Masuk11 ลาสบอสตัวจริง
@ห้องทำงานของสุทธิพงษ์ “เมื่อคืนนายทำดีมาก มิรันดากลับบ้านภายในสองชั่วโมง” สุทธิพงษ์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร เอ่ยกับคู่สนทนาที่นั่งอยู่ด้านหน้า ดวงตาคมของชายวัยชราเต็มไปด้วยความกังวลใจและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกสาวตัดใจจากอนาคิน “มิรันดายังไม่รู้ใช่ไหมครับ ว่าทั้งหมดคือฝีมือของท่าน” “ไม่หรอก…” สุทธิพงษ์ส่ายหน้าปฏิเสธ “มิรันดาจะไม่มีวันรู้เด็ดขาดว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากฝีมือของพ่อแท้ๆ” รวมไปถึงเรื่องราวในคืนนั้นที่เขาเป็นคนให้ลูกสาวไปงานเลี้ยงแทน เขาตั้งใจให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเพราะอยากให้มิรันดาตัดใจจากอนาคินสักที ยังมีผู้ชายอีกคนที่เฝ้ามองเธออยู่นั่นก็คือ...สงคราม “ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่เราสองคนกำลังทำ จะทำให้มิรันดารักหรือเกลียดผมกันแน่” แววตาของสงครามเต็มไปด้วยความกังวล “ไม่มีใครเหมาะสมเท่านายอีกแล้วสงคราม นายก็รู้ไม่ใช่หรอว่ามิรันดาก็อายุมากแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในชีวิตสักที เอาแต่ตามอนาคินจะจนเสียอนาคตอยู่แล้ว” “มิรันดาคงรักไอ้หมอนั่นมาก” “ไม่หรอก มิรันดาไม่ได้รักอนาคิน เธอแค่ผูกพันธุ์เลยคิดไปว่านั่นคือความรัก” “แล้วหลังจากนี้ท่านจะให้ผมทำยังไง ตอนนี้มิรันดาเกลียดผมจนแทบไม่อยากจะมองหน้าอยู่แล้ว” “นายรักลูกสาวฉันไม่ใช่หรอ ถ้ารักก็ต้องสู้สิ เพราะฉันเลือกนายแล้ว” “ผม…ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้มิรันดาเกลียดผมน้อยที่สุด” ปรากฏความอึมครึมบนใบหน้าของสงคราม ใช่ว่าเขาอยากทำแบบนี้ ใช่ว่าเขาอยากให้เธอเกลียด เขารู้เจตนาของสุทธิพงษ์ดีว่าอยากให้ลูกสาวตัดใจจากอนาคินแล้วหันมาดูแลบริษัทช่วยครอบครัว และมิรันดาก็ยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้บริษัทกำลังจะเจ๊ง จนคนเป็นพ่อต้องมาขอความช่วยเหลือจากเขา ใช่...ในตอนนี้เขามีหุ้นอยู่ในบริษัทถึง 50% โดยที่มิรันดาไม่เคยรู้ตัวเลย “รันเป็นคนดื้อรั้น เอาแต่ใจ ส่วนหนึ่งก็มาจากฉันเองที่เลี้ยงลูกแบบผิดๆ” สายตาของสุทธิพงษ์เต็มไปด้วยความผิดหวัง จะบอกลูกสาวว่าอย่างไรดีว่าตอนนี้บริษัทกำลังแย่ เขาเพียงคนเดียวคงแบกรับมันไว้ไม่ไหว และถ้าวันนึ่งมิรันดารู้เรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ เธอจะเสียใจหรือเปล่า “อีกอย่างฉันก็อายุเยอะแล้ว ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ถ้ามิรันดาตัดใจจากอนาคินแล้วมาลงเอยกับนาย…ฉันคงนอนตายตาหลับ” “แล้วมิรันดารู้หรือยังครับ ว่าบริษัทกำลังจะเจ๊ง” “ยัง…ฉันไม่กล้าบอก กลัวลูกเสียใจแล้วรับไม่ได้” “ถ้ามิรันดามาช่วยท่านบริหาร ผมคิดว่าสถานการณ์ในบริษัทอาจจะดีขึ้น” “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ แต่ดูมิรันดาสิ วันๆเอาแต่เที่ยวเตร่เมาหัวราน้ำ คิดไม่ออกเลยว่าถ้าฉันตายไปมิรันดาจะอยู่ยังไง” คนเป็นพ่อที่เป็นห่วงลูกสาวกลัดกลุ้มจนยิ้มไม่ออก เขาไม่กล้าดุลูกและไม่กล้าบอกตรงๆ กลัวลูกเสียใจ “แต่ยังไงก็ขอบคุณนายมากนะ ที่ยอมรับข้อตกลงของฉัน มิรันดาอาจจะคุมยากหน่อย แต่ถ้าคุมได้เมื่อไหร่ก็ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือ” “ถ้ามองจากภายนอกมิรันดาดูเป็นคนค่อนข้างแรง