Masuk05 มิรันดาแผลงฤทธิ์!
“ก็ได้ นายอยากให้ฉันอมมากใช่ไหม” มิรันดาถามกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไม่มองหน้าอีกฝ่าย “ฉันก็แค่อยากทดสอบว่าผู้หญิงอย่างเธอจะมีน้ำยาแค่ไหน” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆแล้วใช้ปลายจมูกถูต้นคอเรียวเบาๆ “แต่ถ้าจะให้ดี…เลียไข่ให้ฉันด้วย” กร๊อด! เสียงมือเล็กกำหมัดแน่น! คิดหรอว่าคนอย่างมิรันดาจะยอมอมไอ้นั่นของมันง่ายๆ มันรู้จักคนอย่างมิรันดาน้อยไป “จะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ ฉันพร้อมแล้ว” “ทำไมตอนนี้พูดง่ายจังล่ะ” “เพราะฉันอยากรีบอม รีบเสร็จ รีบไปจากนายไง” มิรันดาสบตากับสงคราม ดวงตากลมโตนิ่งกว่าทุกครั้ง “เอาสิ ฉันพร้อมแล้ว” สงครามปล่อยข้อมือทั้งสองข้างของมิรันดาให้เป็นอิสระ “อยากรู้เหมือนกันว่าคุณหนูมิรันดาจะใช้ปากเก่งแค่ไหน" หญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ หลังจากที่สงครามปล่อยมิรันดาให้เป็นอิสระแล้ว หญิงสาวค่อยๆย่อเข่าลงนั่งยองๆตรงหว่างขา แทบเบือนหน้าหนีทันทีที่เห็นสิ่งนั้น ท่อนเอ็นยาวใหญ่ตั้งผงาดอยู่ตรงหน้า “เอาสิ อ้าปากแล้วอมมันซะ” เสียงสงครามสั่งพร้อมกับใช้มือประคองศีรษะของมิรันดาเอาไว้ เตรียมพร้อมรับความวาบหวามที่หญิงสาวกำลังจะมอบให้ แต่... ผั๊วะ!! “โอ้ยย!!!” “เก็บไว้ให้ญาติแกอมเถอะ ไอ้ทุเรศ!” ร่างของสงครามทรุดฮวบลงบนพื้นหลังถูกหญิงสาวชกเข้าไปตรงกลางกล่องดวงใจ เขานอนกลิ้ง ตัวเกร็งอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด ไม่คิดว่ามิรันดาจะกล้าทำแบบนี้กับลูกชายของเขา “เธอกล้าต่อยลูกชายฉันหรอมิรันดา อึก!” “ฉันทำมากกว่านี้แน่ถ้าแกยังไม่เลิกทำเรื่องเลวๆแบบนี้” มิรันดาไม่ต่อล้อต่อเถียง เธอคว้าเสื้อกับกางเกงของสงครามขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็วแล้วรีบออกจากห้อง ก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้แล้วลุกขึ้นมาทำร้ายเธออีกรอบ “เฮ้ย! นั่นเสื้อผ้าฉันนะ แล้วฉันจะใส่อะไรออกไป” เสียงสงครามตะโกนลั่นห้อง แต่มิรันดาไม่สนใจ และก่อนที่ประตูจะถูกปิดลง เธอหันมาชูนิ้วกลางใส่พร้อมกับหัวเราะเสียงดังราวกับได้รับชัยชนะ “ได้ฉันแล้วจะทิ้งฉันไปง่ายๆแบบนี้หรอมิรันดา เราได้เห็นดีกันแน่!” . . . @คฤหาสน์ของมิรันดา “ลมอะไรหอบลูกกลับบ้านกลับบ้านช่อง ถ้าจำไม่ผิด พ่อไม่เห็นลูกมาหลายอาทิตย์แล้วนะ” สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันราวกับเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลก บ้านกับคอนโดไม่ได้ไกลกันเลยสักนิด แต่ลูกสาวก็เลือกที่จะกลับบ้านเฉพาะเวลาที่อยากให้เขาไปจ่ายค่าบัตรเครดิตให้ “รอบนี้จะให้พ่อไปจ่ายอะไรให้ล่ะ ค่าบัตรเคดิตหรือค่ากระเป๋าแบรนด์เนม” “เปล่าค่ะ รันแค่อยากมาบอกว่า…เมื่อวานรันไปงานเลี้ยงแทนพ่อให้แล้วนะคะ” หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าเซ็งๆก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆคนเป็นพ่อ สุทธิพงษ์หันขวับกลับมานึกว่าหูตัวเองฟังผิดเพี้ยนไป สักพักเขาก็ปรบมือให้ลูกสาวอย่างชื่นชม “มันต้องอย่างนี้สิลูกพ่อ หัดออกการออกงานบ้าง อย่าออกล่าอย่างเดียว” “แค่งานแรกงานเดียวพอนะคะ ถ้ามีงานที่สองรันไม่ไปให้แล้วนะ” “อ่าว ทำไมล่ะ ออกงานบ่อยๆสิ คนอื่นจะได้รู้ว่าพ่อมีลูก” “หนูแค่ไม่อยากไปเจอ.