LOGINแกร๊ก...
เสียงลูกบิดประตูห้องนอนดังขึ้นเตวิชน์เดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิท ดวงตาพร่ามัวมองไปยังเตียงกว้าง เขาขยี้ตาและสะบัดหัวเพื่อไล่ความมึนเมา
สองเท้าใหญ่เดินไปยังเตียงก็พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ มีเพียงไรผมยาวที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาเท่านั้น ร่างกำยำก้าวขึ้นเตียงแทรกร่างตัวเองใลงต้ผ้าห่มผืนหนาแขนยาวเกี่ยวรั้งเธอเข้าหาแผ่นอก
“รอผมนานไหม ขอโทษนะที่มาช้า”
น้ำเสียงแหบกระซิบข้างหูพร้อมใช้ริมฝีปากขบเบาๆ ไปที่ใบหู สองมือซุกซนล้วงผ่านเสื้อยืดผืนบางเกาะกุมสองเนินใหญ่บีบคั้นราวกับลูกโป่งใส่น้ำ
ปลายลิ้นตวัดโลมเลียผ่านซอกคอเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของผู้หญิงตรงหน้า จากเรียวนิ้วที่สัมผัสเขารับรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนเจ้าเนื้อค่อนข้างอวบอ้วน แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ลองเปลี่ยนรสชาติดูบ้าง
แก้วขวัญที่ถูกกระตุ้นอารมณ์แทนที่จะปัดป้องแต่กลับตอบสนองราวกับต้องการปลดปล่อยความใคร่ อารมณ์ความต้องการบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งส่งเสริมให้คนทั้งคู่กอดรัดกันยิ่งขึ้น
ความมึนเมาทำให้คนทั้งคู่ตกเป็นของกันและกันโดยที่ต่างคนต่างไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร รสสวาทครั้งแรกที่ถูกปรนเปรอทำให้แก้วขวัญถึงกับเคลิบเคลิ้มปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาไม่รู้กี่รอบ
เตวิชน์รู้สึกพึงพอใจกับการร่วมรักครั้งนี้อย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้ปล่อยอารมณ์สุดขีดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาพยายามสลัดความมึนเมา เพ่งพิศฝ่าความมืดเพื่อมองหน้าหญิงสาวใต้ร่างแต่ก็เปล่าประโยชน์
บทเพลงรักดุเดือดราวกับพายุโหมกระหน่ำได้ผ่านพ้นไป สองร่างที่ประสานเป็นหนึ่งอ่อนเพลียและเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
สองแขนแกร่งสอดใต้ท้ายทอยดึงรั้งเธอให้เข้าหาตัวเอง กลิ่นหอมละมุนของดอกกุหลาบลอยปะทะจมูกคม เขารับรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดนั้นชอบกลิ่นน้ำหอมนี้ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวเขาเองก็ไม่เคยได้กลิ่นเย้ายวนแบบนี้มาก่อนเลย
รุ่งเช้าของวันใหม่ ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างอวบซุกกายเข้าหาอกแกร่ง สองมือลูบไล้ไปทั่วแผ่นอก ฝ่ามือสัมผัสกับผิวกายทำเอาตาถึงกับเบิกขึ้น ความปวดหนึบวิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย
แก้วขวัญยันกายลุกขึ้นโดยที่ผ้าห่มยังคลุมร่างกาย สองมือกุมขมับที่บีบรัดจนรู้สึกปวดหัวไปหมด เธอพยายามนึกภาพเหตุการณ์เมื่อคืนซึ่งทุกอย่างก็แจ่มชัดว่าเธอได้เสียความสาวให้กับผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆ เสียแล้ว
หญิงสาวค่อยๆ หันกลับไปมองเขา เธออยากรู้ว่าเขาเป็นใครที่บังอาจมาพรากความสาวที่เธออุตส่าห์เก็บไว้ให้กับคนที่รักในวันแต่งงาน