ไม่น่าเข้าหา เธอไม่ใช่คนชั่ว ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่ที่เธอแสดงออกแบบนี้เพียงเพราะเธอกำลังปกป้องตัวเองจากความผิดหวัง” “ให้ตายยังไงอนาคินก็ไม่มีทางแต่งงานกับลูกสาวฉันหรอก” คนเป็นพ่อยืนกราน ทุกคนดูออก มีแค่มิรันดาคนเดียวเท่านั้นที่ยังหน้ามืดตามัว “ไอ้อนาคินมันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว มันไม่มีทางเลือกมิรันดาหรอก อีกอย่างภาพลักษณ์ของมิรันดาก็ใช่ว่าจะดูเป็นคนดี ถ้าไม่ใช่ผมก็คงไม่มีใครอยากได้หรอกครับ” “งั้นฉันขอฝากความหวังไว้ที่นายก็แล้วกัน” สุทธิพงษ์ตบไหล่ให้กำลังใจสงคราม แม้ว่าบทพิสูจน์นี้จะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม แต่เขาเชื่อว่าสงครามสามารถเปลี่ยนมิรันดาให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้ “ฉันเชื่อว่านายทำได้ นายเปลี่ยนลูกสาวฉันได้” “ผมจะพยายามนะครับ ขอบคุณที่ท่านให้โอกาสผม” สงครามโค้งศีรษะเพื่อขอบคุณ “เพราะฉันรู้ว่านายรักลูกสาวของฉันจริงๆ และมีแค่นายคนเดียวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนให้มิรันดากลายเป็นคนที่ดีขึ้น” . . . มิรันดากลับมาคอนโดเพื่อมาเอาของขวัญที่นั่งทำทั้งวันทั้งคืนเพื่อต้อนรับการกลับมาของชายที่รัก พี่อนาคินของเธอกำลังจะกลับมาหลังจากที่เขาต้องไปดูแลกิจการที่อเมริกาเป็นเวลานานถึง 6 เดือน และเธอเชื่อว่าการกลับมารอบนี้...อนาคินจะขอเธอแต่งงาน เธอตื่นเต้นและดีใจจนทำตัวไม่ถูก ทำให้วันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในโลก หญิงสาวเดินหมุนพวงกุญแจพร้อมกับฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี จนกระทั่งถึงหน้าห้อง ไม่รู้มีอะไรดลใจให้หันหลังกลับไปมองห้องฝั่งตรงข้าม มีเพื่อนบ้านกำลังย้านเข้ามาใหม่? ด้วยความสงสัยทำให้เธอค่อยๆชะเง้อหน้ามองว่าใครคือเพื่อนบ้านคนใหม่ ประตูห้องเปิดอยู่ มีลังกระดาษกองอยู่หน้าห้องหลายลัง สงสัยกำลังจะขนของเข้าห้อง คนตัวเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปในห้องนั้นอย่างช้าๆ ข้างหน้ามีเสื้อผ้ากองใหญ่วางอยู่บนโซฟา รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆก็อยู่ในห้องครบครัน สงสัยคงย้ายมาตั้งแต่เมื่อวาน “เอ้ะ!!” หญิงสาวหยิบเสื้อแจ็คเก็ตอันแสนคุ้นตาขึ้นมาดู ถ้าจำไม่ผิด มันจะมีอยู่หนึ่งคนที่ชอบใส่เสื้อผ้าแบรนด์นี้ “ไม่หรอก ไม่ใช่มันหรอก” เธอยังใจดีสู้เสือ เดินสำรวจภายในห้องอย่างถือวิสาสะ จนกระทั่งเดินไปถึงริมหน้าต่างซึ่งมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ตรงนั้น มือสั่นเทาหยิบกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ทันทีที่เห็นรูปนั้น เข่าทั้งสองข้างก็อ่อนยวบลง เพราะมันคือรูปไอ้สงครามตอนเด็ก! “แก!! จะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน!” ไม่รอช้า...