…หมา” “ห้ะ! ในงานมีหมาด้วยหรอ” “ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เป็นคนแต่ว่าทำตัวเหมือนหมา” “เอาน่าลูกพ่อ” สุทธิพงษ์โอบไหล่ลูกสาวเข้ามาหาตัว พร้อมกับลูบศีรษะอย่างอ่อนโยน “ถึงจะเป็นงานแรก แต่พ่อก็ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลยรู้มั้ย” สุทธิพงษ์ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ลูกสาวเพียงคนเดียวกล้าออกงานสักที หากเขาไม่ทำแบบนี้มิรันดาก็จะทำอะไรไม่เป็นเลย เรียนจบปริญญาโทแล้วแต่ก็ไม่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาช่วยพ่อบริหารกิจการ พอโดนบังคับมากๆก็ชอบหนีไปอยู่คอนโดจนพักหลังแทบไม่กลับบ้านเลย เขารู้ว่าลูกสาวเป็นคนไม่เอาไหน ติดเพื่อน ชอบเที่ยวกลางคืน บางวันก็ไม่รู้ว่าไปเมาหัวราน้ำอยู่ที่ไหน เธอค่อนข้างเอาแต่ใจและดื้อรั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการเลี้ยงดูของเขาเองที่ตามใจลูกสาวมากเกินไปจนเสียคน และอีกหนึ่งเรื่องที่คนเป็นพ่อค่อนข้างหนักใจก็คือ...เรื่องคู่หมั้น ‘อนาคิน’ คือลูกชายเพียงคนเดียวของคุณหญิงอิงอรเพื่อนสนิทของคุณหญิงโมมิกาแม่ของมิรันดา ทั้งสองคนให้คำมั่นสัญญากันเอาไว้ว่าถ้ามีลูกสาวกับลูกชายจะให้หมั้นหมายกัน และมันก็ดันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อนาคินกับมิรันดาหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กๆ และดูเหมือนว่าลูกสาวของเขาจะรักผู้ชายอยู่ฝ่ายเดียว อนาคินมองว่ามิรันดาเป็นน้องสาวมากกว่าคู่หมั้นเสียด้วยซ้ำ เขาพยายามเตือนลูกสาวอยู่หลายครั้งว่าอนาคินไม่ได้รัก เผื่อว่ามิรันดาจะตัดใจแล้วมองหาคนใหม่ แต่เธอก็ยังดื้อดึงคิดว่าสักวันอนาคินจะเปลี่ยนความคิด คนเป็นพ่อก็ได้แต่ท้อใจ ผ่านมาหลายปีแล้วก็ไม่เห็นว่าอนาคินจะขอมิรันดาแต่งงานสักที ส่วนตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนั่นก็คือแม่ของมิรันดา ตอนนี้กำลังปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดกลางป่ากับกลุ่มเพื่อนๆวัยเดียวกัน ทิ้งให้เขาต้องดูแลลูกสาว(ที่แสนดื้อรั้น)เพียงลำพัง “คุณแม่ติดต่อมาบ้างมั้ยคะ” “ไม่เลย ตอนนี้แม่คงบรรลุธรรมไปแล้ว ปล่อยให้แม่เขาได้อยู่กับธรรมะเถอะ” สุทธิพงษ์เพิ่งสังเกตเห็นว่าการแต่งตัวของลูกสาวเปลี่ยนไป “นี่ลูกไปเอาชุดใครมาใส่ ชุดผู้ชายหรอ” “อ้อ! ชะ…ชุดแฟนของปลายฟ้าค่ะ เมื่อคืนรันไปค้างที่ห้องปลายฟ้ามา” ปลายฟ้าก็คือเพื่อนในกลุ่มของมิรันดาที่คนเป็นพ่อปวดหัวนักหนา เพราะเพื่อนๆของมิรันดามีแต่ดีๆทั้งนั้น! “แล้วนั่นคอไปโดนอะไรมา” “อะ เอ่อ…สงสัยแพ้น้ำที่ห้องของปลายฟ้าค่ะ” มิรันดารีบดึงผมมาปิดรอยแดงเป็นจ้ำที่บริเวณต้นคอ สุทธิพงษ์หรี่ตามองด้วยความสงสัยเพราะรอยที่ว่าไม่ใช่อาการแพ้น้ำแน่นอน