로그인หลายวันผ่านไปแก้วขวัญนั่งซึมอยู่โต๊ะประจำภายในมหาวิทยาลัย วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะต้องมาทำเรื่องขอใบเรียนจบ
“แก้ว”
พีระเรียกพร้อมกับเอื้อมมือไปเขย่าแขนอวบที่เอาแต่นั่งเหม่อลอย
“แกเป็นอะไรวะ เรียกตั้งหลายรอบแล้ว จะนั่งเหม่อไปถึงไห”
“นั่นดิ พวกแหกปากจนคนอื่นหันมามองหมดแล้ว”
คราวนี้เป็นพริมาเพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยสัมทับ พร้อมกับเดินมาทรุดตัวนั่งข้างๆ
"เปล่าไม่มีอะไรหรอก” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆ
“เออว่าแต่วันนั้นเถอะ แกเมามากเลยนะ รู้ว่าตัวเองคออ่อนยังกินเข้าไปซะเยอะเลย ดีนะไอ้พีค้นเจอกุญแจห้องแกเลยพาไปส่งถูก”
“ใช่ ตัวก็หนัก ดีนะที่ฉันแข็งแรงเลยลากไปได้ ว่าแต่แกเถอะ มีคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองตั้งแต่เมื่อไรไม่เห็นบอกฉันเลยวะ”
พีระหันกลับมาซักไซ้ด้วยความใคร่อยากรู้ แต่พอเห็นสีหน้าอิดโรยที่เอาแต่นั่งเงียบ เป็นสัญญาณว่าเธอไม่อยากตอบ คำถามนั้นก็ถูกปัดตกไป
ที่แท้เพื่อนเธอก็เป็นคนพาเธอไปส่งนี่เอง แต่ดันส่งผิดที่สงสัยคงเข้าใจผิดกัน วันนั้นพี่เตทำกุญแจกับคีย์การ์ดตกไว้ เธอยังไม่ทันได้ส่งคืนเขาเลย เพื่อนเธอก็คงหยิบผิดแล้วพาไปที่นั่น
“มากันครบแล้ว เราก็รีบไปทำเรื่องจบให้เสร็จเถอะ ว่าแต่มีใครจะเข้าร่วมพิธีรับปริญญาไหม”
แก้วขวัญหันไปถามเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ทยอยมากันครบแล้ว หลายคนพยักหน้ารับ เพราะทางครอบครัวรอคอยวันที่ลูกเรียนจบและได้ถ่ายรูปร่วมกัน มีเพียงแก้วขวัญเท่านั้นที่ไม่ได้ทำเรื่องรับปริญญา
“ทำไม่ล่ะ แก้ว อย่างน้อยก็ได้เก็บเป็นที่ระลึกนะ”
“ฉันก็ไม่ได้มีญาติที่ไหนจะมาร่วม อีกอย่างขี้เกียจอ่า วุ่นวาย เอาแค่วุฒิจบก็พอแล้วล่ะ”
เธอตอบตามความจริง แต่ใบหน้าก็ยังคงเปื้อนรอยยิ้ม
“แต่ฉันว่ามีอีกคนอยากมาร่วมงานอยู่นะ นั่นไง เดินมาโน้นแล้ว”
พริมาพยักเพยิดหน้าไปยังด้านหลังของแก้วขวัญทำให้ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองเช่นเดียวกับหญิงสาว
เตวิขน์ตั้งหน้าตั้งตาเดินตรงเข้ามายังกลุ่มคนที่ยืนอยู่โดยสายตาไม่ได้วางไปจากร่างอวบที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่
“สวัสดีครับ/ค่ะ พี่เตวิชน์”
ทุกคนต่างรีบยกมือขึ้นไหว้พร้อมกับกล่าวสวัสดีโดยพร้อมเพียงกันโดยที่ไม่ต้องนัดหมาย
“สวัสดีครับ”
เตวิชน์เองก็รับไหว้ด้วยใบหน้านิ่งโดยที่สายตายังคงจับจ้องที่แก้วขวัญที่เอาแต่ก้มหน้าหลบไม่มองมาหรือแสดงท่าทีดีใจแบบแต่ก่อนแม้แต่น้อย
“พี่เต มาหายัยแก้วเหรอคะ”
พริมาคือนักอยากรู้เอ่ยถามพร้อมกับมองสลับคนทั้งคู่ เช่นเดียวกับพีระที่อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าเตวิชน์มาหาเพื่อนรักตนทำไม หรือจะมาให้ความหวังอะไรอีก
“ใช่ครับ พี่มาหาแก้ว พอดีว่าพี่มีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย”
คราวนี้แก้วขวัญถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมทั้งเงยหน้ามองจะเอ่ยปฏิเสธ แต่ก็ช้ากว่าข้อมือใหญ่ที่คว้าเอามืออวบแล้วจูงเธอเดินออกไปเลย ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนๆที่งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่เต พี่เต ปล่อยค่ะ แก้วเจ็บ”