มิรันดารีบวางกรอบรูปไว้ที่เดิมแล้วรีบก้าวออกไปจากห้องก่อนที่ไอ้โรคจิตจะเข้ามา แต่แล้วโชคก็ไม่เข้าข้างเพราะเจ้าของห้องยืนพิงกรอบประตูรออยู่ “กล้าดียังไงถึงเข้ามาในห้องฉัน” “แกย้ายมาอยู่ที่นี่ทำไม จงใจตามมาก่อกวนฉันใช่มั้ย!” “ฉันมีเงิน จะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ก็ได้” “แล้วทำไมต้องเป็นที่เดียวกับฉัน!” “อ่าว เธอก็อยู่ที่นี่เหมือนกันหรอ” สงครามแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่มิรันดาดูออก “อย่ามาทำเป็นไขสือ แกรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ก็เลยตามมา” “เปล่า ฉันไม่รู้ ฉันซื้อห้องนี้ไว้นานแล้วแต่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่” “งั้นแกก็ย้ายออกไปซะ เพราะฉันไม่อยากอยู่ใกล้แก!” มิรันดาตวาดเสียงดังลั่นห้อง “เห็นทีคงไม่ได้ ฉันซื้อห้องนี้ไว้เพื่อเข้ามาอยู่ ไม่ได้ซื้อไว้ให้ฝุ่นเกาะเล่นๆ” สงครามแสยะยิ้มร้ายก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ทำเอามิรันดารีบถอยหลังกรู่ด้วยความหวาดกลัว “ตอนนี้เธอบุกรุกห้องของฉันอยู่” “ฉันแค่สงสัยว่าใครย้ายเข้ามาใหม่ คอนโดนี้ไม่อนุญาตให้สัตว์เข้ามา แกไม่รู้หรอ” “ใช่…ฉันเป็นเสือและกำลังจ้องจะเขมือบกระต่าย” “ถอยออกไปนะ! ถ้าแกทำอะไรฉันล่ะก็ ฉันจะโทรเรียกให้นิติมาช่วย” “วันนี้ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก แค่เห็นหน้าบึ้งๆของเธอฉันก็หมดอารมณ์แล้ว” “สงสัยแกคงแอบไปผสมเทียมที่สวนสัตว์มา” “คุณหนูมิรันดาจะปากคอเราะร้ายไปไหนครับ รู้ไหมว่าที่พูดออกมา ไม่ใช่ผู้ดีเขาพูดกัน” สงครามถือวิสาสะสำรวจคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวรัดรูปกับกางยีนส์ขายาว ส่วนรองเท้าก็เป็นรองเท้าส้นสูงสีขาว วันนี้ถือว่าผ่าน ไม่เหมือนอีตัว ดูมีสง่าราศีขึ้นสมกับเป็นลูกคุณหนู “ฉันจะปากดีหรือไม่ มันก็อยู่ที่ว่าตอนนี้ฉันคุยอยู่กับใคร คนอย่างแกไม่มีวันได้รับสิ่งดีๆจากใครหรอก!” “หรอครับ แล้วคุณหนูมิรันดาควรได้รับสิ่งดีๆจากคนอื่นหรอ เพราะถ้าสิ่งที่คุณหนูมิรันดากำลังทำอยู่มันดีจริงๆ ไอ้อนาคินคงขอแต่งงานไปนานแล้ว ผู้ชายเขาก็ดูออกนะครับว่าใครเหมาะเอาไปทำพันธุ์…ใครเหมาะที่จะเอาเล่นๆ” “กรี๊ดด!!! นี่แกว่าฉันหรอไอ้สงคราม” “ฉันพูดตามเนื้อผ้า” ชายหนุ่มยักไหล่ ดวงตาคมยังจับจ้องอยู่ที่หน้าสวย ก่อนที่หน้าคมจะเคลื่อนเข้าไปใกล้ๆ มิรันดากำลังจะยกมือฟาด แต่เขาจุ๊ปากให้เธอหยุดการกระทำ “จุ๊ๆๆ ตบฉันหนึ่งที ก็น่าจะรู้นะว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น” “งั้นแกก็หลีกไปสิ ฉันจะกลับห้อง” “เชิญครับ ก็ไม่ได้ขอให้อยู่” ชายหนุ่มยอมหลีกทางให้อย่างว่าง่าย เพราะเขารู้ว่ามิรันดากำลังจะรีบไปหาไอ้อนาคิน มิรันดาเดินกระแทกเท้าออกไปอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะหันกลับมากระแทกประตูปิดใส่หน้าสงครามอย่างแรงเสียงดังปึง สงครามจิ๊ปากพรางครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ไอ้อนาคินมันกำลังจะกลับมา แต่ไม่ได้กลับมาทวงมิรันดาคืนหรอก กลับมาเพราะอยากถอนหมั้นเสียมากกว่า แต่ดูท่ามิรันดาคงไม่ยอมถอนหมั้นง่ายๆ “นี่เธอดูไม่ออกจริงๆหรอว่าไอ้อนาคินมันรำคาญจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีอยู่แล้ว” ————--------47 คนที่หล่อขนาดนี้เป็นของเธอนะ หลายวันต่อมา...