LOGIN“ไหนลองเล่าให้ยายฟังซิว่าเทย่าไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง”
นายแพทย์หนุ่มเล่าเรื่องถึงวีรกรรมต่าง ๆ นานาของหญิงสาวให้คุณยายฟังคร่าว ๆ ว่าเธอใช้วิธีไหนบีบบังคับให้เขารับเธอเข้าทำงาน รสสุคนธ์รู้สึกทึ่งกับความพยายามของทรรศิกา ในการหาวิธีที่จะมาปราบพ่อตัวดีจนอยู่หมัด แม้จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างแปลกก็ตามที แต่มันก็ใช้ได้ผล เพราะสุดท้ายหลานชายของเธอก็ต้องรับหญิงสาวเข้าทำงาน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยืนยันเสียงแข็งปฏิเสธมาโดยตลอด
“ร้ายขนาดนั้นเลย”
“ที่ผมเล่าให้ฟังนั่นเป็นแค่บางส่วนเองนะครับคุณยาย ยังมีมากกว่านี้อีก ต้องบอกว่าเทย่าแสดงละครได้สมบทบาทจนผมอยากจะมอบรางวัลนักแสดงหญิงดีเด่นให้ โดยเฉพาะบทดราม่า น้ำตาเธอสั่งได้จริง ๆ”
“หรือเทย่าจะรู้ว่ารุจแพ้น้ำตาของผู้หญิง”
“ไม่หรอกครับคุณยายเขาแค่ทำให้ดูสมบทบาท”
“รุจบอกยายมาตามตรงนะว่ารุจรู้สึกยังไงกับเทย่า เคยรักเขาบ้างไหม” รสสุคนธ์เลือกใช้คำถามที่ตรงประเด็นที่สุด
เจอคำถามที่เป็นหมัดเด็ดของคุณยายเข้าไปก็ทำให้อติรุจถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ แววตาของเขาฉายแววขี้เล่น
“คุณยายกำลังล้วงความลับของผมอยู่นะครับ”
“ไม่ต้องมาพูดเฉไฉเลยพ่อตัวดี บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเรารักเทย่าหรือเปล่า”
“ผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองนักหรอกครับ รู้แต่ว่าเทย่าทำให้ผมหัวเราะได้ โมโหเป็นทั้งที่ผมเป็นคนใจเย็น อยู่กับเทย่าทีไรเป็นต้องอดใจไม่ไหวทะเลาะกันทุกที แต่ผมก็มีความสุขดีที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ แม้ว่าเขาจะเข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตผม แต่ถ้าไม่มีเขาผมคงรู้สึกแปลก ๆ เหมือนขาดอะไรในชีวิตไป ไม่น่าเชื่อนะครับคุณยายว่าภายในระยะเวลาสั้น ๆ เขาจะทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ได้ เทย่าเคยบอกผมว่าเธอทำให้ชีวิตของผมมีสีสัน บางทีผมอาจจะเสพติดสีสันจากผู้หญิงคนนี้ไปซะแล้วล่ะครับคุณยาย”
แม้อติรุจจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ว่าเขาชอบทรรศิกา แต่คนที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างรสสุคนธ์ย่อมจับความรู้สึกของหลานชายได้ อาจจะยังไม่ถึงขั้นหลงรักแต่อย่างน้อยก็มีใจเอนเอียงและมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับทรรศิกา ความรู้สึกแบบนี้น่าจะพัฒนาได้ไม่ยากนัก ที่ผ่านเธอไม่เคยเห็นหลานชายสนใจผู้หญิงคนไหนจริงจัง ทรรศิกาเป็นคนแรกที่เรียกความสนใจจากเขาได้ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องเอ่ยเตือน
“รุจต้องสำรวจความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับเทย่า ถ้าไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรก็ต้องรักษาระยะห่าง ถ้าชอบก็ลุยเลยยายสนับสนุน ดีออกชีวิตของรุจจะได้มีสีสันตลอดเวลา แต่ถ้าคิดจะจีบเทย่าเล่น ๆ แก้เหงาล่ะก็ห้ามเด็ดขาด เพราะมันอาจจะสร้างรอยร้าวระหว่างสองตระกูล”
“ดูเหมือนว่าคุณยายจะหลงเสน่ห์เทย่าเข้าแล้วจริง ๆ ถึงได้เชียร์กันออกนอกหน้าแบบนี้”
“แล้วรุจล่ะลูกยังไม่หลงเสน่ห์เทย่าอีกหรือ ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละจริงไหม”
อติรุจไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะทรรศิกาเดินถือถาดอาหารเข้ามาในห้องพอดี เขาจึงได้แต่ยิ้มให้ผู้สูงวัยอย่างอบอุ่นอ่อนโยนก่อนจะเดินไปรับถาดอาหารจากมือหญิงสาวมาส่งให้ผู้เป็นยาย ในขณะที่รสสุคนธ์กำลังทานอาหารอยู่นั้นเองรจนีได้เดินเข้ามาในห้องนอนของผู้เป็นมารดา เมื่อมองเห็นหลานชายนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วยจึงเอ่ยทัก
“รุจมาตั้งแต่เมื่อไร จะมาทำไมไม่โทร.มาบอกก่อน ป้าจะได้เตรียมของชอบของเราไว้ให้”
“ผมมาถึงตั้งแต่หกโมงเย็นแล้วครับ คุณยายบอกว่าป้านีกับแม่ไปฟังสวดศพที่วัด”
“ใช่ ป้าเพิ่งจะแยกกับแม่ของเราเมื่อกี้นี้เอง แล้วแม่หนูคนนี้เป็นใคร”
ทรรศิกายกมือไหว้รจนีด้วยความอ่อนช้อย ก่อนจะทำตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากปากคุณยายของอติรุจ
“ว่าที่หลานสะใภ้ของแกไงล่ะยัยนี”
“คุณยาย!” ทรรศิกาเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ และมองหญิงชราด้วยแววตาตัดพ้อ หน้าสวยหวานหงิกงอ
“จริงหรือแม่” น้ำเสียงของรจนีแสดงถึงความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หลานชายพาผู้หญิงมาแนะนำให้รู้จักในฐานะแฟน
“เรานี่ก็ตาแหลมเหมือนกันนะตารุจ”
“แฟนผมสวยใช่ไหมครับป้านี”
“บอกเลยว่ามาก”
“ทุกคนกำลังเข้าใจผิดนะคะ เทย่าไม่ได้เป็นแฟนเขา เราไม่ได้มีอะไรกัน”
“แต่ผมอยากมี”
“หุบปากของคุณเดี๋ยวนี้เลยนะ” ทรรศิกาหันไปสั่งพร้อมกับตวัดตาคมค้อนเขา
“ถ้าคุณยังไม่อธิบายให้คุณยายและป้าของคุณเข้าใจล่ะก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกเทย่า เดี๋ยวคุณยายก็อธิบายให้ป้านีเข้าใจเองแหละว่าเราเป็นอะไรกัน ตอนนี้เรากลับกันก่อนดีกว่าไม่อย่างนั้นจะถึงบ้านดึกเกินไป”
“ทานอะไรรองท้องก่อนดีไหม”
“ไม่ดีกว่าครับป้านี ไว้ผมจะพาเทย่ามาใหม่วันหลังครับ วันนี้ต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ ถ้าดึกมากจะขับรถลำบาก”
สองหนุ่มสาวไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะเดินกลับไปที่รถ เสียงฟ้าร้องโครมครามดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เหมือนฝนกำลังจะตกนะคะ”
“นั่นสิเรารีบกลับกันดีกว่า”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
