LOGIN02 ใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ
ชายหนุ่มหยุดการกระทำทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาคิดไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้ยังไม่เคยผ่านมือผู้ชายมาก่อน! “เป็นไปได้ยังไง” เขานิ่งอึ้งไปหลายวินาที จ้องมองคนใต้ร่างด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ท่อนเอ็นขนาดใหญ่เข้าไปได้เพียงครึ่งลำเธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด จนเขาไม่กล้าดันเข้าไปต่อ “อื้อ! เจ็บ!” คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมาน แม้ไม่มีสติ แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เหมือนส่วนนั้นกำลังจะฉีกออกจากกัน ดวงตาคมกริบก้มลงมองไปยังจุดที่กำลังประสานกัน เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลลงมาตามท่อนเอ็น เขาไม่รู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์เลยดันพร้วดเข้าไปทีเดียว ทำให้ส่วนนั้นมีร่องรอยฉีกขาด เขาดึงท่อนเอ็นออกมาจากร่องสวาทแล้วดึงถุงยางอนามัยออก ก่อนจะจับลำตั้งแล้วดันเข้าไปอีกรอบและครั้งในเขาก็สามารถดันเข้าไปจนสุดลำ และ... “กรี๊ดด!! จะ…เจ็บ อื้อออ~” “อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ใครจะไปรู้ว่าเธอยังซิงอยู่” “ทะ…ทำไมมันเจ็บแบบนี้ เอามันออกไปก่อนได้ไหม อื้อ!” หญิงสาวบิดเร้าร่างไปมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน เหมือนมีวัตถุขนาดใหญ่ถูกดันเข้ามาข้างใน แต่ทว่าสติของเธอช่างเลอะเลือนเหลือเกิน หรือแค่ฝันไป “ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว” เขากระแทกท่อนเอ็นเข้าออกเบาๆเพื่อให้คนตัวเล็กค่อยๆปรับตัวกับขนาดแก่นกาย ร่างกายของหญิงสาวร้อนรุ่มไปหมด สักพักความทรมานค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน พอเห็นว่าเธอเริ่มปรับตัวได้แล้ว เขาก็เริ่มบรรเลงเพลงรักอันแสนดุดันทันที ตับ!ตับ!ตับ! “โอ้แม่เจ้า! แน่นโครตๆ” เขากัดฟันกร๊อด กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง อุณภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สะโพกสอบกระแทกถี่รัว ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยปรารถนา ก่อนจะสองมือรั้งหน้างามให้หันมาสบตา ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแรกของเธอ ‘แรดขนาดนี้ใครๆก็คิดว่าเธอคงผ่านผู้ชายมานับครั้งไม่ถ้วน’ “แสดงว่าเธอกับไอ้หมอนั่น…ไม่เคยมีอะไรกันเลยหรอ” เขาจุดยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญว่าเขา…คือคนทำลายความบริสุทธิ์ ตื่นขึ้นมาเธอคงจะโกรธรัดฟัดเหวี่ยงที่ผู้ชายคนแรกดันเป็นเขา...ไม่ใช่มัน เขาโน้มตัวลงไปแนบชิด พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยราคะ “ร้องออกมาเลย ฉันรู้ว่าเธอทรมาน” แล้วเขาก็ฝังหน้าเข้าที่ต้นคอขาวเนียนพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมจากกายสาว ส่วนท่อนล่างยังขยับเข้าออกถี่รัว “อะ…อ้าาา~” เสียงครางหลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของคนไร้สติ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้กำลังขับไล่ความทรมานออกจากร่างกาย ยิ่งได้ยินเสียงหวานครางเป็นจังหวะ ก็ยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย เขาตวัดขาเรียวขึ้นพาดบ่าแล้วยกสะโพกกลมกลึงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกระแทกหน้าขาลงไปอย่างหนักจนร่างเล็กสั่นสะเทือน ทำให้เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นทั่วห้อง ปัก!ปัก!