แต่แล้วดวงหน้าของชายหนุ่มที่พลิกตัวกลับมาแทบทำเอาเธอสิ้นสติ ผู้ชายที่คอยเอาแต่บอกปฏิเสธความรักจากเธอ คือคนที่ได้ความบริสุทธิ์ของเธอไป และที่สำคัญเธอกำลังทำผิดมะหัน เธอกำลังมีความสัมพันธ์กับคนที่มีเจ้าของแล้วและเขากำลังจะเข้าสู่พิธีหมั้น
ความรู้สึกยามนี้ตบตีกันอยู่ภายในใจไปหมด เมื่อคืนเธอไม่น่าดื่มเข้าไปเยอะเลยและที่สำคัญใครกันพาเธอมาอยู่ที่ห้องพี่เขาได้
สองขาก้าวลงจากเตียงให้แผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อาจสู้หน้าเขาได้และที่สำคัญเธอไม่รู้ว่าเมื่อคืนเขาจะจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้ไหม แก้วขวัญไม่อยากใช้เรื่องนี้มาผูกรั้งเขาไว้ เพราะอีกไม่นานเขาก็คงจะแต่งงานกับคนที่เขารัก
หลังจากที่แก้วขวัญออกจากห้องเตวิชน์ไปได้ไม่นานชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกตัว เขาถึงกับใช้มือกุมที่ขมับเพราะรู้สึกปวดหัวจากฤทธิ์น้ำเมาเมื่อคืนนี้
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง ดวงตาคมมองปราดมองไปด้านข้างก็เจอแต่ความว่างเปล่ามีเพียงผ้าห่มผืนหนาที่ล่นไปกองอยู่ปลายเตียงเพื่อเอาไว้ดูต่างหน้าก็เท่านั้น
ผู้หญิงคนนั้นหายไปไหน? กลับไปแล้วเหรอ? ทำไมไม่อยู่รอเอาค่าบริการเมื่อคืนก่อน เตวิชน์รู้สึกติดใจกับรสสวาทที่ถูกปรนเปรออย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
เขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยจนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่คราบเปื้อนเป็นดวงกลม ๆ พอเพ่งพิศดีๆ เขาจึงเห็นว่าเป็นคราบเลือด
เมื่อคืนนี้เขาทำรุนแรงกับเธอถึงกับเลือดตกยางออกเลยเหรอ แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะพื้นนิสัยแล้วเขาไม่ใช่คนแบบนั้น
หรือว่าคราบเลือดนี้จะเป็น ‘เยื่อพรหมจรรย์’
อยู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมา คิ้วเข้มย่นเข้าหากันครุ่นคิดกับรอยเปื้อนที่เห็นตรงหน้าแล้วก็รีบก้าวขาลงจากเตียงเพื่อชำระล้างร่างกาย
“มีอะไรหรือเปล่าขอรับคุณเตวิชน์ ลมอะไรหอบคุณเพื่อนมาหาผมถึงที่บ้าน”
ธีภพเอ่ยทักทายเพื่อนรักทันทีที่ก้าวพ้นบันไดบ้าน แล้วเดินไปตบไหล่เพื่อนพร้อมทำหน้ายียวนเป็นเลศนัยเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืน
“มึงอย่ามาทำหน้ากวนส้นตีนเลย กูมีเรื่องจะคุยด้วย เรื่องเด็กที่มึงหาให้กูเมื่อคืน”
“กูว่าแล้ว มีอะไรวะ แล้วทำไมมึงต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่กูด้วย”
“เมื่อเช้ากูตื่นมาไม่เจอเขา กูยังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนเขาเลย”
เตวิชน์มองหน้าเพื่อนราวกับว่าเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในใจจน ธีภพเองก็อดแปลกใจไม่ได้
“เรื่องแค่นี้เอง กูก็นึกว่าเรื่องอะไร เดี๋ยวกูโทรไปบอกน้องเขาเอง”
เตวิชน์ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ธีภพก็คว้าเอาโทรศัพท์เดินออกไปคุยด้านนอก เขาได้แต่ชะเง้อคอมองตาม ไม่นานเพื่อนรักก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าหนักใจ
“มีอะไรหรือเปล่าวะ ทำไมมึงทำหน้าอย่างนั้น” เตวิชน์ถามเพื่อนด้วยความกังวลใจ
