Masukเสียงกลไกประตูคอนโดถูกปลดล็อกอย่างง่ายดาย ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามาในความมืดมิด กลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลติดเสื้อสูทบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี ทุกฝีก้าวของมาร์ตินเต็มไปด้วยความแน่วแน่ มุ่งตรงไปยังห้องนอนเล็กๆ ที่เขาเคยเฝ้าสอดส่องมานับครั้งไม่ถ้วน
เขายืนนิ่งจ้องมองอลิซที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง หน้าอกอวบหยัดขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอ มาร์ตินหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง ขณะที่ดวงตาคมกริบจับจ้องร่างบางด้วยความหมกมุ่นที่ยากจะถอนตัว
“...กว่าจะหลับได้นะ”
มือหนาคลายกระดุมเสื้อสูทออกช้าๆ พลางวางมันลงบนเก้าอี้ จากนั้นจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ ท่ามกลางความเงียบงันมีเพียงแสงสีแดงวาบจากปลายมวนที่สว่างขึ้นเป็นระยะ ควันสีขาวหม่นลอยละล่องวนเวียนไปทั่วห้อง ปะปนไปกับกลิ่นอายดิบเถื่อนจากตัวเขา
เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงพลางไขว้ขาราวกับที่แห่งนี้คืออาณาจักรของเขาเอง สายตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าหวานที่หลับใหล... ขนตาเรียงหนาและริมฝีปากอิ่มที่เผยอออกเล็กน้อย ความไร้เดียงสานั้นกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือไฟในดวงตาเขาให้ลุกโชน“สวยเกินไปแล้ว... อลิซ” เสียงทุ้มแหบพร่าพึมพำผ่านม่านควัน “เธอไม่ควรมานอนหลับอย่างไร้เดียงสา... ต่อหน้าผู้ชายอย่างฉันเลยจริงๆ”
เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ปลายนิ้วแกร่งลูบไล้เส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกในใจกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง มันทั้งคลั่งไคล้และรุนแรงจนแทบจะอดรนทนไม่ไหว มาร์ตินสูดควันเข้าปอดอีกเฮือกใหญ่ ก่อนจะ จงใจเป่ามันลงบนข้างแก้มเนียนขาว ควันสีหม่นแตะสัมผัสผิวอุ่น ในขณะที่เขาเอื้อมมือไปเชยคางเธอขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายคล้ายสัตว์นักล่าที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อในกรง
“เธออยู่ใต้อาณัติของฉัน... ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่เข้าขั้นเสพติด และเมื่อควันมวนสุดท้ายดับลง ร่างหนาก็ขยับตัวขึ้นคร่อมร่างบางอย่างใจเย็น พลางสะบัดเสื้อเชิ้ตทิ้งเผยให้เห็นกล้ามเนื้อกำยำที่สมบูรณ์แบบ เขาไม่รอช้าที่จะก้มลงจุมพิตหน้าผากมนเพื่อประทับตราความเป็นเจ้าของ“อืม... หอม” จมูกโด่งสันไล่พรมจูบต่ำลงมาที่แก้มนวลพลางจ้องมองริมฝีปากสีอ่อนที่เผยอขึ้นราวกับกำลังเชื้อเชิญ “...คิดถึงจะแย่”
ทันใดนั้น มาร์ตินก็ประกบริมฝีปากลงบนความนุ่มหยุ่นอย่างรุนแรงจนแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ เขากดจูบหนักหน่วงและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปชิมความหวานตรงหน้าอย่างมูมมาม ดูดดึงริมฝีปากเล็กคล้ายต้องการจะกลืนกินความไร้เดียงสานี้เข้าไปให้ถึงขั้วหัวใจ
