LOGINการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร เหลือก็แต่การเฝ้าดูอาการและการพักฟื้น เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงทรรศิกาจึงขอตัวกลับ จังหวะที่กำลังจะเดินผ่านเคาน์เตอร์พยาบาลเธอพบอติรุจยืนอยู่ ณ จุดนั้น กำลังคิดว่าควรจะหยุดทักทายหรือว่าเดินผ่านเลยไป แล้วเธอก็ได้ยินคำถามของอติรุจลอยตามลมมา
“คุณกำลังจะไปไหนเทย่า”
“กลับบ้านค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไปพร้อมกัน”
อติรุจหันไปสั่งงานพยาบาลก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้เธอเดินตามเขาไป ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากลิฟต์เพื่อเดินไปขึ้นรถนั้น มีผู้หญิงเดินมาชนทรรศิกาอย่างแรงจนเธอเกือบจะล้ม ดีที่อติรุจโอบประคองร่างบางของเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะลงไปนอนวัดพื้น ปกรณ์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!”
“มีอะไรหรือกร” ปรียาพรเอ่ยถามบุตรชายเมื่อจู่ ๆ เขาก็หยุดเดินกะทันหัน
“เมื่อกี้ผมเห็นเทย่ามากับผู้ชายคนหนึ่งครับ ดูท่าทางจะสนิทสนมกันมาก”
“แล้วกรรู้ไหมผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”
ปกรณ์ส่ายหน้าก่อนจะตอบมารดา “ไม่ทราบครับแม่ ผมไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน”
“หรือว่าจะเป็นคู่ควงคนใหม่ของเทย่า เราจะชักช้าไม่ได้แล้วนะกร เพราะถ้าขืนชักช้าคนอื่นก็อาจจะคว้าตัวเทย่าไป ทีนี้สิ่งที่เราวาดหวังไว้ก็จะหลุดมือไปด้วย”
“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไงครับ”
“ก็รีบตามไปงอนง้อขอคืนดีกับเทย่าซะสิ ชักช้าอยู่ได้เดี๋ยวก็โดนคนอื่นแย่งไปหรอก”
“ใครว่าผมชักช้าแต่เทย่าเขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ผม”
“ในเมื่อเขาไม่รับสายก็ไปหาเขาที่บ้านสิ เรื่องง่าย ๆ อย่างนี้ยังต้องให้แม่บอกอีกหรือกร”
“ผมไปมาหลายครั้งแล้วครับแม่แต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่น ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะไปตามหาตัวเทย่าได้ที่ไหน ระยะหลังมานี้ไม่มีใครติดต่อเทย่าได้เลยสักคน”
“ถ้าปล่อยเวลาเนิ่นนานออกไปเราจะลำบากนะกร เกิดโดนฟ้องล้มละลายขึ้นมาก่อนที่แผนของเราจะสำเร็จละก็มีหวังได้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านไม่เลิกแน่ เอาเป็นว่าแม่จะช่วยสืบให้อีกแรงว่าคุณหญิงกับเทย่าไปพักอยู่ที่ไหน แต่ถ้าคราวหน้ากรเจอเทย่าอีกละก็ให้รีบตามไปเลยนะอย่าให้คลาดสายตา เราคงต้องเร่งมือก่อนที่เรื่องของเราจะถูกเปิดเผย” จากนั้นสองแม่ลูกก็พากันขึ้นไปเยี่ยมคนรู้จักที่มานอนพักรักษาตัวอยู่ที่นี่
ทรรศิกาออกไปยืนรับลมที่บริเวณสระว่ายน้ำ หัวสมองของเธอคิดถึงเรื่องที่คุยกับนับดาวเกี่ยวกับโปรเจกต์ของสตาร์ไดมอนด์ ใครกันนะที่เป็นคนคิดโปรเจกต์นี้ขึ้นมา ใครจะคิดก็ช่างแต่ถือเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจ และเธออยากทดสอบฝีมือและความสามารถของตนเองในด้านนี้
ทรรศิกาเดินใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ก็เริ่มลงมือเขียนแบบร่างตามที่คิดไว้ เธอคร่ำเคร่งอยู่กับมันถึงสองคืนเต็ม ๆ กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ตามความคิด ความเพลียทำให้ทรรศิกาเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
กลางดึกคืนนั้นอติรุจเดินลงมาด้านล่างเพื่อดื่มน้ำ เขาเห็นไฟด้านหน้าเปิดอยู่จึงเดินไปปิดไฟ แต่ยังไม่ทันได้ทำเช่นนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นทรรศิกานั่งฟุบหลับอยู่ที่เคาน์เตอร์จ่ายยาเข้าซะก่อน เขาจึงเดินเข้าไปปลุกหญิงสาวเพื่อให้กลับขึ้นไปนอนที่ห้อง
“เทย่าคุณมานอนอะไรตรงนี้ ทำไมไม่ขึ้นไปนอนที่ห้อง” เขาพูดพร้อมเขย่าตัวเธอ
แต่อีกฝ่ายกลับนอนหลับลึกไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว สุดท้ายอติรุจจึงตัดสินใจอุ้มทรรศิกาขึ้นไปที่ห้องนอนของเธอ เขาก้มลงไปช้อนตัวเธอเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนด้านบน
อติรุจวางร่างบางลงบนเตียงกว้างและดูแลห่มผ้าให้เธอ จากนั้นก็เดินกลับลงมาด้านล่างอีกครั้ง เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายยาก่อนที่จะเดินไปปิดไฟ เพราะอยากรู้ว่าสองวันที่ผ่านมาหญิงสาวคร่ำเคร่งทำอะไรถึงได้ไม่ยอมหลับยอมนอน
อติรุจหยิบแบบร่างที่ทรรศิกาทำทิ้งไว้ขึ้นมาพิจารณา เขารู้สึกแปลกใจเพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าทรรศิกาจะมีความสามารถในด้านนี้กับเขาเหมือนกัน และก็ต้องยอมรับว่าหน้ากากเพชรที่อีกฝ่ายออกแบบมานั้นมีความสวยงามโดดเด่นและเป็นที่สะดุดตา
“ฝีมือไม่เลว” เขาถึงกับต้องเอ่ยชมก่อนจะหยิบแบบร่างเหล่านั้นติดมือไปด้วย
หลังจากดื่มน้ำแล้วเขาก็เดินกลับเข้าไปในห้องของทรรศิกาอีกครั้ง ตอนแรกตั้งใจว่าจะนำผลงานที่เธอทำไว้มาเก็บในห้องของเธอเท่านั้น แต่สายตาของเขากลับถูกตรึงไว้ด้วยเรือนร่างเพรียวบางที่โผล่พ้นผ้าห่มซึ่งเขาห่มให้เธอก่อนหน้านี้
อติรุจไล่สายตาเรื่อยไปตั้งแต่ทรวงอกอิ่มของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งกำลังสะท้อนการหายใจอย่างสม่ำเสมอลงไปจนถึงเรียวขาขาวนวล ที่โผล่พ้นกระโปรงชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาว ซึ่งตอนนี้ร่นขึ้นมาเหนือเข่าเนื่องมาจากการที่เธอนอนดิ้น ความงามเย้ายวนตาของหญิงสาวทำให้เขาอดใจไว้ไม่อยู่ เขาก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา และก็เริ่มจูบซุกไซ้ไปตามซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาวก่อนจะตัดใจหยุดตัวเองไว้แต่เพียงเท่านั้น และหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มคลุมให้เธออีกครั้งจากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องของตนเอง
“นี่เราทำอะไรลงไป ถ้าเจ้าตัวรู้เข้าละก็คงได้อาละวาดบ้านพังแน่” เขาพูดพร้อมกับลูบไล้ริมฝีปากของตนเอง
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







