Masuk09 แขกไม่ได้รับเชิญ
มิรันดาเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วก็พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่ตรงนั้น มันหันหน้ามายิ้มให้เหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น “หายไปไหนมาตั้งนานสองนาน ฉันกับยัยวิกจะเมาแล้วนะ” ปลายฟ้าลิ้นพันกันเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง “แล้วนั่นไปเอาเสื้อใครมาใส่” “พอดีว่าชุดฉันเลอะ เลยขอยืมเสื้อหมาแถวนั้นมาใส่” มิรันดากระแทกสายตาใส่สงครามที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆวิกตอเรีย “แล้วใครเป็นคนชวนผู้ชายคนนี้มา” “ฉันกับยัยวิกเป็นคนเรียกเขามาเอง นี่สงครามเพื่อนเก่าเราไง เธอจำไม่ได้หรอ” “จำไม่ได้และก็ไม่อยากจำด้วย” เธอกรอกตามองบน ใบหน้าส่อเค้าความหงุดหงิด เสร่อที่สุด! ใครใช้ให้มานั่งด้วย “เอาน่า ยังไงสงครามก็คือเพื่อนเรานะ ถึงในอดีตพวกเราจะไม่ชอบเขาก็เถอะ แต่ตอนนี้…” วิกตอเรียหันไปทางส่งครามพร้อมฉีกยิ้มหวาน ร่างกายโอนเอนขณะพูด “เขาไม่ใช่ไอ้แว่นคนเดิมอีกแล้วนะ” “ใครจะเป็นเพื่อนกับผู้ชายคนนี้ก็เป็นเถอะ ฉันขอผ่าน เพราะฉันไม่ชอบคนเสร่อ!” มิรันดาทำปากบูดบึ้งเหมือนรำคาญใจ ดูก็รู้ว่ามันจงใจเข้ามาก่อกวนแถมยังโปรยเสน่ห์ใส่เพื่อนของเธออีก “อย่าไปฟังยัยรันเลยนะสงคราม ยัยรันเป็นพวกผูกมิตรกับใครไม่เป็น” วิกตอเรียพูดไปสะอึกไป มือโคลงแก้วสีอัมพันขณะที่สายตาจ้องมองน้ำสีเข้มหมุนวนอยู่ในนั้นอย่างเลื่อนลอย “แก้วนี้แด่เพื่อนใหม่ของเรา…สงคราม” “ชิ!” มิรันดาเบ้ปากใส่ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นใบหน้ากวนส้นเท้าของสงคราม ใครจะอยากเป็นเพื่อนกับหมาก็เชิญเลย เธอขอบาย “นั่งลงสิรัน ยืนขาแข็งอยู่ได้” ปลายฟ้าที่ดูมีสติที่สุด สะกิดให้มิรันดานั่งลงประจำที่ แต่ใครจะกล้านั่งร่วมโต๊ะกับผู้ชายที่เพิ่งทำร้ายเธอในห้องน้ำมาล่ะ ทำฝเป็นเสนอหน้าอยากมานั่งด้วย ใครจะอยู่ก็ตามใจ “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว วันนี้รู้สึกไม่ค่อยสบาย” “อ่าว! แต่เราเพิ่งมากันเองนะ จะกลับแล้วหรอ ยังสนุกไม่สุดเลย” “วันนี้ฉันคงไม่สนุกแล้วแหละ พวกเธอจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ฉันจะกลับ” “ถ้าเธอกลับพวกฉันก็ไม่สนุกสิ นี่เธอยังไม่ได้ชนแก้วกับสงครามเลยนะ” สงครามกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบเอาแต่จับจ้องอยู่ที่หน้าสวย ดูสิว่ามิรันดาจะตอบว่ายังไง...เพราะเราสองคนชนกันไปแล้ว …ท้องชนกัน “ฉันกลัวว่าถ้าชนแก้วกับผู้ชายคนนี้ ฉันอาจจะกลายเป็นหมาเหมือนเขาก็ได้” “ทำไมเธอพูดให้สงครามแบบนี้ล่ะรัน” ปลายฟ้าแทรกบทสนทนาอย่างรวดเร็ว กลัวว่ามิรันดาจะทะเลาะกับสงครามเหมือนตอนเด็กๆ “แล้วทำไมเธอไม่บอกเพื่อนๆไปล่ะ ว่าเราสองคนชนกันไปแล้ว” สงครามแกล้งถามกลับด้วยสีหน้ากวนโมโห มิรันดาก็พอจะรู้ว่า ‘ชน’ ที่เขาหมายถึง...ไม่ใช่แก้วอย่างแน่นอน มิรันดาหันขวับ ขึงตาใส่อย่างขุนเคือง “อ่าว นี่เธอแอบไปชนแก้วกับสงครามมาหรอ” “ฉัน..