มือหนาประคองใบหน้าสวยไว้มั่น ก่อนจะเลื่อนลงมาทาบบนผิวเนียนละเอียด ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างไร้การกักขัง ร่างกายที่แข็งแกร่งบดเบียดเข้าหาหน้าอกอวบนุ่มตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาผละจูบออกเพียงนิดเพื่อกวาดสายตามองร่างเล็กที่ยังคงนิ่งสนิท ยิ่งเห็นเธอไร้ท่าทีขัดขืน เขายิ่งรู้สึกย่ามใจว่าตนคือเจ้าของชีวิตเธอโดยสมบูรณ์“หึ... น่าสนุก”
นิ้วร้ายบี้ลงบนเนื้อผ้าบางเบาตรงยอดอกที่ชูชันขึ้นมา ก่อนจะลงมือปลดกระดุมชุดนอนของเธอออกอย่างรวดเร็ว จนกระดุมตัวสุดท้ายกระเด็นหลุดไป เผยให้เห็นผิวกายขาวผ่องนวลตาที่ถูกปกปิดมานาน“...สวย...” เขาพึมพำเสียงสั่นพร่า สายตาคมกริบไล่มองตั้งแต่อกอวบอิ่มที่ชูยอดสีหวาน เรื่อยลงมาจนถึง เนินเนื้อสาวที่งดงามอย่างไร้ที่ติ “แค่เห็น... ก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว”
มาร์ตินยกยิ้มอย่างพึงพอใจพลางกดริมฝีปากลงบนความนุ่มนิ่มของทรวงอก ลากลิ้นสากไล้เลียสลับไปมาจนร่างบางส่งเสียงครางแผ่วออกมาในยามหลับ ซึ่งนั่นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟแห่งความกระหาย“อือออ...”
“...ร่างกายของเธอกำลังตอบสนองฉันนะอลิซ”เขากระซิบชิดผิวเนียนพลางงับชิมยอดอกและขยำเต้าเนื้อนุ่มด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
“ฉันจะทำให้เธอจำสัมผัสของฉันให้ขึ้นใจ... แม้แต่ในความฝันเธอก็หนีฉันไม่พ้น”
มาร์ตินก้มลงประกบจูบซ้ำอีกครั้ง แทรกลิ้นร้อนเข้าไปดูดดึงลิ้นเล็กอย่างอุกอาจ ก่อนจะลากลิ้นสากเลียวนยาวลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายที่แฝงไปด้วยกลิ่นสบู่อ่อนๆ จนแทบคลั่ง“เธอหนีฉันไม่พ้นแล้ว... อลิซ”
“อืออ...~”
เสียงหวานที่ครางแผ่วระคนละเมอ เพิ่มความกระหายของมาเฟียหนุ่มให้พลุ่งพล่านอย่างไม่อาจยับยั้ง ริมฝีปากหนากดจูบลงบนทรวงอกนุ่ม ก่อนจะลากไล้เลื่อยต่ำลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ มือหนาเลื่อนลงไปบีบกระชับเอวคอดกิ่วแน่นขึ้น แล้วแทรกกายเข้ากลางหว่างขาเรียว พร้อมกับบังคับแยกออกทีละน้อยอย่างใจเย็น ประหนึ่งกำลังเปิดประตูต้องห้ามที่ไม่มีวันปิดลงได้อีกตลอดกาล“โอ้ว…” กลีบกุหลาบอวบอิ่มค่อยๆ แย้มบานต่อหน้าดวงตาคมกริบที่จับจ้องอย่างหมกมุ่น ริมฝีปากที่แห้งผากของเขาพ่นลมหายใจติดขัดออกมา
และไวกว่าความคิดใบหน้าคมคายก็โน้มลงไปจนชิด ริมฝีปากประชิดแตะกลีบนุ่มนิ่ม ก่อนจะเริ่มตะโบมดูดดุนอย่างหิวโหยราวกับคนขาดสารอาหารมาเนิ่นนาน เขาเฝ้าสูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธออย่างลุ่มหลงจนแทบคลั่ง
“อ๊าา...~”
เพียงแค่เรียวลิ้นสากสัมผัสโดนจุดอ่อนไหว ร่างบางก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที อลิซเผลอขยับกายแอ่นส่วนล่างเข้าหาริมฝีปากร้ายโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัญชาตญาณถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ฉันแข็ง... จนมันปวดไปหมดแล้วอลิซ”
มาร์ตินคว้ามือเรียวของเธอมาบังคับให้กำรอบแก่นกายใหญ่ที่ร้อนระอุ เขากดมือเธอให้รูดรั้งขึ้นลงตามจังหวะที่เขาต้องการ ซึ่งเพียงแค่สัมผัสจากฝ่ามือนุ่มก็ทำเอาเขาแทบระเบิด
“อืมม... อลิซ...”
