LOGINระหว่างรออาหาร เขาขอตัวไปห้องน้ำ สักพักก็กลับมา แต่มีคนตามมาด้วย เป็นพนักงานเสิร์ฟ ในมือยังถือแก้วน้ำสีสดใสสองแก้ว แต่เมื่อมิสเตอร์เฉินนั่งลง พนักงานก็วางน้ำสองแก้ว ลงตรงหน้าเขา และอลิชา
“นี่คือน้ำอะไรหรอคะ” อลิชาใช้หลอดคนด้วยความสนใจ “ค็อกเทล เธอดื่มค็อกเทลมั้ย” มิสเตอร์เฉินมองเธอ เด็กสาวส่ายหัว พลางยกแก้วขึ้นมองดูสิ่งที่อยู่ข้างใต้ และพบว่ามันคือเศษผลไม้“ไม่เคยกินค่ะ” “ลองชิมสิ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ในขณะที่ตัวเองก็ยกขึ้นมาดื่ม เขาอยากให้เธอดื่ม แต่เด็กสาวไม่ยอมดื่มสักที เจ้าตัวจึฃทำเป็นตัวอย่างและทำเป็นไม่สนใจเธอ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกกดดัน อลิชามองคุณอา และหันกลับมาดูสีสันของมัน เธอพอรู้มาบ้าง ว่าค็อกเทลคือเครื่องดื่มรสหวานที่ผสมแอลกอฮอลกับผลไม้ แต่เธอก็ต้านทานความน่ากิน กลิ่นและสีของมันไม่ไหว ในที่สุดจึงยกขึ้นดื่ม ลิ้มรสหวานของค็อกเทลครั้งแรก สายตามิสเตอร์เฉินแอบเหลือบมองเธอขณะยกขึ้นดื่ม มุมปากแอบยิ้ม และความคาดหวังของคนเจ้าเล่ห์ก็ได้รับการตอบรับ สักพักอลิชาดวงตาลุกวาว “หืมมมม” เธอจับหลอดแล้วดูดมันจนหมด ความหวานนุ่มของมะพร้าว ละลายในปากช้าๆ ผสมสับปะรดหอมฉ่ำ รสชาติที่ทั้งสดหวาน และเปรี้ยวนิดหน่อย ในแบบที่อลิชาไม่เคยลิ้มรส ท่าทางเธอทำให้คนตรงหน้าพึงพอใจ เขาวางแก้วลง แล้วถาม “ชอบมั้ย” “ชอบค่ะ” เธอตอบรวดเร็ว แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะลุกขึ้นทันที จากนั้นก็เดินออกไปจากโต๊ะ อลิชามองตามอย่างงุนงง แต่เพียงชั่วครู่เขาก็กลับมา พร้อมกับค็อกเทลแก้วใหม่ แต่ตัวเธอที่นั่งอยู่เริ่มรู้สึกว่าสายตาของตัวเองควบคุมได้ยากขึ้นแกว่งไปแกว่งมา ซ้ำยังพร่ามัว อีกทั้งยังรู้สึกอุ่นทั้งตัวด้วย เมื่อเห็นคุณอาเดินกลับมา อลิชาก็ฉีกยิ้ม เดินโซซัดโซเซไปหาเขา การเข้าหาของเธอทำเอาคิ้วของมิสเตอร์เฉินขมวดหากัน เขารีบเข้าไปประคองทันทีที่เด็กสาวปล่อยร่างกายมาหาเขาทั้งตัว จากนั้นเธอก็หมดสติ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พนักงานทั้งสามคน นำอาหารทั้งหมดมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แต่ทว่ากลับได้ยินอีกฝ่ายบอกให้เช็คบิล เขาเห็นสีหน้าที่ตกใจของพนักงานแต่ไม่ได้อธิบายเพิ่ม และพูดซ้ำ “ผมขอเช็คบิล” น้ำเสียงราบเรียบที่แแฝงไปด้วยอำนาจของเขา ขัดกับใบหน้าที่หล่อเหลา และไม่ได้มีความอ่อนโยนอีกต่อไป ทำให้พนักงาน แอบเกร็งไม่กล้าถาม เพียงตอบรับ และนำบิลมาให้ มิสเตอร์เฉินประคองร่างบางที่หลับตาพริ้ม ในอ้อมแขนอีกมือหนึ่งประคองศีรษะอย่างทะนุถนอม เมื่อพนักงานนำบิลมาเขาเพียงแค่ยื่นบัตรเครดิตให้ จากนั้นก็เฝ้ามองคนในอ้อมแขน เมื่อชำระบิลเสร็จเขาก็อุ้มเด็กสาวออกจากร้านไปไม้แม้แต่จะเหลือบมองอาหารที่วางบนโต๊ะ พนักงานสามคนที่ให้บริการมองหน้ากัน ในใจทั้งสงสัยและอิจฉาผู้หญิงคนนั้น ที่มีแฟนที่เทคแคร์ขนาดนี้ แสงไฟนีออนกระทบใบหน้าเด็กสาวที่ไร้สติ เขาพาเธอไปที่รถ ประตูเปิดออกอัตโนมัติ วางเธอลงเบาะหลังอย่างระมัดระวัง ก่อนปิดประตูเขามองเธออยู่นาน ในระยะที่ใบหน้าทั้งสองใกล้กัน เพียงแต่อีกฝ่ายไร้สติ ดวงตาคมลึกไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “นี่แค่ก้าวแรก” เสียงเบาๆที่ออกจากปากลอยไปกับลมในยามดึก เขาปิดประตูรถ และหยิบโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาใครคนหนึ่ง ปลายสายรับในทันที “เตรียมห้อง” เขาสั่งสั้นๆ ปลายสายไม่ถาม เพียงตอบรับ ก่อนสายจะตัดไปกระทั่งเวลาเกือบตีหนึ่ง รถสีดำชะลอเข้าจอดใต้กันสาดหินอ่อนของอาคารสูง ประตูรถเปิดออกคนสองคนก็รีบเข้ามาต้อนรับมิสเตอร์เฉินที่ก้าวลงจากรถทันที เขาอุ้มอลิชาที่หลับใหลไว้แนบอก ร่างเล็กซบเขาอย่างไม่รู้ตัว บอดี้การ์ดรีบเปิดทาง และกดลิฟต์ส่วนตัวพาทั้งสองขึ้นไปชั้นบนโดยไม่ต้องสั่ง ตัวเลขลิฟท์ไหลผ่านช้าๆกระทั่งหยุดที่เลข 6 เขาเดินออกจากลิฟท์ เบื้องหน้าคือ ทางเดินยาวที่เงียบสงบ ประดับผนังด้วยศิลปะ แสงไฟสะท้อนตัดกับพื้นผิวหินอ่อนสีดำเข้ม มิสเตอร์เฉินหยุดที่ประตูบานหนึ่ง เมื่อมันเปิดออกโดยอัติโนมัติ ก็ปรากฎห้องนอนกว้างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมี่ยม เตียงนอนขนาดคิงไซส์ ขณะที่สีหน้าเขาเรียบเฉยราวกับว่านี่คือความปกติที่พบเจอทุกวัน ก้าวเข้าไป วางร่างอลิชาลงอย่างอ่อนโยน ประตูเบื้องหลังปิดลงด้วยเสียงแผ่วเบา พื้นที่ทั้งห้องมีเพียงคนทั้งสอง เด็กสาวหลับสนิทลมหายใจสม่ำเสมอ มิสเตอร์เฉินนั่งอยู่ไม่ไกล ดวงตานิ่งลึกจับจ้อง ผ้าห่มขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองผ่อนคลายลงตั้งแต่เมื่อไหร่ เด็กคนนี้ยามหลับดูต่างจากปกติ ไม่มีสายตาระแวง ไม่มีความสงสัย มีเพียงความซื่อบริสุทธ์ที่ดูไร้พิษภัย เขาเดินเข้าไปหาร่างเล็กบนเตียง เอื้อมมือไปตามความรู้สึก แต่ฉุกคิดได้ จึงหยุดค้างไว้อย่างนั้น “ยังไม่ถึงเวลา” เขามองเธออีกครั้ง ตั้งแต่แรกที่พบกันก็รู้ว่าเด็กสาวตรงหน้า ไม่ควรอยู่ในโลกเดียวกับตน แต่เพราะการยื่นมือของเธอ บุคคลที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเกือบตายครั้งนี้ จะตามหาเธอแน่นอน และการปล่อยให้เธออยู่ลำพัง อาจอันตรายยิ่งกว่าการอยู่ใกล้เขาเสียอีก คนอย่างเขา ไม่เชื่อในเซฟโซนที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตนเอง แม้จะต้องกลายเป็นตัวร้ายในภายหลัง เขาก็จะปกป้องคนที่สมควรปกป้องเอาไว้ให้ได้ มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว และไม่ใช่การผูกมัดแต่เป็นสิ่งที่คนอย่างเขา คำนวณไว้แล้ว และไม่อนุญาตให้มีใครขัดขืน “ออสการ์” มิสเตอร์เฉินชะงักเล็กน้อย ชื่อสั้นๆคำหนึ่ง หลุดออกจากปากคนที่หลับใหล อลิชาขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันราวกับฝันนั้นไม่มีความสุข เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอเพื่อให้ได้ยินมากขึ้น และแล้ว ริมฝีปากบางก็แย้มพึมพำเบาๆขึ้นอีกครั้ง “ออสการ์…เราขอโทษ” เสียงละเมอครั้งที่สอง ดังกว่าเดิมจนมิสเตอร์เฉินได้ยินชัด เขายืดตัวขึ้นช้าๆ สายตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย ความเอ็นดูเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา มือหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้น กดหมายเลขโดยไม่ละสายตาจากเด็กสาวบนเตียง ปลายสายรับแทบจะทันที “ไปสืบมา ใครคือออสการ์ อลิชารู้จักคนคนนี้ ภายในสามวันผมต้องได้รู้ ว่ามันมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคนของผม” สั่งงานจบ เขากดตัดสาย นิ้วมือเผลอเกร็งขึ้นเล็กน้อย แสงไฟสลัวทั่วห้อง ไม่อบอุ่นอีกต่อไป ดวงตาคมกริบ จ้องมองอลิชาไม่กระพริบ ถ้าคนคนนี้เป็นแค่อดีต เขาจะไม่แตะ แต่ถ้าเป็นปัจจุบันที่ตามเธอมา และขัดขวางแผนการของเขา เขาก็จะกำจัดมันทันที ร่างสูงก้มตัวลงช้าๆ อลิชาหลับสนิทไม่รับรู้ว่าบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งเพียงใด ปลายนิ้วหนาแตะเส้นผมนุ่มอย่างแผ่วเบา “เด็กน้อย….อย่าฝันถึงใครอีก” เสียงนั้นต่ำและเรียบ ไม่ใช่คำขอ แต่คือคำสั่งที่ไม่ได้มีเพียงอำนาจ คนอย่างเขา ไม่ชอบการแบ่งปัน เพชรที่ไม่ผ่านการเจียระไน สดใหม่และบริสุทธิ์ขนาดนี้ ไม่ควรถูกปล่อยให้เดินลำพัง ขนตายาวทอดเงาบางบนผิวเนียน ริมฝีปากอ่อนคลายเล็กน้อย ไม่ยิ้ม ไม่เศร้า บริสุทธิ์จนสายตาของเขาไม่อาจละ ใบหน้าที่ไม่เคยเรียนรู้การปิดบัง ไม่รู้จักการสวมหน้ากาก ความสงบที่คนอย่างมิสเตอร์เฉินไม่เคยมีอยู่ในชีวิต ดวงตาคมกริบของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ผ่านมาหลายปีแล้ว หลังจากผู้หญิงคนนั้นจากไป มิสเตอร์เฉินหลุบสายตาลง เงาสะท้อนในดวงตาคมกริบไหววูบเพียงชั่วครู่ ผู้หญิงคนนั้น คือบาดแผล ที่ทำให้เขาไม่เชื่อในความผูกพันอีกเลย ความรู้สึกบางอย่างเหมือนถูกฝังไว้พร้อมกันกับเธอ ไม่ถูกเอ่ยถึง จนกระทั่งคืนนี้ ใบหน้าที่หลับใหลอยู่ตรงหน้า ไม่ได้เหมือนผู้หญิงคนนั้น แต่มันปลุกความรู้สึกเดียวกัน ความรู้สึกที่เขาเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก แต่ถึงอย่างนั้น สายตาก็ยังไม่อาจละจากใบหน้าน้อยๆ ใบหน้าเช่นนี้ หากต้องแปดเปื้อน มันไม่ควรเกิดจากโลกภายนอก ชีวิตเขาเป็นของเธอ ต้องแลกกับทั้งหมดของเธอ ต้องมอบให้เขาเช่นกัน มุมปากของมิสเตอร์เฉินยกขึ้นเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มของคนยอมแพ้ และกำลังครอบครองบางอย่างไปพร้อมกัน แสงในดวงตาคมกริบวาบขึ้นชั่วครู่ สัตว์นักล่าที่พบสิ่งล้ำค่า ‘สมบัติที่ใครอื่นไม่ควรแตะต้อง’ เสี้ยววินาทีใบหน้าเขาใกล้กับเธอ มิสเตอร์เฉินหยุดลงตรงนั้น ก่อนริมฝีปากจะกดลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา อลิชาขยับตัวเล็กน้อย ราวกับรับรู้ถึงความอบอุ่นนั้น โดยไม่รู้ที่มา มิสเตอร์เฉินผละออกสายตาคมกริบกลับมาเย็นชาดังเดิม หันหลังให้เตียง ไม่มีการหันกลับไปมองอีกครั้งประตูห้องถูกเปิดออก แสงจากโถงทางเดินสาดเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา อลิชาขยับตัวเล็กน้อย กอดผ้าห่มแน่นราวกับไม่อยากให้กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยจางหายไป ซุกใบหน้าลงกับเนื้อผ้าอย่างสบายใจ ข้างนอกห้องมิสเตอร์เฉินยืนหยุดนิ่งเพียงชั่วครู่ เงาสะท้อนของเขาในกระจก ไม่ใช่คุณอาที่แสนใจดีคนนั้นของเด็กหญิง แต่เป็นชายคนเดิม ที่โลกของเขาไม่กล้าเอ่ยถึงและเกรงกลัว เขาพับแขนเสื้อสีหน้ากลับมาเรียบเฉยก่อนเดินจากไปเสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นดังก้อง ตัสหายใจหอบ ท่ามกลางถนนลาดยางที่มีเพียงป่าและเเสงไฟอ่อนเขาหันมองความมืดด้านหลังเป็นระยะ กลัวว่าคนพวกนั้นจะตามมาหลังจากอลิชาเข้าประตูนั้นได้ ในขณะที่เขาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ ไม่รู้ว่าชายสูทแดงนั่นมาจากไหน และสังเกตพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ใบหน้าที่ดูเหมือนอมยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาหันมายิ้มให้เขา ทำเขาชะงักไป จากนั้นชายคนนั้นก็เอ่ยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกประโยคกลับทำให้ใจเขาตกลงปลายเท้า "คนหนึ่งแสร้งทำเป็นโง่เพื่อถ่วงเวลาพนักงาน อีกคนกลับแอบมุดเข้าหลังบานประตู เด็กน้อยมีทีมเวิร์กที่น่าสนใจเสียจริง”“ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสอนให้พวกคุณใช้ความเจ้าเล่ห์ราคาถูกแบบนี้ในสถานที่ที่อยู่ในสายตาของผมกัน?”สายตาลงมองสำรวจตัสตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับมองสัตว์เล็กๆที่น่าเวทนาที่กำลังดิ้นรนทำบางอย่างในสายตาเขาเขาทำมือบอกปัดกับพนักงาน “ไปตามหา หนู อีกตัวที่เหลือ อ้อ….แต่ว่าดูแลเธอให้ดีเด็กรุ่นนี้คือสินค้าเกรดเอ”ตัส หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก ความกลัวเปลี่ยนเป็นสัญชาตเอาตัวรอดเขารู้ว่าถ้าถูกจับได้ตอนนี้ ทุกอย่างคือจุดจบ ไม่รอให้ชายสูทแดงเรียกการ์ดมาจับตัสวิ่งไปทางประตูทา
ท่ามกลางความเวิ้งว้างของชนบท เสียงเครื่องยนต์แท็กซี่ค่อยๆ ลับหายไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงที่ม้วนตัวคว้างอยู่ในอากาศจากทางลูกรัง อลิชา ตัส และนาเดีย ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ห่างพวกเธอออกไปคือร้านอาหารที่ดูธรมมดา ป้ายไฟนีออนเหนือประตูทอประกายอ่อนละมุน นุ่มนวลเสียจนดูเหมือนอ้อมกอดที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ ทว่าในสายตาของพวกเธอ สถานที่แห่งนี้กลับดูอันตรายยิ่งกว่าบ่อนคาสิโนทั่วไป"แต่พวกเราจะเข้าไปยังไงดี..." อลิชาพึมพำ แววตาสั่นระริก เธอมองร้านอาหารที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวนี้พร้อมกับความหวั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของเธอถูกขังอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้เด็กสาวอายุ18ที่ไม่เคยเข้าสถานบันเทิงกระทั่งสัมผัสโลกสีเทามาก่อน กดดันนั้นหนักอึ้งจนแม้แต่ก้าวขายังก้าวไม่ออกตัสลอบกลืนน้ำลายพลางบุ้ยปากไปยังร่างทะมึนสองร่างที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู"ไม่รู้สิ เห็นการ์ดสองคนข้างหน้านั่นมั้ย กล้ามใหญ่ขนาดนั้น แล้วดูส่วนสูงพวกมันสิพวกเราจะเอาแรงที่ไหนไปสู้" ชายร่างยักษ์ทั้งสองยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน แต่สายตานั้นเหมือนสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำผู้บุกรุกทุกเมื่อ"อย่าลืมนะ พวกเราแค่มาทานอาหาร...""ทำตัวให