ปัก! “อื้อ…มะ…มันแรงเกินไป” “ไม่แรงหรอก ฉันรู้ว่าเธอชอบให้กระแทกแรงๆ” ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อนพาดผ่าน เพลิงราคะโหมไห้มทั่วเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ริมฝีปากเปียกชื้นของเขาแนบลงกับลำคอเพรียวระหงอีกรอบ ก่อนจะถามติดเสียงกระเส่า “ชอบหรือเปล่า” “อึก…ชอบ…” เธอตอบออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด รู้เพียงว่าตอนนี้เหมือนร่างกายกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆ มีใครบางคนกำลังปลดปล่อยความเร่าร้อนในร่างกาย เธอแอ่นร่างรับสัมผัสร้อนนั้นที่กำลังกระแทกเข้ามาหนักๆ “อยากดูดปากจัง” เสียงครางของเธอหายเข้าไปในลำคอทันทีที่ชายหนุ่มจัดการปิดริมฝีปากบวมเจ่อ ทั้งขบเม้ม ดูดดุน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่รู้สึกอิ่มอยู่ดี ก็จูบนี่ทั้งหอมหวานทั้งอร่อย ให้นอนดูดทั้งวันก็ยังทำได้เลย “อืม~” หญิงสาวดูดปากกลับอย่างรู้งาน ส่วนมือก็เคลื่อนลงไปบีบขย้ำบั้นท้ายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ถือว่าเรียนรู้เร็วพอสมควร “เก่งมาก แต่เธอยังไม่ได้เจอท่านี้” เขาอุ้มร่างบางลอยหวือขึ้นกลางอากาศโดยที่ท่อนเอ็นยังฝังอยู่ในร่องเนื้อ พาเธอเดินไปยังริมระเบียงแล้วกระแทกสะโพกอยู่ตรงนั้น ขาที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศปัดป่ายไปมาตามแรงกระแทก มือทั้งสองข้างของหญิงสาวรีบโอบรัดลำคอแกร่งเอาไว้ทำให้ร่างของเธอกับเขาแนบชิดชนิดที่แทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ปึก!ปึก!ปึก! แรงกระแทกจากหน้าขาสั่นสะเทือนไปถึงคนตัวเล็ก เธอไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้กำลังโดน ‘เอา’ ที่ริมระเบียง “โอ้วว~ เอากันตรงนี้เสียวเป็นบ้าเลย” ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ส่งแรงอัดกระแทกไปข้างหน้าจนมัดกล้ามเนื้อขึ้นเป็นลำไปทั่วร่าง ลมหายใจร้อนถี่หอบขึ้นเรื่อยๆ มือใหญ่ยกสะโพกกลมขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มีช่องว่างในการกระแทก “อ่า…” “เป็นไง ชอบโดนเอาตรงนี้ใช่ไหม” “อื้อ” เธอได้แต่หลับตาพริ้ม รู้สึกได้ถึงความวาบหวิวในช่องท้อง ปล่อยให้ร่างกายโดนกระแทกอยู่อย่างนั้น “ลึกมาก…” “ชอบให้เขาไปลึกๆใช่ไหม” ริมฝีปากชื้นกระซิบถามซ้ำๆ กระแทกท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดลำ ครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งผลให้คนตัวเล็กร้องครางระส่ำ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ออมแรงเลยแม้แต่น้อย “โอ้วว~ ฉันจะขาดใจตายลงตรงนี้” เขาขบกรามแน่นด้วยความทรมานเมื่อส่วนนั้นของเธอกำลังตอดรัดอย่างแรง และดูเหมือนว่าเธอจะชอบให้เขากระแทกหนักๆแบบนี้ ตื่นขึ้นมาเขาคงโดนด่าจนหูชา ไม่ก็...โดนยิงทิ้ง ดังนั้นเขาต้องกระแทกให้อิ่มก่อนที่เธอจะได้สติ “ขอบคุณที่เก็บซิงไว้ให้ฉันเปิดนะ” วูบหนึ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นกลางหัวใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ ที่ผ่านมาเขาคงมองเธอในด้านลบมากเกินไป คิดว่าเธอคงผ่านผู้ชายมานับไม่ถ้วนเพราะเธอชอบเที่ยวกลางคืนแถมเพื่อนที่คบก็ไม่ต่างกัน …แรด! แต่ก็ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ชอบดื่มเหล้าเข้าผับจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้นานถึง 25 ปี สงสัยคงจะเก็บไว้ให้ไอ้หมอนั่น “หึ!” ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มร้าย ดวงตาคมมองเสี้ยวหน้าหวานด้วยความหลงใหล เธอคนนี้เป็นคนที่มีใบหน้างดงามราวกับนางฟ้า แต่นิสัย...กลับสวนทาง ความร้ายกาจของเธอเป็นที่เลื่องลือมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็นึกว่านิสัยจะเปลี่ยน แต่เปล่าเลย...เธอก็ยังร้ายกาจเหมือนเดิม ไอ้แว่นที่เธอเคยแกล้งตอนเด็กๆ บัดนี้มันกำลังกระแทกร่องเนื้อของเธออยู่ คงขาดใจตายแน่ๆถ้าตื่นมาแล้วรู้ว่าเป็นเขา ไอ้ตี๋แว่นที่เธอเกลียดแสนเกลียด! “แล้วเธอจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ” _____________47 คนที่หล่อขนาดนี้เป็นของเธอนะ หลายวันต่อมา...ที่บ้านหลังใหญ่เงียบสงบผิดปกติในบ่ายของวันอาทิตย์ แจกันดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกลางห้องรับแขก กลิ่นหอมอ่อนๆลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอบอุ่น มิรันดานั่งข้างๆคนเป็นแม่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ตรงข้ามเธอคือสงคราม เขาอยู่ในสูทสีเทาเข้ม นั่งตัวตรงอย่างสำรวม สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาวางแก้วน้ำชาลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้สงครามจะมาทำอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “วันนี้คุณสงครามตั้งใจมาคุยเรื่องอะไรกับพวกเราหรือเปล่า” สุทธิพงษ์ยิ้มไม่หุบ สงครามลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้ทั้งสองท่านอย่างให้เกียรติ “ผมมาวันนี้…เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ” เขาหันไปมองมิรันดา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน “ผมรักมิรันดา และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อดูแลเธอ” ห้องทั้งห้องเงียบลง มิรันดาลุ้นใจระทึกว่าพ่อกับแม่จะยอมให้เธอแต่งงานกับสงครามหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าเธอต้องแต่งงานกับอนาคิน แต่จู่ๆเจ้าบ่าวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน โดยเฉพาะแม่ของมิรันดาที่อึ้งจนพูดไม่ออก ลูกสาวเพิ่งถอนหมั้นไป แต่ได้ว่าที่เ
46 ข้างกันตลอดไปหลังทุกอย่างสงบลง สงครามพามิรันดากลับมาที่โรงแรมเดิมที่เธอเคยเข้าพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตอนเดินเข้ามา พนักงานถึงโค้งศีรษะให้ทุกคนราวกับเขาเป็นบุคคลสำคัญ“แต่ฉันเช็คเอาท์ไปแล้วนะ” คนตัวเล็กถามกลับสงครามไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนโค้งศีรษะให้พร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ“สวัสดีครับ คุณสงคราม”มิรันดาชะงักกับท่าทางสนิทสนมของพนักงาน ทุกคนดูใส่ใจเขาเป็นพิเศษ และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านตัวเองปกติแล้วชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่จะจองกันได้ง่ายๆ แต่เธอได้มาในราคาแสนถูกราวกับได้ห้องมาฟรี แล้วคืนนั้นสงครามเข้ามาในห้องได้ยังไงเธอหันไปมองเขาด้วยความสงสัย“อย่าบอกนะว่านายเป็น…”“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”กึก!เท้าเล็กหยุดเดินทันที“อะไรนะ”“โรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทของฉัน”“งั้นตอนที่ฉันมาพักครั้งแรก…นายก็รู้ใช่มั้ย” มิรันดานิ่งอึ้งไปหลายวินาที“รู้สิ” เขายอมรับตรงๆ “เธอไม่แปลกใจหรอ ห้องระดับเพนท์เฮาส์แต่ได้มาในราคาที่ถูกขนาดนี้”“แล้วทำไมไม่บอกฉัน!” คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งสับสน“ก็ตอนนั้นโกรธอยู่ จะบอกได้ยังไง”