จังหวะของเขาไม่ได้เร่งรีบ ทว่าทุกการเคลื่อนไหวกลับเต็มไปด้วยแรงกดทับของการครอบครอง ริมฝีปากหนาบดจูบไล่จากซอกคอลงมาอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ราวกับเป็นการประทับตราจองไว้เพียงผู้เดียว กระทั่งมาร์ตินโน้มตัวลงนอนทาบทับคร่อมปิดกั้นเธอไว้ใต้ร่างหนา น้ำหนักกายที่กดแนบลงมาทำให้ไร้ซึ่งช่องว่างระหว่างกันเขากดแก่นกายท่อนล่างแนบชิดกับดอกไม้งาม เคลื่อนไหวถูไถไปตามรอยแยกส่วนอ่อนไหวอย่างจงใจ แม้จะ เป็นเพียงการสัมผัสผ่านรอยแยกโดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไป ทว่าในใจของเขากลับร้อนรุ่มจนอยากจะก้าวข้ามเส้นพรหมจรรย์นั้นเข้าไปทำลายเธอให้ยับเยินเสียเดี๋ยวนั้น“อืม... อลิซ... เธอเป็นของฉัน...”
ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่างหนา แรงเสียดสีที่ทวีความรุนแรงขึ้นทีละน้อยทำให้ร่างเล็กสั่นคลอนอยู่ใต้ร่างเขา เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มกลับยิ่งทำให้เขายิ้มอย่างพึงใจ
“อ้าส์... เธอทำฉันคลั่งจริงๆ”
เอวสอบขยับโยกแปรเปลี่ยนจังหวะจากเนิบนาบเป็นรุนแรงและดิบเถื่อน เรียวลิ้นสากตวัดหยอกล้อกับยอดปทุมถัน สลับกับการบีบขยำทรวงอกอวบใหญ่ที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำตั่บ!! ตั่บ!!ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยเสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะที่เขาเป็นผู้กำหนด ทุกการเคลื่อนไหวคือการบงการ ทุกจังหวะคือการประกาศอาณาเขตบนเรือนร่างของเธอ“ซี๊ดดด! ฉันจะแตกแล้ว!” เลือดในกายสูบฉีดจนร่างหนากระตุกเกร็งถี่ ก่อนที่ในที่สุดเขาจะปลดปล่อยแรงปรารถนาที่อัดอั้นออกมาอย่างรุนแรง ร่องรอยแห่งความครอบครองแผ่ซ่านเปรอะเปื้อนไปทั่วดอกไม้งาม ความอุ่นร้อนที่พุ่งทะลักออกมานั้นเกินกว่าจะยับยั้งได้อีกต่อไป
“อ้าสสสส!!!”