เขาเคยมีภรรยามาก่อน ทำไมจะไม่รู้ว่านั่นคือรอยอะไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าต่อว่าลูกสาวเพราะตอนนี้มิรันดาก็อายุครบ 25 ปีแล้ว ถ้าเขาไม่ปล่อย ชาตินี้ลูกสาวก็คงไม่มีสามี มัวแต่ไปรออนาคินจนตัวเองจะขึ้นคานอยู่แล้ว “ดูแลตัวเองบ้างนะลูก ถึงหนูจะโตแล้ว แต่พ่อก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี พ่ออยากให้ลูกมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที” “ก็รันกำลังจะมีลูกเขยให้พ่อนี่ไงคะ รันรู้ว่าพ่ออยากให้รันมีครอบครัว” “ลูกรออนาคินมา 25 ปีแล้วนะ จะรอไปถึงเมื่อไหร่” “ไม่รู้สิคะ ก็คงต้องรอไปเรื่อยๆจนกว่าพี่อนาคินจะขอแต่งงาน” คนเป็นพ่อถอนหายไปพรืดทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เพราะเขาได้ยินมิรันดาพูดแบบนี้มาหลายปีแล้ว “โถ่…ลูก ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะ ทำไมลูก…เอ่อ…ไม่ลองมองหาคนใหม่ดูล่ะ ในงานไม่เจอสักคนเลยหรอ” “รันบอกแล้วไงคะว่าเจอแต่หมา” มิรันดาตอบกลับเสียงเนือยๆ “พ่อไม่ได้บอกให้ลูกเลิกรักอนาคินนะ แต่พ่อรู้สึกว่าอนาคินไม่ได้ชอบลูก มันจะเสียเวลาเอานะ” “ไม่มีคำว่าเสียเวลาหรอกค่ะ รันรอได้” เธอตอบอย่างมั่นใจว่าสักวันอนาคินจะขอแต่งงาน “แต่พ่อรอไม่ได้ พ่ออยากอุ้มหลาน” “งั้นพ่อก็คงต้องรอหน่อยนะคะ เพราะรันจะมีลูกกับพี่อนาคินคนเดียวเท่านั้น” สุทธิพงษ์กรอกตามองบนด้วยความเหนื่อยใจ เพราะมิรันดามีนิสัยดื้อรั้นแบบนี้ไงคนเป็นแม่เลยต้องหนีไปบวช แล้วเมื่อไหร่เขาจะได้อุ้มหลานสักที คงมีอยู่วิธีเดียวที่จะทำให้มิรันดาเลิกรักอนาคินนั่นก็คือ...จับคู่ให้ลูกสาว! และเขาเชื่อว่าผู้ชายคนนี้สามารถดูแลมิรันดาได้ดีอย่างแน่นอน ————-------47 คนที่หล่อขนาดนี้เป็นของเธอนะ หลายวันต่อมา...ที่บ้านหลังใหญ่เงียบสงบผิดปกติในบ่ายของวันอาทิตย์ แจกันดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกลางห้องรับแขก กลิ่นหอมอ่อนๆลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอบอุ่น มิรันดานั่งข้างๆคนเป็นแม่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ตรงข้ามเธอคือสงคราม เขาอยู่ในสูทสีเทาเข้ม นั่งตัวตรงอย่างสำรวม สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาวางแก้วน้ำชาลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้สงครามจะมาทำอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “วันนี้คุณสงครามตั้งใจมาคุยเรื่องอะไรกับพวกเราหรือเปล่า” สุทธิพงษ์ยิ้มไม่หุบ สงครามลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้ทั้งสองท่านอย่างให้เกียรติ “ผมมาวันนี้…เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ” เขาหันไปมองมิรันดา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน “ผมรักมิรันดา และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อดูแลเธอ” ห้องทั้งห้องเงียบลง มิรันดาลุ้นใจระทึกว่าพ่อกับแม่จะยอมให้เธอแต่งงานกับสงครามหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าเธอต้องแต่งงานกับอนาคิน แต่จู่ๆเจ้าบ่าวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน โดยเฉพาะแม่ของมิรันดาที่อึ้งจนพูดไม่ออก ลูกสาวเพิ่งถอนหมั้นไป แต่ได้ว่าที่เ