“เด็กที่กูหาให้มึงเขาบอกว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้ไปตามที่ตกลงกันไว้ เพราะเมื่อคืนเขามีธุระกะทันหัน เขาส่งข้อความมาบอกกูแล้ว แต่พอดีเมื่อคืนกูน่าจะหลับ”
ได้ยินแบบนั้นเตวิชน์ถึงกับมืดแปดด้านไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนเมื่อคืนเป็นใคร
“ไอ้เต แล้วเมื่อคืน มึงนอนกับใครวะ และที่สำคัญเขาเข้าห้องมึงได้ยังไง”
“กูก็ไม่รู้ อีกอย่างกูว่ากูน่าจะเป็นผู้ชายคนแรกของเขาด้วยวะ กูถึงได้รีบมาหามึงนี่ไง”
“เวรล่ะ มึงจำหน้าเขาไม่ได้เลยเหรอวะ”
เตวิชน์ได้แต่ส่ายหน้าครุ่นคิด ความจริงแล้วเขาไม่จำเป็นที่จะต้องมารู้สึกผิดอะไรเสียด้วยซ้ำ แต่ที่รู้สึกผิดก็คือเขาดันไปพรากความบริสุทธิ์มาจากผู้หญิงคนนั้นเสียมากกว่า ที่อยากเจอตัวก็แค่อยากชดใช้ด้วยเงินก็เท่านั้น
“แล้วมึงเป็นอะไรวะ อยู่ ๆ ก็อยากได้เด็กไปบริการ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้ว ไม่กลัวมิลินเขารู้เรื่องนี้หรือยังไง”
เตวิชน์ได้ยินสิ่งที่เพื่อนถามก็เหมือนถูกเอามีดแหลมคมแทงเข้ามาที่กลางก้อนเนื้อหัวใจ ดวงตาคมฉายแววความเจ็บปวดและเกลียดชังออกมา
“รู้แล้วยังไงวะ เขาไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะมิลินเพิ่งมาบอกเลิกกูเมื่อวาน เขาให้เหตุผลว่าเขามีคนอื่น และกำลังจะบินไปเรียนต่อด้วยกัน”
น้ำเสียงที่เอ่ยบอกคนเป็นเพื่อนนั้นสั่นเครือบ่งบอกได้ถึงความเจ็บปวดจากรอยแผลสดทางใจที่เพิ่งได้รับมาเมื่อวานนี้
“เรื่องจริงเหรอวะ แล้วแบบนี้มึงจะทำยังไงต่อ แล้วเรื่องหมั้นล่ะ”
“ก็คงต้องยกเลิก กูจะไปบอกพ่อกับแม่เอง แต่คงไม่ใช่ตอนนี้”
ใบหน้าคมก้มลงเหมือนซ่อนความเจ็บช้ำ แต่อีกใจก็ยังกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“เฮ้ย ไอ้เต กูคิดออกแล้วถ้ามึงอยากรู้ว่าผู้หญิงเมื่อคืนเป็นใคร มึงก็ไปขอนิติบุคคลดูกล้องวงจรปิดหน้าห้องมึงดิวะ”
อยู่ ๆ ธีภพก็นึกเรื่องนี้ขึ้นได้จึงหันไปบอกเพื่อน เตวิชน์ได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นพรวดพราดออกไป ปล่อยให้เพื่อนรักนั่งอ้าปากค้างเพราะยังไม่ทันพูดอะไรจบเสียด้วยซ้ำ
สองเดือนผ่านไปเตวิชน์จัดการย้ายตัวเองพร้อมกับเมียและลูกมาอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนเดิมโดยส่งมอบงานให้กับผู้บริหารที่ไว้ใจไปดูแลโรงแรมแทน ส่วนตัวเขาเองก็มาบริหารงานที่บริษัทใหญ่แทนเพราะการทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้ผู้ถือหุ้นเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้“ต้นข้าว ทำไมหนูทำหน้าเหมือนไม่ได้นอนแบบนั้นล่ะลูก”คนเป็นย่าจับสังเกตอาการของหลานที่เอาแต่ยกมือปิดปากหาวไม่หยุดเลยตั้งแต่เดินลงมาร่วมโต๊ะอาหารเช้า“เมื่อคืนหนูไม่ได้นอนค่ะ เพราะหนูกลัว” หนูน้อยทำตาปริบ ๆ“ใครทำอะไรหนูลูก เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็นอนอยู่ด้วย หนูกลัวอะไรทำไมไม่บอก”เตวิชน์เอ่ยถามระคนสงสัยว่าลูกสาวเป็นอะไร“เมื่อคืนมีแผ่นดินไหวค่ะ เตียงนอนก็สั่น คุณพ่อไม่รู้สึกเหรอคะ”หนูน้อยหันไปถามคนเป็นพ่อที่เอาแต่ทำหน้าเลิ่กลัก ส่วนคนเป็นแม่ก็สำลักน้ำประโยคใสซื่อที่หนูน้อยถามออกมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนเป็นอา จนปู่กับย่าต้องเอ่ยปราม“เจ้าเต เรื่องแบบนี้แกไม่ควรทำตอนลูกอยู่นะ”“ผมขอโทษครับแม่ คราวหน้าผมจะระวัง” เขาก้มหน้ายอมรับผิด“คุณพ่อจะคอยระวังแผ่นดินไหวเหรอคะ”ต้นข้าวยังคงไม่คลายความสงสัยหันกลับไปถามคนเป็นพ่ออีกครั้ง“ใช่ครับ ต่อไปนี้พ่อจะระวัง
หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไปทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแต่ที่ไม่ปกติเห็นจะมีอยู่แค่อย่างเดียวก็คงจะเป็นเตวิชน์ที่คอยเอาแต่สอดส่องคนเป็นน้องสาวกับเพื่อนรัก“พี่เต ดูอะไรอยู่เหรอคะ แก้วเห็นพี่ยืนดูอยู่ตั้งนานแล้ว”ทันทีที่วางถ้วยกาแฟหอมกรุ่นลงบนโต๊ะหญิงสาวก็เดินไปหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมกับมองตามสายตาของเขาไป“จะดูอะไรได้ล่ะครับ ก็จับตาดูไอ้ธีร์นะสิ มันจะรุ่มร่ามกับยัยติวหรือเปล่า”“พี่เตจะไปจับตาดูเขาทำไมคะ ถ้าคนรักกันต่อให้เราเอาแม่น้ำมาขวางกั้นยังไงเขาก็หาวิธีข้ามผ่านไปได้อยู่ดี อีกอย่างพี่เองก็ต้องมั่นใจยัยติวสิคะ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ยังไงก็คุมพี่ธีร์ได้อยู่แล้ว”“ก็จริงอย่างที่แก้วว่า เหมือนกับพี่ตอนนี้ใช่ไหม” เขาหันมาหาพร้อมกับเอื้อมมือป้อม ๆ ขึ้นมากุม“เหมือนกับพี่เต เหมือนยังไงคะ” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด“ก็เหมือนตรงที่น้องแก้วคุมพี่เสียอยู่หมัดเลย ดูสิพี่ไปไหนไม่รอดแล้วเนี่ย”น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับย่อตัวเอาหัวซบไหล่ราวกับเด็กน้อยทำเอาแก้วขวัญถึงกับหัวเราะออกมา“อย่ามาทำเนียนค่ะ ไปกินกาแฟได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”เธอใช้มือผลักไปที่หัวเขาเบา ๆ
“หยุดนะ ลิน! ปล่อยต้นข้าว เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย”น้ำเสียงแข็งกร้าวตะโกนบอกมาตั้งแต่ไกลโดยมีแก้วขวัญเดินตามมาติด ๆ เมื่อเห็นลูกถูกกระชากลากถูแบบนั้นหัวใจเธอแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ “เต คุณตามฉันมาถูกได้ยังไง”“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอก ปล่อยลูกผมมาเดี๋ยวนี้”“ไม่ ก็ดีเหมือนกันที่พวกแกมากันพร้อมหน้าจะได้ทรมาน ตอนที่ฉันฆ่ามันต่อหน้าต่อตาพวกแก”มิลินไม่พูดเปล่าแต่เลือกที่จะดึงปืนที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ่อไปที่หัวของเด็กน้อย แก้วขวัญกรีดร้องออกมาแทบขาดใจพร้อมกับทรุดเข่าลงยกมือขึ้นไหว้ขอร้องว่าอย่าทำอะไรลูกเธอเลย“ลิน อย่าทำแบบนี้เลยผมขอร้อง ปล่อยลูกผมไป ถ้าคุณจะทำอะไรให้ทำที่ผม แก้วกับลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”เห็นสายตาของลูกที่มองมาพร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ขอให้พ่อกับแม่ช่วยเธอด้วยแก้วขวัญทนเสียงลูกร้องไม่ไหวเธอลุกขึ้นกระโจนจะเข้าไปหาแต่ก็ช้ากว่ามิลินเธอยิงปืนขู่ไปที่พื้นหนึ่งครั้ง เตวิชน์วิ่งมากอดแก้วขวัญเพื่อเอาตัวเองบังเอาไว้“ท่าทางรักกันมากนี่ แล้วฉันล่ะ ฉันที่แกทำลายทุกอย่างจนไม่มีที่ยืนในสังคม ไปไหนก็มีแต่คนเกลียด....”เธอตวาดออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ เกลียด และน้อยใจในชะตาชีวิตของต
