LOGIN08 สั่งสอนแม่เสือสาว
“ว๊ายยย!!!” มิรันดาร้องเสียงหลงเมื่อชุดเดรสสั้นที่เธอใส่ถูกสงครามใช้มือฉีกกระชากอย่างแรงจนขาดหวิ่นกลายเป็นเศษผ้า “เหอะ! นึกว่าผ้าเช็ดตีน” สงครามขว้างเศษชุดเดรสทิ้งลงถังขยะ ในขณะที่ร่างมิรันดาเหลือเพียงบราปีกนกชิ้นเล็กที่ปิดหน้าอกอวบยังไงก็ไม่มิด ชอบใส่เศษผ้าดีนักใช่มั้ย! ผลัก!! มือหนาผลักคนตัวเล็กกระแทกกับผนังอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ เขาเคยเตือนแล้ว แต่เธอไม่ฟังเอง “ห้ามใส่ชุดพวกนี้อีก เข้าใจมั้ย” “มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!” มิรันดามองตาเขียวปั๊ดด้วยความไม่พอใจ “สิทธิ์อะไรเดี๋ยวเธอก็รู้ หึหึ” สงครามฝังจมูกลงไปที่ซอกคอระหง ขบเม้มอย่างเอาเป็นเอาตายจนคนตัวเล็กดิ้นเป็นพัลวัน “ปล่อยนะ! ไอ้หมาบ้า!!” “รู้อะไรไหม ยิ่งเธอด่า ฉันก็ยิ่งมีอารมณ์” พรึ่บ!!! “โอ้ยย!!!” มิรันดาสะดุ้งวาบเมื่อเขี้ยวคมขบลงมาตรงต้นคอ เธอดิ้นรนต่อต้านการกระทำอันแสนป่าเถื่อนของชายร่างสูง “รอบนี้รับรองว่ารุนแรงกว่าเมื่อคืนแน่นอน” สงครามรีบถอดกางเกงด้วยมือเดียวพรางแยกเรียวขางามออกจากกัน ก่อนดันตัวเข้าไปอยู่ระหว่างขาของมิรันดาอย่างรวดเร็ว “อย่านะ…อื้อ!” “ทนหน่อยนะ ไม่ถึงตายหรอก” สงครามกระตุกยิ้มร้าย ครั้งนี้มิรันดามีสติครบถ้วน รอบรองว่าได้จำไปจนวันตายแน่นอน “ไม่นะ! อย่าทำฉัน!!” มิรันดาดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ แต่ฉับพลันใบหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความเจ็บปวด เมื่อแก่นกานยาวใหญ่ถูกดันเข้ามาในร่องสวาทที่ไร้น้ำหล่อลื่น ปึดดด!!! “อ๊ะ!!!” “หืม แน่นจัง~” ความคับแน่นดึงเอาเสียงครางเครือจากลำคอทีละน้อย ลมหายใจของเขาเป่ารดขณะฝังหน้าเข้ากับต้นคอ มิรันดาวิเศษกว่าใครทุกคนที่เขาเคยเจอมา “กรี้ดด!!! เอามันออกไปนะ ฉันเจ็บ!” ใบหน้าของมิรันดาบิดเบี้ยวคล้ายกำลังทรมานเนื่องจากความเจ็บปวด ริมฝีปากอวบอิ่มถูกกัดจนห้อเลือด ใบหน้างามเหยเกเหมือนคนจะร้องไห้ “ไม่ไหว อึก! ฉันเจ็บ…” แต่สงครามกลับไม่ได้สนใจความเจ็บปวดของคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาอยากให้เธอเจ็บปวดและจดจำว่าไม่ควรแต่งตัวแบบนี้อีก! “โอ้วว โครตแน่นเลย” สงครามแทบขาดใจลงตรงนั้นเมื่อร่องสวาทของมิรันดากำลังตอดรัดจนรู้สึกเสียววาบที่ปลายหัวเห็ดบานใหญ่ ดวงตาคมก้มลงมองยังจุดที่กำลังประสานกัน พบว่ามีสีแดงจางๆซึมออกจากร่องสวาท เขาต้องการให้มันเป็นแบบนี้ ต้องการสั่งสอนให้เธอหลาบจำ สะโพกสอบเร่งจังหวะทันที ในขณะที่อีกคนดีดดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด ตับ!ตับ!ตับ! “อ๊ะ! อื้ออ!!” มิรันดากัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้เมื่อสงครามขยับกายอย่างรวดเร็วหนักหน่วง จนแผ่นหลังของเธอกระแทกกับกระจกห้องน้ำ แม้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่กลับรู้สึกเจ็บปวดเหมือนร่างกายกำลังจะฉีกออกจากกัน ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงที่กำลังโถมร่างเข้ามาอย่างหนักด้วยความคับแค้นใจ พลาดท่าให้มันจนได้! “อย่ามองแบบนี้สิเบบี๋ เดี๋ยวฉันก็เปลี่ยนใจเอาเธอทั้งคืนหรอก” สงครามทำหน้าล้อเลียนส่งผลให้มิรันดากัดฟันกร๊อดด้วยความโกรธแค้น สะใจใช่ไหมที่ได้ย่ำยีคนไม่มีทางสู้! ปัก!ปัก!