46 ข้างกันตลอดไปหลังทุกอย่างสงบลง สงครามพามิรันดากลับมาที่โรงแรมเดิมที่เธอเคยเข้าพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตอนเดินเข้ามา พนักงานถึงโค้งศีรษะให้ทุกคนราวกับเขาเป็นบุคคลสำคัญ“แต่ฉันเช็คเอาท์ไปแล้วนะ” คนตัวเล็กถามกลับสงครามไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนโค้งศีรษะให้พร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ“สวัสดีครับ คุณสงคราม”มิรันดาชะงักกับท่าทางสนิทสนมของพนักงาน ทุกคนดูใส่ใจเขาเป็นพิเศษ และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านตัวเองปกติแล้วชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่จะจองกันได้ง่ายๆ แต่เธอได้มาในราคาแสนถูกราวกับได้ห้องมาฟรี แล้วคืนนั้นสงครามเข้ามาในห้องได้ยังไงเธอหันไปมองเขาด้วยความสงสัย“อย่าบอกนะว่านายเป็น…”“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”กึก!เท้าเล็กหยุดเดินทันที“อะไรนะ”“โรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทของฉัน”“งั้นตอนที่ฉันมาพักครั้งแรก…นายก็รู้ใช่มั้ย” มิรันดานิ่งอึ้งไปหลายวินาที“รู้สิ” เขายอมรับตรงๆ “เธอไม่แปลกใจหรอ ห้องระดับเพนท์เฮาส์แต่ได้มาในราคาที่ถูกขนาดนี้”“แล้วทำไมไม่บอกฉัน!” คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งสับสน“ก็ตอนนั้นโกรธอยู่ จะบอกได้ยังไง”
45 จุดจบของคนคิดไม่ดีมิรันดานั่งเงียบ มือยังสั่นระริกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สงครามเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าว วันนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล“มิรันดา…” เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มหัวใจ “ฉันขอโทษ”คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำให้เขารู้สึกใจหายทั้งครั้งที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา ปกติคนอย่างมิรันดาไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นขนาดนี้“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ” เขาพูดต่อ ดวงตาคมกริบทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “ทั้งๆที่เธอพยายามอธิบาย ทั้งๆที่เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แต่ฉันเลือกเชื่อภาพสกปรกพวกนั่นมากกว่าผู้หญิงที่ฉันรัก”“…” มิรันดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้า“คืนนั้นเธอกับอนาคินไม่ได้มีอะไรกันเลย” เขากล้ำกลืนความเจ็บลงคอ “แต่ฉันกลับทำเหมือนว่าเธอทรยศฉัน”สงครามก้มหน้างุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินในใจจนเหวอะแหว่ง เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเขาแย่มากเลยใช่ไหม“มันเจ็บนะสงคราม” เส
