INICIAR SESIÓNเรื่องของเธอกับกรณ์จบกันไปแล้วตั้งแต่วันที่เขาขอหย่า เวลานี้กรณ์คงกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ อีกไม่นานเขาคงจะมีข่าวดีกับผู้หญิงคนนั้น เธอก็ควรทิ้งอดีตทั้งสุขและเศร้าไว้ข้างหลังแล้วเดินหน้าต่อไปตามทางของตัวเองเช่นเดียวกัน
สองวันก่อนเธอขับรถจากกรุงเทพฯ ไปเขาใหญ่เพื่อไปดูที่ดินสิบห้าไร่ซึ่งเป็นมรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้ ที่ดินผืนนี้เธอเคยคิดจะขายเพื่อนำเงินมารักษาพ่อ แต่ว่าพ่อไม่ยอม พ่อบอกว่าอยากให้เธอเก็บไว้ พ่อรู้ดีกว่าใครว่าลูกสาวคนนี้มีความฝันอะไรที่อยากทำบ้าง
แน่นอนระหว่างความฝันกับความเป็นความตายของคนที่เรารัก เธอเลือกได้แบบไม่ลังเลเลยว่าจะเลือกสิ่งไหน เธอแอบประกาศขายที่ดินโดยไม่บอกพ่อ ซึ่งเกือบทำการซื้อขายได้สำเร็จแล้วหากผู้ซื้อไม่ประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บต้องนอนโรงพยาบาลอยู่นานเป็นเดือนๆ การซื้อขายจึงถูกเลื่อนออกไป
ระหว่างที่รอผู้ซื้อพักรักษาตัว เจ้าสัวภพก็มาพูดคุยเรื่องการแต่งงานของเธอกับกรณ์ ครั้งแรกที่เธอได้พบหน้าสามี เธอตกหลุมรักเขาอย่างง่ายดาย กรณ์สุขุม กรณ์น่าค้นหา แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายเย็นชา ตรงกันข้ามเธอสัมผัสได้เพียงพูดคุยกันไม่กี่ประโยคว่ากรณ์เหมือนแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า เขาอบอุ่น..
เจ้าสัวภพถามเธอว่าเธอยินดีที่จะแต่งงานกับลูกชายของท่านไหม เธออึกอักไม่กล้าตอบ เจ้าสัวภพจึงหันไปถามลูกชายว่าพร้อมที่แต่งงานมีครอบครัวหรือยัง กรณ์มองหน้าเธอแล้วตอบออกมาอย่างไม่มีทีท่าลังเลเลยสักนิดว่า “ครับ”
งานแต่งของพวกเราถูกจัดขึ้นหลังจากวันนัดดูตัวแค่เดือนเดียว แม้กะทันหันไปหน่อย ทว่าเงินที่เจ้าสัวภพมีก็สามารถเนรมิตทุกอย่างออกมาได้อย่างสวยงาม งานวิวาห์มหาเศรษฐีหมื่นล้านใหญ่โตสมฐานะของตระกูลธนัชกุล
สินสอดสิบล้าน เครื่องทองแหวนเพชร ทุกอย่างที่เธอได้มา เธอนำไปเป็นค่ารักษาพ่อทุกบาททุกสตางค์ วาระสุดท้ายในชีวิตท่านจึงจากไปอย่างไม่ทรมานนักเพราะได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุด แพทย์ที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุด และยาที่ดีที่สุด
เมื่อค่ารักษาพยาบาลพ่อเพียงพอ เธอจึงยกเลิกการขายที่ดินผืนนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันหนึ่งเธอจะได้ทำตามความฝันที่เคยพูดกับพ่อไว้จริงๆ
“นิดอยากฟาร์มสเตย์ที่เขาใหญ่ค่ะพ่อ มีคาเฟ่เล็กๆ ห้องพักสไตล์บ้านทุ่ง ไม่เน้นหรูหรา แต่เน้นได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ”
