Share

บทที่ 90

last update publish date: 2026-09-18 00:05:49

            อติรุจขับรถออกจากบ้านสวนมาได้ไม่นาน  สายฝนก็เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพื่อความปลอดภัยทำให้เขาต้องขับรถอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะสายฝนทำให้มองเห็นทางไม่ชัดเจน แถมยังเป็นช่วงเวลาค่ำมืดด้วยแล้วก็ยิ่งต้องระวังอุบัติเหตุ ขับมาได้ครึ่งทางรถก็เกิดสะดุดและดับไปโดยไม่รู้สาเหตุ สตาร์ตเท่าไรก็สตาร์ตไม่ติด

            “รถเป็นอะไรไปคะ”

            “ไม่รู้เหมือนกัน คุณรออยู่ในรถก่อนนะผมจะลงไปดู”

            อติรุจเดินไปเปิดกระโปรงหน้ารถเพื่อตรวจดูอาการ เขาซ่อมอยู่นานแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ทำให้ทรรศิกาตัดสินใจเดินฝ่าสายฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนักมายืนเป็นเพื่อนเขา

            “แก้ได้ไหมคะ”

            “คุณลงมาทำไม บอกแล้วไงว่าให้นั่งรออยู่ในรถ มาตากฝนแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

            “ก็ฉันเห็นคุณเงียบไปก็เลยลงมาดูเผื่อว่าจะมีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้”

            “อาการแย่กว่าที่ผมคิดไว้ เราคงต้องโทร.ให้ช่างมาลากไป”

            อติรุจเดินกลับไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อมาจัดการกับปัญหานี้ ปรากฏว่าแบตเตอรี่มือถือของเขาหมด ของเธอก็เช่นกัน

            “ทำไมแบตโทรศัพท์ต้องมาหมดพร้อมกันตอนนี้ด้วยนะ” ทรรศิกาบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหันไปถามเขา

            “เราจะทำยังไงกันดีคะ”

            “คงต้องขอความช่วยเหลือจากรถที่ขับผ่านไปผ่านมา”

            “ฉันไม่เห็นว่าจะมีรถจะผ่านมาสักคันเลย ทำไมต้องมาเสียตอนนี้ด้วยนะ เสียตรงไหนไม่เสียดันมาเสียตรงบริเวณที่เป็นป่ารกแบบนี้ มืดก็มืดแถมบรรยากาศก็ดูวังเวงพิกล น่ากลัวจริง ๆ”

            “ไม่ต้องกลัวนะเทย่า ผมจะปกป้องคุณเอง คุณไปนั่งรอในรถก่อนดีไหม เดี๋ยวผมจะคอยโบกรถ”

            หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันจะยืนเป็นเพื่อนคุณถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเราจะได้ช่วยเหลือกัน”

            สองหนุ่มสาวยืนอยู่ข้างรถในสภาพเปียกปอน เนื้อตัวชุ่มไปด้วยน้ำฝน เพราะเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกและเป็นเส้นทางลัดที่มักจะเปลี่ยวในเวลาค่ำคืน จึงเป็นเหตุให้ไม่ค่อยมีรถขับผ่านไปมาในบริเวณนี้

            ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงมีรถกระบะคันหนึ่งขับผ่านมา มีชายสองคนนั่งอยู่ในรถคันดังกล่าว พวกเขาจอดรับสองหนุ่มสาวให้ขึ้นรถมาด้วย โดยอาสาว่าจะพาไปส่งที่บ้าน ระหว่างทางที่ขับผ่านอติรุจสังเกตเห็นคนขับ มักจะชำเลืองมองเขาและทรรศิกาผ่านกระจกหน้ารถอยู่บ่อยครั้ง แววตาของชายผู้นั้นเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างซึ่งดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ

            ทรรศิกาเริ่มรู้สึกหนาวสั่นและมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับจะเป็นไข้

            “หนาวมากหรือคุณ”

            หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ อติรุจจึงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน หวังใช้ไออุ่นจากตัวเขาคลายความหนาวให้เธอ ทรรศิกาซุกตัวเข้าหาไออุ่นจากเขาก่อนจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว อติรุจสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากเรือนร่างบางในอ้อมกอด การยืนตากฝนเป็นเวลานานทำให้เธอเริ่มมีไข้