พระอาทิตย์ตกในสายตาโนอาห์ ราวกับตอกย้ำความตายมือขวาคนสนิท คู่ค้าคนสำคัญนั่งตรงข้ามเขา เงากระจกลางๆสะท้อนหนึ่งชายชุดดำ หนึ่งชายชุดขาว ที่แม้แตกต่างกัน แต่รังสีความโหดร้าย กลับไม่มีใครด้อยคนหนึ่งหัวหน้าองค์กรนักฆ่า คนหนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง มิสเตอร์แดเนียลในเชิ้ตขาวใบหน้าคมคายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่อ่อนโยน มือเท้าคางอย่างอารมณ์ดี จ้องมองอีกฝ่ายที่ร้อนรุ่มไปด้วยความแค้น "ถ้าให้ผมลงมืออีกรอบ ความเสี่ยงขนาดนี้ ผมต้องการค่าตอบแทนเพิ่มสิบเท่า" "ตกลง" โนอาห์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล ได้ยินดังนั้นมิสเตอร์แดเนียลยิ้มน้อยๆ สายตามองต่ำราวกับคำนวณส่วนได้ส่วนเสีย เขาทำธุรกิจมานาน ดีลซื้อความตายที่ราคาสูงที่สุดคือดีลครั้งนี้ "ไม่ว่ายังไง ครั้งนี้มันต้องตาย มันบังอาจกำจัดมือดีของฉันไป ฉันไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่ มันจะต้องชดใช้"มิสเตอร์แดเนียลขยับยิ้มบางๆ "มิสเตอร์โนอาห์ ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างสิ""เชิญ""มิสเตอร์เฉินคือน้องชายของคุณ ทำไมถึงต้องพยายามฆ่าเขา?""อ้อ ที่ผมถามเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย และผมไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนภายหลัง"โนอาห์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาพยัคฆ์ของเ
รถของมิสเตอร์เฉินจอดข้างทางหน้าหอพัก เขานั่งอยู่ในรถสักพักอลิชาก็ถูกแม่จูงแขนออกมา เขามองใบหน้าอึดอัดนั้นแอบยิ้มหัวในใจ พ่อเดินตามสองแม่ลูก ทว่ากำลังมุ่งมั่นจัดเสื้อกับเนคไทสีแดงอย่างจริงจัง “สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่” มิสเตอร์เฉินเปิดประตูให้ผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าไปนั่ง และส่งสายตายิ้มให้อลิชาแต่นั่นกลับทำให้เธอไม่มองเขา หลบสายตาและรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ทันใดนั้น“มานั่งอะไรตรงนี้ลิชา ไปๆๆๆ ข้างหน้าๆๆ” เด็กสาวถูกผลักออกจากเบาะเสร็จแล้วแม่ก็ปิดประตูทิ้งเธอปล่อยให้เธอยืนงง เห็นดังนั้นมิสเตอร์เฉินก็เดินไปเปิดประตูข้างคนขับให้เธอ “นั่งนี่สิ” แต่แล้วเด็กสาวก็เงียบกริบราวกับคนใบ้ และเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าอึดอัดเมื่อทั้งสี่ขึ้นมาอยู่บนรถ ความเงียบกริบก่อนหน้านี้ก็หายไปทันที พ่อกับแม่ราวกับสวมวิญญาณนักพากย์ศิษย์เอก “หมิงคุนลูก วาสนาลูกสาวแม่จริงๆ ได้ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มาดูแล รู้มั้ยอลิชาลูกแม่ไม่เคยมีแฟนเลยนะ มีแค่หมิงคุนคนแรกเลยที่พาพ่อกับแม่ไปกินข้าวแบบนี้ เป็นเด็กน่ารัก รู้กาละเทศะถูกใจแม่จริง ดูหน้าดูตาสิ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน นี่ถ้าแม่ย้อนเวลาไปได้ แม่คงจีบตาหมิงคุนแล้วนะเนี้ย” พ่อกร