“เอาสิลูก พ่อสนับสนุนนิดเต็มที่ พ่อจะเป็นคนสวนช่วยนิดดูแลฟาร์มสเตย์ดีไหม พ่อเกษียณแล้วจะได้มีอะไรทำด้วย”
ความฝันที่พวกเราสองพ่อลูกวาดไว้ไม่อาจกลายเป็นความจริงในวันที่จารุเดชยังมีชีวิตอยู่ พ่อจากไปก่อนที่เราทั้งคู่จะได้ทำฟาร์มสเตย์เล็กๆ ที่บ้านเกิดของแม่ หากโลกหลังความตายมีจริง ตอนนี้พ่อกับแม่คงกำลังมองเธอจากที่ไหนสักแห่ง
“พ่อคะ แม่คะ ไม่ต้องห่วงหนูกับหลานนะคะ” หวังว่าท่านทั้งคู่จะรับรู้ว่าลูกสาวคนนี้เข้มแข็งเพียงใด แม้กรณ์ทิ้งเธอไปมีใหม่ เธอก็ยังเลี้ยงดูลูกได้ไม่ต่างจากมีพ่อของลูกอยู่ข้างกาย
ริสาร่างแบบฟาร์มสเตย์และแผนธุรกิจคร่าวๆ ส่งให้อันเดรสดู เมื่อไหร่ที่ชายหนุ่มมาไทย เธอจะพาเขาไปดูที่ดินผืนที่จะสร้างฟาร์มสเตย์และคาเฟ่ เขาบริหารธุรกิจโรงแรมมาหลายปี คงให้คำปรึกษาเธอได้
Andres : จากที่ดูคร่าวๆ ทุกอย่างโอเคเลยแหละ แต่ถ้าไม่ได้ไปอยู่ดูแลเองก็ต้องเพิ่มระบบป้องกันการทุจริต หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ต้องเพิ่มคนจ่ายตังค์ให้ด้วย
Risa : คนจ่ายตังค์?
Andres : ป๋าเปย์ค่าสร้างฟาร์มสเตย์อย่างพี่ไง
Risa : หลายล้านอยู่นะ ไหวเหรอคะป๋า
Andres : สำหรับน้องนิดจะกี่สิบล้านพี่ก็จ่ายไหว
Risa : ไหว้ย่อขอบคุณงามๆ แต่ขอเปลี่ยนจากจ่ายตังค์เป็นไอเดียดีๆ และเป็นที่ปรึกษาให้นิดดีกว่า นิดอยากได้ที่ปรึกษาเก่งๆ หล่อๆ อย่างพี่อันเดรสมาช่วยสร้างฟาร์มสเตย์
Andres : ได้สิคะ จะเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดชีวิตเลย แต่มีแลกเปลี่ยนเป็นอาหารอร่อยๆ ฝีมือนิดทุกมื้อนะ
ข้อความจากอันเดรสทำเธอยิ้มอีกแล้ว นอกจากจารุเดชก็อันเดรสนี่แหละที่ไม่เคยทำให้เธอต้องเสียใจ
“ขอบคุณที่พี่เข้ามาในชีวิตนิดนะ พี่อันเดรส”
คนในความลับที่ไม่เคยมีใครรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเขาในชีวิตเธอ มาวันนี้กลับเป็นเขาที่สร้างแสงสว่างให้เธอ เป็นเขาที่คอยเป็นเพื่อนคุยยามอ้างว้าง เป็นเขาที่เธอนึกถึงยามต้องการที่ปรึกษา
เป็นเขา.. อันเดรส
เสียงแก้วร็อกบรรจุวิสกี้สีทองกระทบกันทำให้กรณ์ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งโหยง
คนไม่สบอารมณ์หันมองเพื่อนสนิทที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เจ้าของอาณาจักร EMPIRE Bar พ่นลมหายใจออกมาราวกับว่ากำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้ นับครั้งได้ที่ชายหนุ่มเป็นเช่นนี้