หญิงสาวดึงรั้งแขนเขาไว้เมื่อเห็นว่าเดินออกมาไกลจนลับตาคนแล้ว ชายหนุ่มชำเลืองมองข้อมือขาวที่ขึ้นเป็นจ้ำรอยแดง เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงยอมปล่อยมือ
เขาได้แต่พ่นลมหายใจถี่ ๆ นับครั้งไม่ถ้วนเมื่อนึกย้อนไป เมื่อเขาไปขอฝ่ายนิติคอนโดขอดูกล้องวงจรปิดของวันนั้นว่าใครเป็นคนที่ออกจากห้องเขาตอนเช้า
สิ่งที่เห็นคือร่างอวบคุ้นตาเดินออกมาจากห้องเขาด้วยท่าทีอิดโรย แม้ภาพในกล้องจะไม่ค่อยชัดเจนแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นแทบเดินไม่ไหว
“พี่ขอโทษเรื่องคืนนั้น พี่คิดว่าผู้หญิงที่พี่มีอะไรด้วยคือเด็กบริการที่เพื่อนหามาให้”
เขาตัดสินใจเอ่ยออกมา แต่นั่นกลับทำให้หัวใจของแก้วขวัญถึงกับกระตุกวูบ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจำได้ว่าเป็นเธอ
“พี่เต รู้เหรอคะว่าเป็นแก้ว”
“ตอนแรกไม่รู้ แต่เพราะสงสัยเลยไปเปิดกล้องดู”
ชายหนุ่มตอบเธอตามความเป็นจริง โดยที่ไม่รู้เลยว่าคำตอบที่เขาเพิ่งบอกออกไปจะทำให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึก ๆ
เธอไม่เคยอยู่ในสายตาเขาจริงๆนั่นแหละ
“พี่เคยบอกแก้วไปแล้วใช่ไหม ว่าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรและคงรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ หรือว่าเรื่องคืนนั้นแก้วจงใจ...”
เขาหรี่ตามองหน้าหญิงสาวที่ยามนี้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เธอเงยหน้ามองสบตาคนที่เธอรักจนหมดหัวใจ ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะกล้าพูดคำนี้ออกมา
เพี๊ย!
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าคมจนหันไปอีกทาง ความแรงของฝ่ามือก่อเกิดเป็นรอยแดงเด่นชัด เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าเด็กสาวที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวแท้ ๆ จะกล้าตบหน้าตนเอง
“แก้ว ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตัวไหนที่ดลใจให้พี่คิดแบบนั้นได้นะ ต่อให้แก้วจะรักพี่เตมากแค่ไหน แต่แก้วก็ไม่ใช่คนชั่วที่จะจงใจปล่อยตัวเพื่อรั้งผู้ชายที่กำลังจะหมั้นหรอกนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นแก้วเองก็ไม่ได้มีสติ ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น พี่เตไม่ต้องห่วงหรอกนะ แก้วจะไม่เรียกร้องให้พี่มารับผิดชอบหรอก เพราะมันคืออุบัติเหตุ
แล้วพี่ก็ไม่ต้องห่วงนะคะ ว่าแก้วจะเอาเรื่องนี้ไปบอกว่าที่คู่หมั้นพี่ เพราะจากนี้ไปแก้วจะเดินออกไปจากชีวิตพี่เอง”
พูดจบร่างอวบก็กระแทกไหล่ชายหนุ่มเดินออกไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา ความเจ็บปวดวิ่งถาโถมเข้ามาราวกับพายุ
เตวิชน์หันมองตามหญิงสาวที่เดินออกไปเขาได้แต่ยืนอึ้งกับคำพูดของเธอ จะอ้าปากขอโทษกับสิ่งที่พูดไม่คิดก็ไม่ทันเสียแล้ว
ก็ดีเป็นเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาเองก็อยากให้แก้วขวัญตัดใจจากเขาให้ได้เสียที แต่ลึก ๆ เขาเองก็รู้สึกหน่วง ๆ อย่างบอกไม่ถูก
สิ่งที่เตวิชน์ต้องทำให้เร็วที่สุดก็คือการบอกกับผู้ใหญ่เรื่องยกเลิกงานหมั้น เพราะผู้หญิงที่เป็นว่าที่คู่หมั้นได้แปรเปลี่ยนใจไปจากเขาแล้ว....