ที่บ้านหลังใหญ่เงียบสงบผิดปกติในบ่ายของวันอาทิตย์ แจกันดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกลางห้องรับแขก กลิ่นหอมอ่อนๆลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอบอุ่น มิรันดานั่งข้างๆคนเป็นแม่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ตรงข้ามเธอคือสงคราม เขาอยู่ในสูทสีเทาเข้ม นั่งตัวตรงอย่างสำรวม สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาวางแก้วน้ำชาลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้สงครามจะมาทำอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “วันนี้คุณสงครามตั้งใจมาคุยเรื่องอะไรกับพวกเราหรือเปล่า” สุทธิพงษ์ยิ้มไม่หุบ สงครามลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้ทั้งสองท่านอย่างให้เกียรติ “ผมมาวันนี้…เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ” เขาหันไปมองมิรันดา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน “ผมรักมิรันดา และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อดูแลเธอ” ห้องทั้งห้องเงียบลง มิรันดาลุ้นใจระทึกว่าพ่อกับแม่จะยอมให้เธอแต่งงานกับสงครามหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าเธอต้องแต่งงานกับอนาคิน แต่จู่ๆเจ้าบ่าวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน โดยเฉพาะแม่ของมิรันดาที่อึ้งจนพูดไม่ออก ลูกสาวเพิ่งถอนหมั้นไป แต่ได้ว่าที่เ
46 ข้างกันตลอดไปหลังทุกอย่างสงบลง สงครามพามิรันดากลับมาที่โรงแรมเดิมที่เธอเคยเข้าพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตอนเดินเข้ามา พนักงานถึงโค้งศีรษะให้ทุกคนราวกับเขาเป็นบุคคลสำคัญ“แต่ฉันเช็คเอาท์ไปแล้วนะ” คนตัวเล็กถามกลับสงครามไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนโค้งศีรษะให้พร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ“สวัสดีครับ คุณสงคราม”มิรันดาชะงักกับท่าทางสนิทสนมของพนักงาน ทุกคนดูใส่ใจเขาเป็นพิเศษ และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านตัวเองปกติแล้วชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่จะจองกันได้ง่ายๆ แต่เธอได้มาในราคาแสนถูกราวกับได้ห้องมาฟรี แล้วคืนนั้นสงครามเข้ามาในห้องได้ยังไงเธอหันไปมองเขาด้วยความสงสัย“อย่าบอกนะว่านายเป็น…”“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”กึก!เท้าเล็กหยุดเดินทันที“อะไรนะ”“โรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทของฉัน”“งั้นตอนที่ฉันมาพักครั้งแรก…นายก็รู้ใช่มั้ย” มิรันดานิ่งอึ้งไปหลายวินาที“รู้สิ” เขายอมรับตรงๆ “เธอไม่แปลกใจหรอ ห้องระดับเพนท์เฮาส์แต่ได้มาในราคาที่ถูกขนาดนี้”“แล้วทำไมไม่บอกฉัน!” คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งสับสน“ก็ตอนนั้นโกรธอยู่ จะบอกได้ยังไง”
45 จุดจบของคนคิดไม่ดีมิรันดานั่งเงียบ มือยังสั่นระริกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สงครามเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าว วันนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล“มิรันดา…” เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มหัวใจ “ฉันขอโทษ”คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำให้เขารู้สึกใจหายทั้งครั้งที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา ปกติคนอย่างมิรันดาไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นขนาดนี้“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ” เขาพูดต่อ ดวงตาคมกริบทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “ทั้งๆที่เธอพยายามอธิบาย