45 จุดจบของคนคิดไม่ดีมิรันดานั่งเงียบ มือยังสั่นระริกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สงครามเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าว วันนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล“มิรันดา…” เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มหัวใจ “ฉันขอโทษ”คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำให้เขารู้สึกใจหายทั้งครั้งที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา ปกติคนอย่างมิรันดาไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นขนาดนี้“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ” เขาพูดต่อ ดวงตาคมกริบทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “ทั้งๆที่เธอพยายามอธิบาย ทั้งๆที่เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แต่ฉันเลือกเชื่อภาพสกปรกพวกนั่นมากกว่าผู้หญิงที่ฉันรัก”“…” มิรันดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้า“คืนนั้นเธอกับอนาคินไม่ได้มีอะไรกันเลย” เขากล้ำกลืนความเจ็บลงคอ “แต่ฉันกลับทำเหมือนว่าเธอทรยศฉัน”สงครามก้มหน้างุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินในใจจนเหวอะแหว่ง เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเขาแย่มากเลยใช่ไหม“มันเจ็บนะสงคราม” เส
44 ดวงใจของฉันปึ้ง!!อีกด้านหนึ่งของสนาม ประตูเหล็กถูกถีบเปิดอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองด้วยความตกใจสงครามเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้านหลังคืออนาคินกับลูกน้องอีกหลายสิบคน บรรยากาศภายในสนามแข่งรถเปลี่ยนทันที จากความคึกคะนอง กลายเป็นความตึงเครียดแครอลรีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่เธอก็แสร้งทำว่าเป็นผู้เข้ามาชมการแข่งขัน เพราะกลัวเขารู้ว่าเธอคือผู้อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด“อ่าว บังเอิญอีกแล้วนะคะ มาดูโชว์เหมือนกันหรอ” เธอแสร้งถามขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านหน้าไปสงครามไม่แม้แต่จะมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กรงเหล็ก ที่มีผู้หญิงของเขาถูกทำเหมือนสิ่งของ ทันทีที่เห็นภาพนั้น เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาชัดเจน“เปิดกรง” เขาพูดเสียงต่ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่หนักพอที่จะให้คนแถวนั้นเงียบลงแครอลรีนนั่งนิ่ง ตัวเกร็ง กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่“คุณไม่มีสิทธิ์ค่ะ ตอนนี้เธอเป็นของเดิมพัน ใครชนะก็ได้เธอไป” เสียงของพนักงานที่ดูแลนามเอ่ยกับสงครามคำว่า ‘ของ' ทำให้หมัดของสงครามกำแน่น อนาคินก้าวขึ้นมาข้างๆแล้วพูดกับเธอคนนั้น“น้องสาวผมไม่ใช่รางวัลพนันของใคร เธอ
43 ท่ามกลางความหวาดกลัว@อีกฟากหนึ่ง“ไปตามจับมันมาให้ได้! ”เสียงตะโกนไล่หลังดังแว่วๆ ร่างเล็กพาตัวเองวิ่งหนีสุดชีวิตจนกระทั่งทะลุทางลูกรังออกมาเจอถนนคอนกรีต เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง รู้แค่ว่าต้องหนีเอาชีวิตรอดให้ได้“เราสองคนต้องปลอดภัยนะลูก เราต้องรอด” เธอซ่อนตัวในโพรงหญ้า ทำตัวให้เงียบที่สุด ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งผ่านไปแล้ว และในจังหวะนั้นเองเธอก็พุ่งออกจากโพรงหญ้าแล้วโบกมือสุดแรงให้รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา“ช่วยด้วยคะ ช่วยฉันด้วย!”เอี๊ยดด!!!รถเบรกดังเอี๊ยด ล้อเสียดถนนจนควันขึ้น มิรันดารีบวิ่งไปที่ประตูฝั่งคนขับ มือสั่นเทาคว้าที่มือจับก่อนที่กระจกค่อยๆเลื่อนลงปรากฏรอยยิ้มร้ายของคนที่นั่งอยู่ด้านใน“วิ่งหนีใครหรอ…มิรันดา”เลือดในกายมิรันดาเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ“แครอลรีน!”“ก็นึกว่าจะแน่” แครอลรีนเอียงศีรษะ แววตามุ่งร้ายจ้องมิรันดาเขม่ง “ทำไม กลัวหรอ”มิรันดาถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอกด้วยความหวาดกลัว“ฝีมือเธอใช่มั้ย!”แครอลรีนแสยะยิ้มมุมปาก แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ฝีมือสงครามต่างหาก เขา