เขากอดรัดเธอไว้แน่นพลางสูดลมหายใจหอมหวานเข้าปอดราวกับคนติดยาที่โหยหาความสุข “หลับต่อไปเถอะ... แต่ตื่นมาครั้งหน้า เธอจะเป็นของฉันทั้งคืนทั้งวัน”น้ำเสียงทุ้มแผ่วพร่านั้นเต็มไปด้วยคำมั่นสัญญา ก่อนที่เขาจะจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ซึ่งช่างขัดกับสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไปอย่างสิ้นเชิง“สักวัน... เธอจะไม่ได้นอนหลับอย่างสงบแบบนี้อีก... อลิซ”
“เฮ้อ... มองไปทางไหนก็มีแต่คนคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้เนอะว่าไหมคะที่รัก” เอลลี่ เอ่ยจิกกัดพลางขยับกายเต้นรำในอ้อมกอดของสามี เธอหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่แสนจะชุลมุนของคู่ตัวเองความรักของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความหวาน แต่มันเริ่มจากการที่แม่ของดีแลนพยายามหาคู่เดทมาประเคนให้ลูกชาย และเอลลี่ในตอนนั้นที่ไม่อยากจะคบหากับใครเลย ตัดสินใจส่งประวัติและรูปภาพที่ 'เชย' สะบัดและดูจืดชืดที่สุดไปให้ เพื่อหวังจะให้ฝ่ายชายปฏิเสธแต่ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดีแลน จะบุกมาพิสูจน์ถึงที่!“จำได้ไหมคะ... วันที่ที่รักบุกมาหาเอลถึงในคลับ แล้วพยายามแกล้งทำตัวเป็น 'คนดี' จนเอลเชื่อสนิทใจหัวใจจนหัวใจหวั่นไหว” เอลลี่หัวเราะร่าเมื่อนึกถึงภาพมาเฟียในคราบสุภาพบุรุษ“พี่ก็เลยต้องทุ่มทุนสร้างภาพหน่อยสิ” ดีแลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบาง“แต่สรุปเป็นยังไงคะ... สุดท้ายที่รักก็เผยธาตุแท้ว่า 'เลว' ไม่ใช่หรอไง”“หึๆ... ก็เอลบอกเองว่าชอบคนเลวพี่ก็เลยแค่เผยตัวตน ทั้งปล้ำทั้งฉุดจนได้มาเป็นเมียเนี่ยไง” ดีแลนก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้สาวน้อยในรู
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลากสไตล์ดังประสานกันขึ้นอย่างผ่อนคลาย เมื่อต้นแบบความคลั่งรักอย่างคาร์เตอร์นำพาความสุขมาให้พวกเขาทุกคน“เออ...” คาร์เตอร์ รับคำสั้นๆ อย่างขอไปที ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่ มิลิน ภรรยาสุดที่รักเพียงคนเดียว ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน“แด๊ดดี้จะไปไหนครับ?”“ไปหาแม่ไง... เราก็มากับพ่อสิ” คาร์เตอร์เอ่ยชวนลูกชาย ซึ่ง อาเธอร์ ก็พยักหน้ารับอย่างรู้ความ ทว่าทายาทมาเฟียตัวน้อยกลับเดินเลี่ยงไปยังจุดเปิดเพลง เขาเปลี่ยนท่วงทำนองให้กลายเป็นเพลงช้าหวานซึ้ง พร้อมกับกวักมือเรียกน้องๆ ให้เข้ามารวมกลุ่มกัน“ทุกคนมาหาพี่เร็ว”“ค่าาา / ค๊าบบบ!” เด็กๆ วิ่งกรูมาหาพี่ชายใหญ่ เปิดทางให้พื้นที่ตรงกลางชายหาดกลายเป็นฟลอร์เต้นรำสุดพิเศษ“อ๊ะ... แดดดี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มิลินหันมามองสามีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา“เต้นรำกันนะ...” คาร์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบจ้องมองภรรยาราวกับจะหลอมละลาย จนมิลินเผยรอยยิ้มหวานตราตรึงใจ“ได้สิคะ...”สิ้นคำตอบตกลงของภรรยาสาว มือหนาของคาร์เตอร์ก็รั้งเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด ทั้งคู่เริ่มขยับกายเต้
“ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเหมือนกันครับ” อาเธอร์ ที่ยืนนิ่งมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มและสายตาที่กดต่ำลงเฉกเช่นคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาบรรดาลุงๆ ถึงกับเงียบกริบ... เพราะดูท่าว่า ด่านพี่ชาย จะโหดกว่า ด่านพ่อ เสียแล้ว“คิกๆ ดูท่าปาร์ตี้คืนนี้จะกลายเป็นสงครามแย่งชิงลูกสาวไปซะแล้วนะคะ” อลิซ หัวเราะร่าพลางมองภาพความวุ่นวายของคุณพ่อมาเฟียแต่ละคนที่เริ่มโดนเด็กๆ ล้อมวงป่วนจนเสียอาการกันเป็นแถว“ลินว่า... เราอย่าเพิ่งไปเครียดเรื่องอนาคตลูกเขยลูกสะใภ้กันเลยค่ะ วันนี้เรามาเริ่มปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงกันดีกว่า!” มิลิน เอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี เรียกสติให้บรรดาคุณแม่ยังสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที“พูดดีมากยัยลิน! ในเมื่อพวกหนุ่มๆ เขาติดพันสงครามลูกกันอยู่... งั้นพวกเราเปิดเพลงฉลองเลยจ้า!” พริบพราว เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เริ่มงานปาร์ตี้ริมหาดที่ควรจะเป็นการพักผ่อน กลับกลายเป็นเวทีประชันความแซ่บของเหล่า "ตัวแม่" ทันทีที่เสียงบีทหนักๆ ของเพลงสากลจังหวะเร้าใจดังขึ้น“ถูกใจมากค่ะพี่ลินพี่พราว! ไปค่ะ... เราไปแดนซ์กันเถอะใบบัว อลิซแกก็ตามมาเร็ว!” เอลลี่ สาวสวยสุดมั่นไม่ร
“มากันครบสักทีนะ หายกันไปเป็นชาติ!”คาร์เตอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามสไตล์เจ้าพ่อผู้นัดหมาย ทว่าแววตาที่เขาก้มลงมอง มิลิน ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆ หมั่นไส้“แด๊ดดี๊อย่าทำเสียงดุสิคะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็กลัวหมดหรอก” มิลินเอ่ยปรามสามีพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายกลุ่มของอลิซ “ลินคิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ นานๆ ทีจะได้รวมตัวปาร์ตี้กันแบบนี้ เด็กๆ เองก็คงดีใจมากที่ได้วิ่งเล่นด้วยกัน”“เจ้าแฝดอาร์เดนกับอาร์เดลน่ารักมากเลยล่ะมิลิน เมื่อกี้พราวแอบเห็นตอนวิ่งไปรุมหอมแก้มเดลล่าด้วยนะ!” พริบพราว ที่ซบหน้าอยู่กับอกของ เซน รีบโผล่หน้ามาแจมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“น่ารักแต่แสบมากเลยล่ะค่ะพี่พราว ดูสิ... ทำเอาพี่ดีแลนหน้าเขียวปัดไปหมดแล้ว” อลิซตอบพลางหัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นอาการของพี่เขย“หึ... ถ้าไม่ใช่หลาน ฉันสั่งคนลากไปโยนทะเลให้ฉลามกินไปแล้ว” ดีแลน พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจที่ลูกสาวสุดที่รักโดนรุมจีบแต่เด็ก“แหม... คุณดีแลนคะ หลานแค่หยอกเล่นตามประสาเด็กเอง อย่าเพิ่งรีบสั่งฆ่าใครเลยค่ะ วันนี้วันดี... เรามาฉลองให้ครอบครัวมาร์ตินกันดีกว่า!” พริบพราวเอ่ยอย่างร่าเริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นทอแสงสีทองระยิบระยับบนผืนน้ำทะเลสีคราม หน้าคฤหาสน์พักตากอากาศสุดหรูริมชายหาดส่วนตัวถูกจัดเตรียมด้วยโต๊ะยาวสีขาวสะอาดตา กลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุยลอยมาตามลม ผสมกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนทรายขาวอลิซ ในชุดเดรสผ้าพริ้วสีขาวสะอาดตา กำลังตั้งอกตั้งใจปักดอกกุหลาบสีนวลลงในแจกันใบใหญ่เพื่อประดับมุมพักผ่อน เธออมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนสงบนี้ ทว่าเพียงครู่เดียว วงแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับจมูกโด่งที่ฝังลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ฟอด!“ชื่นใจจัง... เหนื่อยไหมคะเมียครับ จัดดอกไม้คนเดียวตั้งนานแล้วนะ” มาร์ติน กระซิบถามเสียงทุ้ม พลางเกยคางไว้บนไหล่บางอย่างออดอ้อน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่มาร์ติน เห็นทุกคนมาพร้อมหน้ากันแบบนี้ อลิซมีความสุขมากกว่า” เธอหันไปยิ้มหวานให้สามีที่ตอนนี้สลัดลุคมาเฟียจอมโหดทิ้ง เหลือเพียงคุณพ่อสายละมุนในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุม“แด๊ดดี๊! ปล่อยหม่ามี๊นะ!” เสียงเล็กๆ ของ อาร์เดน ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้ามากอดขาอลิซไว้แน่น ส่วน อาร์เดล ก็วิ่งเข้ามากอดขาของผู้เป็นแม่อีกข้างไว้แน่นเหมือนกัน“ดูสิ... หน่วยตรวจสอบมาอีก