เอ่อ…” “สงสัยมิรันดาคงอายเพื่อนถ้ารู้ว่าเราสองคนชนกันไปแล้ว” สงครามยิ้มอย่างมีเลศนัย “อายอะไรล่ะรัน เรื่องแค่นี้เอง มาๆกลับมานั่งที่เดิมได้แล้ว” ปลายฟ้าพยายามดึงให้มิรันดานั่งลงประจำที่ แต่มิรันดาสะบัดแขนออก “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว ตอนนี้รู้สึกไม่ค่อยสบาย แล้วดูยัยวิกสิ เมาจนเลื้อยแล้วนั่น” “ถ้าเธอกลับงั้นฉันกับยัยวิกก็จะกลับเหมือนกัน แล้วนายล่ะสงคราม จะกลับหรือจะอยู่ต่อ” ปลายฟ้าหันไปถามสงคราม “กลับก็ได้ พอดีว่าพรุ่งนี้ต้องไปดูงานตั้งแต่เช้า” “งั้นเราก็กลับกันหมดนี่แหละ ส่วนยัยวิกเดี๋ยวฉันจะเป็นคนไปส่งเอง” ปลายฟ้าดึงร่างของวิกตอเรียที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะขึ้นมาประคอง โดยมีสงครามช่วยพยุงไม่ให้ล้ม “ส่วนเธอ…ให้สงครามไปส่งก็แล้วกัน” “ว่าไงนะ!” “กลับคนเดียวมันอันตราย ให้สงครามไปส่งดีกว่า” “ไม่มีที่ไหนอันตรายเท่าไอ้หมอนี่อีกแล้วแหละ!” เธอกัดฟันกรอด เหมือนแมวที่โกรธจนขนพอง “ฉันรู้ว่าเธอไม่ค่อยลงรอยกับสงคราม แต่ว่าขับรถกลับคนเดียวมันอันตรายนะ สงครามยังไม่เมาให้เขาไปส่งดีกว่า” ปลายฟ้าที่เป็นห่วงเพื่อนพยายามเสนอทางที่ดีที่สุดให้ เพราะครั้งหนึ่งมิรันดาเคยเมาจนกลับคอนโดไม่ถูก ดีนะที่เธอกับวิกตอเรียขับรถตามไปทัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่ามิรันดาจะขับรถไปโผล่ที่ไหน “รอบก่อนถ้าฉันกับยัยวิกตามไปไม่ทัน ป่านนี้เธอได้นอนเดี้ยงอยู่โรงพยาบาลไปแล้ว” สงครามยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ เห็นมั้ย ขนาดเพื่อนสนิทแท้ๆยังไม่เข้าข้างมิรันดาเลย สงสัยคงเมาแล้วสร้างวีรกรรมไว้เยอะ “ก็ได้” มิรันดาตอบแบบส่งๆ “งั้นฉันจะกลับกับไอ้หมอนี่ ส่วนเธอไปส่งยัยวิกเถอะ” มิรันดาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากสงคราม คิดหรอว่าเธอจะยอมกลับกับมัน ที่ตอบไปแบบนั้นเพราะอยากให้เพื่อนสบายใจมากกว่า “ถ้างั้นเราแยกกันตรงนี้เลยนะ” ปลายฟ้าค่อยๆประคองร่างอ่อนเปลี้ยของวิกตอเรียออกมาจากโต๊ะหลังตกลงกันเสร็จ “ฝากยัยรันด้วยนะสงคราม” “อืม เดี๋ยวฉันดูแลให้เอง” สงครามส่งยิ้มให้ปลายฟ้า นัยน์ตาของเขาวาววับด้วยความเจ้าเล่ห์ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นยกเว้นมิรันดา แต่คนอย่างมิรันดาไม่มีทางเล่นตามเกมส์ของมันหรอก! “ฉันจะขับรถกลับเอง ส่วนแกจะไปไหนก็ไป” “คิดไว้แล้วว่าเธอต้องมาไม้นี้” “ฉันแค่ไม่อยากให้ปลายฟ้าเป็นห่วง” มิรันดาเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย “มีแรงขับรถหรอ” สงครามใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยท่าทางยียวน มิรันดาหันขวับกลับมาด้วยความไม่พอใจ ถลึงตาใส่ ก่อนจะเดินกระแทกไหล่ของเขาออกไปยังลานจอดรถ แต่แล้วเท้าของมิรันดาก็ต้องชะงักทันทีที่มาถึงลานจอดรถ เพราะรถของเธอหายไป!! “เป็นไปได้ยังไง นี่รถของฉันหายไปไหน!” มิรันดาวิ่งตามหาจนทั่ว แต่ก็ไม่เจอ กระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะดังอยู่ไม่ไกล หน้าสวยหันหลังกลับไปทางต้นเสียง เห็นสงครามยืนพิงฝากระโปรงรถพรางสูบบุหรี่อย่างสบายใจ “รถหายหรอ” “ฝีมือแกใช่มั้ย!!” “ทำไมฉันต้องขโมยรถเธอ คิดว่ารถมันคันเล็กแล้วยกไปได้ง่ายๆงั้นหรอ” “ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร!” มิรันดาตวาดเสียงดันลั่นลานจอดรถอย่างโกรธจัด สงครามทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบขยี้จนดับ ท่าทางอารมณ์ดีผิดปกติ “ฉันก็อยู่ในร้านกับเธอตลอด แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาขโมยรถเธอ” “คนอย่างแกมันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ ตอบมาเดี๋ยวนี้ แกเอารถฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน!” มิรันดาตรงเข้าไปตะกุยหน้าหล่อจนได้แผล เขาล็อคข้อมือของเธอเอาไว้แล้วดันร่างติดกับฝากระโปรงรถในท่าที่ใครมาเห็นก็ต้องเข้าใจผิดอย่างแน่นอน “นะ…นี่แกจะทำอะไร ถอยไปนะไอ้บ้า!” “หน้าฉันเป็นแผลขนาดนี้ คิดหรอว่าฉันจะยอมให้เธอทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว” สงครามเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆจากลมหายใจ เขายกมือของอีกฝ่ายไว้เหนือหัวเพื่อให้เธอขัดขืนไม่ได้ “ปล่อยนะไอ้หมาบ้า เดี๋ยวใครก็มาเห็นเข้าหรอก” “ในห้องน้ำก็เอามาแล้ว…รอบนี้บนฝากระโปรงรถเลยเป็นไง” เขายิ้มอย่างมีเลศนัย “อย่ามาทำอะไรต่ำๆที่นี่นะ ไม่อายหมาก็อายเจ้าที่บ้าง!” “เจ้าที่ไม่อยู่ตั้งแต่เห็นเธอใส่ชุดอีตัวเข้ามาในร้านแล้ว ถ้าไม่อยากโดนเอาตรงนี้ ก็ขึ้นรถไปกับฉันซะ” สงครามยื่นข้อเสนอ “ฉันจะนั่งแท็กซี่กลับ” มิรันดายืนกรานคำเดิม เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางไปส่งเธอที่บ้านแน่นอน “ได้! งั้นเราสองคนก็เอากันตรงนี้แหละ” ฟุ้บบ!!! สงครามฝังจมูกเข้าที่ซอกคอของมิรันดาอย่างแรง ยิ่งเธอขัดขืนเขาก็ยิ่งเพิ่มแรงคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าขืนปล่อยให้มันทำอะไรตรงนี้จริงๆแล้วมีใครมาเห็นเข้า ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ และถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูพี่อนาคิน มีหวังโดนถอนหมั้นแน่นอน “หยุดนะ!!” มิรันดาสะบัดหน้าอย่างแรงเพื่อให้หลุดพ้น สงครามยอมผละหน้าออกอย่างว่าง่ายพร้อมกับแสยะยิ้มร้าย “ทีนี้จะไปกับฉันได้หรือยัง” “ก็เปิดประตูรถสิ!” หญิงสาวรีบสะบัดร่างออกด้วยความอับอาย ในลานจอดรถมันยังไม่เว้น ไม่รู้มีใครแอบถ่ายคลิปไว้หรือเปล่า “แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง” สงครามผิวปากด้วยท่าทางอารมณ์ดี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถรอสาวสวย “เชิญครับคุณผู้หญิง” "ที่ฉันยอมกลับกับแกเพราะฉันอับอายกับการกระทำห่ามๆของแกหรอกนะ แต่ฉันไม่มีวันยอมแพ้แกหรอก!" "ก็ลองดู เธอแพ้ฉันตั้งแต่เกิดมาเป็นคุณหนูมิรันดาแล้วแหละ" _____________47 คนที่หล่อขนาดนี้เป็นของเธอนะ หลายวันต่อมา...ที่บ้านหลังใหญ่เงียบสงบผิดปกติในบ่ายของวันอาทิตย์ แจกันดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกลางห้องรับแขก กลิ่นหอมอ่อนๆลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอบอุ่น มิรันดานั่งข้างๆคนเป็นแม่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ตรงข้ามเธอคือสงคราม เขาอยู่ในสูทสีเทาเข้ม นั่งตัวตรงอย่างสำรวม สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาวางแก้วน้ำชาลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้สงครามจะมาทำอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “วันนี้คุณสงครามตั้งใจมาคุยเรื่องอะไรกับพวกเราหรือเปล่า” สุทธิพงษ์ยิ้มไม่หุบ สงครามลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้ทั้งสองท่านอย่างให้เกียรติ “ผมมาวันนี้…เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ” เขาหันไปมองมิรันดา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน “ผมรักมิรันดา และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อดูแลเธอ” ห้องทั้งห้องเงียบลง มิรันดาลุ้นใจระทึกว่าพ่อกับแม่จะยอมให้เธอแต่งงานกับสงครามหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าเธอต้องแต่งงานกับอนาคิน แต่จู่ๆเจ้าบ่าวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน โดยเฉพาะแม่ของมิรันดาที่อึ้งจนพูดไม่ออก ลูกสาวเพิ่งถอนหมั้นไป แต่ได้ว่าที่เ
46 ข้างกันตลอดไปหลังทุกอย่างสงบลง สงครามพามิรันดากลับมาที่โรงแรมเดิมที่เธอเคยเข้าพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตอนเดินเข้ามา พนักงานถึงโค้งศีรษะให้ทุกคนราวกับเขาเป็นบุคคลสำคัญ“แต่ฉันเช็คเอาท์ไปแล้วนะ” คนตัวเล็กถามกลับสงครามไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนโค้งศีรษะให้พร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ“สวัสดีครับ คุณสงคราม”มิรันดาชะงักกับท่าทางสนิทสนมของพนักงาน ทุกคนดูใส่ใจเขาเป็นพิเศษ และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านตัวเองปกติแล้วชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่จะจองกันได้ง่ายๆ แต่เธอได้มาในราคาแสนถูกราวกับได้ห้องมาฟรี แล้วคืนนั้นสงครามเข้ามาในห้องได้ยังไงเธอหันไปมองเขาด้วยความสงสัย“อย่าบอกนะว่านายเป็น…”“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”กึก!เท้าเล็กหยุดเดินทันที“อะไรนะ”“โรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทของฉัน”“งั้นตอนที่ฉันมาพักครั้งแรก…นายก็รู้ใช่มั้ย” มิรันดานิ่งอึ้งไปหลายวินาที“รู้สิ” เขายอมรับตรงๆ “เธอไม่แปลกใจหรอ ห้องระดับเพนท์เฮาส์แต่ได้มาในราคาที่ถูกขนาดนี้”“แล้วทำไมไม่บอกฉัน!” คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งสับสน“ก็ตอนนั้นโกรธอยู่ จะบอกได้ยังไง”
45 จุดจบของคนคิดไม่ดีมิรันดานั่งเงียบ มือยังสั่นระริกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สงครามเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าว วันนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล“มิรันดา…” เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มหัวใจ “ฉันขอโทษ”คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำให้เขารู้สึกใจหายทั้งครั้งที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา ปกติคนอย่างมิรันดาไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นขนาดนี้“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ” เขาพูดต่อ ดวงตาคมกริบทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “ทั้งๆที่เธอพยายามอธิบาย ทั้งๆที่เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แต่ฉันเลือกเชื่อภาพสกปรกพวกนั่นมากกว่าผู้หญิงที่ฉันรัก”“…” มิรันดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้า“คืนนั้นเธอกับอนาคินไม่ได้มีอะไรกันเลย” เขากล้ำกลืนความเจ็บลงคอ “แต่ฉันกลับทำเหมือนว่าเธอทรยศฉัน”สงครามก้มหน้างุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินในใจจนเหวอะแหว่ง เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเขาแย่มากเลยใช่ไหม“มันเจ็บนะสงคราม” เส