ปัก! “อ๊ะ! จะ…เจ็บบ~” เป็นครั้งแรกที่มิรัดาเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าสงคราม เพราะตอนนี้เธอเจ็บจนแทบทนไม่ไหวแล้ว “เจ็บหรอ ถ้าเจ็บก็จำสิ คราวหลังอย่าแต่งตัวแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ!” สงครามขบกรามแน่นแล้วโถมกายเข้าไปอย่างหนัก จนหน้าขากระทบกับเค้าท์เตอร์อ่างล้างมือเป็นจังหวะ เสียงมิรันดากรีดร้องลั่นห้องด้วยความเจ็บปวด แต่โชคดีที่ห้องน้ำเก็บเสียง ไม่อย่างนั้นข้างนอกคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน “อืม~ ดีมาก ตอดแบบนี้แหละ" สงครามกำลังเมามันส์กับร้องสวาทในขณะที่อีกคนบิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด เจ็บจนแทบน้ำตาไหล แต่ก็ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ เพราะไม่อยากให้อีกคนเห็นความอ่อนแอของเธอ ยิ่งอ่อนแอมันก็ยิ่งได้ใจ “โอ้ววว~ ดีแบบนี้อยากกลับไปต่อที่ห้องเลยว่ะ” สงครามครางกระหึ่มด้วยความสุขสมพรางกวักน้ำใส่จุดที่กำลังประสานกันจนเปียกฉ่ำทั่วร่าง ตับ!ตับ!... มิรันดาทำได้เพียงกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด ภาวนาให้บทรักอันแสนทรมานนี้จบลงเสียที หญิงสาวหลับตาลงท่ามกลางความเจ็บปวดเพราะไม่อยากเห็นหน้าชั่วร้ายของมัน ความเจ็บปวดค่อยๆแผ่ซ่านทั่วร่างกาย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นก้องภายในห้องน้ำเงียบ สงครามโน้มตัวลงมากระซิบเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุก “ร้องออกมาเลย ฉันรู้ว่าเธอทรมาน” “ไม่! ฉันไม่มีวันครางกับเซ็กส์อันแสนห่วยแตกของแกหรอก” “ถ้าเซ็กส์ฉันห่วยแตกจริงๆ ทำไมถึงตอดแบบนี้ล่ะ อ้าส์~” สงครามกัดริมฝีปาก ทำหน้าเซ็กซี่ “แบบนี้ลึกพอไหม อืม” เขาแสยะยิ้มบางๆด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับขยับสะโพกสอบถี่ขึ้นเรื่อยๆความลึกและแรงกระแทกถี่รัวทำเอาคนตัวเล็กหายใจแทบไม่ทัน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างดุดัน จนไม่รู้ว่าตอนนี้ส่วนไหนของร่างกายเจ็บปวดกว่ากัน ไม่นานร่างของสงครามก็เริ่มกระตุกเกร็ง ปล่อยทุกอย่างที่อึดอัดเข้าไปในตัวของเธอ ความร้อนไหลลงไปกองอยู่ที่ปลายหัวเห็ด ปล่อยให้แรงปรารถนาพัดพาไป มือใหญ่กดสะโพกกลมกลึงให้แนบแน่นก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกมา “อ้าส์!!” มิรันดารับรู้ได้ถึงบางอย่างที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย ทำให้เธอรีบเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ปึด! สงครามถอนแก่นกายออกหลังจากปล่อยน้ำรักเข้าไปในร่องสวาทบวมเป่ง หญิงสาวจิ๊ปากด้วยความขยะแขยงพรางปัดสิ่งนั้นออกไปให้พ้นๆ “โทษที เอาออกไม่ทัน” สงครามหยิบทิชชูมาเช็ดหัวเห็ดแดงก่ำที่เพิ่งผ่านการใช้งานมา มิรันดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆด้วยความไม่พอใจที่มันกล้ามาย่ำยีเธอในห้องน้ำ กัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดแล้วก้าวขาลงจากอ่างล้างหน้า แต่แข้งขาทั้งสองข้างกลับอ่อนแรง ทำให้ร่างเล็กหล่นตุ้บลงบนพื้น ตุ้บบ!! “โอ้ยย!” “ไง…ถึงกับเดินไม่ได้เลยหรอ” สงครามกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจพรางจับมังกรยัดเข้าไปในกางเกงแล้วรูดซิปปิด “...” หญิงสาวไม่ตอบ ควานหาชุดที่กองอยู่ในถังขยะมาสวมใส่ ให้ตายเถอะ! ชุดขาดขนาดนี้จะใส่ยังไง สงครามยืนมองการกระทำของคนตัวเล็กด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ลึกๆเขากำลังสะใจที่เธอสิ้นฤทธิ์สักที “ฉันมีทางเลือกให้เธออยู่สองทาง” เขาสบตากับเธอ นัยน์ตาทั้งสองข้างพราวระยับ “หนึ่งออกไปในสภาพที่พร้อมขายตัว…สองใส่เสื้อฉันออกไป” “ฝันไปเถอะ! ฉันไม่มีวันใส่เสื้อผ้าสกปรกของแกหรอก” “ตามใจนะ ฉันเสนอทางเลือกให้เธอแล้ว แต่เธอไม่เลือกเอง” สงครามสบตากับคนตัวเล็กและกำลังหันหลังออกไป แต่เสียงของมิรันดาก็เรียกให้เขาหยุด “เดี๋ยว! งั้นถอดเสื้อแกมา” “หึ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” สงครามถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งส่งให้คนตัวเล็ก