สองเดือนผ่านไปเตวิชน์จัดการย้ายตัวเองพร้อมกับเมียและลูกมาอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนเดิมโดยส่งมอบงานให้กับผู้บริหารที่ไว้ใจไปดูแลโรงแรมแทน ส่วนตัวเขาเองก็มาบริหารงานที่บริษัทใหญ่แทนเพราะการทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้ผู้ถือหุ้นเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้“ต้นข้าว ทำไมหนูทำหน้าเหมือนไม่ได้นอนแบบนั้นล่ะลูก”คนเป็นย่าจับสังเกตอาการของหลานที่เอาแต่ยกมือปิดปากหาวไม่หยุดเลยตั้งแต่เดินลงมาร่วมโต๊ะอาหารเช้า“เมื่อคืนหนูไม่ได้นอนค่ะ เพราะหนูกลัว” หนูน้อยทำตาปริบ ๆ“ใครทำอะไรหนูลูก เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็นอนอยู่ด้วย หนูกลัวอะไรทำไมไม่บอก”เตวิชน์เอ่ยถามระคนสงสัยว่าลูกสาวเป็นอะไร“เมื่อคืนมีแผ่นดินไหวค่ะ เตียงนอนก็สั่น คุณพ่อไม่รู้สึกเหรอคะ”หนูน้อยหันไปถามคนเป็นพ่อที่เอาแต่ทำหน้าเลิ่กลัก ส่วนคนเป็นแม่ก็สำลักน้ำประโยคใสซื่อที่หนูน้อยถามออกมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนเป็นอา จนปู่กับย่าต้องเอ่ยปราม“เจ้าเต เรื่องแบบนี้แกไม่ควรทำตอนลูกอยู่นะ”“ผมขอโทษครับแม่ คราวหน้าผมจะระวัง” เขาก้มหน้ายอมรับผิด“คุณพ่อจะคอยระวังแผ่นดินไหวเหรอคะ”ต้นข้าวยังคงไม่คลายความสงสัยหันกลับไปถามคนเป็นพ่ออีกครั้ง“ใช่ครับ ต่อไปนี้พ่อจะระวัง
หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไปทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแต่ที่ไม่ปกติเห็นจะมีอยู่แค่อย่างเดียวก็คงจะเป็นเตวิชน์ที่คอยเอาแต่สอดส่องคนเป็นน้องสาวกับเพื่อนรัก“พี่เต ดูอะไรอยู่เหรอคะ แก้วเห็นพี่ยืนดูอยู่ตั้งนานแล้ว”ทันทีที่วางถ้วยกาแฟหอมกรุ่นลงบนโต๊ะหญิงสาวก็เดินไปหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมกับมองตามสายตาของเขาไป“จะดูอะไรได้ล่ะครับ ก็จับตาดูไอ้ธีร์นะสิ มันจะรุ่มร่ามกับยัยติวหรือเปล่า”“พี่เตจะไปจับตาดูเขาทำไมคะ ถ้าคนรักกันต่อให้เราเอาแม่น้ำมาขวางกั้นยังไงเขาก็หาวิธีข้ามผ่านไปได้อยู่ดี อีกอย่างพี่เองก็ต้องมั่นใจยัยติวสิคะ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ยังไงก็คุมพี่ธีร์ได้อยู่แล้ว”“ก็จริงอย่างที่แก้วว่า เหมือนกับพี่ตอนนี้ใช่ไหม” เขาหันมาหาพร้อมกับเอื้อมมือป้อม ๆ ขึ้นมากุม“เหมือนกับพี่เต เหมือนยังไงคะ” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด“ก็เหมือนตรงที่น้องแก้วคุมพี่เสียอยู่หมัดเลย ดูสิพี่ไปไหนไม่รอดแล้วเนี่ย”น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับย่อตัวเอาหัวซบไหล่ราวกับเด็กน้อยทำเอาแก้วขวัญถึงกับหัวเราะออกมา“อย่ามาทำเนียนค่ะ ไปกินกาแฟได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”เธอใช้มือผลักไปที่หัวเขาเบา ๆ
“หยุดนะ ลิน! ปล่อยต้นข้าว เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย”น้ำเสียงแข็งกร้าวตะโกนบอกมาตั้งแต่ไกลโดยมีแก้วขวัญเดินตามมาติด ๆ เมื่อเห็นลูกถูกกระชากลากถูแบบนั้นหัวใจเธอแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ “เต คุณตามฉันมาถูกได้ยังไง”“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอก ปล่อยลูกผมมาเดี๋ยวนี้”“ไม่ ก็ดีเหมือนกันที่พวกแกมากันพร้อมหน้าจะได้ทรมาน ตอนที่ฉันฆ่ามันต่อหน้าต่อตาพวกแก”มิลินไม่พูดเปล่าแต่เลือกที่จะดึงปืนที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ่อไปที่หัวของเด็กน้อย แก้วขวัญกรีดร้องออกมาแทบขาดใจพร้อมกับทรุดเข่าลงยกมือขึ้นไหว้ขอร้องว่าอย่าทำอะไรลูกเธอเลย“ลิน อย่าทำแบบนี้เลยผมขอร้อง ปล่อยลูกผมไป ถ้าคุณจะทำอะไรให้ทำที่ผม แก้วกับลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”เห็นสายตาของลูกที่มองมาพร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ขอให้พ่อกับแม่ช่วยเธอด้วยแก้วขวัญทนเสียงลูกร้องไม่ไหวเธอลุกขึ้นกระโจนจะเข้าไปหาแต่ก็ช้ากว่ามิลินเธอยิงปืนขู่ไปที่พื้นหนึ่งครั้ง เตวิชน์วิ่งมากอดแก้วขวัญเพื่อเอาตัวเองบังเอาไว้“ท่าทางรักกันมากนี่ แล้วฉันล่ะ ฉันที่แกทำลายทุกอย่างจนไม่มีที่ยืนในสังคม ไปไหนก็มีแต่คนเกลียด....”เธอตวาดออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ เกลียด และน้อยใจในชะตาชีวิตของต
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นน้าของต้นข้าว แม่เขาให้มารับค่ะ”ร่างระหงที่พยายามปิดหน้าปิดตาด้วยหมวกและหน้ากากผ้าเดินเข้ามาบอกครูประจำชั้น“แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนนะคะ”ครูสาวย่นคิ้วด้วยความสงสัยพยายามเพ่งมองใบหน้าเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน“พอดีว่าตอนนี้แก้วขวัญประสบอุบัติเหตุค่ะ เราเลยต้องมารับเด็กไปดูใจก่อน เรื่องนี้ด่วนมากจริง ๆ ค่ะ”“ตายจริง ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ”ครูสาวทำสีหน้าท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในห้องเรียน ก็ประจวบเหมาะกับที่ต้นข้าวเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ“อะไรนะคะ ใครไปรับต้นข้าวนะคะ” เสียงหวานจากปลายสายถามกลับมาด้วยท่าทีร้อนใจ“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ พอดีเห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ ปิดหน้าปิดตาครูเองก็มองไม่ออกว่าเป็นใคร เธอบอกว่าคุณแม่เกิดอุบัติเหตุ ก็เลยมารับก่อนกำหนด ครูไม่ค่อยไว้ใจเลยโทรถามดูก่อน”ครูสาวคุยโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็เดินออกมายังหน้าห้องเพื่อที่จะดูหน้าผู้หญิงที่มากล่าวอ้างแต่ทว่าก็ไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้นเสียแล้ว แต่พอมองออกนอกอาคารไปยังถนนหน้าโรงเรียนก็เห็นว่าเธอกำลังจูงมือต้นข้าวขึ้นรถไป“ว้าย ตายแล้ว”“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” แก้วขวัญที่ได้ย
[ สวัสดีครับ ผมเตวิชน์นะครับจากที่หลาย ๆ คนได้ติดตามอ่านข่าวในโลกออนไลน์หรือในช่องทางอื่นเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งที่ล่มไปอาจจะมองว่าผมไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันมีเหตุผลมากกว่านั้นตามหลักฐานที่ทางสื่อได้รับไปและทุกท่านน่าจะได้เห็นกันบ้างแล้ว เรื่องนี้ผมไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกวันนี้ที่ผมต้องออกมาชี้แจงก็คือเรื่องรูปถ่ายของผมกับผู้หญิงที่นอนคู่กันบนเตียง ผมจะเรียนให้ทราบว่านั้นคือแม่ของลูกผมครับ เธอเป็นภรรยาของผม และตอนนี้เรามีลูกด้วยกันหนึ่งคน หวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ]บทความขนาดหน้ากระดาษถูกโพสต์เป็นภาพผ่านทาง IG ส่วนตัวของเตวิชน์เพื่อชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ที่ทางสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ชายหนุ่มคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าแก้วขวัญคือแม่ของลูกเขา และเพื่อเป็นการให้เกียรติเธอ ไม่อยากให้เธอถูกกล่าวหาหรือนินทาไปมากกว่านี้โพสต์ดังกล่าวแก้วขวัญเห็นมันและได้อ่านทุกตัวอักษรที่เขาเขียน แม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่จริงแล้วเขาไม่ออกมาแ