มาร์ตินคำรามพร่าก่อนจะกระหน่ำกายเข้าใส่ความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ภายใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำทิ้งไว้จนเกิดเสียงซัดสาด สายน้ำที่เย็นเฉียบไหลรดผ่านสองร่างที่เปียกปอน ทว่ากลับไม่อาจชะล้างหรือดับเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังสุมทรวงของคนทั้งคู่ได้เลยเขารุกรานริมฝีปากบาง จูบกันอย่างนัวเนียสลับกับเสียงครางคำรามที่ดังระงมประสานไปทั่วห้องน้ำ มาร์ตินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือของอลิซด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะกระแทกกระทั้นกายเน้นย้ำลงไปจนสุดทาง“อ๊าาา…”“ผัวบอกแล้วไง... ว่าจะล้างให้ลึกๆ... ลึกจนถึงใจเมียเลย!”มาร์ตินคำรามพร่าพลางวางร่างอวบอิ่มลงที่พื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนเธอหันหลังให้ นิ้วแข็งแรงจุ่มจ้วงคว้านลึกเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงและหนักหน่วงสวบ!!“กรี๊ดด!” ทำให้อลิซถึงกับร้องเสียงหลงใบหน้าสวยเชิดสูง ตาเหลือกด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนากระสวกเข้าออกแรงๆ จนแขนกำยำสั่นสะท้าน ร่างบางโยกคลอนหัวแทบชนผนังห้องน้ำสวบ!!สวบ!! แจ๊ะ!! แจ๊ะ!!“อ๊ะๆ...มันเสียวเหลือเกิน…ตะ..ตรงนั้น...อ๊าาา” อลิซอ้าขากว้าง กระดกสะโพกรับฝ่ามือหนาด้วยความรัญจวนอย่างไม่ลดละ จนมาร์ตินทนไ
“อืม... กูก็เหมือนกัน ไม่สนหัวใครทั้งนั้น ยกเว้นเมียกูคนเดียว” มาร์โคพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นก็ดี...เพราะคนทีกูเลือกแล้ว กูก็ไม่คิดจะให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเหมือนกัน!” มาร์ตินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มร้ายที่ประดับบนมุมปาก ดวงตาคมวาววับดุจพยัคฆ์ยามเจอเหยื่อที่ถูกใจ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้
@ห้องประชุมชั้นสูงสุดบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดทว่ามาร์ตินกลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายที่มุมปากขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ แววตาคมกริบวาววับราวกับกำลังเพลิดเพลินกับ 'เหยื่อ' ที่หลงเข้ามาในกับดัก มาร์โคและดีแลนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบสบตากันอย่างมีนัย ก
อลิซชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาหลบไปอีกทางอย่างลังเล เธอควรจะเล่าเรื่องที่มี ‘มาเฟีย’ แอบเข้าห้องนอนให้ใครฟังดีไหม? แต่สุดท้ายความหวาดระแวงก็ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบ “ไม่มีอะไรจริงๆ แค่ปัญหาเรื่องงานนิดหน่อยน่ะน้ำชา” อลิซยิ้มบางๆ ตัดบท ทว่ายังไม่ทันที่น้ำชาจะพูดอะไรต่อ เสียงแหลมสูงที่แฝงไปด้วยความจิกกั
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...เสียงนาฬิกาปลุกดังย้ำเตือนอย่างน่ารำคาญ อลิซขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะควานมือไปกดปัดมันอย่างงัวเงีย เธอพยายามจะบิดกายพลิกตัว ทว่าความเมื่อยขบกลับแล่นพล่านไปทั่วทั้งหัวไหล่ลามลงไปถึงแผ่นหลัง ราวกับว่าเมื่อคืนเธอนอนผิดท่ามาตลอดทั้งคืน “เอ๊ะ…!?”เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับเปิด ภาพเพดานห