ความยาวของเสื้อคลุมเขามิรันดาได้พอดี มิรันดาต้องจำใจใส่เสื้อแจ็คแก็ตสีดำของสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ก็ไม่ได้อยากใส่หรอก แค่จำเป็นต้องใส่” เธอเชิดหน้าขึ้น ไม่มองอีกฝ่ายให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ “หัดทำตัวน่ารักเข้าไว้ ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้อีก" สงครามหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจหลังจากจัดการแม่เสือสาวเสร็จ หลังจากนี้ชีวิตของมิรันดาตกอยู่ในกำมือของเขา จะบีบก็ตาย...ก็จะคลายก็รอด "ฉันไม่มีวันทำตัวน่ารักกับคนหน้าหนาเหมือนเหล็กเสริมคอนกรีตอย่างแกหรอก ไอ้ผู้ชายเฮ็งซวย!!" ———————————47 คนที่หล่อขนาดนี้เป็นของเธอนะ หลายวันต่อมา...ที่บ้านหลังใหญ่เงียบสงบผิดปกติในบ่ายของวันอาทิตย์ แจกันดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกลางห้องรับแขก กลิ่นหอมอ่อนๆลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอบอุ่น มิรันดานั่งข้างๆคนเป็นแม่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ตรงข้ามเธอคือสงคราม เขาอยู่ในสูทสีเทาเข้ม นั่งตัวตรงอย่างสำรวม สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาวางแก้วน้ำชาลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้สงครามจะมาทำอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “วันนี้คุณสงครามตั้งใจมาคุยเรื่องอะไรกับพวกเราหรือเปล่า” สุทธิพงษ์ยิ้มไม่หุบ สงครามลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้ทั้งสองท่านอย่างให้เกียรติ “ผมมาวันนี้…เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ” เขาหันไปมองมิรันดา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน “ผมรักมิรันดา และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อดูแลเธอ” ห้องทั้งห้องเงียบลง มิรันดาลุ้นใจระทึกว่าพ่อกับแม่จะยอมให้เธอแต่งงานกับสงครามหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าเธอต้องแต่งงานกับอนาคิน แต่จู่ๆเจ้าบ่าวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน โดยเฉพาะแม่ของมิรันดาที่อึ้งจนพูดไม่ออก ลูกสาวเพิ่งถอนหมั้นไป แต่ได้ว่าที่เ
46 ข้างกันตลอดไปหลังทุกอย่างสงบลง สงครามพามิรันดากลับมาที่โรงแรมเดิมที่เธอเคยเข้าพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตอนเดินเข้ามา พนักงานถึงโค้งศีรษะให้ทุกคนราวกับเขาเป็นบุคคลสำคัญ“แต่ฉันเช็คเอาท์ไปแล้วนะ” คนตัวเล็กถามกลับสงครามไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนโค้งศีรษะให้พร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ“สวัสดีครับ คุณสงคราม”มิรันดาชะงักกับท่าทางสนิทสนมของพนักงาน ทุกคนดูใส่ใจเขาเป็นพิเศษ และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านตัวเองปกติแล้วชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่จะจองกันได้ง่ายๆ แต่เธอได้มาในราคาแสนถูกราวกับได้ห้องมาฟรี แล้วคืนนั้นสงครามเข้ามาในห้องได้ยังไงเธอหันไปมองเขาด้วยความสงสัย“อย่าบอกนะว่านายเป็น…”“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”กึก!เท้าเล็กหยุดเดินทันที“อะไรนะ”“โรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทของฉัน”“งั้นตอนที่ฉันมาพักครั้งแรก…นายก็รู้ใช่มั้ย” มิรันดานิ่งอึ้งไปหลายวินาที“รู้สิ” เขายอมรับตรงๆ “เธอไม่แปลกใจหรอ ห้องระดับเพนท์เฮาส์แต่ได้มาในราคาที่ถูกขนาดนี้”“แล้วทำไมไม่บอกฉัน!” คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งสับสน“ก็ตอนนั้นโกรธอยู่ จะบอกได้ยังไง”