รุ่งเช้าของวันใหม่หนูน้อยต้นข้าวลืมตาขึ้น เด็กน้อยหันหน้ามองซ้ายมองขวาแล้วก็ยิ้มออกมา อ้อมกอดข้างซ้ายคือแม่ที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ส่วนด้านขวาคือพ่อที่เธออยากกอดมาตลอดหนูน้อยค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเกรงว่าพวกท่านจะตื่นโทรศัพท์หรูถูกยกขึ้นถ่ายภาพคนเป็นพ่อกับแม่ที่นอนก่ายกอดกันเองโดยไม่รู้ตัวโดยฝีมือของเจ้าแก้มป่องแถมยังถูกอัพลงโซเชียลผ่านบัญชีที่เป็นชื่อของแก้วขวัญอีกต่างหากภาพถ่ายเหล่านั้นถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วทุกคนต่างสงสัยว่าหญิงสาวร่างอวบที่หนุ่มหล่อทายาทเจ้าของโรงแรมกำลังนอนก่ายกอดนั้นเป็นใครกันแน่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังมีข่าวร้อนงานวิวาห์ล่มสนั่นโลกออนไลน์อยู่เลย“พ่อคะ แม่คะ มาดูนี่เร็ว”ติววดีกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหากชมนและอันนพพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เธอยื่นหน้าข่าวออนไลน์ที่มีภาพของพี่ชายตัวเองให้ท่านดู“อุ้ยตาย ใครเอารูปลง ช่างรู้งานเสียจริง”กชมนยกมือขึ้นทาบอก แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มเสียจนออกนอกหน้า อันนพได้แต่ส่ายหัวที่คนเป็นภรรยาแทบจะไม่เก็บอาการเลยว่าอยากได้แก้วขวัญมาเป็นลูกสะใภ้“ภาพถ่ายมันหลุดมาจากfacebookของพี่แก้วค่ะ แต่ถ้าจะให้เดาติวคิดว่าน
วัญที่มีค่า(1)1052 คำ5 ปีผ่านไป...สายลมยามบ่ายแก่ๆ พัดเอาไอร้อนมากระทบผิวกาย แก้วขวัญยืนเหม่อลอยมองน้ำทะเลเบื้องหน้า เธอยังคงหวนคิดถึงใครบางคนอยู่ไม่เคยลืม แม้คำพูดในวันนั้นจะทำให้เธอเสียใจก็ตาม“แม่คะ ต้นข้าวกลับมาแล้ว”เสียงแหลมเล็กตะโกนมาจากด้านหลัง แก้วขวัญหันกลับไปแล้วยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่า
แกร๊ก...เสียงลูกบิดประตูห้องนอนดังขึ้นเตวิชน์เดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิท ดวงตาพร่ามัวมองไปยังเตียงกว้าง เขาขยี้ตาและสะบัดหัวเพื่อไล่ความมึนเมาสองเท้าใหญ่เดินไปยังเตียงก็พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ มีเพียงไรผมยาวที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาเท่านั้น ร่างกำยำก้าวขึ้นเตียงแทรกร่างตัวเองใลงต้ผ้าห
“ก็จริง”แก้วขวัญตอบรับคำพูดเพื่อนสั้น ๆ ก็เป็นอย่างที่เพื่อนพูดเธอกับ พี่เตวิชน์ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกันเลยสักนิดทั้งรูปร่างหน้าตาฐานะทางสังคมและที่สำคัญเขาก็เน้นย้ำกับเธอเสมอว่าไม่ได้รักหรือชอบพอเธอสักนิดเห็นเป็นเพียงแค่น้องสาวที่รู้จักกันก็เท่านั้นพีระรู้ว่าคำพูดของเพื่อนแต่ละคนที่พูดออกไปค่อน
“พี่เต รอแก้วด้วย อย่าเดินเร็วสิ แก้วเดินไม่ทัน”ร่างอวบในชุดนักศึกษาวิ่งตามชายหนุ่มรูปหล่อที่ก้าวเท้ายาวๆ โดยไม่ได้เหลียวมองด้านหลังเลยสักนิด เธอเอาแต่ร้องตะโกนบอกให้เขาเดินช้าๆ เพราะขาป้อมสั้นของเธอก้าวตามไม่ทันใบหน้าคม คิ้วเข้ม จมูกเป็นสันรับกับรูปปากหนา ได้แต่ย่นคิ้วแล้วถอนหายใจออกมา เท้าใหญ่ห







