Share

บทที่ 52

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:38:24

            “เขามีความสามารถมากขนาดนั้นเลยหรือคะ”

            คำถามของเธอสร้างความงุนงงให้แก่อิทธิพลได้ไม่น้อย

            “คุณไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ประวัติของนายรุจครับ”

            “บอกตามตรงนะคะ เทย่าไม่ค่อยรู้เรื่องราว ประวัติความเป็นมา หรือภูมิหลังของเขามากนักหรอกค่ะ เพราะเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยจะเล่าอะไรให้เทย่าฟังมากนัก และเทย่าก็ไม่อยากถามอะไรที่ไปจุกจิกกวนใจเขา”

            ถ้าจะพูดให้ถูกคงต้องบอกว่าเธอแทบจะไม่รู้ประวัติของเขามากกว่า เมื่อมีโอกาสเธอก็อยากที่จะรู้เรื่องราวของเขาให้มากกว่านี้ เผื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กับเธอในอนาคต

            อิทธิพลรู้สึกชื่นชอบอุปนิสัยที่เปิดเผยและบุคลิกของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขายิ้มให้เธอก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนให้หญิงสาวฟัง

            “ประวัติของรุจไม่ธรรมดาเลยครับ นอกจากเขาจะเป็นศัลยแพทย์ทั่วไปและศัลยแพทย์ทรวงอกแล้ว เขายังมีประสบการณ์ในสายงานอื่นอย่างอายุรเวทและศัลยกรรมเส้นประสาทอีกด้วยครับ”

            “เก่งขนาดนั้นเลยหรือคะ” ทรรศิกาถามย้ำอีกครั้ง

            “ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ รุจผ่านการฝึกอบรมหลอดเลือดหัวใจและศัลยกรรมระบบประสาทที่สหรัฐอเมริกา และยังเคยทำงานที่เมดิคอลเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดที่นั่น ก่อนจะถูกทางบ้านเรียกตัวกลับ เพื่อมาช่วยบริหารโรงพยาบาลของครอบครัว เพราะรุจเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง พ่อกับแม่จึงตั้งความหวังไว้ที่ตัวเขา และอยากให้เขาสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ดั่งใจ”

            ข้อมูลที่ได้รับจากนายแพทย์อิทธิพลถือเป็นข้อมูลใหม่ที่ทรรศิกาไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งในเรื่องความรู้ ความสามารถ และฐานะทางสังคมของนายแพทย์อติรุจ

            “ครอบครัวของหมอรุจเป็นเจ้าของโรงพยาบาลด้วยหรือคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

            “ใช่ครับ...ปู่ของรุจเป็นคนก่อตั้งโรงพยาบาล...”

            นายแพทย์หนุ่มเอ่ยชื่อโรงพยาบาลของตระกูลธีร์วรารัศมิ์ ซึ่งเป็นนโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่และมีชื่อเสียงในด้านการรักษาโรคต่าง ๆ ที่คนส่วนใหญ่ต่างก็ให้การยอมรับ โรงพยาบาลนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการให้บริการที่ดีเยี่ยม นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายก็จะต้องแพงขึ้นด้วย ครอบครัวของเธอก็มีประวัติการรักษาและมักจะไปใช้บริการที่นั่นอยู่เป็นประจำ

            ‘ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นทายาทเพียงคนเดียว ที่จะต้องสืบทอดกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่ยอมรับในสังคมว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดและแพงที่สุดอีกด้วย ปีหนึ่งคงทำรายได้มหาศาล นั่นหมายความว่าเขาต้องรวยมาก’

            “แล้วโรงพยาบาลที่พ่อเพื่อนของคุณเทย่าพักรักษาตัวอยู่นั้น ตระกูลธีร์วรารัศมิ์ก็เป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วยนะครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกคุณว่ารุจสามารถขจัดปัญหาทุกอย่างให้คุณได้โดยไม่ยากเย็น เพียงแค่คุณเอ่ยปาก”

            คำพูดของอิทธิพลดึงทรรศิกาให้หลุดออกมาจากภวังค์ความคิดของตนเอง

            “เทย่าไม่เคยรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อนเลยค่ะ แล้วทำไมเขาถึงมาเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่นี่แทนที่จะไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลของครอบครัว”