44 ดวงใจของฉันปึ้ง!!อีกด้านหนึ่งของสนาม ประตูเหล็กถูกถีบเปิดอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองด้วยความตกใจสงครามเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้านหลังคืออนาคินกับลูกน้องอีกหลายสิบคน บรรยากาศภายในสนามแข่งรถเปลี่ยนทันที จากความคึกคะนอง กลายเป็นความตึงเครียดแครอลรีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่เธอก็แสร้งทำว่าเป็นผู้เข้ามาชมการแข่งขัน เพราะกลัวเขารู้ว่าเธอคือผู้อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด“อ่าว บังเอิญอีกแล้วนะคะ มาดูโชว์เหมือนกันหรอ” เธอแสร้งถามขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านหน้าไปสงครามไม่แม้แต่จะมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กรงเหล็ก ที่มีผู้หญิงของเขาถูกทำเหมือนสิ่งของ ทันทีที่เห็นภาพนั้น เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาชัดเจน“เปิดกรง” เขาพูดเสียงต่ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่หนักพอที่จะให้คนแถวนั้นเงียบลงแครอลรีนนั่งนิ่ง ตัวเกร็ง กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่“คุณไม่มีสิทธิ์ค่ะ ตอนนี้เธอเป็นของเดิมพัน ใครชนะก็ได้เธอไป” เสียงของพนักงานที่ดูแลนามเอ่ยกับสงครามคำว่า ‘ของ' ทำให้หมัดของสงครามกำแน่น อนาคินก้าวขึ้นมาข้างๆแล้วพูดกับเธอคนนั้น“น้องสาวผมไม่ใช่รางวัลพนันของใคร เธอ
43 ท่ามกลางความหวาดกลัว@อีกฟากหนึ่ง“ไปตามจับมันมาให้ได้! ”เสียงตะโกนไล่หลังดังแว่วๆ ร่างเล็กพาตัวเองวิ่งหนีสุดชีวิตจนกระทั่งทะลุทางลูกรังออกมาเจอถนนคอนกรีต เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง รู้แค่ว่าต้องหนีเอาชีวิตรอดให้ได้“เราสองคนต้องปลอดภัยนะลูก เราต้องรอด” เธอซ่อนตัวในโพรงหญ้า ทำตัวให้เงียบที่สุด ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งผ่านไปแล้ว และในจังหวะนั้นเองเธอก็พุ่งออกจากโพรงหญ้าแล้วโบกมือสุดแรงให้รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา“ช่วยด้วยคะ ช่วยฉันด้วย!”เอี๊ยดด!!!รถเบรกดังเอี๊ยด ล้อเสียดถนนจนควันขึ้น มิรันดารีบวิ่งไปที่ประตูฝั่งคนขับ มือสั่นเทาคว้าที่มือจับก่อนที่กระจกค่อยๆเลื่อนลงปรากฏรอยยิ้มร้ายของคนที่นั่งอยู่ด้านใน“วิ่งหนีใครหรอ…มิรันดา”เลือดในกายมิรันดาเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ“แครอลรีน!”“ก็นึกว่าจะแน่” แครอลรีนเอียงศีรษะ แววตามุ่งร้ายจ้องมิรันดาเขม่ง “ทำไม กลัวหรอ”มิรันดาถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอกด้วยความหวาดกลัว“ฝีมือเธอใช่มั้ย!”แครอลรีนแสยะยิ้มมุมปาก แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ฝีมือสงครามต่างหาก เขา
