Share

บทที่ 51

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:38:20

          “ตอนนี้คนไข้พักรักษาตัวอยู่ที่ไหนครับ”

            หญิงสาวเอ่ยชื่อโรงพยาบาลที่พ่อของนับดาวนอนพักรักษาตัวอยู่ อิทธิพลเลิกคิ้วเมื่อได้ยินชื่อโรงพยาบาลนั้น พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ทำไมคุณเทย่าถึงมาขอความช่วยเหลือจากผม ทั้งที่คุณมีหมอที่เก่งและมีความชำนาญหลายด้านอยู่ข้างตัว”

            “คุณหมอหมายถึง...” ทรรศิกาละชื่อเขาไว้ในฐานที่เข้าใจ

            “ใช่ครับ...ผมหมายถึงรุจแฟนของคุณ”

            “คุณหมอกำลังเข้าใจผิดนะคะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่คุณเข้าใจ”

            “รุจบอกให้คุณพูดแบบนี้ใช่ไหมครับ”

            “เปล่าค่ะ...เราไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ”

            ทรรศิกาพยายามที่จะอธิบายความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเธอและอติรุจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ประโยชน์ เพราะอิทธิพลเลือกที่จะเชื่อตามความคิดของตนเอง

            “ไม่ต้องช่วยรุจปิดบังเรื่องนี้หรอกครับคุณเทย่า ทุกคนรู้เรื่องที่น่ายินดีนี้หมดแล้ว ผมว่าคุณสองคนเหมาะสมกันมาก ผมยังรู้สึกอิจฉานายรุจด้วยซ้ำที่มีแฟนสวยอย่างคุณ”

            เธอได้แต่ฝืนยิ้มให้เขา ดูเหมือนทุกคนจะตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า เธอและนายแพทย์อติรุจเป็นแฟนกัน และมีความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่น จะโทษพวกเขาก็ไม่ถูกนักที่คิดแบบนั้น ถ้าจะโทษใครสักคนคงต้องโทษตัวเอง เพราะเธอเป็นคนสร้างสถานการณ์เพื่อทำให้พวกเขาคิดไปเช่นนั้น แม้จะอธิบายอะไรไปตอนนี้ก็คงจะไม่มีประโยชน์ เห็นทีจะต้องปล่อยเลยตามเลย อีกไม่นานพวกเขาก็คงจะเลิกสนใจเรื่องเหล่านี้กันไปเอง

            อิทธิพลพาทรรศิกามาทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหาร ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อยแล้วเขาก็เปิดประเด็นในการสนทนาด้วยประโยคคำถาม

            “คุณเทย่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับผมครับ”

            “เทย่าอยากจะขอคำปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับอาการป่วยของพ่อเพื่อนสนิทของเทย่าค่ะ”

            “เขาเป็นอะไรครับ”

            “โรคหัวใจค่ะ”

            ทรรศิกาเล่าอาการป่วยบิดาของนับดาวที่เธอได้รับรู้มาให้คุณหมอหนุ่มฟังอย่างละเอียด ก่อนจะพูดสรุปปิดท้าย

            “หมอแนะนำให้ทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชนแพงมากจนเกรงว่าเราจะแบกรับไม่ไหว เทย่าก็เลยแนะนำเพื่อนให้นำตัวพ่อมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลของรัฐแทน เพราะนอกจากจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยแล้ว ยังมีคุณหมอที่เก่งและมีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ หลายท่าน ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชน แต่ปัญหาคือต้องรอคิวนาน เทย่าเลยอยากจะมาปรึกษาคุณหมอเรื่องนี้ เผื่อว่าหมออิทอาจจะมีคำแนะนำดี ๆ ให้กับเทย่า”

            สองหนุ่มสาวพูดคุยกันพร้อมกับรับประทานอาหารไปด้วยเพื่อเป็นการประหยัดเวลา

            “ตอนนี้คนไข้พักรักษาตัวอยู่ที่ไหนครับ”