            “มันเป็นเรื่องของอุดมการณ์ที่แตกต่าง รวมถึงมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้รุจตัดสินใจแยกตัวออกมาทำงานที่นี่”

            “ปัญหาบางอย่างที่ว่าหมายถึงปัญหาอะไรคะ!?” คิ้วเรียวสวยขมวดยุ่งเมื่อเอ่ยถาม

            “รุจเขาไม่ได้เล่าอะไรให้คุณฟังเลยหรือครับ”

            “เปล่าเลยค่ะ”

            “ถ้ารุจไม่เล่า ผมคงบอกอะไรคุณไม่ได้มากไปกว่านี้ คุณเทย่าอยากรู้อะไรก็ควรจะไปถามจากรุจเอง เขาจะตอบคุณได้ดีกว่า”

            “เขาไม่ใช่คนที่จะเล่าอะไรให้ใครฟังง่าย ๆ หรอกค่ะ การที่จะง้างปากเขาให้พูดในสิ่งที่เขาไม่อยากพูด ยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

            “จริงครับ...แต่น่าจะยกเว้นคนพิเศษอย่างคุณไว้สักคน”

            มันคงจะเป็นเช่นนั้นถ้าเธอเป็นคนพิเศษสำหรับเขา แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอไม่ใช่คนพิเศษที่ว่า นั่นล่ะปัญหา

            “คุณเทย่าจะตัดสินใจยังไงครับ จะให้ผมดำเนินการทุกอย่างให้ หรือว่าคุณจะคุยเรื่องนี้กับรุจก่อน แต่ผมว่าถ้ารุจรู้เรื่องนี้คงไม่ยอมให้คนอื่นยื่นมือเข้ามาช่วยคุณ เพราะเขาจะเป็นคนช่วยคุณเองมากกว่า” อิทธิพลเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            ทรรศิกาสองจิตสองใจเลือกไม่ถูกว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร สุดท้ายเธอเลือกที่จะกลับไปปรึกษานับดาวก่อน และจะส่งข่าวให้นายแพทย์หนุ่มตรงหน้าทราบทีหลัง

            “เทย่าขอกลับไปปรึกษาเพื่อนก่อนนะคะว่าเขาจะเอายังไง แล้วจะโทร.แจ้งให้คุณหมอทราบอีกครั้งค่ะ”

            “ได้ครับ...ผมจะรอคำตอบ”

            ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนั้นทรรศิกาได้เอ่ยปากขอบคุณหมออิทธิพลอีกครั้ง สำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่เขามอบให้เธอ

            “ด้วยความยินดีครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

            “เชิญค่ะ”

            เมื่อภารกิจที่ตั้งใจไว้เสร็จสิ้นลงทรรศิกาก็รีบโทรศัพท์หานับดาวทันที

            “ดาวเย็นนี้ว่างไหม เทย่ามีเรื่องอยากจะคุยกับดาว แต่วันนี้ต้องเปิดคลินิกก็เลยไปหาดาวที่บ้านไม่ได้”

            “ให้ดาวไปหาเทย่าที่บ้านของหมอรุจก็ได้ ว่าแต่เทย่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับดาว”

            “ก็เรื่องการผ่าตัดของพ่อดาวไง”

            “คุยตอนนี้เลยได้ไหม”

            “เรื่องมันยาวไว้เจอกันค่อยคุยดีกว่า”

            “โอเค...หลังจากเสร็จงานที่โรงเรียนแล้วดาวจะรีบไปหาเทย่าทันที”

            “ไม่ต้องรีบก็ได้กว่าคลินิกจะปิดคงดึก”

            “ดาวจะได้ไปช่วยงานเทย่าด้วยไง น่าสนุกดีออก”

            “น่าสนุกตรงไหน เทย่าต้องรบกับคุณหมอที่แสนดีของดาวเกือบทุกวัน เบื่อจะแย่อยู่แล้ว”

            “เย็นนี้เจอกัน เลิกงานแล้วดาวจะรีบไปหาเทย่า จะซื้อของอร่อย ๆ ที่เทย่าชอบไปฝากด้วย”

            “ตกลงตามนี้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status