ทั้งๆที่เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แต่ฉันเลือกเชื่อภาพสกปรกพวกนั่นมากกว่าผู้หญิงที่ฉันรัก”“…” มิรันดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้า“คืนนั้นเธอกับอนาคินไม่ได้มีอะไรกันเลย” เขากล้ำกลืนความเจ็บลงคอ “แต่ฉันกลับทำเหมือนว่าเธอทรยศฉัน”สงครามก้มหน้างุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินในใจจนเหวอะแหว่ง เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเขาแย่มากเลยใช่ไหม“มันเจ็บนะสงคราม” เส
44 ดวงใจของฉันปึ้ง!!อีกด้านหนึ่งของสนาม ประตูเหล็กถูกถีบเปิดอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองด้วยความตกใจสงครามเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้านหลังคืออนาคินกับลูกน้องอีกหลายสิบคน บรรยากาศภายในสนามแข่งรถเปลี่ยนทันที จากความคึกคะนอง กลายเป็นความตึงเครียดแครอลรีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่เธอก็แสร้งทำว่าเป็นผู้เข้ามาชมการแข่งขัน เพราะกลัวเขารู้ว่าเธอคือผู้อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด“อ่าว บังเอิญอีกแล้วนะคะ มาดูโชว์เหมือนกันหรอ” เธอแสร้งถามขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านหน้าไปสงครามไม่แม้แต่จะมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กรงเหล็ก ที่มีผู้หญิงของเขาถูกทำเหมือนสิ่งของ ทันทีที่เห็นภาพนั้น เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาชัดเจน“เปิดกรง” เขาพูดเสียงต่ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่หนักพอที่จะให้คนแถวนั้นเงียบลงแครอลรีนนั่งนิ่ง ตัวเกร็ง กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่“คุณไม่มีสิทธิ์ค่ะ ตอนนี้เธอเป็นของเดิมพัน ใครชนะก็ได้เธอไป” เสียงของพนักงานที่ดูแลนามเอ่ยกับสงครามคำว่า ‘ของ' ทำให้หมัดของสงครามกำแน่น อนาคินก้าวขึ้นมาข้างๆแล้วพูดกับเธอคนนั้น“น้องสาวผมไม่ใช่รางวัลพนันของใคร เธอ
43 ท่ามกลางความหวาดกลัว@อีกฟากหนึ่ง“ไปตามจับมันมาให้ได้! ”เสียงตะโกนไล่หลังดังแว่วๆ ร่างเล็กพาตัวเองวิ่งหนีสุดชีวิตจนกระทั่งทะลุทางลูกรังออกมาเจอถนนคอนกรีต เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง รู้แค่ว่าต้องหนีเอาชีวิตรอดให้ได้“เราสองคนต้องปลอดภัยนะลูก เราต้องรอด” เธอซ่อนตัวในโพรงหญ้า ทำตัวให้เงียบที่สุด ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งผ่านไปแล้ว และในจังหวะนั้นเองเธอก็พุ่งออกจากโพรงหญ้าแล้วโบกมือสุดแรงให้รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา“ช่วยด้วยคะ ช่วยฉันด้วย!”เอี๊ยดด!!!รถเบรกดังเอี๊ยด ล้อเสียดถนนจนควันขึ้น มิรันดารีบวิ่งไปที่ประตูฝั่งคนขับ มือสั่นเทาคว้าที่มือจับก่อนที่กระจกค่อยๆเลื่อนลงปรากฏรอยยิ้มร้ายของคนที่นั่งอยู่ด้านใน“วิ่งหนีใครหรอ…มิรันดา”เลือดในกายมิรันดาเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ“แครอลรีน!”“ก็นึกว่าจะแน่” แครอลรีนเอียงศีรษะ แววตามุ่งร้ายจ้องมิรันดาเขม่ง “ทำไม กลัวหรอ”มิรันดาถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอกด้วยความหวาดกลัว“ฝีมือเธอใช่มั้ย!”แครอลรีนแสยะยิ้มมุมปาก แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ฝีมือสงครามต่างหาก เขา