            “ผู้หญิงเป็นอะไรไป” คนขับรถเอ่ยถามหลังจากเหลือบมองเขาและเธอจากกระจกหน้ารถอีกครั้ง

            “คุณขับรถไปเถอะ ไม่ต้องห่วง เมียผม ผมดูแลเองได้” อติรุจเน้นคำว่าเมียชัดเจน เพราะต้องการที่จะปกป้องหญิงสาวในอ้อมแขนทำให้เขาต้องพูดออกไปเช่นนั้น การบอกถึงสถานะความสัมพันธ์ที่เขากุขึ้นมานั้นอาจจะทำให้ชายต่างวัยทั้งสองไม่กล้าทำอะไรพวกเขา

            คำว่าเมียที่หลุดออกมาจากปากของอติรุจอย่างชัดถ้อยชัดคำนั้น ทำให้คนขับรถถึงกับเผลอเหลียวหลังกลับมามองเขา ก่อนที่เขาจะเอ่ยเตือนให้อีกฝ่ายขับรถด้วยความไม่ประมาท อติรุจกำลังประเมินว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาจะปกป้องหญิงสาวในอ้อมแขนนี้ให้ปลอดภัยได้อย่างไร

            ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นชายฉกรรจ์หนึ่งคน ชายวัยกลางคนอีกหนึ่งคน สิ่งที่เขาห่วงมิใช่ตัวเองแต่เป็นความปลอดภัยของทรรศิกา สุดท้ายจึงตัดสินใจขอลงกลางทาง

            “ยังไม่ถึงบ้านของคุณเลยจะรีบลงทำไม เมียคุณก็ดูเหมือนจะไม่สบาย”

            “รู้ได้ยังไงว่าบ้านผมอยู่ที่ไหน” เขาถามด้วยความหวาดระแวง

            “ผมเคยพาเมียไปรักษาที่คลินิกของหมอ ถ้าคุณหมอลงตรงนี้ต้องต่อรถไปอีกไกล ให้เราขับไปส่งที่บ้านจะสะดวกกว่า คุณหมอไม่ต้องกังวลผมกับหลานชายไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ แต่ที่เหลือบมองบ่อย ๆ เพราะตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะใช่หมอคนเดียวกับที่เคยรักษาเมียผมโดยไม่คิดเงินหรือเปล่าเท่านั้น”

            “ให้พวกเราขับไปส่งคุณหมอที่บ้านดีกว่านะครับ คุณหมอจะได้ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถ”

            “ขอบคุณมากครับ” อติรุจเอ่ยออกมาพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างที่เขากังวล

            “ไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอกหมอ รับรองว่าเราจะพาหมอไปส่งให้ถึงบ้านด้วยความปลอดภัยแน่นอน”

            ก่อนที่จะลงจากรถอติรุจได้หยิบเงินเพื่อช่วยค่าน้ำมันรถแต่พวกเขาไม่ยอมรับ นายแพทย์หนุ่มจึงเอ่ยปากขอบคุณพวกเขาอีกครั้ง จากนั้นก็พยุงตัวทรรศิกาเข้าไปในบ้าน เขาอยู่ดูแลให้เธอทานอาหารที่เขาซื้อไว้ตอนกลับจากโรงพยาบาล และทานยาแก้ไข้หลังจากที่เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อติรุจดูแลห่มผ้าให้ทรรศิกาด้วยความอ่อนโยน เขานั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิทจึงเดินกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง

            จากวันนั้นข่าวความสัมพันธ์ของอติรุจและทรรศิกาก็แพร่สะพัดไปทั่วภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยที่สองหนุ่มสาวต่างก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นข่าวเมาท์ในชุมชนแออัดที่เขาและเธอแวะเวียนไปบ่อย ๆ หลายคนที่เคยสงสัยในความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสองว่าอยู่ในสถานะไหน สุดท้ายความจริงก็เปิดเผยเมื่อคุณหมอหนุ่มยอมรับออกมาเองว่าทรรศิกาเป็นเมียของเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status