Masuk“นัดใคร!?”
“ทำไมต้องทำเสียงเครียดแบบนั้นด้วยล่ะคะ หรือว่าผิดหวังที่เทย่าไม่ได้มาหาคุณแต่มาหาคนอื่น”
“ไม่ต้องมาเฉไฉออกนอกเรื่อง ตอบมาซะดี ๆ ว่าคุณมาพบใครที่นี่”
จังหวะนั้นเองเสียงทักทายของอิทธิพลก็ดังแทรกขึ้น
“สวัสดีครับคุณเทย่า”
ทรรศิกามองอติรุจด้วยแววตายิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับนายแพทย์อิทธิพล
“สวัสดีค่ะหมออิท” เธอเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างสนิทสนม
“อย่าบอกนะว่าคุณนัดกับนายอิท” อติรุจพูดโพล่งขึ้นมาพร้อมกับชี้มือไปที่เพื่อน
“ถ้าฉันกับคุณเทย่านัดกันแล้วนายมีปัญหาอะไร”
อติรุจไม่สนใจคำพูดของเพื่อน แต่กลับจ้องมองทรรศิกาไม่วางตา สายตาดุดันนั้นคล้ายจะบังคับให้เธอตอบคำถามของเขา
“เทย่ามีเรื่องบางอย่างที่อยากจะขอคำแนะนำจากหมออิทก็เลยนัดเจอเขาที่นี่ค่ะ”
“คุณปรึกษาผมก็ได้ ผมให้คำแนะนำคุณได้ทุกอย่าง ทำไมจะต้องไปปรึกษานายอิทด้วย” น้ำเสียงติดจะหาเรื่อง
ทุกคนในที่นั้นรู้สึกแปลกใจที่เห็นนายแพทย์อติรุจใจร้อนกว่าที่เคย ทั้งที่ปกติแล้วเขาเป็นคนใจเย็นมาก ไม่มีใครเคยเห็นการกระทำเช่นนี้ของเขามาก่อน พวกเขาต่างก็คิดว่านายแพทย์หนุ่มกำลังโมโหหึงถึงได้แสดงอาการเช่นนี้ แต่ความจริงแล้วอติรุจกำลังกลัวว่าแม่ตัวยุ่งจะมาสร้างปัญหาอะไรให้เขาอีกต่างหาก
“คุณเทย่าอาจจะสะดวกใจที่จะปรึกษากับฉันมากกว่าที่จะปรึกษานายก็ได้นะรุจ” อิทธิพลเอ่ย
“หุบปาก” อติรุจสั่งเพื่อนเสียงเข้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากนั้นเขาก็หันไปกระซิบที่ข้างหูของทรรศิกา
“คุณคิดจะทำอะไร บอกซะก่อนนะถ้าคุณจะมาสร้างปัญหาให้ผมที่นี่อีกละก็ คุณเจอดีแน่”
“ไม่ต้องกังวล...ฉันไม่สร้างปัญหาให้คุณหรอก...ฉันสัญญา” หญิงสาวกัดฟันพูดโต้ตอบกลับไป
“ให้มันจริงเถอะ”
ทรรศิกาเหลือบไปเห็นสายตาของทุกคนที่กำลังจ้องมองมาที่เขาและเธอ ทำให้เธอยิ้มหวานให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างตัว ซึ่งกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเอาเรื่อง เธอยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพื่อให้เขาคลายความโกรธ
“เทย่าขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกคุณก่อนว่าวันนี้เทย่ามีนัดกับหมออิท ถ้าคุณไม่สบายใจจะไปกับเราด้วยก็ได้นะคะ เรานัดทานมื้อเที่ยงด้วยกันค่ะ”
“ผมมีเคสผ่าตัด”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ทำงานของคุณไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เทย่าสัญญาว่าเย็นนี้เทย่าจะตอบทุกคำถาม และเล่าทุกเรื่องที่คุณอยากรู้โดยไม่ปิดบัง ได้ยินแบบนี้คงจะสบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมคะ เทย่าไปนะ”
“เชิญทางนี้เลยครับคุณเทย่า”
สองหนุ่มสาวเดินจากไปโดยมีสายตาของอติรุจมองตามจนทั้งคู่เดินลับสายตาไป
“เพิ่งจะรู้นะคะว่าหมอรุจของเราก็ขี้หึงเหมือนกัน” สุรีย์เอ่ยแซว
“ผมไม่ได้หึง”
“ค่ะ ไม่หึงก็ไม่หึง แต่หวงมาก” พยาบาลสาวพูดเออออกับเขาด้วยรอยยิ้ม
อติรุจได้แต่ส่ายศีรษะไปมา เมื่อทุกคนดูจะปักใจเชื่อว่าเขากับทรรศิกาเป็นแฟนกันจริง ๆ ต่อให้อธิบายอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ คงต้องปล่อยให้มันเลยตามเลย อีกไม่นานเรื่องนี้ก็คงจะเงียบไปเอง
อิทธิพลพาทรรศิกามาทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหาร ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อยแล้วเขาก็เปิดประเด็นในการสนทนาด้วยประโยคคำถาม
“คุณเทย่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับผมครับ”
“เทย่าอยากจะขอคำปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับอาการป่วยของพ่อเพื่อนสนิทของเทย่าค่ะ”
“เขาเป็นอะไรครับ”
“โรคหัวใจค่ะ”
ทรรศิกาเล่าอาการป่วยบิดาของนับดาวที่เธอได้รับรู้มาให้คุณหมอหนุ่มฟังอย่างละเอียด ก่อนจะพูดสรุปปิดท้าย
“หมอแนะนำให้ทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชนแพงมากจนเกรงว่าเราจะแบกรับไม่ไหว เทย่าก็เลยแนะนำเพื่อนให้นำตัวพ่อมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลของรัฐแทน เพราะนอกจากจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยแล้ว ยังมีคุณหมอที่เก่งและมีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ หลายท่าน ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชน แต่ปัญหาคือต้องรอคิวนาน เทย่าเลยอยากจะมาปรึกษาคุณหมอเรื่องนี้ เผื่อว่าหมออิทอาจจะมีคำแนะนำดี ๆ ให้กับเทย่า”
สองหนุ่มสาวพูดคุยกันพร้อมกับรับประทานอาหารไปด้วยเพื่อเป็นการประหยัดเวลา
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”






![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