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นน้าของต้นข้าว แม่เขาให้มารับค่ะ”ร่างระหงที่พยายามปิดหน้าปิดตาด้วยหมวกและหน้ากากผ้าเดินเข้ามาบอกครูประจำชั้น“แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนนะคะ”ครูสาวย่นคิ้วด้วยความสงสัยพยายามเพ่งมองใบหน้าเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน“พอดีว่าตอนนี้แก้วขวัญประสบอุบัติเหตุค่ะ เราเลยต้องมารับเด็กไปดูใจก่อน เรื่องนี้ด่วนมากจริง ๆ ค่ะ”“ตายจริง ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ”ครูสาวทำสีหน้าท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในห้องเรียน ก็ประจวบเหมาะกับที่ต้นข้าวเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ“อะไรนะคะ ใครไปรับต้นข้าวนะคะ” เสียงหวานจากปลายสายถามกลับมาด้วยท่าทีร้อนใจ“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ พอดีเห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ ปิดหน้าปิดตาครูเองก็มองไม่ออกว่าเป็นใคร เธอบอกว่าคุณแม่เกิดอุบัติเหตุ ก็เลยมารับก่อนกำหนด ครูไม่ค่อยไว้ใจเลยโทรถามดูก่อน”ครูสาวคุยโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็เดินออกมายังหน้าห้องเพื่อที่จะดูหน้าผู้หญิงที่มากล่าวอ้างแต่ทว่าก็ไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้นเสียแล้ว แต่พอมองออกนอกอาคารไปยังถนนหน้าโรงเรียนก็เห็นว่าเธอกำลังจูงมือต้นข้าวขึ้นรถไป“ว้าย ตายแล้ว”“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” แก้วขวัญที่ได้ย
[ สวัสดีครับ ผมเตวิชน์นะครับจากที่หลาย ๆ คนได้ติดตามอ่านข่าวในโลกออนไลน์หรือในช่องทางอื่นเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งที่ล่มไปอาจจะมองว่าผมไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันมีเหตุผลมากกว่านั้นตามหลักฐานที่ทางสื่อได้รับไปและทุกท่านน่าจะได้เห็นกันบ้างแล้ว เรื่องนี้ผมไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกวันนี้ที่ผมต้องออกมาชี้แจงก็คือเรื่องรูปถ่ายของผมกับผู้หญิงที่นอนคู่กันบนเตียง ผมจะเรียนให้ทราบว่านั้นคือแม่ของลูกผมครับ เธอเป็นภรรยาของผม และตอนนี้เรามีลูกด้วยกันหนึ่งคน หวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ]บทความขนาดหน้ากระดาษถูกโพสต์เป็นภาพผ่านทาง IG ส่วนตัวของเตวิชน์เพื่อชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ที่ทางสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ชายหนุ่มคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าแก้วขวัญคือแม่ของลูกเขา และเพื่อเป็นการให้เกียรติเธอ ไม่อยากให้เธอถูกกล่าวหาหรือนินทาไปมากกว่านี้โพสต์ดังกล่าวแก้วขวัญเห็นมันและได้อ่านทุกตัวอักษรที่เขาเขียน แม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่จริงแล้วเขาไม่ออกมาแ
