เก่ง

            จากบทสนทนาที่ทรรศิกาบังเอิญผ่านมาได้ยิน ทำให้เธอต้องเร่งดำเนินการบางอย่าง เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายโดยเร็วที่สุด เธอตัดสินใจดำเนินการขั้นเด็ดขาดและภายในวันนี้ต้องให้รู้ผล ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ต้องการ คงต้องเร่งมองหางานอื่น จะรีรออะไรไม่ได้อีกแล้ว เพราะปัญหาใหญ่ที่กำลังเข้ามารุมเร้าเธอนั้นคือเงินสองแสนบาท ที่เธอจะต้องหามาคืนให้นับดาวและต้องทำอย่างเร่งด่วน ก่อนที่นับดาวจะตัดสินใจเอาบ้านไปจำนองกับธนาคาร เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเตรียมไว้สำหรับค่าผ่าตัดของพ่อ

            ทรรศิกาเริ่มปฏิบัติการตามแผนอีกครั้ง ในวันนี้เธอกะจะป่วนอติรุจขณะที่เขาอยู่กับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล เพราะบังเอิญไปสืบรู้มาว่าเช้านี้เขาจะต้องประชุมร่วมกับคณะแพทย์และอาจารย์หมอ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เขาสังกัดอยู่

            “หวังว่ามันจะได้ผล แต่ถ้าไม่ได้ผลจริง ๆ ก็คงต้องเปลี่ยนแผน”

            จากการที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมและตามป่วนเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ทรรศิการู้ว่าอติรุจเป็นผู้ชายที่มีความสุภาพอ่อนโยนและใส่ใจคนรอบข้าง โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อคนไข้เขาจะอ่อนโยนมากเป็นพิเศษ ถือได้ว่าเป็นผู้ชายที่อบอุ่นคนหนึ่ง สังเกตได้จากการที่เขาปฏิบัติต่อคนไข้ของเขาอย่างนุ่มนวลทั้งคำพูดและการแสดงออก

            ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นมิตรกับทุกคน...ยกเว้นเธอ

            ให้ตายสิ! สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอนั้นมันช่างแตกต่างจากที่เขาปฏิบัติต่อคนอื่น ๆ

            สายตาที่อบอุ่นอ่อนโยนอย่าได้หวังว่าทรรศิกาจะได้เห็น

            เห็นก็แต่สายตาที่จะกินเลือดกินเนื้อเธอเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่แปลกนักหรอกที่เธอจะได้รับสายตาเช่นนั้นจากเขา ก็เล่นป่วนเขาไม่เลิกแบบนี้ แต่คนอย่างทรรศิกาหาแคร์ไม่

            ถ้าคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้เธอเปลี่ยนใจละก็เข้าใจผิดอย่างแรง เพราะนอกจากจะไม่เปลี่ยนใจแล้วเธอยังต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เขารับเธอเข้าทำงานโดยเร็วที่สุดอีกด้วย

            ณ เวลานี้คงต้องยอมรับว่าหลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ในภาวะหลังชนฝา แถมเงินในกระเป๋าก็เริ่มร่อยหรอลงทุกที งานนี้บอกได้อย่างเดียวว่า ‘สู้ไม่ถอย’

            และแล้วเวลาที่เธอรอคอยก็มาถึง ทรรศิกาเห็นอติรุจและคณะแพทย์ต่างก็ทยอยเดินออกมาจากห้องประชุม เขาหยุดพูดคุยกับนายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโสท่านหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ทรรศิกาตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมให้เป๊ะเวอร์ เพื่อมิให้เสียชื่อแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ที่ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวที่ไหนก็ต้องเป็นจุดสนใจของผู้คนรอบข้างเสมอ วันนี้เธออยู่ในชุดสีสันจัดจ้านเป็นที่สะดุดตาผู้คนที่ได้พบเห็น

            ทรรศิกาใช้จังหวะนี้เดินตรงเข้าไปยังจุดที่พวกเขายืนอยู่ จากนั้นละครฉากใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น

            “รุจคะ ขอเวลาเทย่าหน่อยได้ไหมคะ เทย่ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับคุณ” น้ำเสียงและสีหน้าของหญิงสาวดูร้อนรนกระวนกระวาย

            ทุกสายตาต่างก็จับจ้องมาที่ทรรศิกา อติรุจเองก็เช่นกัน เขาค่อนข้างตกใจที่เห็นเธอมาป่วนต่อหน้าอาจารย์หมอของเขาซึ่งเป็นคณะแพทย์อาวุโส อติรุจรีบหันไปขอโทษอาจารย์ของตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไปยืนเผชิญหน้ากับตัวปัญหา

            “ค่อยคุยกันทีหลังนะเทย่า ไม่เห็นหรือว่าผมกำลังคุยอยู่กับอาจารย์หมอ”

            “เทย่ารู้ค่ะว่ารุจกำลังยุ่ง แต่เทย่ารบกวนเวลาของคุณไม่นานหรอกค่ะ นะคะรุจขอเวลาให้เทย่าหน่อย”

            “คุณกลับไปก่อนแล้วผมจะติดต่อคุณเอง” อติรุจเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึก

            แม้ใจจะหงุดหงิดไม่พอใจการกระทำของหญิงสาว ที่ดูเหมือนจะไม่รู้จักกาลเทศะ แต่หมอหนุ่มก็ยังคงเงียบขรึมและเก็บอาการเหล่านั้นไว้ภายใน ไม่ได้แสดงออกให้คนอื่นเห็น มีเพียงทรรศิกาเท่านั้นที่รู้ว่าเขากำลังโมโหเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status