45 จุดจบของคนคิดไม่ดีมิรันดานั่งเงียบ มือยังสั่นระริกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สงครามเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าว วันนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล“มิรันดา…” เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มหัวใจ “ฉันขอโทษ”คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำให้เขารู้สึกใจหายทั้งครั้งที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา ปกติคนอย่างมิรันดาไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นขนาดนี้“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ” เขาพูดต่อ ดวงตาคมกริบทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “ทั้งๆที่เธอพยายามอธิบาย ทั้งๆที่เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แต่ฉันเลือกเชื่อภาพสกปรกพวกนั่นมากกว่าผู้หญิงที่ฉันรัก”“…” มิรันดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้า“คืนนั้นเธอกับอนาคินไม่ได้มีอะไรกันเลย” เขากล้ำกลืนความเจ็บลงคอ “แต่ฉันกลับทำเหมือนว่าเธอทรยศฉัน”สงครามก้มหน้างุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินในใจจนเหวอะแหว่ง เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเขาแย่มากเลยใช่ไหม“มันเจ็บนะสงคราม” เส
44 ดวงใจของฉันปึ้ง!!อีกด้านหนึ่งของสนาม ประตูเหล็กถูกถีบเปิดอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองด้วยความตกใจสงครามเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้านหลังคืออนาคินกับลูกน้องอีกหลายสิบคน บรรยากาศภายในสนามแข่งรถเปลี่ยนทันที จากความคึกคะนอง กลายเป็นความตึงเครียดแครอลรีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่เธอก็แสร้งทำว่าเป็นผู้เข้ามาชมการแข่งขัน เพราะกลัวเขารู้ว่าเธอคือผู้อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด“อ่าว บังเอิญอีกแล้วนะคะ มาดูโชว์เหมือนกันหรอ” เธอแสร้งถามขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านหน้าไปสงครามไม่แม้แต่จะมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กรงเหล็ก ที่มีผู้หญิงของเขาถูกทำเหมือนสิ่งของ ทันทีที่เห็นภาพนั้น เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาชัดเจน“เปิดกรง” เขาพูดเสียงต่ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่หนักพอที่จะให้คนแถวนั้นเงียบลงแครอลรีนนั่งนิ่ง ตัวเกร็ง กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่“คุณไม่มีสิทธิ์ค่ะ ตอนนี้เธอเป็นของเดิมพัน ใครชนะก็ได้เธอไป” เสียงของพนักงานที่ดูแลนามเอ่ยกับสงครามคำว่า ‘ของ' ทำให้หมัดของสงครามกำแน่น อนาคินก้าวขึ้นมาข้างๆแล้วพูดกับเธอคนนั้น“น้องสาวผมไม่ใช่รางวัลพนันของใคร เธอ
43 ท่ามกลางความหวาดกลัว@อีกฟากหนึ่ง“ไปตามจับมันมาให้ได้! ”เสียงตะโกนไล่หลังดังแว่วๆ ร่างเล็กพาตัวเองวิ่งหนีสุดชีวิตจนกระทั่งทะลุทางลูกรังออกมาเจอถนนคอนกรีต เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง รู้แค่ว่าต้องหนีเอาชีวิตรอดให้ได้“เราสองคนต้องปลอดภัยนะลูก เราต้องรอด” เธอซ่อนตัวในโพรงหญ้า ทำตัวให้เงียบที่สุด ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งผ่านไปแล้ว และในจังหวะนั้นเองเธอก็พุ่งออกจากโพรงหญ้าแล้วโบกมือสุดแรงให้รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา“ช่วยด้วยคะ ช่วยฉันด้วย!”เอี๊ยดด!!!รถเบรกดังเอี๊ยด ล้อเสียดถนนจนควันขึ้น มิรันดารีบวิ่งไปที่ประตูฝั่งคนขับ มือสั่นเทาคว้าที่มือจับก่อนที่กระจกค่อยๆเลื่อนลงปรากฏรอยยิ้มร้ายของคนที่นั่งอยู่ด้านใน“วิ่งหนีใครหรอ…มิรันดา”เลือดในกายมิรันดาเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ“แครอลรีน!”“ก็นึกว่าจะแน่” แครอลรีนเอียงศีรษะ แววตามุ่งร้ายจ้องมิรันดาเขม่ง “ทำไม กลัวหรอ”มิรันดาถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอกด้วยความหวาดกลัว“ฝีมือเธอใช่มั้ย!”แครอลรีนแสยะยิ้มมุมปาก แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ฝีมือสงครามต่างหาก เขา