44 ดวงใจของฉันปึ้ง!!อีกด้านหนึ่งของสนาม ประตูเหล็กถูกถีบเปิดอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองด้วยความตกใจสงครามเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้านหลังคืออนาคินกับลูกน้องอีกหลายสิบคน บรรยากาศภายในสนามแข่งรถเปลี่ยนทันที จากความคึกคะนอง กลายเป็นความตึงเครียดแครอลรีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่เธอก็แสร้งทำว่าเป็นผู้เข้ามาชมการแข่งขัน เพราะกลัวเขารู้ว่าเธอคือผู้อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด“อ่าว บังเอิญอีกแล้วนะคะ มาดูโชว์เหมือนกันหรอ” เธอแสร้งถามขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านหน้าไปสงครามไม่แม้แต่จะมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กรงเหล็ก ที่มีผู้หญิงของเขาถูกทำเหมือนสิ่งของ ทันทีที่เห็นภาพนั้น เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาชัดเจน“เปิดกรง” เขาพูดเสียงต่ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่หนักพอที่จะให้คนแถวนั้นเงียบลงแครอลรีนนั่งนิ่ง ตัวเกร็ง กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่“คุณไม่มีสิทธิ์ค่ะ ตอนนี้เธอเป็นของเดิมพัน ใครชนะก็ได้เธอไป” เสียงของพนักงานที่ดูแลนามเอ่ยกับสงครามคำว่า ‘ของ' ทำให้หมัดของสงครามกำแน่น อนาคินก้าวขึ้นมาข้างๆแล้วพูดกับเธอคนนั้น“น้องสาวผมไม่ใช่รางวัลพนันของใคร เธอ
43 ท่ามกลางความหวาดกลัว@อีกฟากหนึ่ง“ไปตามจับมันมาให้ได้! ”เสียงตะโกนไล่หลังดังแว่วๆ ร่างเล็กพาตัวเองวิ่งหนีสุดชีวิตจนกระทั่งทะลุทางลูกรังออกมาเจอถนนคอนกรีต เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง รู้แค่ว่าต้องหนีเอาชีวิตรอดให้ได้“เราสองคนต้องปลอดภัยนะลูก เราต้องรอด” เธอซ่อนตัวในโพรงหญ้า ทำตัวให้เงียบที่สุด ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งผ่านไปแล้ว และในจังหวะนั้นเองเธอก็พุ่งออกจากโพรงหญ้าแล้วโบกมือสุดแรงให้รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา“ช่วยด้วยคะ ช่วยฉันด้วย!”เอี๊ยดด!!!รถเบรกดังเอี๊ยด ล้อเสียดถนนจนควันขึ้น มิรันดารีบวิ่งไปที่ประตูฝั่งคนขับ มือสั่นเทาคว้าที่มือจับก่อนที่กระจกค่อยๆเลื่อนลงปรากฏรอยยิ้มร้ายของคนที่นั่งอยู่ด้านใน“วิ่งหนีใครหรอ…มิรันดา”เลือดในกายมิรันดาเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ“แครอลรีน!”“ก็นึกว่าจะแน่” แครอลรีนเอียงศีรษะ แววตามุ่งร้ายจ้องมิรันดาเขม่ง “ทำไม กลัวหรอ”มิรันดาถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอกด้วยความหวาดกลัว“ฝีมือเธอใช่มั้ย!”แครอลรีนแสยะยิ้มมุมปาก แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ฝีมือสงครามต่างหาก เขา