รุ่งเช้าของวันใหม่หนูน้อยต้นข้าวลืมตาขึ้น เด็กน้อยหันหน้ามองซ้ายมองขวาแล้วก็ยิ้มออกมา อ้อมกอดข้างซ้ายคือแม่ที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ส่วนด้านขวาคือพ่อที่เธออยากกอดมาตลอดหนูน้อยค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเกรงว่าพวกท่านจะตื่นโทรศัพท์หรูถูกยกขึ้นถ่ายภาพคนเป็นพ่อกับแม่ที่นอนก่ายกอดกันเองโดยไม่รู้ตัวโดยฝีมือของเจ้าแก้มป่องแถมยังถูกอัพลงโซเชียลผ่านบัญชีที่เป็นชื่อของแก้วขวัญอีกต่างหากภาพถ่ายเหล่านั้นถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วทุกคนต่างสงสัยว่าหญิงสาวร่างอวบที่หนุ่มหล่อทายาทเจ้าของโรงแรมกำลังนอนก่ายกอดนั้นเป็นใครกันแน่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังมีข่าวร้อนงานวิวาห์ล่มสนั่นโลกออนไลน์อยู่เลย“พ่อคะ แม่คะ มาดูนี่เร็ว”ติววดีกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหากชมนและอันนพพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เธอยื่นหน้าข่าวออนไลน์ที่มีภาพของพี่ชายตัวเองให้ท่านดู“อุ้ยตาย ใครเอารูปลง ช่างรู้งานเสียจริง”กชมนยกมือขึ้นทาบอก แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มเสียจนออกนอกหน้า อันนพได้แต่ส่ายหัวที่คนเป็นภรรยาแทบจะไม่เก็บอาการเลยว่าอยากได้แก้วขวัญมาเป็นลูกสะใภ้“ภาพถ่ายมันหลุดมาจากfacebookของพี่แก้วค่ะ แต่ถ้าจะให้เดาติวคิดว่าน
“เดี๋ยวสิ พวกแกจะทิ้งฉันไว้แบบนี้เหรอ”แก้วขวัญร้องตามเพื่อนที่เดินเคียงข้างกันออกไป แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจแถมยังเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกต่างหากหญิงสาวหันกลับมามองคนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยเสื้อผ้าที่เปียกชุ่ม แถมยามนี้ใบหน้าหล่อก็เอาแต่อมยิ้ม ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้เธอ“นี่ค่ะ ผ้าเช็ดตัว คุณเข้
ข่าวเรื่องความสัมพันธ์บนเตียงของเตวิชน์และมิลินถูกแพร่กระจายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว เรื่องราวดังกล่าวถูกเป็นที่พูดถึงในหมู่พนักงานทั้งวันแก้วขวัญซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ เธอเดินกลับบ้านด้วยท่าทีเหม่อลอย ก้อนเนื้อหัวใจข้างซ้ายเหมือนถูกเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงนับพันเล่ม“แม่แก้วกลับมาแล้ว”เสียงแหลมเล
หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าแก้วขวัญยอมพักผ่อนอยู่แต่ในห้องพักแล้ว เตวิชน์จำใจต้องออกมาร่วมงานวันเกิดธีภพเพราะหายไปก็หลายชั่วโมง“ดูท่าทางเตจะเป็นห่วงแก้วขวัญเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยนะคะ”เตวิชน์เดินผ่านทางเดินที่จะไปหน้าเรือเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนแต่ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงของมิลิน“ลินมาทำอะไรอยู่ตรงนี้
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเป็นระยะ ๆ บ่งบอกว่าผู้มาเยือนนั้นยืนรออยู่นานแล้วจนกชมนที่กำลังนั่งทักผ้าไหมพรมต้องเงยหน้าชะเง้อมองแล้วรีบบอกแม่บ้านให้ไปเปิดประตูในทันทีเวลาเพียงชั่วครู่แม่บ้านก็เดินนำหน้าเข้ามาด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ จน กชมนต้องเอ่ยถามว่าใครมา แต่ทว่าเสียงตอบกลับกับเป็นอีกคน“หนูเองค่ะ คุณป้า