42 มิรันดาหายตัวไปเสียงดังเอะอะหน้าห้องทำให้สงครามที่กำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ค่อยๆชะเง้อคอมองไปทางประตู เหมือนกับว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วลูกน้องไม่ยอมให้เข้ามาสักพักก็มีลูกน้องวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“คุณสงครามครับ คือว่า…เอ่อ…คุณอนาคินมาขอพบครับ”“ว่าไงนะ” เขาทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู“คุณอนาคินบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นายจะให้ผมไล่กลับไปเลยไหมครับ”“อย่า” สงครามยกมือห้าม ก่อนจะส่งสัญญาณบอกลูกน้อง “ให้มันเข้ามา”สงครามนั่งรออย่างใจเย็น ถือว่ามันกล้ามาที่มาเหยียบถิ่นของเขา ไม่กลัวหายสาปสูญหรือยังไง อนาคินเดินเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าตรึงเครียด เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสงครามทั้งสองสบตากัน“คิดยังไงถึงกล้ามาที่นี่” “ผมมาตามหาน้องสาว” น้ำเสียงของอนาคินนิ่งเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนใจ“มิรันดาหรอ เธอก็กลับไปแล้วนี่”“ผมมาตามหามิรันดา แต่จู่ๆเธอก็ขาดการติดต่อไป”“เธอเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สิบโมงแล้ว คุณคงคาดจากเธอ” สายตาของสงครามยังนิ่งเรียบเหมือนเดิม “ไม่! มิรันดายังไม่ได้กลับ เธอยังอยู่ฮ่องกง”สงครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ มิร
11 ลาสบอสตัวจริง @ห้องทำงานของสุทธิพงษ์“เมื่อคืนนายทำดีมาก มิรันดากลับบ้านภายในสองชั่วโมง” สุทธิพงษ์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร เอ่ยกับคู่สนทนาที่นั่งอยู่ด้านหน้า ดวงตาคมของชายวัยชราเต็มไปด้วยความกังวลใจและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกสาวตัดใจจากอนาคิน“มิรันดายังไม่รู้ใช่ไหมครับ ว่าทั้งหมดคือ
10 ทายา มิรันดารีบเข้าไปนั่งด้านในรถเพราะกลัวมีใครมาเห็นเข้าแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ให้คู่ควรกับว่าที่ภรรยาของพี่อนาคินหญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเมื่อสงครามยัดร่างเข้ามาในรถพร้อมกับผิวปากเป็นบทเพลง เหมือนมันจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ กำลังทำลายชีวิตของผู้
09 แขกไม่ได้รับเชิญมิรันดาเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วก็พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่ตรงนั้น มันหันหน้ามายิ้มให้เหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น“หายไปไหนมาตั้งนานสองนาน ฉันกับยัยวิกจะเมาแล้วนะ” ปลายฟ้าลิ้นพันกันเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง “แล้วนั่นไปเอาเสื้อใครมาใส่”“พอดีว่าชุดฉันเลอะ เลยขอยืมเส
07 เธอคือเหยื่อของฉันมิรันดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใครบางคนกำลังแทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำ“แก!! เข้ามาได้ยังไง นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ”“แล้วไง ฉันเป็นหุ้นส่วนที่นี่ ใครกล้าไล่” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กอย่างช้าๆ มุมปากร้ายแสยะยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลัวจนหน้าซีด“ถอยออก