น้องดารินจะหน้าตาเป็นยังไงกันนะ จะเหมือนเขาหรือริสา แต่ไม่ว่าจะเหมือนใคร เขาก็ตกหลุมรักคนแปลกหน้าตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่ามี"รออีกเจ็ดเดือนนะคะ อีกเจ็ดเดือนดารินจะได้เห็นหน้าน้อง" กรณ์ลูบศีรษะลูกสาว "แต่ตอนนี้ดารินต้องหม่ำๆ ข้าวก่อนน้า กินข้าวเสร็จแล้วไปโรงเรียนกัน""โอเคค่า" ดารินตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยจนแก้มป่อง "อาหารฝีมือคุณพ่ออร่อยที่สุดเลยค่า""อร่อยก็กินเยอะๆ นะคะ""ได้เลยค่า"ลูกสาวกินข้าวโดยมีพ่อที่นั่งอยู่ข้างกันคอยเช็ดปากให้ เป็นความอาทรที่ทำให้คนมองอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ ได้เห็นสิ่งที่กรณ์ทำให้ลูกสาวคราวใดหัวใจก็เป็นสุขทุกครั้ง กรณ์ทำทุกอย่างเพื่อพวกเราสองแม่ลูกมากจริงๆ"คูมแม่ขา คูมแม่หม่ำข้าวผัดกับดารินไหมคะ" ดารินตักข้าวผัดที่พ่อทำให้ยื่นไปตรงหน้าแม่"ขอบคุณค่า" ริสาไม่ปฏิเสธน้ำใจจากลูกสาว เธอกินข้าวผัดที่ดารินป้อน "อร่อยจัง ฝีมือพ่อกรณ์ของดารินนี่สุดยอดไปเลย""ใช่แล้วๆ คูมพ่อของดารินทำอาหารอร่อยที่ซู้ด"เล่นช่วยกันชมทั้งแม่ทั้งลูกแบบนี้ ผมก็เขินแย่สิคร้าบ"ขอบคุณคุณผู้หญิงทั้งสองคร้าบ" กรณ์ลูบท้ายทอยแก้เก้อ"ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าฝีมือพี่กรณ์จะแซงหน้านิดไปแล้ว"จากคุณชา
"อุ๊ย!" เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกกรณ์สวมกอดจากด้านหลัง "ตกใจหมดเลยค่ะ""คิดอะไรอยู่คะ หรือว่ากำลังคิดถึงพี่"ริสาหลุดขำ นี่กรณ์ไปจำประโยคเมื่อครู่มาจากละครเรื่องไหนกัน ฟังแล้วขนลุกชะมัด"อะไรกันคะ เราพึ่งเจอกันไปเมื่อสิบห้านาทีก่อนนี่เอง" หลังส่งดารินเข้านอน กรณ์ก็ไปอาบน้ำ ส่วนเธอที่จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงออกมานั่งเล่นที่ชานบ้าน"ตอบแบบนี้น้อยใจแย่เลย รู้ไหมพี่คิดถึงนิดแค่ไหน สำหรับพี่สิบห้านาทีที่ไม่ได้เห็นหน้านิดก็ใจแทบขาด"สงสัยต้องบอกให้กรณ์เลิกดูซีรีส์เกาหลีสักพัก ดูท่าแล้วอาการหนักพอสมควร นี่คงไปจำคำพูดของท่านประธานอียองกุกมาแน่ๆ"โธ่ ขนาดเลยเหรอคะ" เธอเอนกายอิงแอบแนบอกสามี คืนนี้ท้องฟ้าไร้แสงดาว คงเหน็บหนาวน่าดูหากไม่มีไออุ่นจากคนที่เรารัก "คิดถึงก็คิดถึงค่ะ นิดเองก็ไม่อยากห่างจากพี่กรณ์เหมือนกัน มีความสุขชะมัดที่ได้อยู่ใกล้พี่อย่างนี้""พี่เองก็เหมือนกัน มีความสุขที่สุดที่ได้อยู่กับนิด" นิดเด็กดี.. ว่าแต่เด็กดีจะดื่มแอลกอฮอล์กับคนแก่จอมเกเรอย่างเขาไหมนะ "อากาศแบบนี้เบียร์สักกระป๋องดีไหมนิด""ไม่ดีค่ะ นิดดื่มไม่ได้พี่กรณ์" แอลกอฮอล์ที่ดื่มอยู่เป็นประจำกลายเป็นของต้องห้ามสำ