            หญิงสาวเอ่ยชื่อโรงพยาบาลที่พ่อของนับดาวนอนพักรักษาตัวอยู่ อิทธิพลเลิกคิ้วเมื่อได้ยินชื่อโรงพยาบาลนั้น พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ทำไมคุณเทย่าถึงมาขอความช่วยเหลือจากผม ทั้งที่คุณมีหมอที่เก่งและมีความชำนาญหลายด้านอยู่ข้างตัว”

            “คุณหมอหมายถึง...” ทรรศิกาละชื่อเขาไว้ในฐานที่เข้าใจ

            “ใช่ครับ...ผมหมายถึงรุจแฟนของคุณ”

            “คุณหมอกำลังเข้าใจผิดนะคะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่คุณเข้าใจ”

            “รุจบอกให้คุณพูดแบบนี้ใช่ไหมครับ”

            “เปล่าค่ะ...เราไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ”

            ทรรศิกาพยายามที่จะอธิบายความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเธอและอติรุจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ประโยชน์ เพราะอิทธิพลเลือกที่จะเชื่อตามความคิดของตนเอง

            “ไม่ต้องช่วยรุจปิดบังเรื่องนี้หรอกครับคุณเทย่า ทุกคนรู้เรื่องที่น่ายินดีนี้หมดแล้ว ผมว่าคุณสองคนเหมาะสมกันมาก ผมยังรู้สึกอิจฉานายรุจด้วยซ้ำที่มีแฟนสวยอย่างคุณ”

            เธอได้แต่ฝืนยิ้มให้เขา ดูเหมือนทุกคนจะตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า เธอและนายแพทย์อติรุจเป็นแฟนกัน และมีความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่น จะโทษพวกเขาก็ไม่ถูกนักที่คิดแบบนั้น ถ้าจะโทษใครสักคนคงต้องโทษตัวเอง เพราะเธอเป็นคนสร้างสถานการณ์เพื่อทำให้พวกเขาคิดไปเช่นนั้น แม้จะอธิบายอะไรไปตอนนี้ก็คงจะไม่มีประโยชน์ เห็นทีจะต้องปล่อยเลยตามเลย อีกไม่นานพวกเขาก็คงจะเลิกสนใจเรื่องเหล่านี้กันไปเอง

            “เรากลับมาคุยเรื่องเดิมกันดีกว่านะคะ”

            “ได้ครับ คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะครับว่าทำไมเลือกที่จะคุยเรื่องนี้กับผม แทนที่จะปรึกษารุจ”

            “เอ่อ...” ทรรศิกาเกิดอาการใบ้กินไปชั่วขณะ จะว่าไปเธอไม่ค่อยจะมีข้อมูลของอติรุจมากนัก ก็เลยไม่รู้จะตอบคำถามของนายแพทย์อิทธิพลว่าอย่างไรดี

            “อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมยินดีและเต็มใจที่จะช่วยคุณ แต่ที่ถามเพราะผมรู้สึกแปลกใจ”

            “เทย่าไม่อยากนำปัญหานี้ไปกวนใจเขาค่ะ”

            “รุจคงไม่คิดแบบนั้นหรอกครับ ผมว่าเขานี่แหละเหมาะสมที่สุดที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพาตัวพ่อของเพื่อนคุณมาทำการผ่าตัดที่นี่ หรือแม้แต่ดำเนินการผ่าตัดที่โรงพยาบาลซึ่งคนไข้นอนพักรักษาตัวอยู่ในขณะนี้”

            คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ด้วยไม่เข้าใจความหมายที่หมออิทธิพลเอ่ยถึง “หมายความว่ายังไงคะ!”

            “ผมหมายความว่าถ้าคุณต้องการที่จะพาคนไข้มาผ่าตัดที่นี่ รุจสามารถดำเนินการและทำการผ่าตัดให้พ่อของเพื่อนคุณได้ด้วยตัวเขาเอง คุณไม่รู้หรือว่ารุจเป็นหมอที่เก่งและมีความชำนาญหลายด้าน”

            ประโยคสุดท้ายอิทธิพลพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status