42 มิรันดาหายตัวไปเสียงดังเอะอะหน้าห้องทำให้สงครามที่กำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ค่อยๆชะเง้อคอมองไปทางประตู เหมือนกับว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วลูกน้องไม่ยอมให้เข้ามาสักพักก็มีลูกน้องวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“คุณสงครามครับ คือว่า…เอ่อ…คุณอนาคินมาขอพบครับ”“ว่าไงนะ” เขาทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู“คุณอนาคินบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นายจะให้ผมไล่กลับไปเลยไหมครับ”“อย่า” สงครามยกมือห้าม ก่อนจะส่งสัญญาณบอกลูกน้อง “ให้มันเข้ามา”สงครามนั่งรออย่างใจเย็น ถือว่ามันกล้ามาที่มาเหยียบถิ่นของเขา ไม่กลัวหายสาปสูญหรือยังไง อนาคินเดินเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าตรึงเครียด เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสงครามทั้งสองสบตากัน“คิดยังไงถึงกล้ามาที่นี่” “ผมมาตามหาน้องสาว” น้ำเสียงของอนาคินนิ่งเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนใจ“มิรันดาหรอ เธอก็กลับไปแล้วนี่”“ผมมาตามหามิรันดา แต่จู่ๆเธอก็ขาดการติดต่อไป”“เธอเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สิบโมงแล้ว คุณคงคาดจากเธอ” สายตาของสงครามยังนิ่งเรียบเหมือนเดิม “ไม่! มิรันดายังไม่ได้กลับ เธอยังอยู่ฮ่องกง”สงครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ มิร
11 ลาสบอสตัวจริง @ห้องทำงานของสุทธิพงษ์“เมื่อคืนนายทำดีมาก มิรันดากลับบ้านภายในสองชั่วโมง” สุทธิพงษ์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร เอ่ยกับคู่สนทนาที่นั่งอยู่ด้านหน้า ดวงตาคมของชายวัยชราเต็มไปด้วยความกังวลใจและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกสาวตัดใจจากอนาคิน“มิรันดายังไม่รู้ใช่ไหมครับ ว่าทั้งหมดคือ
10 ทายา มิรันดารีบเข้าไปนั่งด้านในรถเพราะกลัวมีใครมาเห็นเข้าแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ให้คู่ควรกับว่าที่ภรรยาของพี่อนาคินหญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเมื่อสงครามยัดร่างเข้ามาในรถพร้อมกับผิวปากเป็นบทเพลง เหมือนมันจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ กำลังทำลายชีวิตของผู้
08 สั่งสอนแม่เสือสาว“ว๊ายยย!!!” มิรันดาร้องเสียงหลงเมื่อชุดเดรสสั้นที่เธอใส่ถูกสงครามใช้มือฉีกกระชากอย่างแรงจนขาดหวิ่นกลายเป็นเศษผ้า“เหอะ! นึกว่าผ้าเช็ดตีน” สงครามขว้างเศษชุดเดรสทิ้งลงถังขยะ ในขณะที่ร่างมิรันดาเหลือเพียงบราปีกนกชิ้นเล็กที่ปิดหน้าอกอวบยังไงก็ไม่มิดชอบใส่เศษผ้าดีนักใช่มั้ย!ผ
07 เธอคือเหยื่อของฉันมิรันดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใครบางคนกำลังแทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำ“แก!! เข้ามาได้ยังไง นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ”“แล้วไง ฉันเป็นหุ้นส่วนที่นี่ ใครกล้าไล่” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กอย่างช้าๆ มุมปากร้ายแสยะยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลัวจนหน้าซีด“ถอยออก