มือน้อยฟาดเพียะที่แขนแน่นหนั่นของผู้เป็นสามี ปกติเธอเป็นคนตื่นสายเสียที่ไหน แต่เป็นเพราะกรณ์นั่นแหละ"นอนเยอะแค่ไหนก็สู้พี่กรณ์ไม่ไหวหรอกค่ะ บางทีนิดก็คิดว่าพี่กรณ์หมกมุ่นเกินไปนะคะ" กรณ์หัวเราะ เขากอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม แถมยังหอมแก้มอีกฟอดใหญ่จริงอย่างที่ริสาว่าแหละ แต่ทำยังไงได้ล่ะ "ก็นิดน่ากินนี่นา""ระวังนะคะ ระวังจะเข่าทรุด" เธอหันมองสามีแล้วหัวเราะเยาะ "เห็นวันก่อนพี่กรณ์บ่นว่าปวดขา จะทำอะไรก็เจียมสังขารบ้างเถอะค่ะ ตัวเองไม่ใช่หนุ่มแล้วนะ"ประโยคเมื่อครู่ฟังแล้วแสลงหูชะมัด ไม่ใช่หนุ่มอะไรกัน เขาพึ่งสามสิบปลาย ยังหนุ่มยังแน่น ที่บ่นว่าปวดขาก็เพราะถูกริสากับดารินลากไปชอปปิงนั่นแหละ สองแม่ลูกเล่นเดินห้างตั้งแต่สิบเอ็ดโมงจนเกือบสองทุ่ม เขาไม่ปวดขาสิแปลก"ให้พี่พิสูจน์ไหมล่ะว่าพี่น่ะยังหนุ่มแค่ไหน""พิสูจน์? ยังไงเหรอคะ" สิ้นคำถามกรณ์ก็กดเธอลงบนเตียงแล้วขึ้นคร่อม "มะ ไม่ได้นะคะพี่กรณ์ ยังเช้าอยู่เลย""ล้างหน้าไก่ไงคะ" กรณ์ไม่ปล่อยให้ริสาได้พูดอะไรอีก เขาแนบริมฝีปากอุ่นร้อนปิดทุกถ้อยคำที่เจ้าหล่อนกำลังจะเอื้อนเอ่ยออกมา จับมือพาภรรยาท่องไปในดินแดนหฤหรรษ์ครั้งแล้วครั้งเล่า.. อย่างคนละ
แม้เข็มนาฬิกาพาเวลาเคลื่อนผ่าน แต่กรณ์ยังคงจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดีราวกับมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน“เรายังไม่มีรูปถ่ายสามคนพ่อแม่ลูกเลย พี่ขอถ่ายไว้ได้ไหม” เผื่อวันหนึ่งวันใดไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว อย่างน้อยก็ยังพอมีรูปถ่ายไว้ให้ดูต่างหน้า ไว้เป็นเครื่องเตือนใจว่าหากต้องสูญเสียสิ่งใดไป นั่นเป็นเพราะตัวเขาเอง“ได้ค่ะ แต่ว่าอย่าลืมปิดเสียงชัตเตอร์นะ เดี๋ยวตัวเล็กตื่น”ชัตเตอร์ถูกกดรัวๆ กดจนกระทั่งเหลือพื้นที่เก็บข้อมูลได้อีกรูปเดียว รูปที่กรณ์กับริสาหันมองหน้าแล้วยิ้มให้กัน ยิ้มที่กว้างจนส่งไปถึงดวงตา ยิ้มสุดท้าย.. ที่มอบให้แก่กันและกันนัยน์ตาสีน้ำหมึกร้าวลึก กรณ์ยังฝังใจกับเรื่องในอดีต เธอรู้.. เขาไม่เคยลืมมันได้เลย "ดารินขา หนูรู้ไหมลูกว่าวันที่แม่คลอดหนู คนที่โล่งใจที่สุดไม่ใช่แม่ แต่เป็นพ่อ พ่อของหนูน่ะร้องไห้ขี้แยทั้งวัน พูดนิดพูดหน่อยก็น้ำตาไหล แถมยังเป็นพวกขี้เห่อ เดินไปห้องเนอสเซอรี่ที่หนูอยู่ทั้งวัน""จริงเหรอคะ" หนูน้อยนั่งฟังเรื่องที่แม่เล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ"จริงสิคะ พอพวกเราสามคนกลับมาที่บ้าน พ่อกรณ์ของดารินก็เป็นคนเลี้ยงหนู พ่ออยู่กับหนูทั้งวัน คอยป้อนนม คอยเปลี่ยนแพมเพิร์ส
