Share

บทที่ 67

last update publish date: 2026-09-18 00:04:06

            ทรรศิกาลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่พร้อมกับความประหลาดใจที่ตนเองกลับมานอนอยู่ในห้องนี้

            “เราเดินกลับมานอนที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร”

            จำได้ว่าเมื่อคืนนั่งทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์จ่ายยาด้านล่าง แล้วทำไมถึงกลับมานอนอยู่ที่นี่ได้  เธอต้องรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนที่อติรุจจะออกไปทำงาน เท้าไวเท่าความคิดเธอรีบวิ่งไปอาบน้ำแต่งตัวและลงมารอเขาด้านล่าง

            “วันนี้ฉันขอติดรถไปด้วยคนนะคะ”

            “จะไปเยี่ยมพ่อของคุณดาวใช่ไหม”

            “ใช่แล้วค่ะ”

            “ได้สิ”

            “แต่ว่าฉันต้องไปสถานที่แห่งหนึ่งก่อนที่จะไปเยี่ยมพ่อของดาว คุณช่วยแวะไปส่งฉันที่นั่นหน่อยได้ไหมคะ”

            อติรุจหันไปจ้องมองเธอพร้อมกับเอ่ยถาม “ที่ไหน!”

            “บริษัทสตาร์ไดมอนด์ ฉันรู้ค่ะว่ามันไม่ใช่ทางผ่าน แต่คุณช่วยไปส่งฉันหน่อยได้ไหมคะ”

            “คุณจะไปทำอะไรที่นั่น”

            “ก็แค่เอาเอกสารไปให้ที่บริษัทเท่านั้นเองค่ะ ใช้เวลาไม่นานหรอก นะคะช่วยฉันหน่อยนะ” ทรรศิกาลงทุนพูดจาอ้อนเขาด้วยเสียงอ่อนหวาน ก็แถวนั้นรถติดจะตายถ้าต้องให้ขึ้นรถไปเองในเวลาเร่งด่วนแบบนี้ คงต้องไปแออัดยัดเยียดไปในรถประจำทางเป็นชั่วโมงแค่คิดก็ไม่ไหวแล้ว

            “ได้สิ ผมจะไปส่งคุณเอง และถ้าใช้เวลาไม่นานผมจะรอ เราจะได้ไปโรงพยาบาลพร้อมกัน”

            “ขอบคุณค่ะ ใช้เวลาไม่นานหรอกค่ะ แค่เอาเอกสารไปส่งที่นั่นเท่านั้น”

            อติรุจขับรถไปจอดหน้าบ้าน แต่ทรรศิกาขอกลับขึ้นไปเอาของบางอย่าง

            “เร็วหน่อยสิคุณ ถ้าไปสายรถจะติดมาก”

            ทรรศิกากลับลงมาพร้อมกับซองเอกสารในมือ “พร้อมแล้วค่ะ”

            นายแพทย์หนุ่มมีน้ำใจเดินไปเปิดประตูรถให้เธอ ก่อนจะกลับไปขึ้นรถและขับออกไป โดยไม่รู้ว่ากาญจนาบังเอิญมาเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี

            “อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ ไหนบอกว่าเป็นพี่น้องกัน แต่การกระทำเหมือนคู่รักกันไม่มีผิด พี่น้องกำมะลอนะสิไม่ว่า”

            ทรรศิการู้สึกว่าเขาเหลือบมองเธอหลายครั้งด้วยสายตาแปลก ๆ ทำให้ต้องเอ่ยถาม

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

            “ไม่มี ผมแค่รู้สึกแปลกใจที่คุณลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบนี้”

            “ไอ้แต่งตัวแบบนี้ของคุณหมายความว่าไง”

            “ก็แต่งตัวเหมือนครูไหวใจร้ายแทนที่จะแต่งแบบเดิม”

            “เหมือนจริงหรือเปล่า”

            “จริง...ถามทำไม”

            ทรรศิกาไม่ตอบได้แต่ยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะขยับแว่นสายตาหนาเตอะที่ทำให้เธอแลดูเหมือนคุณครู

            “คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะ”

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่อยากแต่งตัวให้มันเรียบร้อยบ้าง อะไรบ้าง แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ”

            “แต่กระโปรงที่คุณใส่มันสั้นไปนะ”

            “หมายถึงสั้นน้อยไปใช่ไหม คุณนี่ก็หื่นเป็นเหมือนกันนะ”

            “พูดแบบนี้อยากโดนใช่ไหม”

            “ฉันแค่พูดล้อเล่นทำไมคุณต้องโกรธด้วย”

            “ไม่ได้โกรธ แต่ที่พูดเพราะแค่อยากจะสนองตอบความต้องการของคุณ”

            ทรรศิกาถึงกับเหวอไปเมื่อได้ยินคำตอบของเขา “ไว้ใจไม่ได้ซะละ ฉันแค่ล้อเล่นแต่คุณหื่นจริง”

            อติรุจเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าตึก “ถึงแล้ว รีบลงไปจัดการธุระของคุณซะให้เสร็จ เราจะได้ไปโรงพยาบาลด้วยกัน”

            ทรรศิกาก้าวลงจากรถด้วยความมั่นใจ เธอเดินเข้าไปคุยกับแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดพื้นอยู่ในขณะนั้น

            “ขอโทษนะคะ ช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหมคะ”

            “จะให้ช่วยอะไร!”

            “รบกวนเอาซองนี้ไปวางไว้บนโต๊ะหัวหน้าฝ่ายออกแบบเครื่องประดับให้ฉันหน่อยสิคะ”

            “แค่เอาไปวางไว้เฉย ๆ ใช่ไหม”

            “ใช่”

            แม่บ้านคนดังกล่าวรับซองนั้นมาจากมือของเธอ

            “ขอบคุณนะคะ ส่วนนี่น้ำใจเล็กน้อยค่ะ”

            ทรรศิกานำแบงค์ห้าร้อยใส่มือของแม่บ้านโดยไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ ก่อนจะรีบเดินกลับไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านหน้าตึก

            “เราไปกันได้แล้วค่ะธุระของฉันเสร็จละ”

            แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย ทำให้เธอต้องหันไปเร่งให้เขาออกรถก่อนที่จะมีใครมาเห็น

            “ออกรถสิคะ ขืนชักช้าคุณจะไปทำงานสายนะ”

            อติรุจเคลื่อนรถออกไปจากบริเวณนั้น และขับตรงไปยังโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่ แต่รถติดมากกว่าทุกวันทำให้เขาไปสายกว่าที่เคย

            “วันนี้รุจยังไม่มาอีกหรือครับ ปกติเขาไม่เคยมาสาย” อิทธิพลเอ่ยถามพยาบาลที่อยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์

            “เดินมาโน่นแล้วค่ะ”  

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status