42 มิรันดาหายตัวไปเสียงดังเอะอะหน้าห้องทำให้สงครามที่กำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ค่อยๆชะเง้อคอมองไปทางประตู เหมือนกับว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วลูกน้องไม่ยอมให้เข้ามาสักพักก็มีลูกน้องวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“คุณสงครามครับ คือว่า…เอ่อ…คุณอนาคินมาขอพบครับ”“ว่าไงนะ” เขาทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู“คุณอนาคินบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นายจะให้ผมไล่กลับไปเลยไหมครับ”“อย่า” สงครามยกมือห้าม ก่อนจะส่งสัญญาณบอกลูกน้อง “ให้มันเข้ามา”สงครามนั่งรออย่างใจเย็น ถือว่ามันกล้ามาที่มาเหยียบถิ่นของเขา ไม่กลัวหายสาปสูญหรือยังไง อนาคินเดินเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าตรึงเครียด เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสงครามทั้งสองสบตากัน“คิดยังไงถึงกล้ามาที่นี่” “ผมมาตามหาน้องสาว” น้ำเสียงของอนาคินนิ่งเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนใจ“มิรันดาหรอ เธอก็กลับไปแล้วนี่”“ผมมาตามหามิรันดา แต่จู่ๆเธอก็ขาดการติดต่อไป”“เธอเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สิบโมงแล้ว คุณคงคาดจากเธอ” สายตาของสงครามยังนิ่งเรียบเหมือนเดิม “ไม่! มิรันดายังไม่ได้กลับ เธอยังอยู่ฮ่องกง”สงครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ มิร
08 สั่งสอนแม่เสือสาว“ว๊ายยย!!!” มิรันดาร้องเสียงหลงเมื่อชุดเดรสสั้นที่เธอใส่ถูกสงครามใช้มือฉีกกระชากอย่างแรงจนขาดหวิ่นกลายเป็นเศษผ้า“เหอะ! นึกว่าผ้าเช็ดตีน” สงครามขว้างเศษชุดเดรสทิ้งลงถังขยะ ในขณะที่ร่างมิรันดาเหลือเพียงบราปีกนกชิ้นเล็กที่ปิดหน้าอกอวบยังไงก็ไม่มิดชอบใส่เศษผ้าดีนักใช่มั้ย!ผ
07 เธอคือเหยื่อของฉันมิรันดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใครบางคนกำลังแทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำ“แก!! เข้ามาได้ยังไง นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ”“แล้วไง ฉันเป็นหุ้นส่วนที่นี่ ใครกล้าไล่” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กอย่างช้าๆ มุมปากร้ายแสยะยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลัวจนหน้าซีด“ถอยออก
06 ตามมาจัดการคนร่าน!ปึ้ง!!ประตูห้องถูกปิดเสียงดังปึ้งจากคนไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง เธอรีบถออดเสื้อผ้าสกปรกของคนจิตใจสกปรกออกจากร่างกายแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ ทำไมชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้!ทำไมต้องเป็นมัน!“แก!! ไอ้สงคราม!” มิรันดากำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น เมื่อคืนเธอพลาดท่าให้มันได้ยังไง “ฉันต
05 มิรันดาแผลงฤทธิ์!“ก็ได้ นายอยากให้ฉันอมมากใช่ไหม” มิรันดาถามกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไม่มองหน้าอีกฝ่าย“ฉันก็แค่อยากทดสอบว่าผู้หญิงอย่างเธอจะมีน้ำยาแค่ไหน” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆแล้วใช้ปลายจมูกถูต้นคอเรียวเบาๆ “แต่ถ้าจะให้ดี…เลียไข่ให้ฉันด้วย”กร๊อด!เสียงมือเล็กกำหมัดแน่น!คิดหรอว่าค