"อื้อ~ เสียว" กึ่งกลางกายสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เธอขยับความโหนกนูนของตนเข้าไปบดเบียดเสียดสีกับตัวตนแข็งขึงของกรณ์ เขาทรมานเธอได้อย่างน่าชัง ลิ้นสากนั่นลากผ่านปลายยอดอกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งยังฝ่ามือร้อนที่กรณ์ใช้ต้อนเธอจนจนมุมไม่ไหวแล้ว เธอไม่ไหวแล้วเป็นริสาที่เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายคุมเกม เธอผลักกรณ์ให้นอนราบก่อนสอดท่อนยักษ์ของเขาเข้าช่องทางเยิ้มน้ำ ค่อยๆ ขยับโยกอย่างที่ชายหนุ่มเคยสอน ควบเข้าออกเชื่องช้าในคราแรกแล้วค่อยเร่งจังหวะตามอารมณ์เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆ กรณ์สอดรับจังหวะริสาได้อย่างลงตัว ตาชายหนุ่มพร่ามัวเพราะสองเต้าที่กระเพื่อมไหวตรงหน้า ท่วงท่าและลีลาของภรรยาสาวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาชื่นชมว่าเธอทำได้ดี"นิดของพี่เก่ง" มือหนาคว้าจับสะโพกกลมกลึง ตอกตรึงตัวตนของตนเข้าไปในโพรงแฉะฉ่ำของคนที่คร่อมร่าง นำทางริสาสู่ห้วงหฤหรรษ์อันสุขสมเสียงหวีดร้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามสองร่างเกร็งกระตุกแทบจะพร้อมกันก่อนที่ริสาจะฟุบหน้าซุกซบกับบ่ากว้างของสามี เจ้าหล่อนหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า"รักนิดที่สุด" กรณ์จูบซับที่กลุ่มผมนุ่มหอมของคนที่ตนโอบกอด ทั้งรักทั้งหลงภรรยาสาวเจ้าของเร
สัมผัสจากกรณ์ทำให้หญิงสาวร้อนจนแทบหลอมละลายไม่ต่างจากขี้ผึ้งยามโดนไฟลน"คนหื่น" อารมณ์คุกรุ่นเมื่อครู่ถูกดับด้วยความพิษใคร่ที่ระอุยิ่งกว่า "อื้อ~""ก็เมียเซ็กซี่" เขาอุ้มริสาขึ้นนั่งบนโต๊ะทำงาน ช้อนปลายคางหญิงสาวขึ้นรับจุมพิตร้อน แทรกสอดปลายลิ้นเข้าไปกวาดต้อนเอาความหวานจากเจ้าหล่อนอย่างคนไม่รู้จักพอหญิงสาวรีบสูดเอาอากาศเข้าปอดหลังกรณ์ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง"พี่รักนิดมากรู้ไหมคะ"ดวงตาหวานเชื่อมที่มองมาหลอมริสาให้ละลาย กรณ์ทรงเสน่ห์เสมอทั้งในอดีตและปัจจุบัน ใบหน้าคมคร้าม ดวงตาดุดันแข็งกร้าวในบางครั้ง ทว่าบางครากลับหวานไม่ต่างจากน้ำผึ้ง ทั้งริมฝีปากบางหยักสีชมพูธรรมชาติอย่างคนผิวขาวจัด คิ้วเข้มได้รูปรับกับดวงตา จมูกโด่งคมสันที่มองครั้งใดก็ใจสั่น ทุกอย่างบนใบหน้าผู้ชายคนนี้ล้วนถูกจัดสรรได้อย่างลงตัวและพอดิบพอดีสมแล้วกับตำแหน่งลูกรักพระเจ้า"นิดรักพี่ไหมคะ" กรณ์ไล้นิ้วไปตามริมฝีปากบวมเจ่อเพราะน้ำมือเขา"นิดรักพี่กรณ์" หญิงสาวช้อนตาขึ้นสบประสานกับคนตรงหน้า เพียงแค่เขายิ้มตอบกลับมาก็สามารถสยบเธอได้อย่างราบคาบ จากที่เคยคิดดื้อดึงกลับยอมจำนนแต่โดยดี สำหรับเธอกรณ์ช่างอันตรายนักยอมเขาทุกอย่างทุ




![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