ในคืนนั้นแม่กับพ่อของอลิชาเอาแต่ประคบประหงมลูกเขยที่พวกท่านเข้าใจผิด อลิชานั่งมองดูเหตุการณ์อย่างหดหู่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงไม่ปฏิเสธและไม่ยอมให้เธออธิบาย จนกระทั่งคุณอากลับไปแล้ว เป็นตอนที่เธอรู้สึกอัดอัดที่สุดในโลก พ่อกับแม่เอาแต่เงียบมองหน้าเธอ อลิชานั่งหลังตรง มือประสานกันแน่น ส่วนพ่อกับแม่นั่งโซฟา มองมาทางเธออย่างเค้นคำตอบ“ลิชา!” แม่ตบโต๊ะอย่างแรงอลิชาสะดุ้งรีบตั้งการ์ดปกป้องชีวิตตัวเอง“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” มือน้อยยกขึ้นโบกไปมาพ่อถอนหายใจยาว เหมือนคนที่เตรียมใจฟังเรื่องสะเทือนจิต ลูกสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วสมควรปล่อยแล้วก็จริง แต่หากจะคบใคร ลึกๆเขาก็อยากให้บอกผู้ใหญ่และหมั้นหมายไว้ก่อนยังไงซะก็เป็นหญิง “พ่อถามตรงๆนะ ลูกไปมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย?”อลิชาอ้าปากค้างแทนที่รีบปฎิเสธ ไม่ใช่เธออยากให้พ่อแม่เข้าใจผิดแต่เธอนึกไม่ถึงว่านอกจากพ่อกับแม่นอกจากจะเข้าใจผิดว่าคุณอาเป็นแฟนเธอแล้ว ยังคิดไปถึงขั้นมีอะไรกันด้วยเหรอเนี่ย!!!! เพราะฉะนั้นเธอจะต้องแก้ไขมูลข่าวตั้งแต่แรก “คุณอาคือคนที่หนูช่วยชีวิตไว้ค่ะ ที่หนูเล่าให้แม่ฟังอาทิตย์ก่อนไง แม่ยังจำได้มั้ย”“แต่เมื่อกี้ ที่แม่เข้
หลังจากการกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านพักตากอากาศ มิสเตอร์เฉินก็มาส่งเธอที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ได้ทวนเรื่องการตัดสินใจให้เธอไปอยู่กับเขา ไม่มีการโน้มน้าว และไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อยวันนี้เขาแสดงด้านที่น่ากลัวทำให้กดดันมากพอแล้ว และเพื่อจะรักษาความไว้วางใจจากเด็กคนนี้ เขาควรจะให้เวลาเธอและไม่เป็นไร คนของเขาถูกจัดแจงให้จับตามองและสะกอดรอยตามเธอไปทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พี่ชายสุดที่รักคนนั้น คงยังตามหาเธอไม่เจอเร็วๆนี้หรอก“กลับดีดีนะคะคุณอา เป็นข้าวมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ” “แล้วพรุ่งนี้หยุดใช่ไหม ให้มารับรึเปล่า” “คุณอาพูดอย่างกับคุณอาว่างทุกวันอย่างนั้นแหละ” เธอหัวเราะมองเขา“ไหนคุณอาจะต้องทำงาน ต้องเตรียมสอบเข้าราชการอีก เอาเวลาไหนมาเล่นกับหนูมากมายขนาดนั้นกัน เอางี้ค่ะ เอาเบอร์หนูไป วันไหนคุณอาว่างๆเบื่อๆ ค่อยมาก็ได้ค่ะ” “อย่าพูดเยอะเลย พรุ่งนี้ไม่ว่างก็บอก ทำงานล่ะสิ” อย่างที่คิด เด็กสาวยิ้มหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน “ใช่ค่ะ หนูทำพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าคุณอาอยากมากก็ลองมาชิมได้นะคะ” “ชิมอะไร ชิมใคร” อลิชาชะงัก คำถามที่เรียบง่ายของเขา กับส