42 มิรันดาหายตัวไปเสียงดังเอะอะหน้าห้องทำให้สงครามที่กำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ค่อยๆชะเง้อคอมองไปทางประตู เหมือนกับว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วลูกน้องไม่ยอมให้เข้ามาสักพักก็มีลูกน้องวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“คุณสงครามครับ คือว่า…เอ่อ…คุณอนาคินมาขอพบครับ”“ว่าไงนะ” เขาทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู“คุณอนาคินบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นายจะให้ผมไล่กลับไปเลยไหมครับ”“อย่า” สงครามยกมือห้าม ก่อนจะส่งสัญญาณบอกลูกน้อง “ให้มันเข้ามา”สงครามนั่งรออย่างใจเย็น ถือว่ามันกล้ามาที่มาเหยียบถิ่นของเขา ไม่กลัวหายสาปสูญหรือยังไง อนาคินเดินเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าตรึงเครียด เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสงครามทั้งสองสบตากัน“คิดยังไงถึงกล้ามาที่นี่” “ผมมาตามหาน้องสาว” น้ำเสียงของอนาคินนิ่งเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนใจ“มิรันดาหรอ เธอก็กลับไปแล้วนี่”“ผมมาตามหามิรันดา แต่จู่ๆเธอก็ขาดการติดต่อไป”“เธอเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สิบโมงแล้ว คุณคงคาดจากเธอ” สายตาของสงครามยังนิ่งเรียบเหมือนเดิม “ไม่! มิรันดายังไม่ได้กลับ เธอยังอยู่ฮ่องกง”สงครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ มิร
07 เธอคือเหยื่อของฉันมิรันดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใครบางคนกำลังแทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำ“แก!! เข้ามาได้ยังไง นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ”“แล้วไง ฉันเป็นหุ้นส่วนที่นี่ ใครกล้าไล่” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กอย่างช้าๆ มุมปากร้ายแสยะยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลัวจนหน้าซีด“ถอยออก
06 ตามมาจัดการคนร่าน!ปึ้ง!!ประตูห้องถูกปิดเสียงดังปึ้งจากคนไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง เธอรีบถออดเสื้อผ้าสกปรกของคนจิตใจสกปรกออกจากร่างกายแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ ทำไมชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้!ทำไมต้องเป็นมัน!“แก!! ไอ้สงคราม!” มิรันดากำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น เมื่อคืนเธอพลาดท่าให้มันได้ยังไง “ฉันต
04 ผัวคนแรกของเธอ Nc+“ถอยไป ฉันจะกลับบ้าน!” มิรันดาขว้างหมอนใส่คนตัวสูงที่ยืนมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ให้ตายเถอะ! ใจคอมันไม่คิดที่จะใส่กางเกงบ้างเลยหรอ คิดว่ามันน่ามองมากหรือไง“ได้ฉันแล้วจะทิ้งไปง่ายๆแบบนี้หรอ”“คิดซะว่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นมันคืออุบัติเหตุก็แล้วกัน แล้วหลังจากนี้อย่ามายุ่ง
03 ฝันร้ายของมิรันดาติ๊ด...ติ๊ด...เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลาหกโมงเช้า หญิงสาวที่อยู่ในสภาพสะลึมสะลือควานมือหาสมาร์ทโฟนเพื่อจะกดปิดเสียงรบกวน แต่ทันทีที่ขยับตัวก็เกิดอาการเจ็บปแปล๊บไปทั่วร่างกายโดยเฉพาะส่วนนั้น “อู้ยย~”เธอสูดปากด้วยความเจ็บปวดก่อนจะกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกได้สำเร็จแล้วกลับมานอ






![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