42 มิรันดาหายตัวไปเสียงดังเอะอะหน้าห้องทำให้สงครามที่กำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ค่อยๆชะเง้อคอมองไปทางประตู เหมือนกับว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วลูกน้องไม่ยอมให้เข้ามาสักพักก็มีลูกน้องวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“คุณสงครามครับ คือว่า…เอ่อ…คุณอนาคินมาขอพบครับ”“ว่าไงนะ” เขาทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู“คุณอนาคินบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นายจะให้ผมไล่กลับไปเลยไหมครับ”“อย่า” สงครามยกมือห้าม ก่อนจะส่งสัญญาณบอกลูกน้อง “ให้มันเข้ามา”สงครามนั่งรออย่างใจเย็น ถือว่ามันกล้ามาที่มาเหยียบถิ่นของเขา ไม่กลัวหายสาปสูญหรือยังไง อนาคินเดินเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าตรึงเครียด เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสงครามทั้งสองสบตากัน“คิดยังไงถึงกล้ามาที่นี่” “ผมมาตามหาน้องสาว” น้ำเสียงของอนาคินนิ่งเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนใจ“มิรันดาหรอ เธอก็กลับไปแล้วนี่”“ผมมาตามหามิรันดา แต่จู่ๆเธอก็ขาดการติดต่อไป”“เธอเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สิบโมงแล้ว คุณคงคาดจากเธอ” สายตาของสงครามยังนิ่งเรียบเหมือนเดิม “ไม่! มิรันดายังไม่ได้กลับ เธอยังอยู่ฮ่องกง”สงครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ มิร
10 ทายา มิรันดารีบเข้าไปนั่งด้านในรถเพราะกลัวมีใครมาเห็นเข้าแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ให้คู่ควรกับว่าที่ภรรยาของพี่อนาคินหญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเมื่อสงครามยัดร่างเข้ามาในรถพร้อมกับผิวปากเป็นบทเพลง เหมือนมันจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ กำลังทำลายชีวิตของผู้
09 แขกไม่ได้รับเชิญมิรันดาเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วก็พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่ตรงนั้น มันหันหน้ามายิ้มให้เหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น“หายไปไหนมาตั้งนานสองนาน ฉันกับยัยวิกจะเมาแล้วนะ” ปลายฟ้าลิ้นพันกันเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง “แล้วนั่นไปเอาเสื้อใครมาใส่”“พอดีว่าชุดฉันเลอะ เลยขอยืมเส
11 ลาสบอสตัวจริง @ห้องทำงานของสุทธิพงษ์“เมื่อคืนนายทำดีมาก มิรันดากลับบ้านภายในสองชั่วโมง” สุทธิพงษ์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร เอ่ยกับคู่สนทนาที่นั่งอยู่ด้านหน้า ดวงตาคมของชายวัยชราเต็มไปด้วยความกังวลใจและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกสาวตัดใจจากอนาคิน“มิรันดายังไม่รู้ใช่ไหมครับ ว่าทั้งหมดคือ
01 คืนเร่าร้อน@หลังงานเลี้ยงเลิก“อื้อ…ร้อนจัง ใครก็ได้เปิดแอร์ให้ที…” เสียงหวานเป่งออกมาจากริมฝีปากสีแดงฉ่ำสุดแสนเย้ายวน มือเรียวพยายามถอดชุดเดรสสั้นสีดำออกจากเรือนร่าง แม้อากาศภายในห้องเย็นเฉียบแต่ทว่าเรือนร่างบอบบางกลับร้อนฉ่าไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จนทำให้เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วร่างในที่สุดช







